เช็คลิสต์ 7 จุด! ตรวจ E-Bike ง่ายๆ ก่อนขี่ทุกวัน
- ความสำคัญของการตรวจเช็ค E-Bike ก่อนใช้งาน
- เช็คลิสต์ 7 จุดสำคัญเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด
- 1. ลมยางและสภาพยาง: รากฐานของการขับขี่ที่มั่นคง
- 2. ระบบเบรก: หัวใจของความปลอดภัย
- 3. โซ่และชุดขับเคลื่อน: พลังที่ส่งผ่านอย่างราบรื่น
- 4. ล้อและการยึดล้อ: ความมั่นคงในทุกการหมุน
- 5. แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า: แหล่งพลังงานที่ต้องพร้อมเสมอ
- 6. ระบบไฟส่องสว่างและการมองเห็น: เพื่อความปลอดภัยทั้งกลางวันและกลางคืน
- 7. ท่าทางการขับขี่และความพร้อมของผู้ขี่: องค์ประกอบสุดท้ายสู่ความสมบูรณ์แบบ
- สรุปตารางการตรวจสอบประจำวัน
- การดูแลรักษาระยะยาวเพื่อยืดอายุการใช้งาน
- เลือกซื้อและรับคำปรึกษาเกี่ยวกับ E-Bike
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike กำลังเป็นยานพาหนะที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยความสะดวกสบาย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์การเดินทางในเมืองได้อย่างดีเยี่ยม อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การขับขี่ทุกครั้งเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย การสละเวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อนออกจากบ้านเพื่อทำตาม เช็คลิสต์ 7 จุด! ตรวจ E-Bike ง่ายๆ ก่อนขี่ทุกวัน ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การตรวจสอบเบื้องต้นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของส่วนประกอบต่างๆ ให้ยาวนานขึ้นอีกด้วย
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- การตรวจสอบลมยางและระบบเบรกเป็นสองสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในการขับขี่
- การดูแลรักษาระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ E-Bike ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีระยะการเดินทางที่ไกลขึ้น
- ความพร้อมของผู้ขี่ ทั้งในด้านการแต่งกายและการปรับท่าทางให้เหมาะสม เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบที่มักถูกมองข้ามแต่มีความสำคัญไม่แพ้กัน
- การทำตามเช็คลิสต์นี้ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที แต่สามารถป้องกันปัญหาร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนนได้
ความสำคัญของการตรวจเช็ค E-Bike ก่อนใช้งาน
การใช้ เช็คลิสต์ 7 จุด! ตรวจ E-Bike ง่ายๆ ก่อนขี่ทุกวัน เป็นกิจวัตรที่สำคัญสำหรับผู้ใช้งานจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทุกคน เนื่องจาก E-Bike มีน้ำหนักและความเร็วสูงกว่าจักรยานทั่วไป ทำให้ส่วนประกอบต่างๆ เช่น เบรก ยาง และระบบขับเคลื่อน ต้องรับภาระหนักขึ้น การตรวจสอบสภาพความพร้อมก่อนใช้งานจึงเปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพเบื้องต้น ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ว่ายานพาหนะของตนอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และปลอดภัยสูงสุด
การตรวจสอบนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้งาน E-Bike ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ใช้เดินทางไปทำงานในชีวิตประจำวัน, นักปั่นที่ใช้เพื่อการพักผ่อน, หรือแม้แต่ผู้ให้บริการขนส่งที่ต้องใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน การสร้างนิสัยการตรวจเช็คเป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ไม่ให้ลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสูง และที่สำคัญที่สุดคือการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
เช็คลิสต์ 7 จุดสำคัญเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด
ต่อไปนี้คือรายละเอียดของ 7 จุดตรวจสอบที่ผู้ใช้ E-Bike ทุกคนควรปฏิบัติเป็นประจำ เพื่อให้การเดินทางทุกครั้งเต็มไปด้วยความมั่นใจและปลอดภัย
1. ลมยางและสภาพยาง: รากฐานของการขับขี่ที่มั่นคง
ยางเป็นส่วนประกอบเดียวที่สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง การรักษาสภาพยางให้ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ ของการดูแล e-bike
การตรวจสอบแรงดันลมยาง
แรงดันลมยางที่เหมาะสมส่งผลต่อการควบคุมรถ ระยะเบรก และประสิทธิภาพของแบตเตอรี่
- วิธีการตรวจสอบ: ใช้มือบีบที่แก้มยางทั้งสองข้างเพื่อประเมินความแข็งเบื้องต้น หากรู้สึกว่ายางนิ่มผิดปกติ ควรใช้ที่สูบลมที่มีเกจวัดแรงดันเพื่อเติมลมให้ได้ตามค่าที่กำหนด ค่าแรงดันลมยางที่เหมาะสม (PSI – Pounds per Square Inch) จะระบุไว้ที่แก้มยางเสมอ
- ความสำคัญ:
- ลมยางอ่อนเกินไป: ทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นถนนมากเกินความจำเป็น ส่งผลให้รถอืด เปลืองพลังงานแบตเตอรี่มากกว่าปกติ ควบคุมได้ยาก และเสี่ยงต่อการเกิด “ยางกัดใน” (Pinch Flat) เมื่อขี่ผ่านขอบทางหรือหลุม
- ลมยางแข็งเกินไป: ทำให้รถกระด้าง ขาดความนุ่มนวล ลดการยึดเกาะถนน โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่เปียกลื่น และอาจทำให้รู้สึกไม่มั่นคงในการเข้าโค้ง
การตรวจสอบสภาพผิวยาง
การตรวจดูสภาพโดยรวมของยางจะช่วยให้พบความผิดปกติที่อาจนำไปสู่อันตรายได้
- วิธีการตรวจสอบ: เดินสำรวจรอบยางทั้งล้อหน้าและล้อหลังอย่างช้าๆ มองหาร่องรอยความเสียหาย เช่น รอยแตก, รอยบาด, อาการบวมปูด, ดอกยางที่สึกหรอจนเรียบ หรือมีเศษแก้ว, ตะปู, หรือของมีคมอื่นๆ ฝังอยู่ หากพบวัตถุแปลกปลอม ควรค่อยๆ นำออกและตรวจสอบว่ามีลมรั่วหรือไม่
- ความสำคัญ: การพบเจอปัญหาก่อนที่จะเกิดยางรั่วหรือระเบิดขณะขับขี่ สามารถป้องกันอุบัติเหตุรุนแรงได้ ดอกยางที่สึกหรอจะลดประสิทธิภาพในการรีดน้ำและการยึดเกาะถนนอย่างมาก
2. ระบบเบรก: หัวใจของความปลอดภัย
E-Bike มีความเร็วและน้ำหนักมากกว่าจักรยานทั่วไป ระบบเบรกจึงต้องทำงานหนักขึ้น การตรวจสอบเบรกจึงเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้เด็ดขาด
การทดสอบประสิทธิภาพการเบรก
ทดสอบง่ายๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเบรกสามารถหยุดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- วิธีการตรวจสอบ: เข็น E-Bike ไปข้างหน้าช้าๆ แล้วลองบีบมือเบรกหน้าและหลังทีละข้าง รถควรจะหยุดนิ่งทันทีโดยไม่มีอาการไถลหรือไหลต่อ จากนั้นลองบีบมือเบรกทั้งสองข้าง ควรให้ความรู้สึกที่แน่น ไม่ยวบหรือแข็งจนเกินไป ระยะที่มือเบรกยุบตัวเข้าไปควรมีพอสมควร ไม่ใช่บีบจนสุดแล้วยังติดกับแฮนด์
- ความสำคัญ: การเช็คเบรกสกู๊ตเตอร์และจักรยานไฟฟ้าก่อนขี่ ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ขับขี่จะสามารถชะลอหรือหยุดรถได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน
การตรวจสอบส่วนประกอบของระบบเบรก
มองหาสัญญาณการสึกหรอหรือความเสียหาย
- วิธีการตรวจสอบ: ก้มลงมองที่คาลิปเปอร์เบรก (Caliper) เพื่อดูความหนาของผ้าเบรก หากผ้าเบรกบางเหลือน้อยกว่า 1-2 มิลลิเมตร ควรนำไปเปลี่ยน สำหรับเบรกแบบสาย ให้ตรวจดูว่าสายสลิงไม่มีรอยแตกหรือเป็นสนิม สำหรับเบรกแบบไฮดรอลิก (น้ำมัน) ให้มองหาร่องรอยการรั่วซึมของน้ำมันตามสายและข้อต่อต่างๆ
- ความสำคัญ: ผ้าเบรกที่หมดสภาพจะลดประสิทธิภาพการเบรกและอาจสร้างความเสียหายให้กับจานเบรกได้ การรั่วซึมของระบบไฮดรอลิกอาจทำให้เบรกใช้งานไม่ได้ทันที ซึ่งอันตรายอย่างยิ่ง
3. โซ่และชุดขับเคลื่อน: พลังที่ส่งผ่านอย่างราบรื่น
ชุดขับเคลื่อนที่สะอาดและหล่อลื่นอย่างดี จะช่วยให้การส่งกำลังจากมอเตอร์และแรงปั่นเป็นไปอย่างนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการบำรุงรักษารถไฟฟ้าที่สำคัญ
- วิธีการตรวจสอบ: มองดูโซ่ว่าอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องบนจานหน้าและเฟืองหลังหรือไม่ มีลักษณะบิดเบี้ยวหรือข้อต่อติดขัดหรือไม่ ลองหมุนบันไดถอยหลังช้าๆ เพื่อสังเกตการเคลื่อนที่ของโซ่ หากโซ่เคลื่อนที่ไม่ราบรื่น มีเสียงดังผิดปกติ หรือดูแห้งและสกปรก อาจถึงเวลาที่ต้องทำความสะอาดและหยอดน้ำมันหล่อลื่นสำหรับโซ่โดยเฉพาะ
- ความสำคัญ: โซ่ที่ขาดการดูแลจะทำให้เกิดการสึกหรอของทั้งโซ่และชุดเฟืองเร็วขึ้น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนค่อนข้างสูง นอกจากนี้ โซ่ที่สกปรกและฝืดยังทำให้เกิดแรงต้าน ทำให้มอเตอร์ทำงานหนักขึ้นและสิ้นเปลืองแบตเตอรี่โดยไม่จำเป็น
การดูแลโซ่ให้สะอาดอยู่เสมอไม่เพียงแต่ช่วยยืดอายุการใช้งานของชุดขับเคลื่อน แต่ยังช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ ทำให้สามารถเดินทางได้ไกลขึ้นในการชาร์จแต่ละครั้ง
4. ล้อและการยึดล้อ: ความมั่นคงในทุกการหมุน
ล้อที่ยึดกับตัวถังอย่างแน่นหนาคือสิ่งจำเป็นพื้นฐานเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่
- วิธีการตรวจสอบ: สำหรับล้อที่ใช้แกนปลดเร็ว (Quick Release) ให้ตรวจสอบว่าคันโยกอยู่ในตำแหน่งปิดและชี้ไปทางด้านหลังของรถเพื่อป้องกันการเกี่ยวโดยไม่ตั้งใจ สำหรับล้อที่ใช้น็อตยึด ให้ลองขยับล้อไปทางซ้ายและขวาเพื่อดูว่ามีอาการหลวมคลอนหรือไม่ จากนั้นยกรถให้ล้อลอยขึ้นจากพื้นแล้วหมุนล้อทั้งสองข้าง สังเกตว่าล้อหมุนได้อย่างอิสระ ไม่แกว่งไปมา และไม่มีเสียงเสียดสีกับผ้าเบรกหรือบังโคลน
- ความสำคัญ: ล้อที่หลวมอาจหลุดออกจากตัวถังขณะขับขี่ได้ โดยเฉพาะล้อหน้า ซึ่งจะทำให้เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงมาก ล้อที่คดหรือแกว่งจะส่งผลต่อการเบรกและการควบคุมรถ
5. แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า: แหล่งพลังงานที่ต้องพร้อมเสมอ
หัวใจของ E-Bike คือระบบไฟฟ้า การตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกอย่างทำงานปกติจะช่วยป้องกันปัญหาแบตเตอรี่หมดกลางทาง
- วิธีการตรวจสอบ:
