อนาคต E-Bike ในกรุงเทพฯ หลังแผนขยายเลนจักรยาน
- ภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเดินทางในกรุงเทพฯ
- เจาะลึกแผนขยายเลนจักรยานของ กทม.: สู่มหานครที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: พาหนะทางเลือกใหม่ของคนเมือง
- ความท้าทายและโอกาสบนเส้นทางสู่มหานครจักรยาน
- วิสัยทัศน์อนาคต E-Bike ในกรุงเทพฯ เมื่อโครงสร้างพื้นฐานพร้อม
- บทสรุป: การเดินทางยุคใหม่ที่ยั่งยืนรออยู่ข้างหน้า
บทความนี้จะวิเคราะห์ถึง อนาคต E-Bike ในกรุงเทพฯ หลังแผนขยายเลนจักรยาน ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่มุ่งเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเดินทางในเมืองหลวงให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมการใช้จักรยาน แต่ยังเปิดประตูสู่ศักยภาพของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าให้กลายเป็นตัวเลือกหลักในการเดินทางระยะใกล้ถึงปานกลางของคนกรุงเทพฯ การทำความเข้าใจถึงแนวโน้ม โอกาส และความท้าทายที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนในปัจจุบันและอนาคต
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- นโยบายขยายเลนจักรยานของกรุงเทพมหานคร (กทม.) คือปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการใช้ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- E-Bike กำลังกลายเป็นเทรนด์การเดินทางในเมืองที่สำคัญ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น และคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง
- แม้จะมีศักยภาพสูง แต่ยังคงมีความท้าทายด้านความปลอดภัย วัฒนธรรมการใช้ถนนร่วมกัน และการขาดสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับที่ต้องได้รับการแก้ไข
- การผสาน E-Bike เข้ากับระบบขนส่งมวลชนและการสนับสนุนจากภาครัฐ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การเดินทางในกรุงเทพฯ มีความยั่งยืนและไร้รอยต่อยิ่งขึ้น
- ตลาด E-Bike ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เล่นทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศเข้ามานำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น
ภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเดินทางในกรุงเทพฯ
กรุงเทพมหานครเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องปัญหาการจราจรที่ติดขัดและมลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนมาอย่างยาวนาน เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ริเริ่มนโยบายและโครงการต่างๆ เพื่อส่งเสริมการเดินทางทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หนึ่งในโครงการที่สำคัญที่สุดคือแผนการพัฒนาและขยายเครือข่ายเลนจักรยานให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่เมือง ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจพลิกโฉมพฤติกรรมการเดินทางของคนกรุงไปอย่างสิ้นเชิง
แผนการขยายเลนจักรยานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างทางสำหรับจักรยานธรรมดา แต่ยังเป็นการวางรากฐานเพื่อรองรับยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล (Personal Electric Vehicles) ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งตอบโจทย์การเดินทางในเมืองได้อย่างลงตัวด้วยความสะดวก รวดเร็ว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การมีโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยและเชื่อมต่อกันจะกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้ยานพาหนะเหล่านี้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการลดความหนาแน่นของการจราจร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองในภาพรวม
เจาะลึกแผนขยายเลนจักรยานของ กทม.: สู่มหานครที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นโยบายการขยายเลนจักรยาน หรือ BMA bike lane เป็นโครงการเชิงรุกของ กทม. ที่มีวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืนมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายเส้นทางจักรยานที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้จักรยานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ
เป้าหมายและพื้นที่ดำเนินการหลัก
เป้าหมายหลักของโครงการคือการสร้างเส้นทางจักรยานที่เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่าย (Network) ครอบคลุมพื้นที่สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะย่านใจกลางเมือง แหล่งธุรกิจ แหล่งที่อยู่อาศัย และสถานีขนส่งมวลชน เพื่อสนับสนุนแนวคิดการเดินทางแบบไร้รอยต่อ (Seamless Mobility) พื้นที่นำร่องและพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน (ปี 2025) ประกอบด้วย:
- ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD): ถนนสายสำคัญอย่างสีลม สาทร เพลินจิต และสุขุมวิท ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการเดินทางหนาแน่นตลอดทั้งวัน การมีเลนจักรยานที่ปลอดภัยจะช่วยให้พนักงานออฟฟิศและผู้ที่อาศัยในบริเวณนี้มีทางเลือกในการเดินทางระยะสั้นๆ ที่สะดวกขึ้น
- ย่านเศรษฐกิจใหม่: ถนนรัชดาภิเษก พระราม 9 และลาดพร้าว ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าจำนวนมาก การพัฒนาเลนจักรยานในบริเวณนี้จะช่วยลดปัญหาการจราจรสะสมและรองรับการขยายตัวของเมือง
- เส้นทางริมแม่น้ำและคลอง: พัฒนาเส้นทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสายต่างๆ เพื่อเป็นทั้งเส้นทางสัญจรและเส้นทางพักผ่อนหย่อนใจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในเมือง
- พื้นที่ชานเมืองและชุมชน: มีแผนการศึกษาและขยายเส้นทางไปยังพื้นที่รอบนอก เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางจากบ้านมายังสถานีรถไฟฟ้าสายต่างๆ แก้ปัญหา “การเดินทางไมล์สุดท้าย” (Last-mile Connectivity)
มาตรฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกบนเส้นทางใหม่
เพื่อให้เลนจักรยานใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย กทม. ได้กำหนดมาตรฐานการออกแบบที่ชัดเจน โดยเน้นการแยกเส้นทางจักรยานออกจากเลนรถยนต์อย่างถาวร (Segregated Bike Lanes) ด้วยการใช้แผงกั้นทางกายภาพ เช่น เสายาง หรือเกาะกลางขนาดเล็ก แทนการใช้เพียงสีตีเส้นบนถนน นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมตลอดเส้นทาง ได้แก่:
- ป้ายบอกทางและสัญลักษณ์ที่ชัดเจน: เพื่อนำทางผู้ใช้จักรยานและแจ้งเตือนผู้ใช้รถยนต์ให้ระมัดระวัง
- ระบบไฟส่องสว่าง: เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานช่วงเวลากลางคืน
- จุดพักและที่จอดจักรยาน: จัดเตรียมพื้นที่สำหรับจอดพักและจุดจอดจักรยานที่ปลอดภัยตามสถานที่สำคัญ เช่น สถานีรถไฟฟ้า สวนสาธารณะ และอาคารสำนักงาน
- การปรับปรุงพื้นผิวจราจร: ทำให้พื้นผิวเรียบสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
ความคืบหน้าของโครงการจนถึงปี 2025 แสดงให้เห็นถึงการเปิดใช้งานเส้นทางใหม่ๆ หลายสาย และมีแผนที่จะขยายเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่ากรุงเทพฯ กำลังเดินหน้าอย่างจริงจังในการสร้างเมืองที่เอื้อต่อการเดินทางด้วยพลังงานสะอาด
E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: พาหนะทางเลือกใหม่ของคนเมือง
ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานกำลังถูกพัฒนาเพื่อรองรับการเดินทางสองล้อ อีกฟากหนึ่ง เทคโนโลยีของยานพาหนะก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้กลายเป็นดาวเด่นดวงใหม่ในแวดวงการเดินทางในเมืองทั่วโลก และกรุงเทพฯ ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
เหตุผลที่ทำให้ E-Bike ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
E-Bike หรือจักรยานไฟฟ้า คือจักรยานที่ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อช่วยผ่อนแรงในการปั่น ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้ไกลขึ้น เร็วขึ้น และเหนื่อยน้อยลง เหมาะอย่างยิ่งกับสภาพอากาศร้อนของกรุงเทพฯ และภูมิประเทศที่มีสะพานหรือทางลาดชัน ปัจจัยที่ส่งเสริมให้ e-bike กรุงเทพ ได้รับความนิยมมีหลายประการ:
- ความสะดวกสบาย: มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยลดภาระการออกแรง ทำให้การเดินทางไปทำงานหรือทำธุระไม่จำเป็นต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ และยังช่วยให้เดินทางสวนกระแสลมหรือขึ้นทางชันได้ง่ายดาย
- เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ดีขึ้น: แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในปัจจุบันมีน้ำหนักเบาลง ชาร์จเร็วขึ้น และให้ระยะทางที่ไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (บางรุ่นวิ่งได้ไกลกว่า 50-100 กิโลเมตร)
- ราคาที่เข้าถึงง่าย: การแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้นทำให้ราคา E-Bike ลดลงอย่างต่อเนื่อง และมีตัวเลือกหลากหลายตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับไฮเอนด์
- ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: เป็นยานพาหนะที่ไม่ปล่อยมลพิษทางอากาศและมีเสียงเงียบ ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมในเมืองใหญ่
