ไม่ต้องรอชาร์จ! เจาะเทรนด์ ‘Battery Swapping’ สลับแบต 1 นาทีเสร็จ
ท่ามกลางกระแสความนิยมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในความท้าทายสำคัญที่ผู้ใช้งานต้องเผชิญคือระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ที่ยาวนาน อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้กำลังจะถูกแก้ไขด้วยนวัตกรรมที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะตอนนี้ไม่ต้องรอชาร์จ! เจาะเทรนด์ ‘Battery Swapping’ สลับแบต 1 นาทีเสร็จ กำลังกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์และผู้ที่อาศัยในเขตเมือง เทคโนโลยีนี้เข้ามาเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การใช้ EV โดยสิ้นเชิง ด้วยการลดขั้นตอนการรอคอยให้เหลือเพียงไม่กี่นาที ซึ่งเทียบเท่ากับการเติมน้ำมันในรถยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม
ภาพรวมของเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่
เทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่ หรือ Battery Swapping เป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขข้อจำกัดหลักของยานยนต์ไฟฟ้า นั่นคือระยะเวลาในการชาร์จที่อาจนานถึง 4-6 ชั่วโมง แนวคิดนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางและกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์สำคัญสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2026 โดยเฉพาะในประเทศไทยที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการใช้งาน EV อย่างจริงจัง
- ความรวดเร็วในการใช้งาน: จุดเด่นที่สุดของระบบนี้คือความสามารถในการสลับแบตเตอรี่ที่หมดแล้วกับแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มแล้วภายในเวลาเพียง 1-3 นาที ซึ่งช่วยขจัดเวลาที่ต้องสูญเสียไปกับการรอชาร์จ ทำให้การใช้งานยานยนต์ไฟฟ้ามีความต่อเนื่องและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
- ลดความกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อม: โมเดลธุรกิจส่วนใหญ่เป็นรูปแบบการเช่าหรือสมัครสมาชิก ผู้ใช้งานจึงไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อแบตเตอรี่เป็นของตนเอง และไม่ต้องกังวลเรื่องการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ในระยะยาว เนื่องจากผู้ให้บริการจะเป็นผู้ดูแลและบำรุงรักษาคุณภาพของแบตเตอรี่ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
- ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง: สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์ซึ่งอาจไม่มีพื้นที่สำหรับติดตั้งจุดชาร์จส่วนตัว สถานีสลับแบตเตอรี่ถือเป็นทางออกที่สมบูรณ์แบบ ช่วยให้การเข้าถึงพลังงานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่ายและไม่ยุ่งยาก
- การเติบโตในภาคธุรกิจ: เทรนด์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ใช้งานทั่วไป แต่ยังขยายตัวอย่างรวดเร็วในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มโลจิสติกส์และบริการขนส่งที่ต้องการความต่อเนื่องในการใช้งานยานยนต์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงาน
Battery Swapping คืออะไร และทำงานอย่างไร
เทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่กำลังเข้ามามีบทบาทในการกำหนดนิยามใหม่ของความสะดวกสบายในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการ “ชาร์จ” ไปสู่การ “สลับ” ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานได้อย่างมีนัยสำคัญ
นิยามและหลักการพื้นฐาน
Battery Swapping คือกระบวนการที่ผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าสามารถนำรถเข้าไปยังสถานีบริการที่เรียกว่า “ตู้สลับแบต” หรือสถานีสลับแบตเตอรี่ เพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่พลังงานใกล้หมดออก แล้วนำแบตเตอรี่ลูกใหม่ที่ชาร์จไฟเต็ม 100% เข้าไปแทนที่ หลักการสำคัญคือการแยกแบตเตอรี่ออกจากตัวรถ ทำให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของแบตเตอรี่ แต่ใช้บริการในรูปแบบการเช่าหรือสมัครสมาชิกแทน ซึ่งโมเดลนี้ช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นในการซื้อยานยนต์ไฟฟ้าลงได้อย่างมาก เนื่องจากแบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบที่มีราคาสูงที่สุด
ระบบนี้อาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่ประกอบด้วยสถานีบริการที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่างๆ และแบตเตอรี่สำรองจำนวนมากที่ถูกชาร์จและเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา เมื่อผู้ใช้งานทำการสลับ แบตเตอรี่ลูกเก่าจะถูกนำไปชาร์จไฟในสถานีเพื่อหมุนเวียนให้บริการแก่ผู้ใช้งานรายต่อไป กลไกนี้สร้างระบบนิเวศพลังงานที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ขั้นตอนการให้บริการที่สถานี
ขั้นตอนการใช้บริการสถานีสลับแบตเตอรี่ถูกออกแบบมาให้ง่าย รวดเร็ว และเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้:
- การนำรถเข้าสถานี: ผู้ใช้งานขี่ยานยนต์ไฟฟ้า เช่น รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เข้าไปยังช่องบริการของสถานีสลับแบตเตอรี่ที่กำหนดไว้
- การยืนยันตัวตน: ผู้ใช้งานอาจต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน หรือระบบหน้าจอสัมผัสที่ตู้บริการ เพื่อระบุข้อมูลสมาชิกและเริ่มต้นกระบวนการ
- กระบวนการสลับแบตเตอรี่:
- ระบบอัตโนมัติ: ในสถานีที่ทันสมัย กระบวนการทั้งหมดจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ แขนกลจะดึงแบตเตอรี่ที่หมดแล้วออกจากตัวรถ และนำแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มแล้วจากช่องชาร์จมาใส่แทนที่ กระบวนการนี้ใช้เวลาเพียง 1-3 นาที โดยผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องลงจากรถ
- ระบบกึ่งอัตโนมัติหรือผู้ใช้บริการเอง: สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าบางรุ่น ผู้ใช้งานอาจต้องดึงแบตเตอรี่ลูกเก่าออกจากรถด้วยตนเอง แล้วนำไปใส่ในช่องว่างของตู้สลับแบต จากนั้นตู้จะปลดล็อกแบตเตอรี่ลูกใหม่ที่ชาร์จเต็มแล้วออกมาให้ผู้ใช้งานนำไปใส่ในรถของตนเอง ซึ่งยังคงเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาไม่นาน
- เสร็จสิ้นและออกเดินทาง: เมื่อการสลับแบตเตอรี่เสร็จสิ้น ระบบจะยืนยันการทำธุรกรรม และผู้ใช้งานสามารถเดินทางต่อไปได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ
ความรวดเร็วของกระบวนการนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้ประสบการณ์การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าใกล้เคียงกับการเติมน้ำมันในรถยนต์สันดาป ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยเร่งการยอมรับเทคโนโลยี EV ในวงกว้าง
ภูมิทัศน์ตลาด Battery Swapping ในประเทศไทยปี 2026
ตลาด Battery Swapping ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในปี 2026 ที่คาดว่าจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากการลงทุนของบริษัทชั้นนำและการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยตลาดถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มธุรกิจหลักสองกลุ่มคือ ภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ และกลุ่มผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในเมือง
ภาคการขนส่งและโลจิสติกส์: กลุ่มผู้ใช้งานหลัก
ภาคโลจิสติกส์ถือเป็นกลุ่มผู้ใช้งานที่มีศักยภาพสูงสุดและเป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยี Battery Swapping มาปรับใช้ เนื่องจากยานพาหนะในกลุ่มนี้ต้องการความต่อเนื่องในการใช้งานสูง การหยุดรถเพื่อรอชาร์จเป็นเวลานานหมายถึงต้นทุนค่าเสียโอกาสที่สูงขึ้น ดังนั้น การสลับแบตเตอรี่ในเวลาไม่กี่นาทีจึงเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบ
หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่สำคัญคือความร่วมมือระหว่าง U Power (ผู้พัฒนาเทคโนโลยี UOTTA) และ Whale Logistics Group ซึ่งได้มีการสั่งซื้อรถบรรทุกไฟฟ้าที่รองรับการสลับแบตเตอรี่จำนวนสูงสุดถึง 1,000 คัน โดยมีกำหนดส่งมอบล็อตแรกจำนวน 30 คันในเดือนเมษายน 2026 เพื่อเริ่มต้นการปฏิบัติการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแต่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน แต่ยังมุ่งหวังที่จะลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ในระยะยาว และสร้างโมเดลต้นแบบสำหรับตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ก่อนหน้านี้ในปี 2025 U Power ยังได้ร่วมมือกับ SAIC Hongyan และ UNEX EV ในการติดตั้งสถานีสลับแบตเตอรี่อัตโนมัติสำหรับรถบรรทุกแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งสถานีดังกล่าวสามารถทำการสลับแบตเตอรี่ได้ภายในเวลาเพียง 3 นาที โดยไม่ต้องใช้แรงงานคน ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ในการปฏิวัติวงการขนส่ง
กลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า: ตอบโจทย์ชีวิตในเมือง
สำหรับตลาดผู้บริโภคทั่วไป โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูง และ Battery Swapping ก็เข้ามาตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว โดยมีโครงการที่น่าสนใจคือการทดสอบระบบสลับแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ให้บริการแท็กซี่ในกรุงเทพมหานคร โดยความร่วมมือระหว่าง Toshiba และ naturenix
โครงการนี้แบ่งออกเป็นสองระยะ:
- ระยะที่หนึ่ง (กันยายน 2024 – มีนาคม 2025): เป็นช่วงทดลองให้บริการฟรี เพื่อเก็บข้อมูลและประเมินผลการใช้งาน โดยใช้แบตเตอรี่รุ่น SCiB™ ของ Toshiba ซึ่งมีจุดเด่นด้านความทนทานต่อความร้อนสูงและมีอายุการใช้งานยาวนาน
- ระยะที่สอง (ธันวาคม 2025 – มีนาคม 2026): จะเริ่มเก็บค่าบริการและขยายขนาดโครงการเพื่อรองรับรถจักรยานยนต์จำนวน 100 คัน พร้อมกับสถานีสลับแบตเตอรี่ 5 แห่ง นอกจากนี้ โครงการยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยมีระบบตรวจสอบการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่และแผนการรีไซเคิลอย่างครบวงจร
การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์: กรณีศึกษาจาก PTT Swap & Go
แม้ว่าภาพรวมของตลาดจะมีการเติบโต แต่ก็มีความท้าทายเช่นกัน กรณีศึกษาที่สำคัญคือการตัดสินใจของ PTT Swap & Go ที่จะยุติการให้บริการสลับแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายในสิ้นปี 2026 หลังจากผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติ การตัดสินใจดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการดำเนินงานและการขยายโครงข่ายสถานีที่สูง ประกอบกับการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของบริษัทแม่ (PTT) เพื่อมุ่งเน้นในธุรกิจอื่นที่มีศักยภาพมากกว่า
อย่างไรก็ตาม การถอนตัวของ PTT Swap & Go ไม่ได้หมายความว่าเทรนด์ Battery Swapping จะสิ้นสุดลง แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนในตลาดผู้บริโภควงกว้าง ซึ่งต้องอาศัยการลงทุนมหาศาลและเวลาในการสร้างการยอมรับ ตลาดโดยรวมยังคงเดินหน้าต่อไป โดยมีผู้เล่นรายอื่นเข้ามาเติมเต็มช่องว่างและนำเสนอบริการในรูปแบบที่แตกต่างกัน
ผู้ให้บริการรายอื่นๆ ที่ขับเคลื่อนตลาด
นอกเหนือจากโครงการขนาดใหญ่ที่กล่าวมา ตลาด Battery Swapping ในไทยยังมีผู้เล่นหลักอีกหลายรายที่กำลังแข่งขันและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลระบุว่ามีผู้ให้บริการชั้นนำประมาณ 10 รายที่กำลังสร้างเครือข่ายของตนเอง เช่น Winnonie, Elenergy, Mile Green, และโครงการ Honda PCX Battery Smart ซึ่งแต่ละรายต่างมีกลยุทธ์ในการเจาะตลาดและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันไป การแข่งขันที่สูงนี้เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเร่งการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานและทำให้บริการเข้าถึงผู้ใช้งานได้ง่ายขึ้น
การวิเคราะห์ข้อดีและข้อพิจารณา
เทคโนโลยี Battery Swapping นำเสนอประโยชน์หลายประการ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความท้าทายและข้อควรพิจารณาที่ต้องนำมาประเมินควบคู่กันไป เพื่อให้เห็นภาพรวมของเทคโนโลยีนี้อย่างครบถ้วน
| คุณสมบัติ | ข้อดี (Advantages) | ข้อพิจารณา / ความท้าทาย (Considerations / Challenges) |
|---|---|---|
| ความเร็วในการใช้งาน | สลับแบตเตอรี่เสร็จสิ้นใน 1-3 นาที เทียบเท่าการเติมน้ำมัน ทำให้ไม่ต้องเสียเวลารอชาร์จ | จำเป็นต้องมีเครือข่ายสถานีที่ครอบคลุมและหนาแน่นเพียงพอ เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการได้สะดวก |
| ต้นทุนแบตเตอรี่ | ผู้ใช้ไม่ต้องซื้อแบตเตอรี่เป็นของตนเอง (ใช้โมเดลเช่า) ทำให้ราคายานยนต์ไฟฟ้าเริ่มต้นถูกลง | อาจมีค่าบริการรายเดือนหรือค่าธรรมเนียมต่อการสลับ ซึ่งอาจเป็นต้นทุนระยะยาวที่ต้องพิจารณา |
| การดูแลรักษาแบตเตอรี่ | ผู้ให้บริการเป็นผู้ดูแลคุณภาพและบำรุงรักษาแบตเตอรี่ ผู้ใช้จึงมั่นใจได้ว่าจะได้ใช้แบตเตอรี่ที่อยู่ในสภาพดีเสมอ | ผู้ใช้งานไม่สามารถควบคุมหรือเลือกคุณภาพของแบตเตอรี่ได้โดยตรง และต้องพึ่งพามาตรฐานของผู้ให้บริการ |
| ความสะดวกสำหรับที่อยู่อาศัย | เป็นทางออกที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่อาศัยในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ที่ไม่มีจุดชาร์จส่วนตัว | ความสะดวกขึ้นอยู่กับว่ามีสถานีสลับแบตเตอรี่ตั้งอยู่ใกล้ที่พักหรือเส้นทางที่ใช้งานประจำหรือไม่ |
| มาตรฐานและโครงสร้างพื้นฐาน | ช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวม และกระตุ้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน | การลงทุนสร้างเครือข่ายสถานีมีต้นทุนสูง และยังขาดมาตรฐานกลางสำหรับแบตเตอรี่ ทำให้ไม่สามารถใช้งานข้ามค่ายได้ |
ทิศทางและอนาคตของเทรนด์ E-Bike และ Battery Swapping
เมื่อมองไปข้างหน้าในปี 2026 และหลังจากนั้น ทิศทางของเทคโนโลยี Battery Swapping ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะมุ่งเน้นไปที่การใช้งานในภาคเชิงพาณิชย์เป็นหลักในช่วงแรก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโลจิสติกส์ บริการเดลิเวอรี่ หรือวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เนื่องจากกลุ่มนี้มีรูปแบบการใช้งานที่ชัดเจน มีเส้นทางที่คาดการณ์ได้ และมีความต้องการใช้งานยานพาหนะอย่างต่อเนื่องตลอดวัน ซึ่งทำให้การลงทุนสร้างสถานีสลับแบตเตอรี่ในพื้นที่เฉพาะมีความคุ้มค่าสูง
นโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ตลาดนี้เติบโต การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและการสนับสนุนด้านการลงทุนจะช่วยจูงใจให้มีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาดและเร่งการขยายโครงข่ายสถานีให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดยังคงเป็นเรื่อง “มาตรฐานของแบตเตอรี่” ปัจจุบันผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแต่ละรายต่างก็มีเทคโนโลยีและขนาดของแบตเตอรี่ที่เป็นของตนเอง ทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถนำแบตเตอรี่ของแบรนด์หนึ่งไปสลับที่สถานีของอีกแบรนด์หนึ่งได้ การสร้างมาตรฐานกลาง (Standardization) ที่ทุกค่ายยอมรับร่วมกันจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อกให้เทคโนโลยีนี้สามารถเติบโตไปสู่ตลาดผู้บริโภคในวงกว้างได้อย่างแท้จริง
ในอนาคตอันใกล้ เราอาจได้เห็นการร่วมมือกันระหว่างผู้ผลิตเพื่อสร้างพันธมิตรด้านแบตเตอรี่ หรืออาจมีหน่วยงานกลางเข้ามาเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน ซึ่งจะทำให้ระบบนิเวศของ Battery Swapping มีความสมบูรณ์และเป็นมิตรต่อผู้ใช้งานทุกคนมากยิ่งขึ้น แม้จะมีความท้าทายอยู่บ้าง แต่ด้วยประโยชน์ที่ชัดเจนในด้านความเร็วและความสะดวกสบาย เทรนด์นี้จึงยังคงเป็นอนาคตที่สดใสสำหรับวงการยานยนต์ไฟฟ้าของไทย
บทสรุปและทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจยานยนต์ไฟฟ้า
เทรนด์ ‘Battery Swapping’ หรือการสลับแบตเตอรี่ กำลังกลายเป็นทางออกที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับข้อจำกัดด้านการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยความสามารถในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้เต็ม 100% ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ทำให้เทคโนโลยีนี้ได้รับความสนใจอย่างสูง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์และผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในเมือง แม้จะมีความท้าทายด้านต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานและการสร้างมาตรฐานกลางของแบตเตอรี่ แต่การลงทุนจากบริษัทชั้นนำและการขยายตัวของเครือข่ายบริการยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งในอนาคต
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike การทำความเข้าใจในเทคโนโลยีและทางเลือกต่างๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญเพื่อการตัดสินใจที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง
หากท่านกำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ ร้าน GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายประเภท พร้อมให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม:
ร้านเปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เยี่ยมชมและพูดคุยกับเราได้ทาง FACEBOOK PAGE หรือแอด LINE และสามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์ได้โดยตรง

