วิธีถนอมแบตเตอรี่ e-Bike ให้ใช้ได้นาน ไม่เสื่อมไว ไม่บวม
- ความสำคัญของการดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า
- เคล็ดลับสำคัญในการยืดอายุแบตเตอรี่
- แนวทางการชาร์จที่ถูกต้องเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
- วิธีป้องกันแบตเตอรี่บวมและความร้อนสะสม: เลือกคุณภาพเพื่อความปลอดภัย
- การดูแลรักษาเมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน
- เทคนิคการขับขี่เพื่อลดภาระของแบตเตอรี่
- การตรวจสอบและบำรุงรักษาทั่วไป
- สรุปแนวทางการดูแลแบตเตอรี่ในสถานการณ์ต่างๆ
- เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าคุณภาพ พร้อมบริการครบวงจร
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนคือหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนจักรยานไฟฟ้า (e-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า การเรียนรู้วิธีถนอมแบตเตอรี่ e-Bike ให้ใช้ได้นาน ไม่เสื่อมไว ไม่บวม จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้งานทุกคน เพราะการดูแลที่ถูกวิธีไม่เพียงแต่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้ยาวนานที่สุด แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการขับขี่ ความปลอดภัย และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ในระยะยาวอีกด้วย
ความสำคัญของการดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า

ปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควรเป็นเรื่องที่ผู้ใช้จักรยานไฟฟ้าหลายคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นอาการแบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ, กำลังส่งมอเตอร์ลดลง, หรือร้ายแรงที่สุดคืออาการแบตเตอรี่บวม ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายและอาจนำไปสู่ความเสียหายรุนแรงได้ ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากพฤติกรรมการใช้งานและการชาร์จที่ไม่ถูกต้อง เช่น การปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงบ่อยครั้ง การชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน หรือการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป การเข้าใจถึงปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุของเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการรักษาสมรรถนะของยานพาหนะคู่ใจให้คงอยู่ยาวนานที่สุด การลงทุนเวลาในการดูแลรักษาแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีนั้นคุ้มค่ากว่าการเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ และยังมั่นใจได้ว่าการเดินทางทุกครั้งจะราบรื่นและปลอดภัย
เคล็ดลับสำคัญในการยืดอายุแบตเตอรี่
เพื่อรักษาสภาพแบตเตอรี่ e-Bike ให้ดีที่สุด ควรปฏิบัติตามแนวทางหลักๆ ดังต่อไปนี้ ซึ่งเป็นหัวใจของการดูแลรักษาที่ผู้ใช้ทุกคนสามารถทำได้
- หลีกเลี่ยงการคายประจุจนหมด (Deep Discharge): ไม่ควรปล่อยให้ระดับแบตเตอรี่ลดลงต่ำกว่า 10-20% บ่อยครั้ง เพราะจะสร้างความเครียดให้กับเซลล์แบตเตอรี่และเร่งการเสื่อมสภาพ
- ควบคุมระดับการชาร์จ: สำหรับการใช้งานทั่วไป ควรรักษาระดับประจุให้อยู่ในช่วง 20-80% ซึ่งเป็นช่วงที่เซลล์ลิเธียมไอออนทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพและมีอายุยาวนานที่สุด
- จัดการอุณหภูมิ: หลีกเลี่ยงการจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน หรือชาร์จแบตเตอรี่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูงจัดหรือต่ำจัด ความร้อนคือศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายแบตเตอรี่ได้รวดเร็วที่สุด
- ใช้อุปกรณ์ชาร์จที่เหมาะสม: ควรใช้ที่ชาร์จและสายชาร์จที่มาพร้อมกับตัวรถหรือรุ่นที่ผู้ผลิตแนะนำเท่านั้น เพื่อให้แน่ใจว่าแรงดันไฟฟ้าและระบบตัดไฟทำงานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
- สังเกตอาการผิดปกติ: หากพบว่าแบตเตอรี่มีอาการบวม, ร้อนผิดปกติ, มีกลิ่นไหม้ หรือมีของเหลวรั่วซึม ให้หยุดใช้งานและหยุดชาร์จทันที และนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
แนวทางการชาร์จที่ถูกต้องเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
พฤติกรรมการชาร์จเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่โดยตรง การปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้องจะช่วยรักษาประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ไว้ได้นานหลายปี
ใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ได้มาตรฐาน
สิ่งแรกและสำคัญที่สุดคือการเลือกใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ถูกต้อง ควรใช้ที่ชาร์จ (Adapter) และสายชาร์จที่มาจากผู้ผลิตโดยตรงหรือเป็นรุ่นที่ได้รับการรับรองสำหรับ e-Bike รุ่นนั้นๆ การใช้อุปกรณ์ราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีแรงดันไฟฟ้าที่ไม่เหมาะสมหรือไม่มีระบบป้องกันความปลอดภัยที่เพียงพอ เช่น ระบบตัดไฟเมื่อชาร์จเต็ม ซึ่งอาจทำให้เกิดการชาร์จเกิน (Overcharging) สร้างความร้อนสูง และนำไปสู่ความเสียหายถาวรต่อเซลล์แบตเตอรี่หรือแม้กระทั่งการลัดวงจรได้
ช่วงเวลาและระดับการชาร์จที่เหมาะสมที่สุด
หลักการ “20-80%” เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางในการถนอมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน:
- เริ่มชาร์จเมื่อแบตเตอรี่เหลือประมาณ 20-30%: แทนที่จะรอให้แบตเตอรี่หมดจนเครื่องดับ การเริ่มชาร์จในช่วงนี้จะช่วยลดความเครียดของเซลล์แบตเตอรี่ได้อย่างมาก
- ไม่จำเป็นต้องชาร์จเต็ม 100% ทุกครั้ง: หากใช้งานในชีวิตประจำวัน การชาร์จถึงระดับ 80-90% ก็เพียงพอแล้ว และจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ดีกว่าการชาร์จเต็ม 100% เป็นประจำ
- ชาร์จเต็ม 100% เมื่อจำเป็น: หากมีแผนต้องเดินทางไกล สามารถชาร์จให้เต็ม 100% ได้ แต่ควรเริ่มใช้งานหลังจากชาร์จเต็มไม่นาน ไม่ควรเก็บแบตเตอรี่ที่ระดับประจุ 100% ไว้นานหลายวัน
- หลีกเลี่ยงการเสียบชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน: แม้ว่าที่ชาร์จสมัยใหม่จะมีระบบตัดไฟ แต่การเสียบคาไว้เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความร้อนสะสมและยังคงมีความเสี่ยงอยู่ การถอดปลั๊กเมื่อแบตเตอรี่เต็มจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
ข้อควรระวังระหว่างการชาร์จ
เพื่อให้การชาร์จปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้
- พักแบตเตอรี่ให้เย็นลงก่อนชาร์จ: หลังจากขับขี่มาอย่างหนักหรือจอดกลางแดด ควรพักรถไว้ในที่ร่มประมาณ 15-30 นาที เพื่อให้อุณหภูมิของแบตเตอรี่ลดลงสู่ระดับปกติก่อนทำการชาร์จ
- เลือกสถานที่ชาร์จที่เหมาะสม: ควรชาร์จในที่ร่ม แห้ง และมีอากาศถ่ายเทสะดวก เช่น ภายในบ้านหรืออาคาร หลีกเลี่ยงการชาร์จในที่ที่โดนแดดโดยตรง ในรถยนต์ที่ปิดสนิท หรือใกล้กับวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย
- ปิดระบบมอเตอร์ก่อนชาร์จเสมอ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปิดสวิตช์ของจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแล้วก่อนที่จะเสียบสายชาร์จ
วิธีป้องกันแบตเตอรี่บวมและความร้อนสะสม: เลือกคุณภาพเพื่อความปลอดภัย
แบตเตอรี่บวมเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่าเซลล์ภายในเกิดความเสียหายและมีการสร้างแก๊สขึ้น ซึ่งมักมีสาเหตุหลักมาจากความร้อน การชาร์จที่ผิดปกติ หรือความเสียหายทางกายภาพ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ เช่น ไม่จอดรถตากแดดจัด ไม่ชาร์จแบตเตอรี่ขณะที่ยังร้อน และป้องกันการตกกระแทกรุนแรง อย่างไรก็ตาม การป้องกันเหล่านี้อาจไม่เพียงพอหากคุณภาพของแบตเตอรี่และระบบจัดการพลังงานของตัวรถไม่ได้มาตรฐานตั้งแต่แรก
ในขณะที่เคล็ดลับการดูแลเป็นสิ่งสำคัญ คุณภาพเริ่มต้นของส่วนประกอบต่างๆ คือปัจจัยที่กำหนดความปลอดภัยและความทนทานในระยะยาวอย่างแท้จริง E-bike ที่มีจำหน่ายที่ GIANT Shopping Mall ได้รับการคัดสรรและออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดเป็นอันดับแรก แต่ละรุ่นมาพร้อมกับระบบจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System – BMS) อัจฉริยะ ที่ทำหน้าที่มากกว่าแค่การตัดไฟเมื่อชาร์จเต็ม ระบบ BMS ขั้นสูงจะคอยตรวจสอบอุณหภูมิของเซลล์แบตเตอรี่แต่ละเซลล์, ปรับสมดุลแรงดันไฟฟ้า (Cell Balancing), และป้องกันการจ่ายกระแสไฟเกินกำลัง ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยลดความเสี่ยงของความร้อนสะสมอันเป็นสาเหตุหลักของแบตเตอรี่บวมได้อย่างมีนัยสำคัญ เซลล์แบตเตอรี่ที่ใช้เป็นเกรดพรีเมียมจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ ทำให้มีความเสถียรและทนทานต่อสภาวะการใช้งานที่หลากหลายได้ดีกว่าแบตเตอรี่ทั่วไปที่มักพบในสินค้าราคาถูก การลงทุนในจักรยานไฟฟ้าคุณภาพจาก GIANT Shopping Mall จึงไม่ใช่แค่การซื้อยานพาหนะ แต่เป็นการลงทุนในความปลอดภัยและความอุ่นใจในการใช้งานระยะยาว
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้าที่ GIANT Shopping Mall | จักรยานไฟฟ้าทั่วไปราคาถูก |
|---|---|---|
| ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) | BMS อัจฉริยะขั้นสูง | BMS พื้นฐาน หรือไม่มี |
| การตรวจสอบอุณหภูมิ | ตรวจสอบอุณหภูมิแบบ Real-time และตัดการทำงานเมื่อร้อนเกินไป | มีการป้องกันความร้อนจำกัด หรือไม่มีเลย |
| การปรับสมดุลเซลล์ (Cell Balancing) | มีระบบปรับสมดุลอัตโนมัติ เพื่อยืดอายุการใช้งาน | ส่วนใหญ่ไม่มี ทำให้เซลล์เสื่อมไม่เท่ากัน |
| คุณภาพเซลล์แบตเตอรี่ | เซลล์ลิเธียมเกรดพรีเมียมจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ | เซลล์คุณภาพไม่แน่นอน หรือไม่ระบุแหล่งที่มา |
| ความเสี่ยงแบตเตอรี่บวม | ต่ำมาก เนื่องจากมีระบบป้องกันหลายชั้น | สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ |
การดูแลรักษาเมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน
หากมีความจำเป็นต้องเก็บจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไว้โดยไม่ได้ใช้งานเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน การจัดเก็บที่ไม่ถูกวิธีอาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพอย่างถาวรได้
ระดับแบตเตอรี่ที่เหมาะสมสำหรับการจัดเก็บ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 100% หรือปล่อยให้หมดเกลี้ยง 0% ก่อนนำไปเก็บ ซึ่งทั้งสองวิธีเป็นอันตรายต่อแบตเตอรี่อย่างยิ่ง วิธีที่ถูกต้องคือควรรักษาระดับประจุของแบตเตอรี่ไว้ที่ประมาณ 40-60% ซึ่งเป็นระดับที่เซลล์ลิเธียมไอออนมีความเสถียรทางเคมีสูงสุด และมีการคายประจุเองในอัตราที่ต่ำ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ทุกๆ 1-2 เดือน และทำการชาร์จเพื่อรักษาระดับให้อยู่ในช่วงดังกล่าวเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่คายประจุจนหมดระหว่างการจัดเก็บ
สภาพแวดล้อมในการจัดเก็บ
สภาพแวดล้อมที่จัดเก็บก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน:
- อุณหภูมิ: ควรเก็บแบตเตอรี่ในที่ที่มีอุณหภูมิคงที่ ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป อุณหภูมิห้องที่เย็นสบาย (ประมาณ 15-25 องศาเซลเซียส) ถือว่าเหมาะสมที่สุด
- ความชื้น: เก็บในที่แห้งและพ้นจากความชื้นหรือการควบแน่นของไอน้ำ
- การจัดวาง: หากเป็นไปได้ ควรถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวรถและเก็บไว้แยกต่างหากในที่ปลอดภัย พ้นจากแสงแดดโดยตรง และห่างจากวัตถุไวไฟหรือวัตถุที่เป็นโลหะที่อาจทำให้ขั้วไฟฟ้าลัดวงจรได้
เทคนิคการขับขี่เพื่อลดภาระของแบตเตอรี่
ลักษณะการขับขี่มีผลอย่างมากต่อการใช้พลังงานและสุขภาพของแบตเตอรี่ การขับขี่อย่างชาญฉลาดจะช่วยลดความเครียดของแบตเตอรี่และเพิ่มระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- เลือกใช้โหมดช่วยปั่นที่เหมาะสม: การใช้โหมด Eco หรือระดับการช่วยปั่นต่ำเป็นประจำจะช่วยประหยัดพลังงานได้อย่างมาก ควรใช้โหมด Turbo หรือโหมดกำลังสูงสุดเมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น เช่น ขณะขึ้นทางลาดชัน
- ออกแรงปั่นช่วย: การออกแรงปั่นอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงออกตัวและขึ้นเนิน จะช่วยลดภาระของมอเตอร์และแบตเตอรี่ได้อย่างมหาศาล
- หลีกเลี่ยงการเร่งและเบรกกะทันหัน: การขับขี่ที่นุ่มนวล การค่อยๆ เพิ่มความเร็ว และการวางแผนชะลอความเร็วล่วงหน้า จะใช้พลังงานน้อยกว่าการเร่งเต็มกำลังและเบรกอย่างรุนแรงซ้ำๆ
- ดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพดี: ตรวจสอบแรงดันลมยางเป็นประจำ เพราะยางที่อ่อนเกินไปจะสร้างแรงต้านทานการหมุนที่สูงขึ้น ทำให้มอเตอร์ต้องทำงานหนักขึ้นและสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น รวมถึงการดูแลระบบเบรกและโซ่ให้ทำงานได้อย่างราบรื่น
การตรวจสอบและบำรุงรักษาทั่วไป
นอกจากการชาร์จและการขับขี่แล้ว การตรวจสอบสภาพภายนอกของแบตเตอรี่เป็นประจำก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
การทำความสะอาดขั้วต่อและตัวแบตเตอรี่