- ระดับแบตเตอรี่: เปิดหน้าจอแสดงผลเพื่อตรวจสอบระดับพลังงานที่เหลืออยู่ ประเมินว่าเพียงพอต่อระยะทางที่วางแผนจะเดินทางหรือไม่ ควรสร้างนิสัยการชาร์จแบตเตอรี่หลังใช้งานทุกครั้งเพื่อให้พร้อมสำหรับวันถัดไป
- การยึดแบตเตอรี่: ลองขยับก้อนแบตเตอรี่ดูว่ายึดติดกับตัวถังแน่นหนาดีหรือไม่ แบตเตอรี่ที่หลวมคลอนอาจทำให้จุดเชื่อมต่อไฟฟ้าไม่เสถียรและเกิดความเสียหายจากการสั่นสะเทือนได้
- จุดเชื่อมต่อไฟฟ้า: ตรวจสอบขั้วต่อระหว่างแบตเตอรี่และตัวรถว่าสะอาด ไม่มีคราบสนิม หรือความชื้นสะสม
- หน้าจอและระบบควบคุม: เปิดระบบไฟฟ้าและตรวจสอบว่าหน้าจอแสดงผลทำงานปกติ ไม่มีรหัสข้อผิดพลาด (Error Code) แสดงขึ้นมา ลองกดเปลี่ยนระดับการช่วยปั่น (Assist Level) เพื่อให้แน่ใจว่าระบบตอบสนองถูกต้อง
- ความสำคัญ: การวางแผนพลังงานให้ดีช่วยให้ไม่เกิดสถานการณ์ที่ต้องปั่น E-Bike ที่ไม่มีระบบไฟฟ้าช่วย ซึ่งจะหนักกว่าจักรยานทั่วไปมาก การดูแลรักษาจุดเชื่อมต่อให้สะอาดจะช่วยป้องกันปัญหาระบบไฟฟ้ารวน
6. ระบบไฟส่องสว่างและการมองเห็น: เพื่อความปลอดภัยทั้งกลางวันและกลางคืน
การทำให้ผู้อื่นมองเห็นเราและการที่เรามองเห็นเส้นทางได้ชัดเจน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการลดอุบัติเหตุ
- วิธีการตรวจสอบ: เปิดไฟหน้าและไฟท้ายเพื่อดูว่าสว่างตามปกติหรือไม่ ทดสอบโหมดต่างๆ (ถ้ามี) เช่น ไฟกะพริบ ตรวจสอบทิศทางการส่องของไฟหน้าว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม คือส่องลงบนพื้นถนนเบื้องหน้า ไม่ใช่ส่องขึ้นสูงจนแยงตาผู้ที่สัญจรมาในทิศทางตรงกันข้าม นอกจากนี้ ควรตรวจสอบแผ่นสะท้อนแสง (Reflector) ที่ล้อ หน้า และหลัง ว่ายังอยู่ครบถ้วนและสะอาด
- ความสำคัญ: ในเวลากลางคืนหรือในสภาพอากาศที่ไม่ดี ไฟส่องสว่างและแผ่นสะท้อนแสงเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รถยนต์คันอื่นมองเห็น E-Bike ได้จากระยะไกล การสวมหมวกกันน็อกที่มีสีสว่างหรือมีแถบสะท้อนแสงก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการเพิ่มความปลอดภัย e-bike
7. ท่าทางการขับขี่และความพร้อมของผู้ขี่: องค์ประกอบสุดท้ายสู่ความสมบูรณ์แบบ
ความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพรถเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความพร้อมของผู้ขับขี่ด้วย
- วิธีการตรวจสอบ:
- การปรับตั้ง: ตรวจสอบความสูงของเบาะนั่ง ควรปรับให้เมื่อวางส้นเท้าบนบันไดที่จุดต่ำสุดแล้วเข่าเกือบตึง การปรับเบาะที่เหมาะสมจะช่วยให้ปั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดอาการบาดเจ็บ
- การแต่งกาย: สวมใส่เสื้อผ้าที่กระชับ ไม่รุ่มร่าม หลีกเลี่ยงขากางเกงที่ยาวเกินไปซึ่งอาจเข้าไปพันกับโซ่หรือจานหน้าได้ ผูกเชือกรองเท้าให้แน่นหนา
- อุปกรณ์เสริม: สวมหมวกกันน็อกทุกครั้ง และปรับสายรัดให้พอดี ไม่หลวมหรือแน่นเกินไป เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ขวดน้ำ ชุดปะยางขนาดเล็ก และตรวจสอบว่ากระดิ่งหรือแตรยังทำงานได้ดี
- ความสำคัญ: ท่าทางการขับขี่ที่ถูกต้องจะช่วยให้ควบคุมรถได้ดีขึ้นและลดความเมื่อยล้าในการเดินทางไกล การแต่งกายที่เหมาะสมช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด และการเตรียมพร้อมอยู่เสมอทำให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินเล็กๆ น้อยๆ ได้
