เบรก ABS ใน E-Bike: อนาคตความปลอดภัยที่ต้องมี?
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก หรือ ABS (Anti-lock Braking System) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในอุตสาหกรรมยานยนต์ กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะเข้ามาปฏิวัติความปลอดภัยในโลกของจักรยานไฟฟ้าหรือ E-Bike นวัตกรรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มการควบคุมและเสถียรภาพในการเบรก ลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุที่เกิดจากการเบรกกะทันหัน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในการขับขี่ทั้งในเมืองและเส้นทางธรรมชาติ
- ระบบเบรก ABS ใน E-Bike เพิ่มความปลอดภัยสูงสุดโดยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมทิศทางของรถได้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงการลื่นล้มอย่างมีนัยสำคัญ
- ความต้องการของผู้บริโภคสำหรับฟีเจอร์นี้กำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยผลสำรวจชี้ว่าผู้ซื้อ E-Bike ส่วนใหญ่ต้องการระบบ ABS เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่
- แม้ว่าจะมีประโยชน์อย่างมาก แต่ความท้าทายในปัจจุบันคือเรื่องของต้นทุนที่ยังคงสูงและการรับรู้ในหมู่ผู้บริโภคที่ยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร
- ด้วยแนวโน้มที่ E-Bike จะมีความเร็วสูงขึ้นและมีเทคโนโลยีที่ซับซ้อนมากขึ้น ระบบเบรก ABS กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่จำเป็นในอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้
เบรก ABS ใน E-Bike: อนาคตความปลอดภัยที่ต้องมี? คือคำถามสำคัญในยุคที่จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดและกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมืองสมัยใหม่ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกนี้ไม่ใช่เพียงฟีเจอร์เสริม แต่เป็นนวัตกรรมด้านความปลอดภัยที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อสมรรถนะที่สูงขึ้นของ E-Bike ทั้งในด้านความเร็วและน้ำหนักที่มากกว่าจักรยานทั่วไป การมีอยู่ของระบบ ABS จึงช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ขับขี่สามารถหยุดรถได้อย่างปลอดภัยและควบคุมได้ดีที่สุด แม้ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดบนท้องถนน
ภาพรวมของเทคโนโลยีความปลอดภัยในจักรยานไฟฟ้า
ในอดีต ความปลอดภัยของจักรยานมักจะขึ้นอยู่กับทักษะและประสบการณ์ของผู้ขับขี่เป็นหลัก แต่เมื่อจักรยานไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทและสามารถทำความเร็วได้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ความต้องการเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ระบบเบรก ABS ได้ถูกนำมาปรับใช้กับ E-Bike เพื่อแก้ปัญหาการล้อล็อก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งของอุบัติเหตุรุนแรง โดยเฉพาะการล้มแบบตีลังกาไปข้างหน้า (endo) เมื่อเบรกหน้าอย่างรุนแรงเกินไป หรือการลื่นไถลเมื่อล้อหลังล็อกบนพื้นผิวที่ไม่มั่นคง เทคโนโลยีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงส่วนเสริม แต่เป็นวิวัฒนาการที่จำเป็นเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ทัดเทียมกับยานพาหนะอื่นๆ และรองรับผู้ใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่นักปั่นมือใหม่ไปจนถึงผู้ที่ใช้ E-Bike ในการเดินทางประจำวันหรือการขนส่งสินค้า
หลักการทำงานและประโยชน์ของระบบเบรก ABS ในจักรยานไฟฟ้า
ระบบ ABS สำหรับ E-Bike ทำงานโดยใช้เซ็นเซอร์ความเร็วที่ติดตั้งอยู่บริเวณล้อ เพื่อตรวจจับการหมุนของล้ออย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้ขับขี่ทำการเบรกอย่างรุนแรงจนล้อใกล้จะถึงจุดล็อก เซ็นเซอร์จะส่งสัญญาณไปยังหน่วยควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) ซึ่งจะสั่งการให้ระบบไฮดรอลิกปรับลดและเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกเป็นจังหวะอย่างรวดเร็ว กระบวนการ “จับ-ปล่อย” นี้เกิดขึ้นหลายครั้งต่อวินาที ทำให้ล้อยังคงหมุนต่อไปได้เล็กน้อยแทนที่จะหยุดนิ่งสนิท ผลลัพธ์คือผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมทิศทางของจักรยานได้ในขณะที่ชะลอความเร็วลงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
การป้องกันล้อล็อกและความเสถียรในการขับขี่
ประโยชน์หลักที่ชัดเจนที่สุดของ ABS คือการป้องกันไม่ให้ล้อล็อกตายขณะเบรก สำหรับล้อหน้า การล็อกอาจทำให้สูญเสียการควบคุมทิศทางและนำไปสู่การล้มแบบพลิกไปข้างหน้า ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่อันตรายอย่างยิ่ง ส่วนการล็อกของล้อหลังมักทำให้ส่วนท้ายของจักรยานปัดและลื่นไถลออกด้านข้าง ระบบ ABS จะเข้ามาช่วยรักษาความเสถียรของตัวรถ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเบรกได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าล้อจะล็อก เพิ่มความมั่นใจในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินบนท้องถนน
การเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องการการหยุดรถอย่างกะทันหัน ระบบ ABS จะช่วยลดระยะเบรกให้สั้นลงบนพื้นผิวส่วนใหญ่ โดยเฉพาะบนถนนเปียกหรือทางที่มีกรวดทราย ระบบจะคำนวณแรงเบรกที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้เกิดการชะลอความเร็วสูงสุดโดยไม่สูญเสียการยึดเกาะถนน ซึ่งหมายความว่าผู้ขับขี่สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ในขณะที่กำลังเบรก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากหากใช้ระบบเบรกแบบปกติที่ล้ออาจล็อกและทำให้ไม่สามารถหักเลี้ยวได้
โหมดการทำงานที่ปรับเปลี่ยนได้เพื่อทุกสภาพการใช้งาน
ผู้ผลิตชั้นนำอย่าง Bosch ได้พัฒนาระบบ ABS สำหรับ E-Bike ให้มีความซับซ้อนและตอบสนองต่อการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น โดยมีการสร้างโหมดการทำงานที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้เหมาะสมกับสไตล์การขับขี่และสภาพเส้นทาง ตัวอย่างเช่น:
- โหมด Cargo: ออกแบบมาสำหรับจักรยานไฟฟ้าที่ใช้ในการขนส่งสินค้า ซึ่งมีน้ำหนักบรรทุกมาก โหมดนี้จะปรับการตอบสนองของเบรกให้มีความนุ่มนวลและมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าเสียหายและรักษาสมดุลของรถ
- โหมด Touring: เหมาะสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลในเมือง ให้การเบรกที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพบนพื้นผิวถนนทั่วไป
- โหมด Allroad: สำหรับการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดเบาๆ เช่น ทางลูกรังหรือทางในสวนสาธารณะ โดยระบบจะอนุญาตให้มีการลื่นไถลเล็กน้อยเพื่อการควบคุมที่ดีขึ้นในเส้นทางเหล่านี้
- โหมด Trail: ออกแบบมาสำหรับนักปั่นเสือภูเขาไฟฟ้าที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดบนเส้นทางวิบากที่ท้าทาย โดยจะให้การตอบสนองที่เฉียบคมและทรงพลัง ช่วยให้ควบคุมรถบนทางลงเขาที่สูงชันได้อย่างมั่นใจ
ความจำเป็นและสถานะในตลาด E-Bike ปัจจุบัน
การเติบโตของตลาด E-Bike ทั่วโลกได้นำมาซึ่งการแข่งขันด้านนวัตกรรม และความปลอดภัยได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินใจซื้อ ระบบเบรก ABS จึงเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะฟีเจอร์ที่สร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์
ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น
ผลการวิจัยและการสำรวจตลาดแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่าสนใจว่า ผู้บริโภคมีความตระหนักถึงความปลอดภัยในการขับขี่มากขึ้น ข้อมูลระบุว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อ E-Bike แสดงความต้องการที่จะให้จักรยานของตนมีระบบ ABS ติดตั้งมาด้วย เหตุผลหลักคือความรู้สึกปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการลดความกังวลเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เบรกกะทันหัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่ทุกคนสามารถพบเจอได้ในการใช้งานจริง
เหตุผลที่ E-Bike ต้องการ ABS มากกว่าจักรยานทั่วไป
มีปัจจัยสำคัญสองประการที่ทำให้ระบบ ABS มีความจำเป็นสำหรับ E-Bike มากกว่าจักรยานธรรมดา ประการแรกคือ น้ำหนัก E-Bike มีน้ำหนักมากกว่าจักรยานทั่วไปอย่างน้อย 10-15 กิโลกรัม เนื่องจากมีมอเตอร์ แบตเตอรี่ และโครงสร้างที่แข็งแรงกว่า น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนี้หมายถึงโมเมนตัมที่สูงขึ้นขณะเคลื่อนที่ ทำให้ต้องใช้แรงและระยะทางในการเบรกมากขึ้น ประการที่สองคือ ความเร็ว E-Bike สามารถทำความเร็วเฉลี่ยได้สูงกว่าและเข้าถึงความเร็วสูงสุดได้เร็วกว่าจักรยานทั่วไป การขับขี่ด้วยความเร็วสูงย่อมเพิ่มความเสี่ยงและต้องการระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเพื่อความปลอดภัย
ความท้าทายด้านการรับรู้และต้นทุน
อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยี ABS มาใช้ในวงกว้างยังคงมีความท้าทายอยู่บ้าง ประการแรกคือการรับรู้ของผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่ยังไม่ทราบว่ามีเทคโนโลยีนี้สำหรับจักรยานไฟฟ้า ทำให้ไม่ได้มองหาหรือเรียกร้องฟีเจอร์นี้เมื่อทำการซื้อ ประการที่สองคือเรื่องของต้นทุน ระบบ ABS เป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและมีราคาสูง การติดตั้งระบบนี้จึงทำให้ราคาของ E-Bike สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ซื้อบางกลุ่ม ปัจจุบันจึงมักพบเห็นระบบ ABS ใน E-Bike รุ่นพรีเมียมหรือรุ่นที่เน้นสมรรถนะสูงเป็นหลัก
| สถานการณ์การเบรก | การตอบสนองของเบรกแบบปกติ | การตอบสนองของเบรกพร้อมระบบ ABS |
|---|---|---|
| เบรกกะทันหันบนถนนแห้ง | มีความเสี่ยงสูงที่ล้อหน้าจะล็อกและเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ (endo) หากใช้แรงเบรกมากเกินไป | ระบบป้องกันล้อล็อก ช่วยให้เบรกได้อย่างเต็มกำลังโดยยังคงรักษาเสถียรภาพและการควบคุมทิศทางไว้ได้ |
| เบรกบนพื้นผิวเปียกลื่น | ล้อมีโอกาสล็อกและลื่นไถลได้ง่าย ทำให้สูญเสียการควบคุมและอาจล้มได้แม้ใช้แรงเบรกไม่มาก | ปรับแรงดันเบรกอัตโนมัติเพื่อรักษาสมดุลระหว่างการชะลอความเร็วและการยึดเกาะถนน ลดโอกาสการลื่นไถล |
| การเบรกในทางโค้ง | การเบรกแรงในโค้งอาจทำให้ล้อล็อกและรถเสียหลักได้ง่าย ส่งผลให้รถไถลออกจากโค้ง | ช่วยให้สามารถชะลอความเร็วในโค้งได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น โดยยังคงรักษาแนวการเข้าโค้งไว้ได้ |
| การเบรกบนทางลูกรัง/ทราย | ล้อสามารถจมลงไปในพื้นผิวที่อ่อนนุ่มและล็อกได้ง่าย ทำให้ระยะเบรกยาวขึ้นและควบคุมยาก | ระบบ ABS (โดยเฉพาะโหมด Allroad/Trail) จะช่วยให้ล้อยังคงหมุนต่อไป เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกและการควบคุม |
ข้อจำกัดและประเด็นที่ควรพิจารณา
แม้ว่าระบบเบรก ABS จะมีประโยชน์ด้านความปลอดภัยอย่างมหาศาล แต่ก็ยังมีข้อจำกัดและประเด็นที่ผู้ใช้งานควรทำความเข้าใจเพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของตนเอง
ไม่ใช่ E-Bike ทุกคันที่จำเป็นต้องมี ABS
สำหรับการใช้งานในบางรูปแบบ ระบบเบรกแบบเดิมอาจยังคงเพียงพอ ตัวอย่างเช่น ผู้ที่ใช้ E-Bike สำหรับการเดินทางในเมืองด้วยความเร็วไม่สูงมากบนเส้นทางที่คุ้นเคย หรือนักปั่นที่มีประสบการณ์สูงและมีความเข้าใจในเทคนิคการเบรกเป็นอย่างดี อาจไม่ได้รับประโยชน์จากระบบ ABS มากเท่ากับผู้ใช้งานกลุ่มอื่น อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ขับขี่มือใหม่ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ต้องเผชิญกับสภาพการจราจรที่ซับซ้อนและคาดเดายาก ระบบ ABS ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างชัดเจน
ประสิทธิภาพในสภาวะการขับขี่ที่แตกต่างกัน
มีข้อสังเกตว่าในบางสถานการณ์ ประสิทธิภาพของ ABS อาจไม่ได้เหนือกว่าเบรกปกติเสมอไป เช่น ในการขับขี่ด้วยความเร็วต่ำมากๆ ระบบอาจไม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ในเส้นทางออฟโรดบางประเภท เช่น ทางโคลนหรือหิมะ นักปั่นบางคนอาจต้องการให้ล้อล็อกเล็กน้อยเพื่อสร้างแรงต้านและช่วยในการหยุดรถ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ระบบ ABS อาจเข้ามาขัดขวาง ด้วยเหตุนี้ ผู้ผลิตจึงได้พัฒนาโหมดการทำงานที่หลากหลายเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางได้
“หนึ่งในข้อจำกัดทางเทคนิคของระบบ ABS ใน E-Bike บางรุ่นคือการติดตั้งเฉพาะล้อหน้า และการที่ไม่มีสัญญาณตอบกลับทางกายภาพ เช่น แรงสั่นสะเทือนที่คันเบรกเหมือนในรถยนต์ ทำให้ผู้ขับขี่อาจไม่ทราบว่าระบบกำลังทำงานอยู่ ซึ่งแตกต่างจากประสบการณ์ที่คุ้นเคยในยานพาหนะอื่น”
ข้อจำกัดทางเทคนิคของระบบในปัจจุบัน
