ไม่ต้องรอชาร์จ! เจาะเทรนด์ ‘Swap Battery’ ตู้สลับแบตฯ ที่เริ่มบุกไทยปี 2026 ระบบนี้เหมาะกับใคร? คุ้มค่าจริงไหม?
- ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- บทนำสู่เทคโนโลยี Swap Battery: อนาคตของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า
- การทำงานของสถานีสลับแบตเตอรี่และผู้เล่นหลักในตลาดไทย
- ระบบ Swap Battery เหมาะกับใคร? และทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในปัจจุบัน
- วิเคราะห์ความคุ้มค่า: เปรียบเทียบต้นทุนระหว่าง Swap Battery และการชาร์จส่วนตัว
- อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในไทยและบทบาทของตู้สลับแบตเตอรี่
- สรุป: เทรนด์ Swap Battery ทางรอดหรือทางเลือก?
- เลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณวันนี้
การรอคอยชาร์จแบตเตอรี่รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเป็นเวลานานคือหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายคนลังเลใจ แต่ปัญหานี้กำลังจะถูกท้าทายด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่กำลังเข้ามามีบทบาทในประเทศไทย คำถามสำคัญคือ ไม่ต้องรอชาร์จ! เจาะเทรนด์ ‘Swap Battery’ ตู้สลับแบตฯ ที่เริ่มบุกไทยปี 2026 ระบบนี้เหมาะกับใคร? คุ้มค่าจริงไหม? เทรนด์นี้คือการปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือเป็นเพียงทางเลือกสำหรับคนบางกลุ่มเท่านั้น บทความนี้จะเจาะลึกทุกมิติเพื่อนำเสนอข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- ความเร็วคือหัวใจหลัก: ระบบ Swap Battery ลดระยะเวลาการ “เติมพลังงาน” จากหลายสิบนาทีเหลือเพียง 3-5 นาทีเท่านั้น ทำให้การใช้งานยานยนต์ไฟฟ้ามีความต่อเนื่องมากขึ้น
- กลุ่มเป้าหมายชัดเจน: ในช่วงแรกเริ่ม เทคโนโลยีนี้มุ่งเน้นไปที่ผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์เป็นหลัก เช่น ไรเดอร์ส่งอาหาร แท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่ต้องการลดเวลาหยุดพักเพื่อชาร์จไฟ
- โครงสร้างพื้นฐานยังจำกัด: สถานีสลับแบตเตอรี่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและมีจำนวนจำกัดในพื้นที่เฉพาะทาง เช่น ภูเก็ต และแผนการขยายในกรุงเทพฯ ยังต้องใช้เวลา
- ความเข้ากันได้ของแบตเตอรี่: ผู้ใช้ทั่วไปต้องตรวจสอบว่ารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของตนเองรองรับแบตเตอรี่มาตรฐานจากผู้ให้บริการตู้สลับแบตเตอรี่หรือไม่ ซึ่งปัจจุบันยังมีรุ่นที่รองรับไม่มากนัก
- ทางเลือกที่มีอยู่จริง: สำหรับผู้ใช้งานส่วนบุคคล การชาร์จไฟที่บ้านยังคงเป็นวิธีที่สะดวกและคุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเลือกใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่มีแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงและจัดการพลังงานได้ดี
บทนำสู่เทคโนโลยี Swap Battery: อนาคตของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า
ปัญหาการรอชาร์จแบตเตอรี่ที่ยาวนานเป็นจุดอ่อนสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มาโดยตลอด โดยเฉพาะในกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ใช้ในการเดินทางในเมืองหรือเพื่อการพาณิชย์ที่ทุกนาทีมีค่า การจอดรอ 30 นาทีถึงหลายชั่วโมงเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มอาจหมายถึงการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจและเวลาส่วนตัว เทคโนโลยี “Battery Swapping” หรือระบบสลับแบตเตอรี่ จึงเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยตรง โดยเปลี่ยนแนวคิดจากการ “ชาร์จ” มาเป็นการ “สลับ” แบตเตอรี่ลูกใหม่ที่ชาร์จเต็มแล้วจากสถานีบริการ คล้ายกับการเปลี่ยนถังแก๊สหุงต้ม
แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กำลังจะกลายเป็นจริงในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2026 หลังจากเริ่มมีการติดตั้งและทดลองใช้งานมาตั้งแต่ปี 2025 เทรนด์นี้ได้รับความสนใจอย่างสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชนที่มองเห็นศักยภาพในการผลักดันนโยบาย 30@30 ซึ่งตั้งเป้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ของการผลิตทั้งหมดภายในปี 2030 ระบบสลับแบตเตอรี่ถูกมองว่าเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV สมบูรณ์และรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับยานยนต์ขนาดเล็กที่ต้องการความคล่องตัวและความเร็วในการบริการ
การทำงานของสถานีสลับแบตเตอรี่และผู้เล่นหลักในตลาดไทย
สถานีสลับแบตเตอรี่ หรือที่เรียกกันว่า “ตู้สลับแบตฯ” ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บ ชาร์จ และจ่ายแบตเตอรี่สำรองให้กับผู้ใช้งาน ผู้ขับขี่เพียงแค่นำรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่แบตเตอรี่ใกล้หมดเข้าไปยังสถานี จากนั้นระบบอัตโนมัติหรือเจ้าหน้าที่จะนำแบตเตอรี่เก่าออก แล้วใส่แบตเตอรี่ลูกใหม่ที่ชาร์จไฟเต็ม 100% เข้าไปแทนที่ กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที
กระบวนการสลับแบตเตอรี่: ความเร็วที่มาแทนการรอ
กระบวนการทำงานถูกออกแบบมาให้ง่ายและรวดเร็วที่สุด โดยทั่วไปจะมีขั้นตอนดังนี้:
- ผู้ใช้ขับขี่รถ EV เข้าจอดในช่องบริการของสถานี
- ระบุตัวตนผ่านแอปพลิเคชันหรือระบบสมาชิก
- ระบบของสถานีจะปลดล็อกและดึงแบตเตอรี่ที่พลังงานหมดออกมา
- แบตเตอรี่ลูกใหม่ที่ชาร์จเต็มแล้วจะถูกนำมาติดตั้งในรถโดยอัตโนมัติ
- ผู้ใช้ชำระค่าบริการ (ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบการสมัครสมาชิกรายเดือน) และสามารถเดินทางต่อได้ทันที
ความเร็วที่โดดเด่นนี้ทำให้ผู้ใช้งานแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างจากการเติมน้ำมันแบบเดิมๆ และเป็นจุดขายสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีนี้แตกต่างจากการชาร์จที่สถานีชาร์จสาธารณะ
UNEX EV: ผู้บุกเบิกจากจีนสู่ตลาดไทย
หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่เริ่มบุกตลาดไทยอย่างจริงจังคือ UNEX EV แพลตฟอร์มสลับแบตเตอรี่สัญชาติจีน ซึ่งได้เปิดสถานีบริการแห่งแรกในจังหวัดภูเก็ตตั้งแต่ปี 2025 ภายใต้ชื่อ UOTTA โดยร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นอย่าง YU Power การลงทุนในสถานีแรกมีมูลค่าราว 15-20 ล้านบาท ประกอบด้วยแบตเตอรี่สำรอง 8 ก้อน และสามารถรองรับการใช้งานของรถแท็กซี่ไฟฟ้าได้ถึง 100 คันต่อสถานี UNEX EV มีแผนขยายเครือข่ายมายังกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง รวมถึงมองหาโอกาสในตลาดระดับภูมิภาคอย่างสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดนี้
โครงการต้นแบบโดยภาครัฐ: สวทช. และพันธมิตร
นอกจากการลงทุนของภาคเอกชนแล้ว ภาครัฐโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ก็ได้ริเริ่มโครงการทดสอบต้นแบบตู้สลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเช่นกัน โดยมีการติดตั้งตู้ต้นแบบใน 3 พื้นที่ ได้แก่ ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ สวทช., ปั๊มน้ำมันบางจากเลียบทางด่วนรามอินทรา, และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่นนทบุรี โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบที่มีมาตรฐานกลาง สามารถใช้งานร่วมกันได้ระหว่างผู้ผลิตหลายค่าย และช่วยลดต้นทุนโดยรวม ซึ่งคาดว่าจะได้ผลสรุปที่ชัดเจนภายในปี 2025 เพื่อนำไปสู่การขยายผลในเชิงพาณิชย์ต่อไป
ระบบ Swap Battery เหมาะกับใคร? และทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในปัจจุบัน
แม้ว่าเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่จะดูมีอนาคตที่สดใส แต่ในความเป็นจริง ณ ปี 2026 ระบบนี้ยังคงมีกลุ่มเป้าหมายที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง และอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับผู้ใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทุกคน
กลุ่มเป้าหมายหลัก: ผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์
ข้อมูลจากการเปิดตัวและการทดสอบชี้ชัดว่า กลุ่มผู้ใช้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากระบบ Swap Battery คือกลุ่มที่ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ หรือกลุ่มที่ต้องการความต่อเนื่องในการใช้งานสูง ได้แก่:
- ไรเดอร์ส่งอาหารและพัสดุ: ที่ต้องวิ่งรถตลอดทั้งวัน การหยุดชาร์จหมายถึงการเสียรายได้โดยตรง
- มอเตอร์ไซค์รับจ้าง: ที่ต้องการความพร้อมในการให้บริการลูกค้าตลอดเวลา
- รถแท็กซี่ EV: โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการหมุนเวียนของผู้โดยสารสูง เช่น สนามบินหรือแหล่งท่องเที่ยว
สำหรับผู้ใช้กลุ่มนี้ เวลาที่ประหยัดได้จากการสลับแบตเตอรี่เพียง 3-5 นาที สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นและลด Downtime ของรถได้อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อจำกัดของระบบสลับแบตเตอรี่สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อเดินทางไปทำงานหรือใช้ในชีวิตประจำวัน การรอโครงสร้างพื้นฐานของตู้สลับแบตเตอรี่ให้ครอบคลุมอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากยังมีความท้าทายหลายประการ:
- พื้นที่ให้บริการจำกัด: สถานียังคงกระจุกตัวในพื้นที่เศรษฐกิจหรือแหล่งท่องเที่ยวเป็นหลัก
- ค่าบริการรายเดือน: โมเดลธุรกิจส่วนใหญ่เป็นแบบสมัครสมาชิก ซึ่งอาจเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ไม่จำเป็นสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้งานรถอย่างหนักหน่วง
- ความเข้ากันได้ของรถ: รถส่วนตัวของผู้ใช้อาจไม่รองรับมาตรฐานแบตเตอรี่ของผู้ให้บริการ ทำให้ไม่สามารถใช้บริการได้
ทำไม E-bike จาก GIANT Shopping Mall คือคำตอบสำหรับปี 2026
ในขณะที่เทรนด์ Swap Battery กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและพัฒนาสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่ม ทางออกที่จับต้องได้และคุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ใช้ทั่วไปในปี 2026 คือการเป็นเจ้าของยานยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลที่ไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่ยังมาไม่ถึง ที่ GIANT Shopping Mall มีตัวเลือก E-bike, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, และจักรยานไฟฟ้าหลากหลายรุ่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการเดินทางในปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ความพร้อมใช้งาน: ซื้อวันนี้ ขี่ได้ทันที
จุดเด่นที่สุดคือความอิสระ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรอให้สถานีสลับแบตเตอรี่ขยายเครือข่ายมาถึงหน้าบ้าน เพียงแค่เสียบชาร์จกับปลั๊กไฟบ้านทั่วไปก็สามารถใช้งานได้ทันที การชาร์จข้ามคืนเพียงพอสำหรับการเดินทางตลอดทั้งวัน ทำให้สะดวกและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่มากกว่า
เทคโนโลยีและสเปกที่ตอบโจทย์ชีวิตเมือง
ยานยนต์ไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ทันสมัย ให้ระยะทางวิ่งที่ไกลต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มีระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ (BMS) ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ และมีสเปกมอเตอร์ที่ให้พละกำลังเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเร่งแซงหรือการขับขี่ขึ้นทางลาดชัน ทั้งหมดนี้คือเทคโนโลยีที่พร้อมให้ใช้งานได้ทันที ไม่ใช่เทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ต้องรอคอย
ความคุ้มค่าที่ไม่ต้องรอโครงสร้างพื้นฐาน
การลงทุนซื้อรถไฟฟ้าส่วนตัวจาก GIANT Shopping Mall เป็นการจ่ายครั้งเดียวที่จบ ไม่ต้องกังวลกับค่าบริการรายเดือนของระบบสลับแบตเตอรี่ ค่าไฟฟ้าในการชาร์จที่บ้านนั้นถูกกว่าการใช้บริการสถานีอย่างเห็นได้ชัดในระยะยาว นอกจากนี้ยังเป็นการลงทุนในทรัพย์สินของตนเองอีกด้วย
เป็นเจ้าของยานพาหนะไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องผูกมัดกับค่าบริการรายเดือน คือความคุ้มค่าที่แท้จริงที่ GIANT Shopping Mall มอบให้คุณได้ตั้งแต่วันนี้
วิเคราะห์ความคุ้มค่า: เปรียบเทียบต้นทุนระหว่าง Swap Battery และการชาร์จส่วนตัว
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบระหว่างสองทางเลือกนี้เป็นสิ่งจำเป็นในการตัดสินใจ
ข้อดีและข้อเสียของระบบสลับแบตเตอรี่
ข้อดี:
- รวดเร็วมาก: ใช้เวลาเพียง 3-5 นาที ประหยัดเวลาได้อย่างมหาศาล
- สะดวกสำหรับผู้ใช้เชิงพาณิชย์: ลด Downtime เพิ่มรอบการวิ่งและรายได้
- ไม่ต้องดูแลแบตเตอรี่เอง: ผู้ให้บริการเป็นผู้รับผิดชอบการบำรุงรักษาแบตเตอรี่ทั้งหมด
ข้อเสีย:
- สถานีบริการยังไม่ครอบคลุม: จำกัดการใช้งานในบางพื้นที่
- มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง: ส่วนใหญ่เป็นโมเดลสมัครสมาชิกรายเดือนหรือรายปี
- ข้อจำกัดด้านความเข้ากันได้: ต้องใช้รถรุ่นที่รองรับกับแบตเตอรี่ของผู้ให้บริการเท่านั้น
| คุณสมบัติ | ระบบ Swap Battery | การชาร์จที่บ้าน (GIANT Shopping Mall) |
|---|---|---|
| เวลาในการเติมพลังงาน | 3-5 นาที | 2-6 ชั่วโมง (ชาร์จข้ามคืน) |
| ความสะดวกสบาย | ต้องเดินทางไปสถานีบริการ | ชาร์จได้ทุกที่ที่มีปลั๊กไฟบ้าน |
| ต้นทุนเริ่มต้น | ค่ารถที่รองรับระบบ (อาจสูงกว่า) | ค่ารถตามรุ่นที่เลือก |
| ต้นทุนต่อเนื่อง | ค่าสมัครสมาชิกรายเดือน/รายปี | ค่าไฟฟ้า (ต่ำกว่ามาก) |
| ความเป็นเจ้าของ | ไม่ได้เป็นเจ้าของแบตเตอรี่ | เป็นเจ้าของรถและแบตเตอรี่ 100% |
| ความพร้อมใช้งาน (ปี 2026) | จำกัดในบางพื้นที่ | พร้อมใช้งานทั่วประเทศ |
| คุณสมบัติ | E-Bike รุ่นมาตรฐาน (ทั่วไป) | E-Bike รุ่นพรีเมียม (GIANT Shopping Mall) |
|---|---|---|
| ระยะทางต่อการชาร์จ | 30-40 กม. | 60-100 กม. หรือมากกว่า |
| ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) | พื้นฐาน | อัจฉริยะ ป้องกันการชาร์จเกินและยืดอายุการใช้งาน |
| กำลังมอเตอร์ | เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป | สูงกว่า ตอบสนองดีเยี่ยมในทุกสภาพถนน |
| วัสดุโครงสร้าง | เหล็ก/อลูมิเนียมเกรดมาตรฐาน | อลูมิเนียมเกรดพรีเมียม น้ำหนักเบา แข็งแรง |
| การรับประกันและบริการ | จำกัด | ครบวงจร พร้อมบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้ |
อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในไทยและบทบาทของตู้สลับแบตเตอรี่
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์ Swap Battery จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเฉพาะการเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับภาคธุรกิจและบริการขนส่งสาธารณะ การขยายตัวของสถานีในอนาคตจะช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทาง (Range Anxiety) และทำให้ผู้ประกอบการหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้บริโภคทั่วไป อนาคตของการเดินทางส่วนบุคคลยังคงอยู่ที่การเป็นเจ้าของยานพาหนะที่มอบความอิสระและคุ้มค่าสูงสุด การพัฒนารถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถชาร์จไฟบ้านได้อย่างรวดเร็วและวิ่งได้ไกลขึ้น จะยังคงเป็นทางเลือกหลักที่ตอบโจทย์คนส่วนใหญ่ได้ดีที่สุดต่อไปอีกหลายปี
สรุป: เทรนด์ Swap Battery ทางรอดหรือทางเลือก?
สรุปได้ว่าในปี 2026 เทคโนโลยี ‘Swap Battery’ หรือตู้สลับแบตเตอรี่ ถือเป็น “ทางรอด” ที่สำคัญสำหรับผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ที่ต้องการความต่อเนื่องในการทำงาน แต่ยังคงเป็นเพียง “ทางเลือก” สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ให้บริการ ความเข้ากันได้ของรถ และโมเดลค่าบริการรายเดือน การรอคอยให้โครงสร้างพื้นฐานสมบูรณ์อาจทำให้พลาดโอกาสในการเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดและประหยัดค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันนี้
ทางออกที่ดีที่สุดและพร้อมใช้งานทันทีสำหรับประชาชนทั่วไป คือการเลือกเป็นเจ้าของจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike คุณภาพสูงที่สามารถชาร์จไฟที่บ้านได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งเป็นโซลูชันที่มอบทั้งอิสระ ความคุ้มค่า และประสิทธิภาพในการเดินทางที่เหนือกว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน
เลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณวันนี้
ไม่ต้องรออนาคตที่ยังมาไม่ถึง เริ่มต้นการเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้แล้ววันนี้ ที่ GIANT Shopping Mall ศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ทุกประเภท เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำเพื่อเลือกรุ่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณได้อย่างลงตัวที่สุด
เยี่ยมชมและทดลองขับขี่ได้ที่โชว์รูม หรือปรึกษาเราผ่านช่องทางออนไลน์:
- FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
- LINE: @giantshopping
- ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: คลิกที่นี่
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878