สรุปตารางการตรวจสอบประจำวัน
เพื่อความสะดวกในการจดจำและนำไปปฏิบัติ สามารถสรุปเช็คลิสต์ทั้ง 7 จุดได้ในตารางด้านล่างนี้ ซึ่งเป็นแนวทางการดูแล e-bike ที่ง่ายและรวดเร็ว
| จุดที่ตรวจสอบ | สิ่งที่ต้องทำ (How-To) | เหตุผล/ความสำคัญ |
|---|---|---|
| 1. ลมยางและสภาพยาง | บีบยางเพื่อเช็คความแข็ง, มองหารอยแตกหรือสิ่งแปลกปลอม | เพื่อการควบคุมที่ดี, ประหยัดแบตเตอรี่, ป้องกันยางรั่ว |
| 2. ระบบเบรก | เข็นแล้วลองบีบเบรกหน้า-หลัง, ดูความหนาผ้าเบรก | เพื่อการหยุดรถที่ปลอดภัยและทันท่วงที |
| 3. โซ่และชุดขับเคลื่อน | ดูว่าโซ่ไม่ตก/บิด, ฟังเสียงผิดปกติขณะหมุนบันไดถอยหลัง | เพื่อการส่งกำลังที่ราบรื่น, ยืดอายุการใช้งาน, ลดการใช้พลังงาน |
| 4. ล้อและการยึดล้อ | ขยับล้อซ้าย-ขวา, หมุนล้อดูว่าไม่แกว่ง/ไม่เสียดสี | ป้องกันล้อหลุด, เพื่อความมั่นคงในการขับขี่ |
| 5. แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า | เช็คระดับแบต, ดูว่าแบตล็อกแน่น, เปิดหน้าจอเช็ค error | เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอ, ป้องกันระบบไฟฟ้ารวน |
| 6. ไฟและการมองเห็น | เปิดไฟหน้า-หลัง, ตรวจสอบแผ่นสะท้อนแสง | เพื่อให้ผู้อื่นมองเห็นและเพิ่มความปลอดภัยในที่แสงน้อย |
| 7. ความพร้อมของผู้ขี่ | เช็คความสูงเบาะ, การแต่งกายรัดกุม, สวมหมวกกันน็อก | เพื่อท่าทางที่ถูกต้อง, ลดความเสี่ยงจากเสื้อผ้าพันโซ่ |
การดูแลรักษาระยะยาวเพื่อยืดอายุการใช้งาน
นอกเหนือจากการตรวจสอบรายวันแล้ว การบำรุงรักษารถไฟฟ้าตามระยะก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ควรนำ E-Bike เข้ารับการตรวจเช็คโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อตรวจสอบในจุดที่ซับซ้อน เช่น การตั้งศูนย์ล้อ, การตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่, การอัปเดตซอฟต์แวร์ของระบบไฟฟ้า หรือการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรก การลงทุนเวลาและค่าใช้จ่ายเล็กน้อยในการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน จะช่วยให้ E-Bike คู่ใจพร้อมใช้งานไปได้อีกนานแสนนาน
เลือกซื้อและรับคำปรึกษาเกี่ยวกับ E-Bike
การเริ่มต้นใช้งาน E-Bike อย่างปลอดภัยเริ่มต้นตั้งแต่การเลือกซื้อจักรยานที่เหมาะสมกับสรีระและการใช้งาน ไปจนถึงการได้รับคำแนะนำในการดูแลรักษาที่ถูกต้อง หากกำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, หรือ E-Bike คุณภาพที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ พร้อมรับบริการหลังการขายและการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
ที่ GIANT Shopping Mall มีจักรยานไฟฟ้าหลากหลายประเภทให้เลือกสรร พร้อมทีมงานที่ยินดีให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบำรุงรักษารถไฟฟ้าและการตรวจสอบความปลอดภัย e-bike เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจ
สามารถเข้ามาชมสินค้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: วันจันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE | LINE | ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม

