5 สัญญาณเตือนแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าเสื่อม รู้ทันก่อนพัง
- ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้
- ความสำคัญของการตรวจสอบแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า
- 5 สัญญาณเตือนแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าเสื่อมที่ต้องสังเกต
- อาการอื่นๆ ที่ควรเฝ้าระวัง
- เปรียบเทียบแนวทางการรับมือเมื่อแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม
- สิ่งที่ควรทำเมื่อพบอาการแบตเตอรี่เสื่อม
- เลือกความมั่นใจ เลือกแบตเตอรี่คุณภาพ
- สรุปและแนวทางการแก้ไขที่ดีที่สุดจากผู้เชี่ยวชาญ
แบตเตอรี่คือหัวใจสำคัญของจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า การทำความเข้าใจสัญญาณเตือนของแบตเตอรี่ที่เริ่มเสื่อมสภาพไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งาน แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้ขับขี่และการทำงานเต็มประสิทธิภาพของยานพาหนะ
ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้

- ระยะทางที่วิ่งได้สั้นลงอย่างมากต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง คือสัญญาณเตือนแรกที่ชัดเจนที่สุดของการเสื่อมสภาพ
- ความผิดปกติในกระบวนการชาร์จ เช่น ใช้เวลานานขึ้น ชาร์จไม่เต็ม หรือร้อนจัด บ่งชี้ถึงปัญหาภายในเซลล์แบตเตอรี่
- กำลังของมอเตอร์ที่ลดลง โดยเฉพาะขณะเร่งความเร็วหรือขึ้นทางชัน เป็นอาการที่แสดงว่าแบตเตอรี่ไม่สามารถจ่ายกระแสไฟได้อย่างมีเสถียรภาพ
- สภาพภายนอกที่ผิดปกติ เช่น อาการบวม มีรอยแตก มีกลิ่นไหม้ หรือร้อนจัด เป็นสัญญาณอันตรายร้ายแรงที่ต้องหยุดใช้งานทันที
- การนำรถเข้าตรวจเช็กกับศูนย์บริการที่มีผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือมาตรฐาน คือวิธีที่ดีที่สุดในการวินิจฉัยปัญหาและรับประกันความปลอดภัย
การทราบถึง 5 สัญญาณเตือนแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าเสื่อม รู้ทันก่อนพัง เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้งานทุกคน เพราะแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพไม่ได้หยุดทำงานในทันที แต่จะค่อยๆ แสดงอาการที่ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะและความปลอดภัย ปัญหาที่พบบ่อยคือระยะทางที่สั้นลงอย่างน่าใจหาย ทำให้การเดินทางหยุดชะงักกลางคัน หรือกำลังมอเตอร์ที่ตกวูบระหว่างการใช้งาน ซึ่งอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ไม่คาดคิด การตระหนักถึงสัญญาณเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม และหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่สูงเกินความจำเป็น
ความสำคัญของการตรวจสอบแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักในจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าปัจจุบัน มีอายุการใช้งานที่จำกัดและจะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาและจำนวนรอบการชาร์จ การเสื่อมสภาพนี้ส่งผลโดยตรงต่อความจุ (Capacity) และความสามารถในการจ่ายกระแสไฟฟ้า (Discharge Rate) ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของรถลดลง การละเลยสัญญาณเตือนไม่เพียงแต่สร้างความไม่สะดวก แต่ยังอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร หรือในกรณีร้ายแรงที่สุดคือการเกิดเพลิงไหม้ ดังนั้น ผู้ใช้งานทุกคนจึงควรให้ความสำคัญกับการสังเกตและตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าการเดินทางทุกครั้งเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด
5 สัญญาณเตือนแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าเสื่อมที่ต้องสังเกต
แบตเตอรี่ที่เริ่มเสื่อมสภาพมักจะส่งสัญญาณเตือนออกมาหลายรูปแบบ การเรียนรู้ที่จะสังเกตและทำความเข้าใจอาการเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถประเมินสถานการณ์และหาทางแก้ไขได้ก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม
สัญญาณที่ 1: ระยะทางต่อการชาร์จลดลงอย่างชัดเจน
อาการที่สังเกตได้ง่ายและพบบ่อยที่สุดคือระยะทางที่ยานพาหนะสามารถวิ่งได้ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น หากจักรยานไฟฟ้าเคยวิ่งได้ 40 กิโลเมตร แต่ปัจจุบันวิ่งได้เพียง 20-25 กิโลเมตรภายใต้เงื่อนไขการใช้งานแบบเดิม นั่นเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าความจุที่แท้จริงของแบตเตอรี่ได้ลดลงแล้ว ซึ่งเกิดจากการที่เซลล์ภายในไม่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้เท่าเดิมอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ประกอบด้วย เช่น
- สภาพอากาศ: อุณหภูมิที่เย็นจัดจะทำให้ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนลดลงชั่วคราว
- สภาพเส้นทาง: การขับขี่ขึ้นเนินเขาหรือบนพื้นผิวขรุขระต้องใช้พลังงานมากกว่าทางเรียบ
- น้ำหนักบรรทุก: น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้มอเตอร์ทำงานหนักขึ้นและใช้พลังงานมากขึ้น
- แรงดันลมยาง: ยางที่อ่อนเกินไปจะสร้างแรงต้านการหมุน ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานแบตเตอรี่
หากตัดปัจจัยเหล่านี้ออกไปแล้วระยะทางยังคงสั้นลงอย่างต่อเนื่อง แสดงว่าเป็นสัญญาณของการเสื่อมสภาพที่ตัวแบตเตอรี่เอง
สัญญาณที่ 2: การชาร์จผิดปกติ – ชาร์จนานขึ้น หรือชาร์จไม่เต็ม
กระบวนการชาร์จเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดสุขภาพของแบตเตอรี่ได้เป็นอย่างดี สัญญาณผิดปกติที่ควรสังเกต ได้แก่ การใช้เวลาชาร์จนานกว่าปกติมาก หรือในทางกลับกันคือชาร์จเต็มเร็วจนน่าตกใจแต่ใช้งานได้ไม่นาน อาการเหล่านี้อาจเกิดจากความไม่สมดุลของเซลล์ (Cell Imbalance) ภายในก้อนแบตเตอรี่ ทำให้ระบบจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System – BMS) ตัดการทำงานก่อนที่ทุกเซลล์จะชาร์จเต็ม หรืออาจเกิดจากความเสื่อมของตัวเซลล์เองที่ไม่สามารถรับประจุได้เต็มที่อีกต่อไป ปัญหาเหล่านี้ต้องการการวินิจฉัยที่แม่นยำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญให้ความสำคัญสูงสุด เพื่อแยกแยะว่าปัญหานั้นเกิดจากตัวแบตเตอรี่, เครื่องชาร์จ, หรือระบบ BMS กันแน่
การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุคือหัวใจสำคัญ ที่ GIANT Shopping Mall มีการใช้เครื่องมือวินิจฉัยมาตรฐานเพื่อตรวจสอบทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็น จักรยานไฟฟ้า หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใดก็ตาม เพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและแก้ปัญหาได้จริง การเลือกใช้แบตเตอรี่แท้ตรงรุ่นที่มีคุณภาพสูงและทำงานร่วมกับระบบ BMS ของรถได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถือเป็นการรับประกันว่าประสิทธิภาพการชาร์จและการใช้งานจะกลับมาเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ หมดกังวลเรื่องปัญหาการชาร์จที่ผิดปกติและยืดอายุการใช้งานของยานพาหนะให้ยาวนานขึ้น
สัญญาณที่ 3: กำลังมอเตอร์ตก รถเร่งไม่ขึ้น หรือตัดการทำงาน
เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ความสามารถในการจ่ายกระแสไฟฟ้า (Current) จะลดลง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มอเตอร์ต้องการกำลังสูง เช่น การออกตัว, การเร่งแซง, หรือการขับขึ้นทางลาดชัน ผู้ขับขี่จะรู้สึกได้ว่ารถไม่มีแรง อัตราเร่งลดลง หรือในบางกรณี ระบบอาจตัดการทำงานของมอเตอร์ไปเลย ทั้งที่หน้าจอยังแสดงว่ามีประจุแบตเตอรี่เหลืออยู่ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “Voltage Sag” หรือแรงดันไฟฟ้าตกชั่วขณะ เมื่อแบตเตอรี่ไม่สามารถรักษาระดับแรงดันให้คงที่ภายใต้ภาระงานหนักได้ ระบบ BMS จะตัดการทำงานเพื่อป้องกันความเสียหายต่อเซลล์แบตเตอรี่และมอเตอร์ ซึ่งเป็นอาการที่อันตรายอย่างยิ่งหากเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ต้องการความเร็ว เช่น ขณะกำลังข้ามถนน
สัญญาณที่ 4: หน้าจอแสดงผลแบตเตอรี่ไม่เสถียร
ความน่าเชื่อถือของตัวเลขเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่บนหน้าจอจะลดลงเมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ อาจพบว่าตัวเลขลดลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ เช่น จาก 80% เหลือ 50% ในเวลาอันสั้น หรือตัวเลขกระโดดขึ้นลงไม่คงที่ อาการเหล่านี้เกิดจากระบบ BMS ไม่สามารถคำนวณค่าประจุที่เหลืออยู่ (State of Charge – SoC) ได้อย่างแม่นยำอีกต่อไป เนื่องมาจากความจุที่แท้จริงของแบตเตอรี่ลดลงและความไม่สมดุลของแรงดันไฟฟ้าระหว่างเซลล์ ทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างมั่นใจ
สัญญาณที่ 5: สภาพภายนอกผิดปกติ – ร้อน บวม มีกลิ่น หรือเสียหาย
นี่คือสัญญาณเตือนที่อันตรายที่สุดและต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของแบตเตอรี่เป็นข้อบ่งชี้ถึงความเสียหายร้ายแรงภายในเซลล์ ซึ่งอาจนำไปสู่การลัดวงจรและเกิดเพลิงไหม้ได้
- ความร้อนสูงผิดปกติ: การที่แบตเตอรี่ร้อนจัดขณะชาร์จหรือใช้งาน (ร้อนจนไม่สามารถใช้มือสัมผัสได้) เป็นสัญญาณของความต้านทานภายในที่สูงขึ้นหรือการลัดวงจรภายใน
- อาการบวม (Swelling): เกิดจากการสร้างแก๊สภายในเซลล์แบตเตอรี่เมื่อเกิดปฏิกิริยาเคมีที่ผิดพลาด เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าแบตเตอรี่ใกล้จะเสียหายอย่างรุนแรง
- กลิ่นไหม้หรือกลิ่นสารเคมี: หากได้กลิ่นผิดปกติคล้ายพลาสติกไหม้หรือสารเคมี ให้หยุดใช้งานและถอดแบตเตอรี่ออกจากรถทันที เพราะอาจมีการรั่วไหลของสารอิเล็กโทรไลต์
- ร่องรอยความเสียหาย: รอยแตก รอยบุบ หรือรอยรั่วบนตัวแบตเตอรี่จากการกระแทกหรือตกหล่น สามารถสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างภายในและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
หากพบอาการเหล่านี้แม้เพียงอย่างเดียว ควรหยุดใช้งานยานพาหนะทันทีและนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบโดยด่วน
อาการอื่นๆ ที่ควรเฝ้าระวัง
นอกเหนือจาก 5 สัญญาณหลัก ยังมีอาการอื่น ๆ ที่อาจบ่งชี้ถึงปัญหาของแบตเตอรี่หรือระบบไฟฟ้าได้เช่นกัน:
- มีไฟเตือนเกี่ยวกับแบตเตอรี่หรือระบบ BMS แสดงขึ้นบนหน้าจอ
- เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ลดลงอย่างรวดเร็วแม้จะจอดทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งาน (Self-discharge rate สูง)
- ขั้วต่อหรือสายไฟบริเวณแบตเตอรี่ร้อนผิดปกติขณะใช้งานหรือชาร์จ
- ระบบไฟฟ้าดับเป็นช่วง ๆ หรือบางครั้งไม่สามารถเปิดระบบได้เลย
- ประสิทธิภาพลดลงอย่างมากหลังจากเก็บแบตเตอรี่ไว้ในสภาพที่ประจุหมดเป็นเวลานาน
เปรียบเทียบแนวทางการรับมือเมื่อแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม
เมื่อตรวจพบสัญญาณเตือน การตัดสินใจเลือกแนวทางการแก้ไขที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในระยะยาว
| คุณสมบัติ | เปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ GIANT Shopping Mall | การซ่อม/เปลี่ยนด้วยตนเอง |
|---|---|---|
| ความปลอดภัย | สูงสุด: ดำเนินการโดยช่างผู้ชำนาญ ใช้อุปกรณ์มาตรฐาน และแบตเตอรี่แท้ | เสี่ยงสูง: อาจเกิดการลัดวงจร ไฟไหม้ หรือประกอบผิดพลาดได้หากไม่มีความรู้ |
| คุณภาพและประสิทธิภาพ | รับประกันแบตเตอรี่แท้ตรงรุ่น ประสิทธิภาพเต็ม 100% | ไม่แน่นอน: อาจได้แบตเตอรี่คุณภาพต่ำ เซลล์ไม่สมดุล หรือไม่เข้ากับระบบ BMS |
| การรับประกัน | มีการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่และงานติดตั้งที่ชัดเจน | ไม่มีการรับประกันใด ๆ เสียหายต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด |
| ความคุ้มค่าระยะยาว | สูง: แม้ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นจะสูงกว่า แต่ยืดอายุการใช้งานและลดปัญหาจุกจิก | ต่ำ: อาจประหยัดในตอนแรก แต่เสี่ยงต่อความเสียหายที่รุนแรงกว่าและค่าซ่อมที่สูงขึ้น |
สิ่งที่ควรทำเมื่อพบอาการแบตเตอรี่เสื่อม
การปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องเมื่อพบสัญญาณเตือนเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น
- หยุดใช้งานทันที: โดยเฉพาะเมื่อพบอาการทางกายภาพ เช่น บวม ร้อนจัด มีกลิ่นไหม้ มีเสียงผิดปกติ หรือมีรอยแตก อย่าพยายามฝืนใช้งานต่อโดยเด็ดขาด
- แยกแบตเตอรี่ออกจากที่ชาร์จและตัวรถ: หากสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ให้ถอดแบตเตอรี่ออกจากแท่นชาร์จหรือตัวรถ แล้วนำไปเก็บไว้ในที่แห้ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก และห่างจากวัตถุไวไฟ
- ห้ามแกะหรือซ่อมเอง: อย่าพยายามแกะก้อนแบตเตอรี่เพื่อเปลี่ยนเซลล์ด้วยตนเอง หรือใช้เครื่องชาร์จที่ไม่ตรงรุ่น เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดอันตราย
- ตรวจสอบระบบที่เกี่ยวข้อง: ปัญหาบางอย่างอาจไม่ได้มาจากตัวแบตเตอรี่โดยตรง แต่อาจเกิดจากเครื่องชาร์จ, ขั้วต่อ, สายไฟ หรือระบบ BMS ที่ผิดปกติ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบทั้งระบบ
- ปรึกษาศูนย์บริการที่น่าเชื่อถือ: นำยานพาหนะและแบตเตอรี่ไปให้ศูนย์บริการหรือช่างที่มีความรู้ความสามารถด้านแบตเตอรี่ลิเธียมโดยตรง เพื่อทำการตรวจวัดค่าต่าง ๆ เช่น ความจุจริง, แรงดัน, ความสมดุลของเซลล์ และตรวจสอบประวัติข้อผิดพลาดจากระบบ BMS
การลงทุนกับแบตเตอรี่คุณภาพและการติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญที่ GIANT Shopping Mall คือการลงทุนเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาว
เลือกความมั่นใจ เลือกแบตเตอรี่คุณภาพ
การเลือกแบตเตอรี่ลูกใหม่มีความสำคัญไม่แพ้การวินิจฉัยปัญหา แบตเตอรี่คุณภาพต่ำอาจมีราคาถูกกว่า แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงและอายุการใช้งานที่สั้นกว่า
| คุณสมบัติ | แบตเตอรี่แท้ตรงรุ่น (จากศูนย์บริการ) | แบตเตอรี่เทียบเท่า/มือสอง (จากร้านทั่วไป) |
|---|---|---|
| ประสิทธิภาพ | เต็มประสิทธิภาพตามสเปกโรงงาน จ่ายไฟเสถียร ระยะทางไกล | ไม่แน่นอน อาจมีประสิทธิภาพต่ำกว่าสเปกจริง หรือจ่ายไฟไม่คงที่ |
| อายุการใช้งาน | ยาวนานตามมาตรฐาน มีจำนวนรอบชาร์จสูง (Cycle Life) | สั้นกว่าอย่างเห็นได้ชัด เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ |
| ความปลอดภัย | สูง ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย มีระบบป้องกันครบถ้วน | เสี่ยงสูง อาจไม่มีระบบป้องกันที่ได้มาตรฐาน เสี่ยงต่อการลัดวงจร |
| ความเข้ากันได้ | ทำงานร่วมกับระบบ BMS และมอเตอร์ของรถได้อย่างสมบูรณ์ | อาจสื่อสารกับระบบ BMS ของรถได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้แสดงผลผิดพลาด |
| การรับประกัน | มีการรับประกันจากผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายที่ชัดเจน | ส่วนใหญไม่มีการรับประกัน หรือรับประกันในระยะเวลาสั้นมาก |
สรุปและแนวทางการแก้ไขที่ดีที่สุดจากผู้เชี่ยวชาญ
การสังเกต 5 สัญญาณเตือนแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าเสื่อม คือทักษะพื้นฐานที่ผู้ใช้งานทุกคนต้องมี ไม่ว่าจะเป็นระยะทางที่ลดลง, การชาร์จที่ผิดปกติ, กำลังมอเตอร์ตก, การแสดงผลที่ไม่เสถียร, หรือที่สำคัญที่สุดคือสภาพภายนอกที่ผิดปกติ การเพิกเฉยต่อสัญญาณเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ยานพาหนะคู่ใจมีประสิทธิภาพลดลง แต่ยังนำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายที่อาจบานปลายในอนาคต
ทางออกที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดคือการนำยานพาหนะของท่านเข้ารับการตรวจเช็กกับผู้เชี่ยวชาญที่มีความน่าเชื่อถือ ที่ GIANT Shopping Mall เรามีทีมช่างเทคนิคที่มีประสบการณ์ พร้อมด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ที่ทันสมัย สามารถตรวจสอบและวินิจฉัยปัญหาได้อย่างแม่นยำ พร้อมให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่แท้ตรงรุ่น คุณภาพสูง มีการรับประกันที่ชัดเจน เพื่อคืนประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุดให้กับจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, และ E-bike ทุกคัน
อย่ารอให้ปัญหาเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่ ลงทุนกับความปลอดภัยและความสบายใจตั้งแต่วันนี้ ที่ GIANT Shopping Mall พร้อมดูแลยานพาหนะของคุณด้วยบริการระดับมืออาชีพ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลรักษาหรือต้องการนำรถเข้าตรวจเช็กสภาพแบตเตอรี่ สามารถติดต่อได้ที่:
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- LINE: LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
(ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด: 3 ตุลาคม 2569)
