ชาร์จ 1 ครั้งกี่บาท? แจกสูตรคำนวณค่าไฟ ‘รถไฟฟ้า’ ถูกจริงไหม
บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคำถามที่ว่า ชาร์จ 1 ครั้งกี่บาท? พร้อมแจกสูตรคำนวณค่าไฟ ‘รถไฟฟ้า’ ถูกจริงไหม เพื่อให้ผู้ที่สนใจหรือใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าสามารถประเมินค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำ การทำความเข้าใจวิธีการคำนวณและปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้เห็นภาพความคุ้มค่าในการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
สาระสำคัญของการคำนวณค่าใช้จ่ายรถไฟฟ้า
- สูตรคำนวณที่ชัดเจน: ค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถไฟฟ้าสามารถคำนวณได้จากขนาดแบตเตอรี่ (kWh) คูณกับอัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วย ซึ่งทำให้ประเมินต้นทุนได้อย่างโปร่งใส
- ความแตกต่างของสถานที่ชาร์จ: การชาร์จที่บ้านมีต้นทุนต่ำกว่าสถานีชาร์จสาธารณะอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการชาร์จในช่วง Off-peak ที่มีอัตราค่าไฟถูกเป็นพิเศษ
- ประหยัดกว่ารถน้ำมัน: เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร รถไฟฟ้ามีต้นทุนพลังงานที่ถูกกว่ารถยนต์สันดาปอย่างชัดเจน ซึ่งนำไปสู่การประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
- ปัจจัยที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย: ขนาดแบตเตอรี่, อัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลา (On-Peak/Off-Peak), และผู้ให้บริการสถานีชาร์จ ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการชาร์จแต่ละครั้ง
ทำความเข้าใจค่าใช้จ่ายของรถยนต์ไฟฟ้า: ประหยัดจริงหรือ?
ในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนและกระแสรักษ์โลกกำลังเป็นที่สนใจ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้กลายเป็นทางเลือกที่น่าจับตามองสำหรับผู้ใช้รถจำนวนมาก หนึ่งในคำถามสำคัญที่ผู้พิจารณาซื้อรถ EV มักสงสัยคือเรื่องของค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการชาร์จแบตเตอรี่แต่ละครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ การทราบวิธี คำนวณค่าไฟรถไฟฟ้า จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่ากับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันได้อย่างเป็นรูปธรรม
ความสำคัญของการทำความเข้าใจต้นทุนการชาร์จไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ที่กำลังจะซื้อรถใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ใช้งานปัจจุบันที่ต้องการวางแผนการเงินและเลือกรูปแบบการชาร์จที่ประหยัดที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จที่บ้านหรือการใช้บริการสถานีชาร์จสาธารณะ ข้อมูลที่ถูกต้องและวิธีการคำนวณที่ชัดเจนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดเป็นไปอย่างมั่นใจและคุ้มค่าที่สุด
วิธีคำนวณค่าไฟรถไฟฟ้าอย่างละเอียด
การประเมินค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องซับซ้อน โดยมีสูตรคำนวณพื้นฐานที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งการชาร์จที่บ้านและสถานีบริการสาธารณะ ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพรวมของต้นทุนพลังงานได้อย่างชัดเจน
สูตรคำนวณค่าไฟพื้นฐานสำหรับการชาร์จที่บ้าน
หัวใจของการคำนวณค่าใช้จ่ายในการชาร์จรถไฟฟ้าหนึ่งครั้งจนเต็ม คือการนำความจุของแบตเตอรี่มาคำนวณร่วมกับอัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วย สูตรดังกล่าวสามารถเขียนได้ดังนี้:
ค่าใช้จ่ายในการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (บาท) = ขนาดความจุแบตเตอรี่ (kWh) × อัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วย (บาท/kWh)
ตัวอย่าง: หากรถยนต์ไฟฟ้ามีแบตเตอรี่ขนาด 90 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) และอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่บ้านอยู่ที่หน่วยละ 4.2 บาท การคำนวณค่าใช้จ่ายในการชาร์จจาก 0% ถึง 100% จะเป็นดังนี้:
90 kWh × 4.2 บาท/kWh = 378 บาท
