กฎหมาย e-Bike ไทย 2026 ขี่บนถนนได้ไหม ต้องมีใบขับขี่หรือไม่
- ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับกฎหมาย e-Bike
- ทำความเข้าใจกฎหมาย e-Bike ไทยฉบับล่าสุดปี 2026
- ไขข้อข้องใจ: จักรยานไฟฟ้า (e-Bike) แบบไหนที่ไม่ต้องมีใบขับขี่
- เกณฑ์ชี้วัด: เมื่อไหร่ที่ e-Bike กลายเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า”
- พื้นที่สีเทา: ความเสี่ยงของ e-Bike ที่ไม่เข้าเกณฑ์และจดทะเบียนไม่ได้
- ข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ e-Bike ในปี 2026
- สรุปและเลือกซื้อ e-Bike ที่ใช่และถูกกฎหมายกับ GIANT Shopping Mall
ท่ามกลางกระแสนิยมยานพาหนะไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำถามเกี่ยวกับ กฎหมาย e-Bike ไทย 2026 ขี่บนถนนได้ไหม ต้องมีใบขับขี่หรือไม่ กลายเป็นข้อสงสัยสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การทำความเข้าใจข้อบังคับที่ถูกต้องไม่เพียงช่วยให้ใช้งานได้อย่างสบายใจ แต่ยังป้องกันความเสี่ยงจากบทลงโทษทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับกฎหมาย e-Bike

- จักรยานไฟฟ้า (e-Bike) ที่มีกำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250 วัตต์ และทำความเร็วสูงสุดไม่เกิน 25 กม./ชม. ถูกจัดอยู่ในประเภท “จักรยาน” จึงไม่ต้องจดทะเบียนและไม่ต้องมีใบขับขี่
- ยานพาหนะไฟฟ้าที่มีกำลังมอเตอร์หรือความเร็วเกินเกณฑ์ที่กำหนด จะถูกพิจารณาเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ซึ่งจำเป็นต้องผ่านการรับรองและจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก รวมถึงผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์
- การนำ e-Bike ที่มีคุณสมบัติเกินเกณฑ์แต่ไม่สามารถจดทะเบียนได้ (รถในพื้นที่สีเทา) มาใช้งานบนถนนสาธารณะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและมีโทษปรับ
- การเลือกซื้อ e-Bike จากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถืออย่าง GIANT Shopping Mall ช่วยให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของกฎหมายและปลอดภัยต่อการใช้งาน
- ผู้ขับขี่ e-Bike ทุกประเภทควรปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เช่น ขับขี่ชิดขอบทางด้านซ้าย สวมหมวกนิรภัย และห้ามขับขี่บนทางเท้า เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมใช้ทาง
ความสับสนเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของจักรยานไฟฟ้า หรือ e-Bike ในประเทศไทยยังคงเป็นปัญหาที่หลายคนเผชิญ โดยเฉพาะเมื่อตลาดมียานพาหนะไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบวางจำหน่าย ตั้งแต่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปจนถึงจักรยานติดมอเตอร์ การขาดความชัดเจนทำให้ผู้ใช้จำนวนมากไม่แน่ใจว่า e-Bike ของตนสามารถขี่บนถนนสาธารณะได้หรือไม่ ต้องมีใบขับขี่หรือจดทะเบียนป้ายภาษีเหมือนรถจักรยานยนต์หรือไม่ ปัญหาเหล่านี้สร้างความกังวลและอาจนำไปสู่การกระทำผิดกฎหมายโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดคือการเลือกซื้อจากแหล่งที่ให้ข้อมูลถูกต้องและจำหน่ายสินค้าที่ได้มาตรฐานตามกฎหมายกำหนด เช่น GIANT Shopping Mall ที่ซึ่งคัดสรรแต่ e-Bike ที่พร้อมใช้งานได้อย่างไร้กังวล
ทำความเข้าใจกฎหมาย e-Bike ไทยฉบับล่าสุดปี 2026
ในปี 2026 แนวโน้มการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล (Personal Electric Vehicle) มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด อันเนื่องมาจากราคาพลังงานเชื้อเพลิงที่ผันผวนและความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น ทำให้ e-Bike กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับการเดินทางในระยะใกล้ถึงปานกลาง อย่างไรก็ตาม การใช้งานที่แพร่หลายจำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายเพื่อความเป็นระเบียบและความปลอดภัยบนท้องถนน
ทำไมกฎหมาย e-Bike จึงสำคัญในปี 2026
