กทม. เล็งขยายเลนจักรยานไฟฟ้าปี 2027 หนุนคนกรุงลดใช้น้ำมัน
- ภาพรวมทิศทางไมโครโมบิลิตี้ของกรุงเทพฯ
- เทรนด์ EV ไทย 2027: ทำไมจักรยานไฟฟ้าคือคำตอบของการเดินทางในเมือง
- เปรียบเทียบความคุ้มค่า: ยานพาหนะไฟฟ้า vs. การเดินทางรูปแบบเดิม
- กฎหมายจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ควรรู้ใน กทม.
- เลือกยานพาหนะไฟฟ้าคู่ใจให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ
- สรุป: อนาคตมาถึงแล้ว เริ่มต้นที่ GIANT Shopping Mall
ท่ามกลางปัญหารถติด มลพิษ และราคาน้ำมันที่ผันผวน คนกรุงเทพฯ ต่างมองหาทางเลือกการเดินทางที่ชาญฉลาดและยั่งยืนมากขึ้น ข่าวสารเกี่ยวกับนโยบาย กทม. เล็งขยายเลนจักรยานไฟฟ้าปี 2027 หนุนคนกรุงลดใช้น้ำมัน ได้จุดประกายความหวังครั้งสำคัญ แม้รายละเอียดของโครงการจะยังไม่ปรากฏชัดเจน แต่ทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro-mobility) ของภาครัฐกำลังเป็นรูปเป็นร่าง และนี่คือสัญญาณว่าอนาคตของการเดินทางในเมืองกำลังจะเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม การรอคอยโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับปัญหาค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน ทางออกที่พร้อมสำหรับทุกคนในวันนี้คือการเลือกใช้ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลที่ตอบโจทย์ทั้งความประหยัดและประสิทธิภาพ ซึ่ง GIANT Shopping Mall ได้รวบรวมสุดยอดยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพมาให้เลือกสรรแล้ว
- ทิศทางที่ชัดเจน: แม้ยังไม่มีการยืนยันแผนขยายเลนจักรยานไฟฟ้าในปี 2027 อย่างเป็นทางการ แต่ กทม. ได้ริเริ่มหลายโครงการเพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่น การทดลองใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าในหน่วยงานเทศกิจ และโครงการ EV เพื่อพี่วิน ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มที่ชัดเจนในการผลักดันการเดินทางด้วยพลังงานสะอาด
- ความคุ้มค่าที่พิสูจน์แล้ว: ผลการศึกษาจากโครงการสนับสนุนวินมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพบว่า สามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้สูงสุดถึง 7 เท่า หรือเหลือเพียงประมาณ 7,200 บาทต่อปี และยังช่วยลดฝุ่น PM2.5 ได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ไม่ต้องรออนาคต: คุณไม่จำเป็นต้องรอถึงปี 2027 เพื่อเริ่มต้นการเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม GIANT Shopping Mall มีจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพสูงที่พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้ทันที เพื่อแก้ปัญหาค่าเดินทางและหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดได้ตั้งแต่วันนี้
- ทางเลือกที่หลากหลาย: การเดินทางในเมืองมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การเดินทางระยะสั้นไปจนถึงการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน การเลือกยานพาหนะไฟฟ้าที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์จึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่ง GIANT Shopping Mall มีตัวเลือกที่หลากหลายพร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
ภาพรวมทิศทางไมโครโมบิลิตี้ของกรุงเทพฯ

แนวคิดเรื่อง กทม. เล็งขยายเลนจักรยานไฟฟ้าปี 2027 หนุนคนกรุงลดใช้น้ำมัน เป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เนื่องจากสะท้อนถึงความต้องการในการเดินทางรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองได้ดีกว่าเดิม แม้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแผนการสร้าง “เลนจักรยานไฟฟ้า” โดยเฉพาะยังคงต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ความเคลื่อนไหวต่างๆ ของกรุงเทพมหานครในช่วงที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนในการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือ ไมโครโมบิลิตี้ (Micro-mobility)
