เลิกง้อสายชาร์จ! เทรนด์ ‘Battery Swap’ ปี 2026 สลับแบตฯ 1 นาที ไปต่อได้เลย
- ประเด็นสำคัญที่ไม่ควรพลาด
- สู่ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า: นิยามและความสำคัญของ Battery Swap
- ทำความรู้จักเทคโนโลยี Battery Swap (การสลับแบตเตอรี่)
- ข้อได้เปรียบที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
- ผู้เล่นหลักและสถานการณ์ในตลาดปี 2026
- เปรียบเทียบเทคโนโลยีแบตเตอรี่ EV แห่งปี 2026
- อนาคตที่ไกลกว่าแค่การสลับแบตเตอรี่
- บทสรุปและทิศทางในอนาคตของ Battery Swap
- เลือกซื้อยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ
การมาถึงของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไปอย่างสิ้นเชิง แต่ความท้าทายสำคัญที่ผู้ใช้ยังคงเผชิญคือระยะเวลาการชาร์จที่ยาวนาน อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 แนวคิดนี้กำลังจะถูกปฏิวัติ เมื่อเทรนด์ ‘Battery Swap’ หรือการสลับแบตเตอรี่ กลายเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าจับตามอง เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่หมดประจุเป็นแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งเป็นการขจัดอุปสรรคด้านเวลาและสร้างความสะดวกสบายเทียบเท่ากับการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม
ประเด็นสำคัญที่ไม่ควรพลาด
- ความเร็วที่เหนือกว่า: เทคโนโลยี Battery Swap ช่วยลดระยะเวลาการ “เติมพลังงาน” ให้กับรถยนต์ไฟฟ้าจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที ซึ่งใกล้เคียงกับการเติมน้ำมันในรถยนต์สันดาป
- ลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ: โมเดลธุรกิจแบบ “Battery as a Service” (BaaS) หรือรถไฟฟ้าเช่าแบต ช่วยให้ราคาเริ่มต้นของตัวรถถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าแบตเตอรี่ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่แพงที่สุด
- หมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อม: ผู้ให้บริการสถานีสลับแบตเตอรี่จะเป็นผู้รับผิดชอบในการบำรุงรักษาและดูแลคุณภาพของแบตเตอรี่ ทำให้ผู้ใช้ได้รับแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ
- ทางเลือกใหม่ในตลาดพลังงาน: นอกจากการสลับแบตเตอรี่แล้ว ในปี 2026 ยังมีนวัตกรรมแบตเตอรี่อื่นๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น การชาร์จเร็วพิเศษ แบตเตอรี่โซเดียมไอออน และแบตเตอรี่โซลิดสเตต ซึ่งจะเข้ามาเป็นตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้บริโภค
สู่ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า: นิยามและความสำคัญของ Battery Swap
เทรนด์ ‘Battery Swap’ ปี 2026 คือการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ครั้งสำคัญสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า โดยเปลี่ยนจากการ “ชาร์จ” พลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่ก้อนเดิม เป็นการ “สลับ” แบตเตอรี่ทั้งก้อนที่หมดประจุออก แล้วนำก้อนที่ชาร์จเต็มแล้วเข้ามาแทนที่ แนวทางนี้ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาคอขวดของโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จแบบดั้งเดิม แต่ยังเป็นการแยกความเป็นเจ้าของระหว่างตัวรถและแบตเตอรี่ออกจากกัน ซึ่งนำไปสู่โมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภค ความสำคัญของเทคโนโลยีนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ความเร็ว แต่ยังครอบคลุมถึงการลดต้นทุนเริ่มต้นและขจัดความกังวลระยะยาวเกี่ยวกับอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคจำนวนมาก
ทำความรู้จักเทคโนโลยี Battery Swap (การสลับแบตเตอรี่)
เทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่ หรือ Battery Swap เป็นแนวคิดที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขข้อจำกัดหลักของยานยนต์ไฟฟ้า นั่นคือระยะเวลาในการชาร์จ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นและรวดเร็วเทียบเท่ากับการใช้รถยนต์สันดาปภายใน
Battery Swap คืออะไร?