ควรใช้ผ้าแห้งและสะอาดเช็ดทำความสะอาดตัวเรือนแบตเตอรี่และบริเวณขั้วต่อไฟฟ้าเป็นประจำ เพื่อกำจัดฝุ่น โคลน หรือความชื้นที่อาจสะสมอยู่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าขั้วต่อแห้งสนิทและไม่มีสิ่งสกปรกอุดตันก่อนที่จะใส่แบตเตอรี่กลับเข้าที่ตัวรถ ข้อสำคัญคือห้ามใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดโดยตรงไปที่แบตเตอรี่หรือช่องเสียบแบตเตอรี่โดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้น้ำเข้าไปภายในและสร้างความเสียหายแก่วงจรอิเล็กทรอนิกส์ได้
สัญญาณอันตรายที่ต้องหยุดใช้งานทันที
ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรก หากสังเกตเห็นอาการผิดปกติใดๆ ต่อไปนี้กับแบตเตอรี่ ให้หยุดใช้งานและหยุดชาร์จทันที และนำแบตเตอรี่ไปยังที่ปลอดภัยซึ่งห่างจากวัสดุติดไฟ
- แบตเตอรี่บวมหรือเสียรูป: ตัวเรือนแบตเตอรี่มีลักษณะพอง บวม หรือเปลี่ยนรูปร่างไปจากเดิม
- ความร้อนสูงผิดปกติ: แบตเตอรี่ร้อนจัดขณะใช้งานหรือชาร์จจนไม่สามารถสัมผัสได้
- กลิ่นหรือควัน: ได้กลิ่นสารเคมีฉุน กลิ่นไหม้ หรือมีควันออกมาจากแบตเตอรี่
- การรั่วซึม: พบของเหลวหรือคราบสารเคมีรั่วซึมออกมาจากตัวแบตเตอรี่
- ความเสียหายทางกายภาพ: มีรอยแตกร้าว รอยบุบขนาดใหญ่ หรือรอยไหม้บนตัวเรือนแบตเตอรี่
หากพบอาการเหล่านี้ ห้ามพยายามซ่อมแซมด้วยตนเอง ห้ามนำกลับไปชาร์จใหม่ และห้ามทิ้งรวมกับขยะทั่วไปโดยเด็ดขาด ควรติดต่อศูนย์บริการหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำในการจัดการที่ถูกต้องและปลอดภัย
สรุปแนวทางการดูแลแบตเตอรี่ในสถานการณ์ต่างๆ
เพื่อความสะดวกในการจดจำและนำไปปฏิบัติ ตารางด้านล่างนี้สรุปแนวทางการดูแลรักษาแบตเตอรี่ในสถานการณ์ต่างๆ ที่ผู้ใช้งานพบบ่อย
| สถานการณ์ | แนวทางปฏิบัติที่แนะนำ |
|---|---|
| การใช้งานประจำวัน | รักษาระดับแบตเตอรี่ให้อยู่ในช่วง 20-80% และหลีกเลี่ยงการปล่อยให้ต่ำกว่า 20% บ่อยๆ |
| หลังขับขี่หนักหรือในอากาศร้อน | พักแบตเตอรี่ให้เย็นลงอย่างน้อย 15-30 นาทีก่อนทำการชาร์จ |
| การชาร์จแบตเตอรี่ | ใช้ที่ชาร์จตรงรุ่น ชาร์จในที่ร่ม แห้ง และอากาศถ่ายเท ไม่เสียบทิ้งไว้ข้ามคืน |
| ไม่ได้ใช้งานนานหลายสัปดาห์ | เก็บแบตเตอรี่ที่ระดับประจุประมาณ 40-60% ในที่แห้งและอุณหภูมิคงที่ |
| เมื่อพบอาการผิดปกติ | หยุดใช้งานและหยุดชาร์จทันที แยกแบตเตอรี่ไว้ในที่ปลอดภัย และติดต่อศูนย์บริการ |
การดูแลแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำ ไม่เพียงแต่ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานและคุ้มค่าที่สุด แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในการเดินทางทุกครั้ง
เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าคุณภาพ พร้อมบริการครบวงจร
การเริ่มต้นด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพคือการป้องกันปัญหาที่ดีที่สุด GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย พร้อมการันตีคุณภาพและความปลอดภัยในทุกชิ้นส่วน โดยเฉพาะระบบแบตเตอรี่ที่ได้มาตรฐาน พร้อมบริการหลังการขายที่ครบวงจรเพื่อให้คำปรึกษาและดูแลรักษายานพาหนะของคุณอย่างมืออาชีพ
สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าและมั่นใจได้ในความปลอดภัย เลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณได้แล้ววันนี้ที่ GIANT Shopping Mall
- ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: คลิกที่นี่
- FACEBOOK PAGE: giantshoppingmall
- LINE: @giantshopping
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