ข้อมูลจากหลายโครงการชี้ให้เห็นว่า กทม. กำลังปูทางไปสู่ระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง เริ่มตั้งแต่โครงการนำร่องต่างๆ ที่มุ่งเน้นการเก็บข้อมูลและประเมินผลการใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง ตัวอย่างเช่น การนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจำนวน 14 คันมาให้เจ้าหน้าที่เทศกิจในหลายเขตทดลองใช้งาน เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านระยะทาง ค่าใช้จ่าย และประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการวางแผนขยายผลสู่หน่วยงานอื่นๆ ต่อไปในอนาคต
นอกจากนี้ แผนพัฒนาระยะกลางของสำนักการจราจรและขนส่ง กทม. ยังได้ระบุถึงแนวทางการพัฒนาโครงข่ายทางจักรยานให้สามารถเชื่อมต่อกับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างราบรื่น เช่น การเพิ่มจุดจอดจักรยานสาธารณะ (Bike Sharing) บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT ที่สำคัญ เพื่อส่งเสริมการเดินทางในระยะสั้น (Last-mile connectivity) และลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล การเคลื่อนไหวเหล่านี้แม้จะไม่ได้ระบุถึง “จักรยานไฟฟ้า” โดยตรง แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการใช้งานยานพาหนะขนาดเล็กทุกประเภท ซึ่งรวมถึงสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้าด้วยเช่นกัน
เทรนด์ EV ไทย 2027: ทำไมจักรยานไฟฟ้าคือคำตอบของการเดินทางในเมือง
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลรอบด้าน จะเห็นได้ว่า เทรนด์ EV ไทย 2027 ไม่ใช่แค่การคาดการณ์ แต่เป็นทิศทางที่กำลังเกิดขึ้นจริง โดยมีภาครัฐเป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญผ่านโครงการนำร่องต่างๆ ที่มุ่งเป้าไปที่การลดต้นทุนพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หนึ่งในโครงการที่โดดเด่นและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างชัดเจนที่สุดคือ “โครงการ EV เพื่อพี่วิน” ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่าง กทม. และหน่วยงานพันธมิตร เพื่อสนับสนุนให้ผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์เปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นต้นแบบของการเปลี่ยนแปลง แต่ยังได้สร้างข้อมูลเชิงประจักษ์ที่น่าทึ่ง ซึ่งผู้บริโภคทั่วไปสามารถนำมาปรับใช้เพื่อการตัดสินใจได้
ข้อมูลวิจัยจากโครงการดังกล่าวชี้ว่า การเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสามารถลดต้นทุนของผู้ขับขี่ได้สูงสุดถึง 7 เท่า เมื่อเทียบกับการใช้รถที่ใช้น้ำมัน โดยมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเหลือเพียงประมาณ 7,200 บาทต่อปีเท่านั้น ตัวเลขนี้คือข้อพิสูจน์ถึงความคุ้มค่าในระยะยาวที่จับต้องได้ และไม่ใช่สิทธิประโยชน์ที่จำกัดอยู่แค่กลุ่มผู้ประกอบอาชีพ แต่เป็นโอกาสสำหรับทุกคนที่ต้องการลดภาระค่าครองชีพในปัจจุบัน และข่าวดีคือ คุณไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงปี 2027 เพื่อสัมผัสกับความประหยัดนี้ ที่ GIANT Shopping Mall เรามี จักรยานไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การประหยัดพลังงานโดยเฉพาะ ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประสิทธิภาพสูง ทำให้การชาร์จไฟหนึ่งครั้งมีค่าใช้จ่ายเพียงไม่กี่บาท แต่สามารถวิ่งได้ไกลหลายสิบกิโลเมตร ลองจินตนาการถึงเงินที่คุณจะประหยัดได้ในแต่ละเดือนจากการไม่ต้องเติมน้ำมัน ซึ่งเงินส่วนนั้นสามารถนำไปใช้จ่ายในด้านอื่นที่สำคัญกว่าได้
ยิ่งไปกว่านั้น จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall ยังมาพร้อมกับสเปกที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองอย่างแท้จริง ตั้งแต่มอเตอร์กำลังสูงที่ให้ความเร็วเพียงพอสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงระบบเบรกที่ปลอดภัยและโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน เราคัดสรรเฉพาะสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมีการรับประกันที่เชื่อถือได้ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าการลงทุนครั้งนี้จะมอบความคุ้มค่าและความอุ่นใจไปพร้อมกัน แทนที่จะรอคอยนโยบายภาครัฐ คุณสามารถเป็นผู้นำเทรนด์และเริ่มสร้างอนาคตการเดินทางที่ดีกว่าให้ตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้ ด้วยยานพาหนะไฟฟ้าที่ใช่จาก GIANT Shopping Mall