ระบบ ABS สำหรับ E-Bike ที่มีอยู่ในตลาดยุคแรกๆ ส่วนใหญ่มักจะติดตั้งเฉพาะที่ล้อหน้าเท่านั้น เนื่องจากเป็นล้อที่มีความเสี่ยงต่อการล็อกและก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้มากที่สุด แม้ว่านี่จะเป็นการเพิ่มความปลอดภัยที่สำคัญ แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมเท่ากับระบบที่ทำงานทั้งสองล้อ นอกจากนี้ ระบบส่วนใหญ่ยังไม่มีการส่งสัญญาณเตือนหรือการตอบสนองกลับมายังผู้ขี่ (Haptic Feedback) ขณะที่ ABS กำลังทำงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้ใหม่รู้สึกแปลกและไม่มั่นใจในช่วงแรก
แนวโน้มและทิศทางในอนาคตของเบรก ABS สำหรับ E-Bike
เทคโนโลยีเบรก ABS ใน E-Bike กำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมในอนาคตอันใกล้ โดยมีทิศทางที่น่าสนใจหลายประการ
การมุ่งสู่การเป็นมาตรฐานความปลอดภัยใหม่
ในขณะที่ E-Bike ยังคงถูกพัฒนาให้มีความเร็วและกำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ ความจำเป็นในการมีระบบความปลอดภัยเชิงรุก (Active Safety) ก็จะเพิ่มตามไปด้วย ระบบเบรก ABS มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนสถานะจากฟีเจอร์เสริมราคาแพงไปสู่การเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน E-Bike รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มจักรยานสำหรับการเดินทาง (Commuter) และจักรยานเสือภูเขาไฟฟ้า (e-MTB) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการด้านความปลอดภัยสูง
การบูรณาการกับเทคโนโลยีอัจฉริยะอื่นๆ
อนาคตของความปลอดภัยใน E-Bike ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ระบบ ABS แต่เป็นการบูรณาการระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน เราอาจได้เห็นการนำเซ็นเซอร์เรดาร์ (Radar Sensors) มาใช้ร่วมกับระบบเบรก เพื่อสร้างระบบเตือนการชนหรือระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ซึ่งจะสามารถตรวจจับยานพาหนะหรือสิ่งกีดขวางที่อยู่ด้านหน้าและช่วยชะลอความเร็วได้เอง การผสานรวมเทคโนโลยีเหล่านี้จะทำให้ E-Bike มีความ “อัจฉริยะ” และปลอดภัยมากยิ่งขึ้นไปอีกขั้น
บทบาทของผู้ผลิตชั้นนำในการผลักดันเทคโนโลยี
บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนชั้นนำอย่าง Bosch กำลังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ระบบ ABS กลายเป็นที่ยอมรับและแพร่หลายมากขึ้น การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้ระบบมีความกะทัดรัด น้ำหนักเบา และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ข้อมูลจากงานวิจัยของ Bosch ระบุว่าการติดตั้งระบบ ABS ใน E-Bike สามารถช่วยลดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเบรกได้ถึง 29% ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีนี้ และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ผู้ผลิตจักรยานแบรนด์ต่างๆ หันมาให้ความสนใจและนำระบบนี้ไปติดตั้งในผลิตภัณฑ์ของตนเองมากขึ้น
บทสรุป: ABS กุญแจสำคัญสู่อนาคตที่ปลอดภัยของ E-Bike
โดยสรุปแล้ว ระบบเบรก ABS ใน E-Bike คือเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งและกำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม ด้วยความสามารถในการป้องกันล้อล็อก เพิ่มเสถียรภาพ และลดระยะเบรกในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าในปัจจุบันจะยังมีข้อจำกัดด้านราคาและการรับรู้ในตลาด แต่ด้วยแนวโน้มการพัฒนาของ E-Bike ที่มีสมรรถนะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความต้องการระบบความปลอดภัยขั้นสูงเช่นนี้ก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว การเลือกลงทุนใน E-Bike ที่มีระบบ ABS จึงไม่ใช่แค่การเลือกซื้อเทคโนโลยี แต่เป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทาง
สำหรับผู้ที่มองหาจักรยานไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยสูงสุดและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike หลากหลายประเภท ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของคุณ สามารถเยี่ยมชมสินค้าและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ FACEBOOK PAGE หรือ LINE และสามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับรุ่นต่างๆ ที่มีเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงได้โดยตรง