ความสำคัญของกฎหมาย e-Bike ในปัจจุบันมีรากฐานมาจากการแบ่งประเภทของยานพาหนะให้ชัดเจนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งการตีความกฎหมายเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อระบุว่ายานพาหนะไฟฟ้าสองล้อคันใดเป็น “จักรยาน” และคันใดเป็น “รถจักรยานยนต์” เนื่องจากทั้งสองประเภทมีข้อบังคับในการใช้งานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่การจดทะเบียน การทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ไปจนถึงคุณสมบัติของผู้ขับขี่
ใครบ้างที่ได้รับผลกระทบจากข้อกำหนดนี้
กลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากข้อกำหนดกฎหมาย e-Bike มีความหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่:
- ผู้ใช้งานทั่วไป: นักเรียน นักศึกษา และพนักงานออฟฟิศที่ใช้ e-Bike สำหรับเดินทางไปเรียนหรือทำงานในชีวิตประจำวัน
- ผู้ประกอบอาชีพ: เช่น พนักงานส่งอาหาร (Rider) หรือพนักงานส่งของที่ใช้ e-Bike เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ เพื่อความคล่องตัวและประหยัดค่าใช้จ่าย
- ผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการความสะดวก: กลุ่มผู้ที่ใช้ e-Bike สำหรับเดินทางในระยะใกล้ เช่น ไปตลาดหรือทำธุระในชุมชน
- นักท่องเที่ยว: ผู้ที่เช่า e-Bike เพื่อสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
การทำความเข้าใจข้อกฎหมายจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน เพื่อให้สามารถเลือกและใช้งาน e-Bike ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และไม่สร้างปัญหาให้กับผู้ร่วมใช้ทางคนอื่นๆ
ไขข้อข้องใจ: จักรยานไฟฟ้า (e-Bike) แบบไหนที่ไม่ต้องมีใบขับขี่
คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ “จักรยานไฟฟ้าต้องมีใบขับขี่ไหม” คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางเทคนิคของตัวรถเป็นสำคัญ ไม่ใช่ชื่อเรียกทางการค้าเพียงอย่างเดียว กฎหมายได้กำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อแยก “จักรยาน” ออกจาก “รถจักรยานยนต์”
นิยามของ ‘จักรยานไฟฟ้า’ ตามกฎหมาย
ตามแนวทางการพิจารณาของกรมการขนส่งทางบกและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ยานพาหนะสองล้อจะถูกจัดให้เป็น “จักรยาน” หากมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:
- กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า: ต้องมีกำลังขับเคลื่อนไม่เกิน 250 วัตต์
- ความเร็วสูงสุด: ต้องถูกจำกัดให้ทำความเร็วได้ไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ลักษณะการทำงาน: โดยส่วนใหญ่จะมีระบบช่วยปั่น (Pedal Assist System หรือ PAS) ที่มอเตอร์จะทำงานเมื่อมีการออกแรงปั่น และอาจมีคันเร่งสำหรับช่วยออกตัว แต่ความเร็วสุดท้ายยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด
หาก e-Bike ที่ใช้งานมีคุณสมบัติครบถ้วนตามนี้ จะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับจักรยานธรรมดาทั่วไป
ข้อดีของการใช้ e-Bike ที่ถูกจัดเป็นจักรยาน
เมื่อ e-Bike เข้าข่ายเป็นจักรยานตามกฎหมาย ผู้ใช้งานจะได้รับสิทธิประโยชน์และความสะดวกสบายหลายประการ:
- ไม่ต้องมีใบขับขี่: สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านการทดสอบเพื่อขอใบอนุญาตขับขี่
- ไม่ต้องจดทะเบียน: ไม่จำเป็นต้องดำเนินการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก จึงไม่มีป้ายทะเบียน
- ไม่ต้องทำ พ.ร.บ.: ไม่เข้าข่ายที่ต้องทำประกันภัยภาคบังคับสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์
- ไม่ต้องเสียภาษีประจำปี: ไม่มีภาระค่าใช้จ่ายด้านภาษีรถยนต์รายปี
- ใช้งานบนถนนสาธารณะได้: สามารถขี่บนถนนได้ตามกฎจราจรสำหรับจักรยาน เช่น ควรขับขี่ในช่องทางซ้ายสุดหรือในทางจักรยานที่จัดไว้ให้
เกณฑ์ชี้วัด: เมื่อไหร่ที่ e-Bike กลายเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า”
การทำความเข้าใจเส้นแบ่งระหว่างจักรยานไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมีผลผูกพันทางกฎหมายโดยตรง การเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าโดยพิจารณาจากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียวอาจนำไปสู่ปัญหาได้ หากสเปกของรถเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับจักรยาน
สเปกที่ทำให้ e-Bike ต้องจดทะเบียน
ยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อจะถูกจัดประเภทเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” และต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น เมื่อมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อดังนี้:
- กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า: มีกำลังสูงกว่า 250 วัตต์ขึ้นไป ซึ่งทำให้รถมีอัตราเร่งและแรงบิดสูงกว่าจักรยานทั่วไป
- ความเร็วสูงสุด: สามารถทำความเร็วได้เกิน 25 กม./ชม. โดยบางแหล่งข้อมูลอ้างอิงเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบกที่ประมาณ 45 กม./ชม. เป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนขึ้น
- อุปกรณ์ส่วนควบ: มีการติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานของรถจักรยานยนต์ เช่น ไฟหน้า-ไฟท้าย, ไฟเลี้ยว, แตร, กระจกมองข้าง และมาตรวัดความเร็วที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด
หากรถเข้าข่ายดังกล่าว จะต้องผ่านกระบวนการรับรองแบบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องดำเนินการจดทะเบียนเพื่อขอป้ายทะเบียน, ทำ พ.ร.บ. และชำระภาษีประจำปี อีกทั้งผู้ขับขี่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วย
เลือก e-Bike ที่ใช่และไร้กังวลกับ GIANT Shopping Mall
การเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่ถูกต้องตามกฎหมายจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง และที่ GIANT Shopping Mall เราเข้าใจปัญหานี้ดีที่สุด เราจึงคัดสรรเฉพาะ E-bike ที่มีสเปกตรงตามข้อกำหนดของ ‘จักรยานไฟฟ้า’ อย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างสบายใจและถูกกฎหมาย 100%
ผลิตภัณฑ์ของเราถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในเมืองโดยเฉพาะ ด้วยมอเตอร์กำลัง 250 วัตต์ ที่ให้พละกำลังเพียงพอต่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน แต่ยังคงอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย พร้อมระบบ PAS (Pedal Assist System) อัจฉริยะที่ช่วยผ่อนแรง ทำให้การปั่นขึ้นเนินหรือการเดินทางไกลเป็นเรื่องง่ายดาย นอกจากนี้ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนคุณภาพสูงยังให้ระยะทางที่ไกลขึ้นและมีอายุการใช้งานยาวนาน ที่สำคัญที่สุดคือคุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจุกจิกเรื่องการจดทะเบียนหรือภาษีรายปี ทำให้ E-bike จาก GIANT Shopping Mall เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวอย่างแท้จริง
หมดกังวลเรื่องกฎหมาย เลือก E-bike คุณภาพจาก GIANT Shopping Mall ขี่ได้อย่างสบายใจบนทุกเส้นทาง พร้อมรับประกันคุณภาพและบริการหลังการขายที่น่าประทับใจ
| คุณสมบัติ | E-Bike จาก GIANT Shopping Mall (ตามกฎหมายจักรยาน) | E-Bike “พื้นที่สีเทา” | รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า |
|---|---|---|---|
| ใบขับขี่ | ไม่จำเป็น | ไม่เกี่ยวข้อง (รถผิดกฎหมาย) | จำเป็น (ประเภทรถจักรยานยนต์) |
| การจดทะเบียน | ไม่ต้องจดทะเบียน | ไม่สามารถจดทะเบียนได้ | จำเป็นต้องจดทะเบียน |
| พ.ร.บ. / ภาษี | ไม่มี | ไม่มี | จำเป็นต้องมี |
| การใช้งานบนถนน | ถูกกฎหมาย | ผิดกฎหมาย (เสี่ยงถูกปรับ) | ถูกกฎหมาย (เมื่อจดทะเบียนแล้ว) |
| ความสบายใจ | สูงมาก | ไม่มี (มีความเสี่ยง) | สูง (เมื่อทำตามขั้นตอนครบถ้วน) |
พื้นที่สีเทา: ความเสี่ยงของ e-Bike ที่ไม่เข้าเกณฑ์และจดทะเบียนไม่ได้
นอกจากยานพาหนะไฟฟ้าที่ถูกกฎหมายทั้งสองประเภทแล้ว ยังมี e-Bike อีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า “พื้นที่สีเทา” ซึ่งสร้างความสับสนและความเสี่ยงให้กับผู้ซื้อเป็นอย่างมาก การทำความเข้าใจลักษณะและความเสี่ยงของรถกลุ่มนี้จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างถูกต้อง
ลักษณะของ e-Bike ในพื้นที่สีเทา
e-Bike ในกลุ่มนี้มักมีคุณสมบัติก้ำกึ่งระหว่างจักรยานไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ตัวอย่างเช่น:
- มีกำลังมอเตอร์สูงกว่า 250 วัตต์ หรือทำความเร็วได้เกิน 25 กม./ชม.
- แต่ไม่มีอุปกรณ์ส่วนควบที่จำเป็นสำหรับการจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เช่น ไม่มีไฟเลี้ยว หรือไม่มีเอกสารรับรองมาตรฐานจากผู้ผลิต
- ผู้ขายมักโฆษณาว่าเป็น “e-Bike” หรือ “จักรยานไฟฟ้า” แต่สเปกจริงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
รถประเภทนี้ไม่สามารถจัดเป็นจักรยานได้ และในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถนำไปจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์ได้ ทำให้สถานะของมันผิดกฎหมายสำหรับการใช้งานบนทางสาธารณะ
บทลงโทษและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
การนำ e-Bike ที่ไม่สามารถจดทะเบียนได้มาขับขี่บนถนนสาธารณะถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ ซึ่งมีบทลงโทษที่ชัดเจน มีรายงานว่าอาจมีโทษปรับสูงสุดถึง 10,000 บาท นอกจากนี้ การขับขี่บนทางเท้าซึ่งเป็นการใช้พื้นที่ผิดประเภท ก็มีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาทเช่นกัน ที่สำคัญกว่านั้นคือ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ประกันภัยอาจไม่ให้ความคุ้มครอง และผู้ขับขี่จะต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดด้วยตนเอง
ข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ e-Bike ในปี 2026
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายและมั่นใจในความปลอดภัย ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อ e-Bike ทุกครั้ง:
- ตรวจสอบสเปกให้ชัดเจน: สอบถามกำลังวัตต์ของมอเตอร์และความเร็วสูงสุดที่รถทำได้จากผู้ขาย ต้องมั่นใจว่าไม่เกิน 250W และ 25 กม./ชม. หากต้องการใช้ในฐานะจักรยาน
- สอบถามเรื่องเอกสาร: ถามผู้ขายว่ารถรุ่นนั้นมีเอกสารรับรองจากผู้ผลิตหรือไม่ และสามารถนำไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้หรือไม่ หากสเปกเกินเกณฑ์จักรยาน
- เลือกร้านค้าที่น่าเชื่อถือ: การซื้อจากผู้จำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญและมีความรับผิดชอบอย่าง GIANT Shopping Mall จะช่วยคัดกรองผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานและผิดกฎหมายออกไปได้
- พิจารณาการใช้งาน: เลือก e-Bike ที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของตนเอง เช่น รุ่นพับได้สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางต่อด้วยรถสาธารณะ หรือรุ่นที่มีตะกร้าสำหรับจ่ายตลาด
| รุ่น / ประเภท | จุดเด่น | เหมาะกับการใช้งาน | ช่วงราคาโดยประมาณ |
|---|---|---|---|
| City Commuter (รุ่นสำหรับการเดินทางในเมือง) | ดีไซน์คล่องตัว, เบาะนั่งสบาย, มีตะกร้า/ที่วางของ | เดินทางไปทำงาน, ไปเรียน, ใช้งานในชีวิตประจำวัน | ปานกลาง |
| Foldable E-Bike (รุ่นพับได้) | พับเก็บง่าย, ประหยัดพื้นที่, น้ำหนักเบา | ผู้ที่เดินทางต่อด้วยรถไฟฟ้า/รถยนต์, อาศัยในคอนโด | ปานกลางถึงสูง |
| Long-Range (รุ่นวิ่งไกล) | แบตเตอรี่ความจุสูง, วิ่งได้ไกลต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง | การเดินทางระยะไกล, ผู้ที่ใช้งานบ่อยและไม่ต้องการชาร์จทุกวัน | สูง |
สรุปและเลือกซื้อ e-Bike ที่ใช่และถูกกฎหมายกับ GIANT Shopping Mall
โดยสรุปแล้ว คำตอบของคำถามที่ว่า กฎหมาย e-Bike ไทย 2026 ขี่บนถนนได้ไหม ต้องมีใบขับขี่หรือไม่ นั้นขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของตัวรถเป็นหลัก หากเป็น e-Bike ที่มีกำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250W และความเร็วไม่เกิน 25 กม./ชม. ก็สามารถใช้งานได้เหมือนจักรยานทั่วไปโดยไม่ต้องมีใบขับขี่หรือจดทะเบียน แต่หากสเปกเกินกว่านี้ จะต้องปฏิบัติตามกฎของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบถ้วน การหลีกเลี่ยงรถในพื้นที่สีเทาและเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่ไว้ใจได้จึงเป็นหัวใจสำคัญ
ที่ GIANT Shopping Mall เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านยานพาหนะไฟฟ้าที่พร้อมมอบความมั่นใจให้กับการเดินทางของคุณ เราจำหน่ายจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike หลากหลายประเภทที่ผ่านการคัดสรรแล้วว่าถูกต้องตามกฎหมาย มีคุณภาพสูง และตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งาน พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณได้ยานพาหนะที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด
เลือกความสบายใจ เลือกความปลอดภัย เลือก GIANT Shopping Mall
ติดต่อเราเพื่อรับคำแนะนำและเลือกชมสินค้าได้แล้ววันนี้:
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- Line: LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