ผลศึกษาชี้ชัด: ประหยัดกว่า 7 เท่า ลดฝุ่น PM2.5 ได้จริง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ยานยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นเมกะเทรนด์คือ “ความคุ้มค่า” และ “ผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม” ซึ่งได้รับการยืนยันจากผลการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของกรุงเทพฯ ที่เผชิญกับปัญหาค่าครองชีพสูงและวิกฤตฝุ่น PM2.5 มาอย่างต่อเนื่อง
ผลการวิเคราะห์ต้นทุนจากโครงการนำร่องพบว่า ผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ลดลงอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับรถที่ใช้น้ำมันเบนซิน ตัวเลขการประหยัดได้สูงสุดถึง 7 เท่าไม่ได้เป็นเพียงคำโฆษณา แต่เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการคำนวณต้นทุนค่าไฟฟ้าต่อกิโลเมตรที่ถูกกว่าค่าน้ำมันหลายเท่าตัว ประกอบกับการบำรุงรักษาที่น้อยกว่า เนื่องจากยานยนต์ไฟฟ้ามีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่าเครื่องยนต์สันดาป จึงไม่มีค่าใช้จ่ายจุกจิกอย่างการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องหรือหัวเทียน
ในมิติของสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษายังระบุว่า การเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามีส่วนช่วยลดการปล่อยฝุ่น PM2.5 ได้ถึงประมาณ 16 ตันต่อปี (ตามข้อมูลของโครงการ) ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพอากาศในเขตเมือง การเลือกใช้จักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจึงไม่ใช่แค่การตัดสินใจเพื่อความประหยัดส่วนบุคคล แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเมืองที่น่าอยู่และมีอากาศบริสุทธิ์มากขึ้น
ก้าวสู่ความเป็นจริง: จากโครงการทดลองสู่การใช้งานในชีวิตประจำวัน
แม้ว่าภาพของ เลนจักรยานไฟฟ้า ที่สะดวกสบายและปลอดภัยทั่วกรุงเทพฯ อาจยังเป็นเป้าหมายในอนาคต แต่การเปลี่ยนแปลงได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในระดับบุคคลและชุมชน โครงการทดลองต่างๆ ของภาครัฐเปรียบเสมือนการจุดประกายให้คนเมืองหันมามองเห็นศักยภาพของยานพาหนะไฟฟ้า และเริ่มนำมาปรับใช้กับการเดินทางในชีวิตประจำวันมากขึ้น
ปัจจุบันเราจะเห็นภาพผู้คนใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเดินทางจากบ้านไปยังสถานีรถไฟฟ้า หรือใช้จักรยานไฟฟ้าในการเดินทางไปทำงานหรือทำธุระในระยะใกล้ๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องรอให้โครงสร้างพื้นฐานสมบูรณ์แบบ 100% แต่สามารถเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางได้ทันที เพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ด้านความประหยัดและความสะดวกสบายก่อนใคร
ไม่ต้องรอปี 2027! เริ่มประหยัดค่าน้ำมันและเป็นเจ้าของอนาคตการเดินทางได้แล้ววันนี้กับจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพจาก GIANT Shopping Mall ศูนย์รวมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง
เปรียบเทียบความคุ้มค่า: ยานพาหนะไฟฟ้า vs. การเดินทางรูปแบบเดิม
เพื่อให้เห็นภาพความคุ้มค่าของการเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรายปีโดยประมาณระหว่างการใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน, การใช้จักรยานไฟฟ้า, และการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นประจำ จะช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
| รายการค่าใช้จ่าย | รถจักรยานยนต์ (น้ำมัน) | จักรยานไฟฟ้า (จาก GIANT Shopping Mall) | ระบบขนส่งสาธารณะ |
|---|---|---|---|
| ค่าพลังงาน/เชื้อเพลิง | ~30,000 – 50,000 บาท | ~3,000 – 7,000 บาท | ~25,000 – 40,000 บาท |
| ค่าบำรุงรักษา | ~3,000 – 5,000 บาท | ~500 – 1,500 บาท | ไม่มี |
| ค่าใช้จ่ายแฝง (ที่จอดรถ, ค่าผ่านทาง) | อาจมี | น้อยมาก/ไม่มี | ไม่มี |
| รวมค่าใช้จ่ายต่อปี (โดยประมาณ) | ~33,000 – 55,000 บาท | ~3,500 – 8,500 บาท | ~25,000 – 40,000 บาท |
จากตารางจะเห็นได้ว่า จักรยานไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายรวมต่อปีที่ต่ำที่สุดอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ถูกกว่าน้ำมันและการบำรุงรักษาที่น้อยกว่ามาก ทำให้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
กฎหมายจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ควรรู้ใน กทม.