- ประหยัดค่าใช้จ่าย: ค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟฟ้าต่ำกว่าค่าน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมาก และมีค่าบำรุงรักษาที่น้อยกว่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
“E-Bike ไม่ใช่แค่จักรยานติดมอเตอร์ แต่มันคือเครื่องมือที่ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดของการเดินทางในเมือง ทำให้ระยะทางที่เคยไกลกลายเป็นใกล้ และเปลี่ยนการเดินทางที่น่าเบื่อให้กลายเป็นการผจญภัยที่สนุกสนาน”
ประเภทของ E-Bike ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนกรุง
ตลาด E-Bike มีความหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้งานในเมืองใหญ่ โดยสามารถแบ่งประเภทหลักๆ ที่น่าสนใจได้ดังนี้:
| ประเภท E-Bike | เหมาะสำหรับ | คุณสมบัติเด่น |
|---|---|---|
| City E-Bike / Commuter | การเดินทางในชีวิตประจำวัน เช่น ไปทำงาน ไปเรียน หรือซื้อของ | ท่านั่งสบาย มีบังโคลนและตะแกรงบรรทุกสัมภาระ ออกแบบมาเพื่อความคล่องตัวในเมือง |
| Folding E-Bike (จักรยานไฟฟ้าพับได้) | ผู้ที่ต้องเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน หรือมีพื้นที่จัดเก็บจำกัด | พับเก็บได้ง่ายและรวดเร็ว น้ำหนักเบา สามารถนำขึ้นรถไฟฟ้าหรือเก็บไว้ในคอนโดได้สะดวก |
| E-Scooter (สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า) | การเดินทางระยะสั้นมาก (Short-distance) หรือการเดินทาง “ไมล์สุดท้าย” จากสถานีรถไฟฟ้า | ขนาดกะทัดรัด ใช้งานง่าย ไม่ต้องออกแรงปั่น คล่องตัวสูงในพื้นที่แคบ |
| Cargo E-Bike (จักรยานไฟฟ้าบรรทุก) | ผู้ประกอบการรายย่อย บริการส่งของ หรือครอบครัวที่ต้องการบรรทุกสัมภาระ | มีพื้นที่บรรทุกขนาดใหญ่ด้านหน้าหรือด้านหลัง รับน้ำหนักได้มาก เป็นทางเลือกแทนรถกระบะขนาดเล็ก |
ภาพรวมตลาด E-Bike ในประเทศไทยปี 2025
ณ ปัจจุบัน ตลาด อนาคต EV ขนาดเล็กในไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีแบรนด์ทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาทำตลาดอย่างคึกคัก แบรนด์ไทย เช่น Rydekart และ EM MOTOR ได้พัฒนารุ่นที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการและสภาพถนนในประเทศโดยเฉพาะ ขณะที่แบรนด์ต่างประเทศที่มีชื่อเสียงอย่าง Addmotor และ EVELO ก็เริ่มเข้ามาเจาะตลาดกลุ่มพรีเมียมมากขึ้น
งานแสดงสินค้าต่างๆ เช่น Outdoor Fest และ BIG MOTOR SALE ได้กลายเป็นเวทีสำคัญในการเปิดตัว E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ พร้อมจัดโปรโมชั่นและกิจกรรมทดลองขับ ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้และกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคได้อย่างดีเยี่ยม
ความท้าทายและโอกาสบนเส้นทางสู่มหานครจักรยาน
แม้ว่าแนวโน้มจะดูสดใส แต่การเปลี่ยนผ่านไปสู่เมืองที่ใช้จักรยานและ E-Bike เป็นหลักยังคงมีอุปสรรคและความท้าทายที่ต้องได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับโอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
อุปสรรคสำคัญที่ต้องเผชิญ
- ความปลอดภัยบนท้องถนน: แม้จะมีเลนจักรยาน แต่ในหลายจุดยังต้องใช้ถนนร่วมกับรถยนต์ ซึ่งพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่เคารพกฎจราจรของผู้ใช้รถบางส่วนยังคงเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด
- ความต่อเนื่องของเส้นทาง: ปัญหา “เลนจักรยานขาดตอน” หรือถูกกีดขวางด้วยสิ่งก่อสร้าง หาบเร่แผงลอย หรือที่จอดรถ ยังคงเป็นปัญหาที่พบเห็นได้บ่อย ทำให้การเดินทางไม่ราบรื่นและอาจเป็นอันตราย
- สภาพอากาศ: ความร้อนและฝนที่ตกหนักเป็นอุปสรรคทางธรรมชาติที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม E-Bike ช่วยลดปัญหาความร้อนจากการออกแรงได้ส่วนหนึ่ง และการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ที่จอดในร่ม อาจช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้
- การขาดสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับ: การขาดแคลนที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยและจุดชาร์จไฟฟ้าสาธารณะสำหรับ E-Bike เป็นอุปสรรคที่ทำให้ผู้คนลังเลที่จะเปลี่ยนมาใช้งานอย่างเต็มตัว
โอกาสในการพัฒนาและสร้างวัฒนธรรมใหม่
ในทุกความท้าทายย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่ การผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองจักรยานก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม:
- การสร้างวัฒนธรรมการใช้ถนนร่วมกัน: เป็นโอกาสในการรณรงค์และปลูกฝังจิตสำนึก “Share the Road” ให้ผู้ใช้รถทุกประเภทเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งจะนำไปสู่ความปลอดภัยที่ยั่งยืน
- ธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้อง: การเติบโตของตลาด E-Bike จะสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เช่น ร้านซ่อมและบำรุงรักษา E-Bike, บริการให้เช่า (Bike Sharing), ธุรกิจอุปกรณ์เสริม และบริการนำเที่ยวด้วยจักรยานไฟฟ้า
- สุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น: การส่งเสริมให้คนหันมาปั่นจักรยาน (แม้จะเป็นแบบมีมอเตอร์ช่วย) ถือเป็นการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ลดปัญหาสุขภาพจากภาวะเนือยนิ่ง และช่วยลดความเครียดจากการเดินทางได้
วิสัยทัศน์อนาคต E-Bike ในกรุงเทพฯ เมื่อโครงสร้างพื้นฐานพร้อม
หากแผนการขยาย เลนจักรยาน ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและปัญหาต่างๆ ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง อนาคตของการใช้ E-Bike ในกรุงเทพฯ จะไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่จะกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศการเดินทางในเมือง (Urban Mobility Ecosystem) ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
การบูรณาการกับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ
E-Bike มีศักยภาพสูงในการแก้ปัญหา “การเดินทางไมล์แรกและไมล์สุดท้าย” (First-mile/Last-mile) ซึ่งเป็นช่องว่างของการเดินทางระหว่างบ้านกับสถานีรถไฟฟ้า หรือระหว่างสถานีรถไฟฟ้ากับที่ทำงาน วิสัยทัศน์ในอนาคตคือการสร้างระบบที่เอื้อให้ผู้คนสามารถใช้ E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเดินทางจากที่พักมายังสถานีรถไฟฟ้าได้อย่างสะดวกและปลอดภัย โดยมีที่จอดที่เชื่อถือได้ จากนั้นจึงใช้ระบบขนส่งมวลชนในการเดินทางระยะไกล และอาจใช้บริการ E-Bike Sharing ที่ปลายทางเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้าย การบูรณาการนี้จะทำให้การเดินทางโดยไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวมีความน่าสนใจและสะดวกสบายเทียบเท่าหรือมากกว่า
นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชน
เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้งาน E-Bike ในวงกว้าง นโยบาย กทม. และภาครัฐสามารถออกมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมได้ เช่น:
- มาตรการทางการเงิน: การให้เงินอุดหนุนหรือส่วนลดภาษีสำหรับการซื้อ E-Bike เพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
- การพัฒนาสถานีชาร์จ: ร่วมมือกับภาคเอกชนในการติดตั้งสถานีชาร์จแบตเตอรี่สาธารณะตามจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน และพื้นที่สาธารณะ
- การส่งเสริมในองค์กร: ภาคเอกชนสามารถมีส่วนร่วมโดยการจัดเตรียมที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยและห้องอาบน้ำสำหรับพนักงานที่เดินทางมาทำงานด้วยจักรยานหรือ E-Bike
บทสรุป: การเดินทางยุคใหม่ที่ยั่งยืนรออยู่ข้างหน้า
อนาคต E-Bike ในกรุงเทพฯ หลังแผนขยายเลนจักรยาน มีแนวโน้มที่สดใสและเต็มไปด้วยศักยภาพ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเลนจักรยานของ กทม. ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเดินทางที่สะอาดและมีประสิทธิภาพ เมื่อผนวกกับเทคโนโลยี E-Bike ที่พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งและราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น ทำให้ภาพของกรุงเทพฯ ที่มีการจราจรคล่องตัว อากาศสะอาด และผู้คนมีสุขภาพดี ไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริงอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐในการผลักดันนโยบายอย่างต่อเนื่อง ภาคเอกชนในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและบริการ และที่สำคัญที่สุดคือความร่วมมือจากประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างวัฒนธรรมการใช้ถนนร่วมกันอย่างเคารพและปลอดภัย หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะกลายเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญที่นำพากรุงเทพฯ ไปสู่เมืองแห่งอนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่สนใจในการเริ่มต้นเดินทางยุคใหม่ด้วยพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถค้นหาจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ที่ GIANT Shopping Mall ศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ทั้ง E-bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทางในเมืองของคุณ
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK PAGE หรือทาง LINE และสามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้โดยตรง