จากตัวอย่างนี้ จะเห็นได้ว่าการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่จนเต็มหนึ่งครั้งจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 378 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สามารถนำไปใช้ในการวางแผนค่าใช้จ่ายรายเดือนได้
การคำนวณต้นทุนต่อกิโลเมตร เพื่อเปรียบเทียบกับรถน้ำมัน
เพื่อให้การเปรียบเทียบกับรถยนต์สันดาปมีความชัดเจนยิ่งขึ้น การคำนวณหาต้นทุนพลังงานต่อกิโลเมตรจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งสามารถทำได้โดยการนำอัตราสิ้นเปลืองพลังงานของรถมาพิจารณาประกอบ
ขั้นตอนที่ 1: คำนวณอัตราสิ้นเปลืองพลังงาน
โดยทั่วไป อัตราสิ้นเปลืองของรถ EV จะระบุเป็นหน่วย กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร (kWh/100km) หากรถยนต์คันหนึ่งมีแบตเตอรี่ 90 kWh และวิ่งได้ระยะทาง 450 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม จะมีอัตราสิ้นเปลืองที่:
90 kWh ÷ 450 km = 0.2 kWh/km หรือ 20 kWh/100km
ขั้นตอนที่ 2: คำนวณค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร
เมื่อทราบอัตราสิ้นเปลืองแล้ว ให้นำไปคูณกับอัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วย เพื่อหาต้นทุนต่อกิโลเมตร:
0.2 kWh/km × 4.2 บาท/kWh = 0.84 บาท/กิโลเมตร
ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึง ค่าไฟรถ EV ที่เกิดขึ้นจริงในทุกๆ กิโลเมตรที่ขับขี่ ซึ่งเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับต้นทุนค่าน้ำมันของรถยนต์ทั่วไปที่อาจสูงถึง 2-3 บาทต่อกิโลเมตร จะเห็นถึงความแตกต่างและความได้เปรียบด้านการ ประหยัดน้ำมัน ของรถไฟฟ้าได้อย่างชัดเจน
เจาะลึกอัตราค่าไฟฟ้า: ชาร์จที่บ้าน vs. สถานีชาร์จสาธารณะ
อัตราค่าไฟฟ้าเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดต้นทุนการชาร์จ โดยอัตราค่าบริการจะแตกต่างกันอย่างมากระหว่างการชาร์จที่บ้านและการใช้บริการสถานีชาร์จสาธารณะ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายโดยรวม
อัตราค่าไฟเมื่อชาร์จที่บ้าน
การชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านเป็นวิธีที่ประหยัดที่สุด โดยอัตราค่าไฟฟ้าจะอ้างอิงตามใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าปกติ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะอยู่ในช่วง 4.2 – 4.72 บาทต่อหน่วย (รวมค่า Ft) อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้สามารถประหยัดได้มากขึ้นด้วยการติดตั้งมิเตอร์แบบ TOU (Time of Use) และชาร์จในช่วง Off-Peak
การชาร์จในช่วง Off-Peak (หลังเวลา 22:00 น. ถึง 09:00 น.) มีอัตราค่าไฟฟ้าที่ถูกลงอย่างมาก เช่น อัตราของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) อาจอยู่ที่ประมาณ 2.63 บาทต่อหน่วยเท่านั้น ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการชาร์จได้เกือบครึ่งหนึ่ง
ดังนั้น การวางแผนการชาร์จแบตเตอรี่ในช่วงเวลาดังกล่าวจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสำหรับผู้ใช้รถ EV
อัตราค่าไฟ ณ สถานีชาร์จสาธารณะ
สถานีชาร์จสาธารณะมอบความสะดวกสบายในการเดินทางไกล แต่มีอัตราค่าบริการที่สูงกว่าการชาร์จที่บ้านอย่างมีนัยสำคัญ อัตราค่าบริการมักจะแบ่งตามช่วงเวลา On-Peak (ช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง) และ Off-Peak รวมถึงประเภทของหัวชาร์จ (AC หรือ DC Fast Charge)
| ผู้ให้บริการและประเภทหัวชาร์จ | อัตราค่าบริการ On-Peak (บาท/kWh) | อัตราค่าบริการ Off-Peak (บาท/kWh) |
|---|---|---|
| PEA Volta 50 kW | 7.4 | 5.7 |
| PEA Volta 120 kW | 7.5 | 5.8 |
| Chargerbot DC | 7.7 – 8.2 | 6.6 |
| OneCharge DC 60 kW | 7.5 – 8.0 | 6.0 |
จากตาราง จะเห็นได้ว่าอัตราค่าบริการที่สถานีชาร์จสาธารณะสูงกว่าที่บ้านประมาณ 1.5 – 2 เท่า การทำความเข้าใจตารางราคาของผู้ให้บริการแต่ละรายจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อการวางแผนการเดินทางและการควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
บทวิเคราะห์ความคุ้มค่า: รถไฟฟ้าประหยัดกว่าจริงแค่ไหน?
จากการเปรียบเทียบต้นทุนพลังงานทั้งหมด สามารถสรุปได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีความประหยัดกว่ารถยนต์สันดาปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่สามารถชาร์จที่บ้านเป็นหลัก ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าผู้ใช้รถไฟฟ้าอาจประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึง 1,500 – 2,000 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับการใช้จ่ายค่าน้ำมันประมาณ 7,000 บาทต่อเดือนสำหรับการเดินทางในระยะทางที่ใกล้เคียงกัน
ตัวเลขการประหยัดนี้มาจากการที่ต้นทุนต่อกิโลเมตรของรถไฟฟ้า (ประมาณ 0.7-0.9 บาท/กม. เมื่อชาร์จที่บ้าน) ต่ำกว่าต้นทุนค่าน้ำมันของรถยนต์ทั่วไป (ประมาณ 2-3 บาท/กม.) อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าการชาร์จที่สถานีสาธารณะจะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แต่ก็ยังคงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการเติมน้ำมันในหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะในการเดินทางระยะไกล
อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละบุคคล ปัจจัยต่างๆ เช่น ระยะทางการขับขี่ต่อวัน, สัดส่วนการชาร์จที่บ้านเทียบกับสถานีสาธารณะ, และการเลือกใช้โปรโมชันหรือช่วงเวลา Off-Peak ล้วนส่งผลต่อตัวเลขการประหยัดโดยรวม การ เปรียบเทียบรถไฟฟ้า กับรถน้ำมันจึงต้องพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ประกอบกัน เพื่อให้ได้ภาพสะท้อนของความคุ้มค่าที่แท้จริง
สรุป: ก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างชาญฉลาด
โดยสรุปแล้ว คำถามที่ว่า ชาร์จ 1 ครั้งกี่บาท? และรถไฟฟ้าถูกจริงไหม นั้นมีคำตอบที่ชัดเจน: รถยนต์ไฟฟ้ามอบความประหยัดด้านค่าใช้จ่ายพลังงานได้อย่างแท้จริง การใช้สูตรคำนวณง่ายๆ คือการนำขนาดแบตเตอรี่ (kWh) มาคูณกับอัตราค่าไฟฟ้า (บาท/kWh) ช่วยให้ผู้ใช้สามารถประเมินค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการชาร์จที่บ้านจะมีต้นทุนต่ำที่สุดและเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการชาร์จจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ ทั้งขนาดแบตเตอรี่, สถานที่, และช่วงเวลา แต่ภาพรวมยังคงชี้ชัดว่าต้นทุนต่อกิโลเมตรของรถไฟฟ้านั้นต่ำกว่ารถยนต์สันดาปอย่างมาก การทำความเข้าใจในรายละเอียดเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ใช้ปัจจุบันสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างชาญฉลาดและมั่นใจในความคุ้มค่า
สำหรับผู้ที่สนใจในยานยนต์ไฟฟ้าและต้องการข้อมูลเพิ่มเติม GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สามารถเข้ามาชมสินค้าหรือสอบถามข้อมูลได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ติดตามข่าวสารและโปรโมชันได้ที่: FACEBOOK PAGE หรือ LINE
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ