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผู้สนใจยานพาหนะไฟฟ้าต้องพิจารณาคือข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบัน กฎหมายจักรยานไฟฟ้า และ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า กทม. ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม มีหลักเกณฑ์เบื้องต้นที่ผู้ใช้งานควรทราบเพื่อการขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัย
ข้อบังคับเบื้องต้นและการเตรียมความพร้อม
โดยทั่วไป จักรยานไฟฟ้าที่มีกำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250 วัตต์ และทำความเร็วได้ไม่เกิน 25 กม./ชม. มักจะถูกจัดอยู่ในประเภทเดียวกับจักรยานธรรมดา ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้งานบนทางจักรยานได้และไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนหรือมีใบขับขี่ อย่างไรก็ตาม สำหรับยานพาหนะที่มีกำลังมอเตอร์หรือความเร็วสูงกว่าเกณฑ์ดังกล่าว อาจเข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ตามกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องมีการจดทะเบียนและผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่
เพื่อความมั่นใจ ผู้ซื้อควรตรวจสอบสเปกของยานพาหนะแต่ละรุ่นและปรึกษากับผู้จำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญ ที่ GIANT Shopping Mall เราให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนแก่ลูกค้า ทีมงานของเราพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อกฎหมายเบื้องต้นและช่วยเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานและสอดคล้องกับกฎระเบียบ เพื่อให้คุณขับขี่ได้อย่างสบายใจ
เลือกยานพาหนะไฟฟ้าคู่ใจให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ
การเลือกยานพาหนะไฟฟ้าไม่ใช่แค่การดูที่ราคา แต่คือการเลือกรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัวที่สุด GIANT Shopping Mall เข้าใจในความต้องการที่แตกต่าง จึงได้รวบรวมยานพาหนะไฟฟ้าหลากหลายประเภทมาให้เลือกสรร
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้า (E-bike) | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-scooter) |
|---|---|---|
| เหมาะสำหรับการเดินทาง | ระยะสั้นถึงปานกลาง (5-20 กม.) | ระยะสั้น (1-10 กม.) |
| ลักษณะการใช้งาน | เดินทางไปทำงาน, ออกกำลังกาย, จ่ายตลาด | เดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้า (Last-mile), ใช้ในพื้นที่จำกัด |
| การออกแรง | สามารถปั่นออกกำลังกายร่วมกับระบบไฟฟ้าได้ | ใช้ไฟฟ้า 100%, ไม่ต้องออกแรง |
| ความคล่องตัวและการพกพา | คล่องตัวสูง, บางรุ่นพับได้ | คล่องตัวสูงสุด, พับเก็บและพกพาสะดวกที่สุด |
| ความเร็วเฉลี่ย | 25 – 40 กม./ชม. | 20 – 35 กม./ชม. |
| กลุ่มผู้ใช้แนะนำ | ผู้ที่ต้องการความอเนกประสงค์, รักสุขภาพ | นักเรียน, นักศึกษา, พนักงานออฟฟิศที่ใช้รถไฟฟ้า |
ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหา E-bike สำหรับการเดินทางที่สนุกและได้ออกกำลังกายไปในตัว หรือ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่เน้นความคล่องตัวสูงสุดสำหรับการเดินทางเชื่อมต่อในเมือง ที่ GIANT Shopping Mall มีตัวเลือกที่หลากหลายพร้อมสเปกและราคาที่โปร่งใส พร้อมบริการหลังการขายที่จะดูแลยานพาหนะคู่ใจของคุณไปอีกนาน
สรุป: อนาคตมาถึงแล้ว เริ่มต้นที่ GIANT Shopping Mall
ทิศทางของกรุงเทพมหานครในการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเดินทางด้วยพลังงานสะอาดนั้นมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น แม้แผนการขยายเลนจักรยานไฟฟ้าในปี 2027 จะยังต้องรอความชัดเจน แต่แนวโน้มและประโยชน์ที่พิสูจน์แล้วจากการประหยัดต้นทุนและการลดมลพิษ คือเหตุผลที่หนักแน่นพอที่จะทำให้คุณไม่ต้องรออีกต่อไป
การเปลี่ยนมาใช้จักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในวันนี้ คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ทั้งในด้านการเงิน สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม GIANT Shopping Mall คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนที่พร้อมจะก้าวสู่ยุคใหม่ของการเดินทางในเมือง
GIANT Shopping Mall ศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike คุณภาพสูง ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของการเดินทางยุคใหม่ พร้อมบริการที่ครบวงจรและทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์:
- FACEBOOK PAGE
- LINE
- ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์
เปลี่ยนค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองให้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เริ่มต้นชีวิตไร้น้ำมันของคุณได้แล้ววันนี้ที่ GIANT Shopping Mall
