AI กันชน: อนาคตระบบเบรกฉุกเฉินใน E-Bike?
เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงที่เคยจำกัดอยู่แค่ในวงการรถยนต์กำลังถูกพัฒนาเพื่อนำมาใช้กับยานพาหนะสองล้อ โดยเฉพาะจักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike แนวคิดของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (Advanced Driver-Assistance Systems – ADAS) ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ซึ่งจะช่วยยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนได้อย่างมีนัยสำคัญ
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- การทำงานร่วมกันของ AI และ V2X: ระบบเบรกฉุกเฉินใน E-Bike ไม่ได้อาศัยแค่เซ็นเซอร์บนตัวรถ แต่ยังใช้การสื่อสารระหว่างยานพาหนะกับทุกสิ่ง (V2X) เพื่อคาดการณ์และป้องกันอุบัติเหตุล่วงหน้า
- ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ซับซ้อน: เทคโนโลยีใหม่นี้ไม่ได้มีแค่การเบรกอัตโนมัติ แต่ยังรวมถึงระบบช่วยทรงตัว ควบคุมการอยู่ในเลน และการรับรู้สภาพแวดล้อมแบบ 360 องศา
- การย่อส่วนเทคโนโลยีจากรถยนต์: แนวคิดหลักของ ADAS เช่น ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) และการเตือนจุดอับสายตา กำลังถูกปรับขนาดและพัฒนาให้เหมาะสมกับการใช้งานใน E-Bike
- เพิ่มความปลอดภัยให้กลุ่มเปราะบาง: เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพสูงในการลดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะกับผู้ใช้งานกลุ่มผู้สูงอายุและนักเรียน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงบนท้องถนน
บทนำสู่เทคโนโลยีความปลอดภัยยุคใหม่
ในยุคที่การเดินทางด้วยยานพาหนะไฟฟ้า (EV) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike ได้กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการเดินทางในเมือง ด้วยความสะดวกสบายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของจำนวน E-Bike บนท้องถนนก็มาพร้อมกับความท้าทายด้านความปลอดภัย อุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับจักรยานไฟฟ้ามักมีความรุนแรงเนื่องจากผู้ขับขี่ไม่มีโครงสร้างป้องกันเหมือนในรถยนต์ ด้วยเหตุนี้ อุตสาหกรรมจึงหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงรุก โดยนำแนวคิดจากระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ในรถยนต์มาประยุกต์ใช้
แนวคิดเรื่อง AI กันชน: อนาคตระบบเบรกฉุกเฉินใน E-Bike? จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายนี้โดยตรง โดยเป็นการผสมผสานระหว่างปัญญาประดิษฐ์ (AI), เซ็นเซอร์ตรวจจับรอบคัน และเทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างยานพาหนะ (V2X) เพื่อสร้างระบบที่สามารถ “มองเห็น” “คาดการณ์” และ “ตอบสนอง” ต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้โดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีนี้ไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการอีกต่อไป แต่กำลังอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาอย่างเข้มข้น และคาดว่าจะกลายเป็นส่วนสำคัญของ E-Bike ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอุบัติเหตุและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ทุกเพศทุกวัย
AI กันชนคืออะไรและทำงานอย่างไร
ระบบ “AI กันชน” หรือระบบป้องกันการชนด้วยปัญญาประดิษฐ์ เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงชุดเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุสำหรับจักรยานไฟฟ้าโดยเฉพาะ หัวใจสำคัญของระบบนี้คือการทำให้ E-Bike มีความสามารถในการรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้คล้ายกับมนุษย์ แต่รวดเร็วและแม่นยำกว่ามาก
นิยามของระบบ AI กันชน
AI กันชน (AI Collision Prevention) หมายถึงการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่บนจักรยานไฟฟ้า เพื่อประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดการชนกับวัตถุอื่น เช่น รถยนต์ คนเดินเท้า หรือจักรยานคันอื่น เมื่อระบบตรวจพบความเสี่ยงในระดับสูง มันจะส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ หรือในกรณีฉุกเฉิน ระบบสามารถสั่งการให้กลไกเบรกทำงานโดยอัตโนมัติ (Automatic Emergency Braking – AEB) เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
แกนหลักการทำงาน: เซ็นเซอร์และการประมวลผล
การทำงานของระบบ AI กันชนต้องอาศัยองค์ประกอบหลักสองส่วนที่ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด:
- ระบบเซ็นเซอร์ (Sensor Suite): E-Bike ที่ติดตั้งเทคโนโลยีนี้จะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์หลายประเภท เช่น กล้อง, เรดาร์ (Radar), และไลดาร์ (LiDAR) เพื่อรวบรวมข้อมูลสภาพแวดล้อมรอบตัวแบบ 360 องศา ทำให้ระบบสามารถ “มองเห็น” วัตถุต่างๆ ที่อยู่รอบจักรยานได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้า ด้านหลัง หรือในจุดอับสายตา
- หน่วยประมวลผล AI (AI Processing Unit): ข้อมูลมหาศาลที่ถูกส่งมาจากเซ็นเซอร์จะถูกนำมาประมวลผลโดยซอฟต์แวร์ AI ที่ซับซ้อน ปัญญาประดิษฐ์จะทำการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อจำแนกประเภทของวัตถุ คำนวณความเร็วและทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุเหล่านั้น และคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทะ หากการคำนวณชี้ว่ามีความเสี่ยงสูง ระบบจะเข้าควบคุมการเบรกทันที
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนคือการพัฒนา E-Bike ที่มีระบบ AI ช่วยรักษาสมดุลและช่วยผู้ขับขี่ เช่น โมเดลต้นแบบอย่าง Weel EV-B ที่ใช้เซ็นเซอร์และมอเตอร์ไฟฟ้าในการช่วยเบรกและควบคุมทิศทาง ทำให้การขับขี่ปลอดภัยและมั่นคงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์คับขัน
เทคโนโลยี V2X: เครือข่ายความปลอดภัยที่มองไม่เห็น
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอุบัติเหตุให้สูงสุด เทคโนโลยี AI กันชนไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรับรู้จากเซ็นเซอร์บนตัว E-Bike เท่านั้น แต่ยังขยายขีดความสามารถผ่านการสื่อสารระหว่างยานพาหนะกับทุกสิ่ง หรือ V2X (Vehicle-to-Everything)
เทคโนโลยี V2X ทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครือข่ายความปลอดภัยที่มองไม่เห็นบนท้องถนน ช่วยให้ยานพาหนะสามารถ “พูดคุย” และแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญระหว่างกันได้แบบเรียลไทม์
บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Bosch ได้ทำการวิจัยและพัฒนาระบบ V2X ที่เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างรถยนต์, จักรยานไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานของถนน (เช่น สัญญาณไฟจราจร) ยกตัวอย่างสถานการณ์จำลอง: หากมี E-Bike กำลังจะขี่ออกมาจากซอยด้านข้างซึ่งเป็นจุดอับที่ผู้ขับขี่รถยนต์มองไม่เห็น ระบบ V2X บน E-Bike จะส่งสัญญาณตำแหน่งและความเร็วของตนเองไปยังรถยนต์ที่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้ รถยนต์ที่ได้รับสัญญาณจะประมวลผลและพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดการชน ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติของรถยนต์จะทำงานทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ แม้ว่าผู้ขับขี่จะยังไม่ทันเห็นจักรยานก็ตาม การทำงานร่วมกันเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ V2X ในการลดอุบัติเหตุได้อย่างก้าวกระโดด และเป็นอนาคตที่สำคัญของความปลอดภัยในการจราจรโดยรวม
| คุณสมบัติ | E-Bike ระบบความปลอดภัยดั้งเดิม | E-Bike พร้อมระบบ AI กันชน |
|---|---|---|
| การเบรก | ผู้ขับขี่ควบคุมด้วยตนเองทั้งหมด | ผู้ขับขี่ควบคุมเป็นหลัก พร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) เมื่อตรวจพบความเสี่ยง |
| การตรวจจับอันตราย | อาศัยการมองเห็นและประสบการณ์ของผู้ขับขี่ | ใช้เซ็นเซอร์รอบคัน (กล้อง, เรดาร์) และ AI วิเคราะห์สภาพแวดล้อม 360 องศา |
| การเตือนภัย | ไม่มีระบบเตือนภัยเชิงรุก | มีระบบเตือนการชน, เตือนจุดอับสายตา และเตือนเมื่อออกจากเลน |
| การเชื่อมต่อ | อาจมีการเชื่อมต่อ Bluetooth พื้นฐานกับสมาร์ทโฟน | ใช้เทคโนโลยี V2X เพื่อสื่อสารกับยานพาหนะอื่นและโครงสร้างพื้นฐาน |
| การช่วยเหลือผู้ขับขี่ | ไม่มี | มีระบบช่วยทรงตัวอัตโนมัติและช่วยควบคุมให้อยู่ในเลน |
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ADAS ในจักรยานไฟฟ้า
การนำระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) จากรถยนต์มาย่อส่วนและปรับใช้กับจักรยานไฟฟ้า ถือเป็นความท้าทายทางวิศวกรรม แต่ก็เป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งานสองล้อ เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้ทั้งหมดในคราวเดียว แต่จะค่อยๆ ถูกผนวกรวมเข้ามาเป็นฟังก์ชันต่างๆ ที่ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ หรือ AEB ถือเป็นฟังก์ชันเรือธงของเทคโนโลยี AI กันชนสำหรับ E-Bike หลักการทำงานของมันคือการใช้ AI ประเมินข้อมูลจากเซ็นเซอร์ด้านหน้า เพื่อคำนวณระยะห่างและความเร็วสัมพัทธ์ระหว่าง E-Bike กับวัตถุด้านหน้า หากระบบตรวจพบว่ากำลังจะเกิดการชนและผู้ขับขี่ยังไม่ตอบสนอง (เช่น ไม่มีการเบรกหรือหักหลบ) ระบบจะเข้าควบคุมและสั่งการให้มอเตอร์และระบบเบรกทำงานโดยอัตโนมัติ เป้าหมายหลักคือเพื่อหลีกเลี่ยงการชน หรือหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็จะช่วยลดความเร็วลงให้มากที่สุดเพื่อลดความรุนแรงของผลกระทบ
ความท้าทายในการพัฒนาระบบนี้สำหรับ E-Bike คือการทำให้ระบบเบรกทำงานได้อย่างนุ่มนวลและไม่เสียการทรงตัว การเบรกอย่างรุนแรงและกะทันหันอาจทำให้ผู้ขับขี่ตกจากรถได้ ดังนั้น วิศวกรจึงต้องออกแบบอัลกอริทึมที่สามารถปรับแรงเบรกให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพถนนในขณะนั้น
ระบบช่วยทรงตัวและควบคุมเลน
นอกจากการป้องกันการชนจากด้านหน้าแล้ว เทคโนโลยี AI ยังสามารถช่วยเพิ่มความเสถียรในการขับขี่ได้อีกด้วย โดยเฉพาะ E-Bike บางรุ่นที่ถูกออกแบบมาให้มีระบบช่วยทรงตัวอัจฉริยะ ระบบนี้จะใช้ไจโรสโคปและเซ็นเซอร์วัดความเร่ง ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อปรับสมดุลของตัวรถโดยอัตโนมัติ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งในขณะที่ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำหรือเมื่อต้องหยุดรถกะทันหัน ช่วยลดโอกาสที่รถจะล้ม
นอกจากนี้ ระบบยังสามารถพัฒนาไปสู่การช่วยควบคุมให้อยู่ในเลน (Lane Keeping Assist) โดยใช้กล้องในการตรวจจับเส้นแบ่งเลนบนถนน หากระบบพบว่าผู้ขับขี่กำลังเบี่ยงออกจากเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ อาจมีการส่งสัญญาณเตือนแบบสั่นที่แฮนด์ หรือในบางกรณีอาจมีการปรับทิศทางของล้อหน้าเล็กน้อยเพื่อนำรถกลับเข้าสู่เลนอย่างนุ่มนวล
อุปกรณ์เสริมอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัย
เทคโนโลยี AI ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่บนตัวจักรยานเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่อุปกรณ์เสริมต่างๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศความปลอดภัยที่ครบวงจร ตัวอย่างที่น่าสนใจคือการพัฒนาหมวกกันน็อคอัจฉริยะ (Smart Helmet) ที่ติดตั้งฟังก์ชันต่างๆ เพิ่มเติมจากแค่การป้องกันศีรษะ:
- กล้อง HD และการบันทึกวิดีโอ: หมวกกันน็อคบางรุ่นมาพร้อมกล้องที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์การขับขี่แบบเรียลไทม์ ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุได้
- ระบบควบคุมด้วยเสียง: ผู้ขับขี่สามารถสั่งการฟังก์ชันต่างๆ เช่น การรับสายโทรศัพท์ หรือการเปิดระบบนำทาง GPS ด้วยเสียง โดยไม่ต้องละมือออกจากแฮนด์
- การเชื่อมต่อและ GPS: การมี GPS ในตัวช่วยให้สามารถติดตามตำแหน่งของ E-Bike ได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งในด้านการนำทางและการติดตามในกรณีที่รถถูกขโมย
- ระบบตรวจจับการล้ม: อุปกรณ์เสริมบางชิ้นสามารถตรวจจับการล้มหรืออุบัติเหตุรุนแรง และส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือพร้อมตำแหน่งที่เกิดเหตุไปยังเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินที่ตั้งค่าไว้โดยอัตโนมัติ
การผนวกรวมอุปกรณ์เสริมเหล่านี้เข้ากับระบบ AI ของจักรยานไฟฟ้า จะช่วยให้การรวบรวมข้อมูลและการตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ เป็นไปอย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ผลกระทบและแนวโน้มในอนาคตอันใกล้
การมาถึงของเทคโนโลยี AI กันชนในจักรยานไฟฟ้า คาดว่าจะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อทั้งพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ความปลอดภัยบนท้องถนน และทิศทางของตลาด E-Bike ในอนาคต เทคโนโลยีนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มฟังก์ชันใหม่ๆ แต่เป็นการเปลี่ยนนิยามของความปลอดภัยสำหรับยานพาหนะสองล้อไปอย่างสิ้นเชิง
กลุ่มผู้ใช้งานที่ได้รับประโยชน์สูงสุด
แม้ว่าเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ขับขี่ทุกคน แต่มีบางกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากระบบ AI กันชนเป็นพิเศษ:
- ผู้สูงอายุ: ผู้ขับขี่สูงวัยอาจมีการตอบสนองที่ช้าลงหรือมีข้อจำกัดทางร่างกาย ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติและระบบช่วยทรงตัวจะช่วยชดเชยในส่วนนี้ ทำให้สามารถเดินทางด้วย E-Bike ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น
- นักเรียนและเยาวชน: กลุ่มผู้ขับขี่ที่ยังมีประสบการณ์บนท้องถนนไม่มากนักมักมีความเสี่ยงสูง ระบบเตือนภัยและการป้องกันการชนเชิงรุกจะทำหน้าที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยดูแลความปลอดภัยให้
- ผู้ที่ใช้ E-Bike ในการเดินทางในเมืองใหญ่: การจราจรที่ซับซ้อนและหนาแน่นในเมืองเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ ระบบตรวจจับ 360 องศาและการสื่อสาร V2X จะมีบทบาทสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุในสภาพแวดล้อมเช่นนี้
ความท้าทายและทิศทางของตลาด
ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า คาดว่าจะได้เห็นผู้ผลิต E-Bike เริ่มนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในรุ่นเรือธงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายหลายประการที่ต้องเผชิญ:
- ต้นทุน: การติดตั้งเซ็นเซอร์คุณภาพสูงและหน่วยประมวลผล AI จะทำให้ราคาของ E-Bike สูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อผู้บริโภคในระยะแรก
- ความน่าเชื่อถือของระบบ: ระบบจะต้องผ่านการทดสอบอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องในทุกสถานการณ์ และไม่มีการทำงานที่ผิดพลาด (False Positive) ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายเสียเอง
- การยอมรับของผู้ใช้งาน: ผู้ขับขี่บางส่วนอาจรู้สึกไม่คุ้นเคยกับการที่ระบบเข้ามาควบคุมรถโดยอัตโนมัติ การสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งสำคัญ
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของตลาดชี้ให้เห็นว่าความปลอดภัยกำลังจะกลายเป็นจุดขายสำคัญสำหรับ E-Bike ในอนาคต เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมรถยนต์ เมื่อต้นทุนของเทคโนโลยีลดลงและผู้บริโภคตระหนักถึงประโยชน์มากขึ้น ระบบ AI กันชนและระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติจะค่อยๆ กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของจักรยานไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรม EV สองล้อไปสู่ยุคใหม่แห่งความปลอดภัยอย่างแท้จริง
บทสรุป: ก้าวต่อไปของความปลอดภัยบนสองล้อ
เทคโนโลยี AI กันชน และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติกำลังจะเข้ามาปฏิวัติมาตรฐานความปลอดภัยของจักรยานไฟฟ้า การผสมผสานระหว่างปัญญาประดิษฐ์ที่ชาญฉลาด, ระบบเซ็นเซอร์ที่มองเห็นได้รอบทิศทาง และเครือข่ายการสื่อสาร V2X กำลังเปลี่ยน E-Bike จากยานพาหนะที่ต้องพึ่งพาทักษะของผู้ขับขี่เพียงอย่างเดียว ให้กลายเป็นยานพาหนะอัจฉริยะที่สามารถป้องกันอุบัติเหตุเชิงรุกได้ด้วยตนเอง
แม้จะยังมีความท้าทายด้านต้นทุนและการยอมรับในระยะแรก แต่ศักยภาพในการช่วยชีวิตและลดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและเยาวชน ทำให้เทคโนโลยีนี้เป็นอนาคตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการเดินทางด้วยสองล้อไฟฟ้า นี่คือก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแต่จะทำให้การขับขี่ E-Bike ปลอดภัยขึ้น แต่ยังส่งเสริมให้การสัญจรในเมืองมีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อทุกคนมากขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจในนวัตกรรมและเทคโนโลยีของจักรยานไฟฟ้า สามารถค้นหาข้อมูลและเลือกชมจักรยานไฟฟ้าหลากหลายประเภทได้ที่ GIANT Shopping Mall ซึ่งเป็นศูนย์รวมสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทางยุคใหม่
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือติดตามข่าวสารได้ที่ FACEBOOK PAGE และ LINE