Battery Swap คือกระบวนการที่ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสามารถนำรถเข้าสู่สถานีบริการเฉพาะทาง ซึ่งเรียกว่า สถานีสลับแบตเตอรี่ เพื่อทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่พลังงานใกล้หมดออก และติดตั้งแบตเตอรี่ก้อนใหม่ที่ชาร์จไฟเต็ม 100% เข้าไปแทนที่ กระบวนการทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นไปโดยอัตโนมัติและใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ต่างจากการชาร์จแบบเสียบสายที่อาจใช้เวลาตั้งแต่ 30 นาทีไปจนถึงหลายชั่วโมง
หลักการทำงานของสถานีสลับแบตเตอรี่
สถานีสลับแบตเตอรี่ทำงานคล้ายกับศูนย์บริการอัตโนมัติ เมื่อผู้ขับขี่นำรถเข้ามาจอดในตำแหน่งที่กำหนด ระบบของสถานีจะเริ่มทำงาน:
- การตรวจสอบและระบุตำแหน่ง: ระบบเซ็นเซอร์จะทำการสแกนและระบุตำแหน่งของรถยนต์และแบตเตอรี่อย่างแม่นยำ
- การถอดแบตเตอรี่เดิม: แขนกลอัตโนมัติจะเคลื่อนที่เข้าใต้ท้องรถ ปลดล็อก และนำแบตเตอรี่ก้อนเดิมที่มีประจุเหลือน้อยออกมา
- การตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่: แบตเตอรี่ที่ถูกถอดออกมาจะถูกนำไปตรวจสอบสภาพ หรือ State of Health (SOH) เพื่อประเมินประสิทธิภาพและวางแผนการชาร์จหรือบำรุงรักษาต่อไป
- การติดตั้งแบตเตอรี่ใหม่: ระบบจะนำแบตเตอรี่ก้อนใหม่ที่ชาร์จเต็มและผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้ว มาติดตั้งเข้ากับตัวรถและทำการล็อกอย่างแน่นหนา
- เสร็จสิ้นกระบวนการ: ผู้ขับขี่สามารถชำระเงินและนำรถออกจากสถานีเพื่อเดินทางต่อได้ทันที
กระบวนการทั้งหมดนี้ถูกควบคุมด้วยระบบอัจฉริยะที่สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความสะดวกสบายสูงสุด โดยไม่ต้องลงจากรถเลยในบางระบบ
ข้อได้เปรียบที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
เทคโนโลยี Battery Swap ไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมด้านความเร็ว แต่ยังมอบข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญหลายประการที่ผู้ใช้รถ EV ต้องเผชิญ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เทคโนโลยีนี้กลายเป็นหนึ่งใน เทรนด์รถไฟฟ้า 2026 ที่น่าจับตามอง
ขจัดข้อกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ
โดยปกติแล้ว แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในรถยนต์ไฟฟ้าจะมีอายุการใช้งานประมาณ 5-7 ปี หลังจากนั้นประสิทธิภาพจะเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด การเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ซึ่งเป็นความกังวลหลักของผู้ซื้อ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี Battery Swap ได้เข้ามาแก้ไขปัญหานี้โดยตรง ผู้ใช้บริการไม่ต้องเป็นเจ้าของแบตเตอรี่ แต่เป็นการ “เช่าใช้” ทำให้ไม่ต้องรับภาระความเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ เมื่อใดก็ตามที่เข้ารับบริการสลับแบตเตอรี่ ก็มีโอกาสได้รับแบตเตอรี่ที่ใหม่กว่าและมีสุขภาพดีกว่าเดิมอยู่เสมอ เนื่องจากผู้ให้บริการจะเป็นผู้ดูแลและคัดกรองแบตเตอรี่ทั้งหมดในระบบ
ปลดล็อกการเดินทางไกลอย่างไร้ขีดจำกัด
อุปสรรคสำคัญของการเดินทางข้ามจังหวัดด้วยรถยนต์ไฟฟ้าคือการวางแผนจุดชาร์จและระยะเวลาที่ต้องใช้ในการชาร์จแต่ละครั้ง ซึ่งอาจทำให้การเดินทางล่าช้าและไม่สะดวกนัก การมีเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่ที่ครอบคลุมจะทำให้การเดินทางไกลด้วยรถ EV มีความสะดวกสบายเทียบเท่ากับรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน ผู้ขับขี่สามารถแวะสถานีบริการและใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่อ “เติมพลังงาน” แล้วเดินทางต่อได้ทันที ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทาง (Range Anxiety) และทำให้รถ EV เป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้จริงสำหรับการเดินทางทุกรูปแบบ
ลดภาระค่าใช้จ่ายเริ่มต้นด้วยโมเดล BaaS
โมเดลธุรกิจที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีนี้คือ Battery as a Service (BaaS) หรือที่รู้จักกันในชื่อ รถไฟฟ้าเช่าแบต ซึ่ง BaaS คือ รูปแบบที่ผู้บริโภคซื้อเฉพาะตัวรถยนต์โดยไม่ต้องซื้อแบตเตอรี่ ทำให้ราคาเริ่มต้นของรถยนต์ไฟฟ้าถูกลงอย่างมาก (ในบางกรณีอาจลดลงถึง 40%) จากนั้นผู้ใช้จะจ่ายค่าบริการรายเดือนสำหรับการเช่าใช้แบตเตอรี่และการเข้าใช้บริการที่สถานีสลับแบตเตอรี่ โมเดลนี้ช่วยลดกำแพงด้านราคา ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ผู้เล่นหลักและสถานการณ์ในตลาดปี 2026
เทคโนโลยี Battery Swap ไม่ใช่แค่แนวคิดในกระดาษอีกต่อไป แต่ได้ถูกนำมาใช้งานจริงโดยบริษัทชั้นนำหลายแห่งทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศจีนซึ่งเป็นผู้นำในตลาดนี้ และเริ่มขยายอิทธิพลมายังภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงประเทศไทย
ผู้นำระดับโลกและนวัตกรรมที่น่าจับตา
ผู้ผลิตรถยนต์และสตาร์ทอัพจากประเทศจีนถือเป็นผู้บุกเบิกและผลักดันเทคโนโลยีนี้อย่างจริงจัง:
- NIO: เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในด้านนี้ ด้วย Power Swap Station ที่ใช้ระบบอัจฉริยะในการตรวจสอบสุขภาพของแบตเตอรี่ (SOH) ทันทีที่ถอดออกจากรถ กระบวนการสลับทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และบริษัทได้สร้างเครือข่ายสถานีจำนวนมากเพื่อรองรับลูกค้าของตน
- Ample: สตาร์ทอัพจากสหรัฐอเมริกาที่พัฒนาระบบสลับแบตเตอรี่ที่ใช้เวลาประมาณ 10 นาที และได้รับความสนใจจากผู้ผลิตรถยนต์ในจีน เช่น NIO และ XPeng ในการนำเทคโนโลยีไปปรับใช้
- Changan และ NIO: การจับมือร่วมกันระหว่างสองผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีนเพื่อพัฒนารถยนต์ที่สามารถใช้งานร่วมกับระบบสลับแบตเตอรี่ได้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเทคโนโลยีนี้กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรม
การเคลื่อนไหวในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคใกล้เคียง เทคโนโลยีนี้เริ่มเข้ามามีบทบาทแล้ว โดยมีบริษัท UNEX EV เป็นผู้บุกเบิก ด้วยการเปิดตัวสถานีสลับแบตเตอรี่แห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จังหวัดภูเก็ต โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 15-20 ล้านบาท การเคลื่อนไหวนี้เป็นการส่งสัญญาณว่าตลาดในภูมิภาคนี้มีศักยภาพและพร้อมที่จะรองรับนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งคาดว่าจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2026
เปรียบเทียบเทคโนโลยีแบตเตอรี่ EV แห่งปี 2026
ปี 2026 ไม่ได้มีเพียงเทคโนโลยี Battery Swap เท่านั้น แต่ยังเป็นปีแห่งการแข่งขันของนวัตกรรมแบตเตอรี่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละเทคโนโลยีก็มีจุดเด่นและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป
| เทคโนโลยี | จุดเด่นหลัก | กลุ่มเป้าหมาย/การใช้งาน |
|---|---|---|
| Battery Swap (การสลับแบตเตอรี่) | ความเร็วในการเติมพลังงาน (1-10 นาที), ลดต้นทุนเริ่มต้น (BaaS), ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเสื่อม | ผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเป็นประจำ, บริการขนส่ง (ไรเดอร์, แท็กซี่), ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุด |
| Ultra-fast Charging (การชาร์จเร็วพิเศษ) | ชาร์จ 0-100% ภายใน 5-10 นาที, ใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมได้บางส่วน | ผู้ที่เดินทางไกลบ่อยครั้ง, สถานีบริการบนทางหลวง, ผู้ที่ต้องการความรวดเร็วแต่ยังเป็นเจ้าของแบตเตอรี่เอง |
| Sodium-ion (แบตเตอรี่โซเดียมไอออน) | ต้นทุนการผลิตต่ำ, หาวัตถุดิบง่าย, ปลอดภัยกว่า, ทนทานต่อสภาพอากาศเย็น | รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก, รถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด, ระบบกักเก็บพลังงาน |
| Solid-state (แบตเตอรี่โซลิดสเตต) | ความหนาแน่นพลังงานสูงมาก (วิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กม./ชาร์จ), ความปลอดภัยสูง, อายุการใช้งานยาวนาน | รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม, การใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด, ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต |
อนาคตที่ไกลกว่าแค่การสลับแบตเตอรี่
ในขณะที่ Battery Swap กำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ภูมิทัศน์ของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ยังคงมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้จะเข้ามาเสริมศักยภาพและสร้างทางเลือกใหม่ๆ ให้กับตลาดยานยนต์ไฟฟ้า
การชาร์จเร็วพิเศษ (Ultra-fast Charging)
คู่แข่งคนสำคัญของ Battery Swap คือเทคโนโลยีการชาร์จเร็วพิเศษ ซึ่งมีบริษัทพัฒนาแบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จจาก 0 ถึง 100% ได้ในเวลาเพียง 5 นาที และมีแผนจะวางจำหน่ายในปี 2026 เทคโนโลยีนี้มุ่งเป้าไปที่การลดระยะเวลาการจอดรอที่สถานีชาร์จให้สั้นที่สุด แม้จะยังต้องใช้เวลามากกว่าการสลับแบตเตอรี่เล็กน้อย แต่ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของแบตเตอรี่เอง
แบตเตอรี่โซเดียมไอออน (Sodium-ion batteries)
บริษัท CATL ซึ่งเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของโลก ได้นำเสนอแบตเตอรี่โซเดียมไอออนเป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือจากลิเธียมไอออน ข้อดีของแบตเตอรี่ชนิดนี้คือใช้วัตถุดิบ (โซเดียม) ที่หาได้ง่ายและมีราคาถูกกว่าลิเธียม ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง และเป็นทางออกที่สำคัญสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดในอนาคต
แบตเตอรี่โซลิดสเตต (Solid-state batteries)
นี่คือเทคโนโลยีที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “จอกศักดิ์สิทธิ์” แห่งวงการแบตเตอรี่ โดยในปี 2026 ประเทศจีนเตรียมประกาศมาตรฐานอย่างเป็นทางการสำหรับแบตเตอรี่โซลิดสเตต และตั้งเป้าผลิตในเชิงพาณิชย์ภายในปี 2027 จุดเด่นคือความหนาแน่นของพลังงานที่สูงถึง 350 Wh/kg ทำให้รถยนต์สามารถวิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัยสูงและอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าแบตเตอรี่ชนิดอื่นๆ
ระบบแบตเตอรี่แบบผสม (Hybrid battery systems)
ผู้ผลิตอย่าง CATL กำลังพัฒนาระบบแบตเตอรี่แบบผสมผสาน โดยนำข้อดีของแบตเตอรี่แต่ละชนิดมารวมกันในแพ็คเดียว เช่น การใช้แบตเตอรี่ NCM, LFP และโซเดียมไอออนร่วมกัน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละสถานการณ์ ทั้งในด้านพละกำลัง ระยะทาง และต้นทุน
บทสรุปและทิศทางในอนาคตของ Battery Swap
ในปี 2026 เทรนด์ ‘Battery Swap’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือกในการเติมพลังงานให้กับรถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นแนวทางที่แตกต่างโดยพื้นฐานเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่มุ่งเน้นแต่ความเร็วในการชาร์จเพียงอย่างเดียว เทคโนโลยีนี้ได้สร้างระบบนิเวศใหม่ที่แยกความเป็นเจ้าของรถและแบตเตอรี่ออกจากกัน ผ่านโมเดล รถไฟฟ้าเช่าแบต (BaaS) ซึ่งช่วยลดอุปสรรคด้านราคาและขจัดความกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อมสภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยความสามารถในการสลับแบตเตอรี่ให้เสร็จสิ้นภายในเวลาไม่กี่นาที ทำให้ประสบการณ์การใช้รถ EV ใกล้เคียงกับการใช้รถยนต์สันดาปมากที่สุด การร่วมมือกันของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในจีนเพื่อสร้างมาตรฐานร่วมกัน ยิ่งตอกย้ำว่า สถานีสลับแบตเตอรี่ จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในอนาคต และเป็นปัจจัยเร่งให้ผู้คนหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ากันอย่างแพร่หลายมากขึ้น ควบคู่ไปกับนวัตกรรมแบตเตอรี่อื่นๆ ที่จะเข้ามาเสริมทัพ ทำให้ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2026 และปีต่อๆ ไป มีความน่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยทางเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้บริโภค
เลือกซื้อยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ
การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หากท่านกำลังมองหายานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, หรือ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่ครบครันสำหรับคุณ
สามารถเข้ามาเยี่ยมชมและทดลองขับได้ที่ร้าน หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทางต่างๆ:
- FACEBOOK PAGE: GIANT Shopping Mall
- LINE: @giantshoppingmall
- โทรศัพท์: 061-962-2878
- เวลาทำการ: วันจันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
- ที่ตั้ง: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

