ยืดอายุแบต E-Bike หน้าร้อน: 5 ทริคง่ายๆ ใช้ได้จริง
- ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
- ทำความเข้าใจผลกระทบของความร้อนต่อแบตเตอรี่ E-Bike
- 5 เคล็ดลับสำคัญเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ E-Bike ในสภาพอากาศร้อน
- สรุปแนวทางการดูแลรักษาแบตเตอรี่ E-Bike ช่วงหน้าร้อน
- ข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อการดูแลแบตเตอรี่อย่างยั่งยืน
- บทสรุป: การดูแลแบตเตอรี่ E-Bike ในหน้าร้อนคือการลงทุนที่คุ้มค่า
สภาพอากาศร้อนจัดของประเทศไทยเป็นความท้าทายสำคัญต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ในยานพาหนะไฟฟ้า โดยเฉพาะจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า การเรียนรู้วิธี ยืดอายุแบต E-Bike หน้าร้อน: 5 ทริคง่ายๆ ใช้ได้จริง จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาส่วนประกอบที่มีราคาแพงที่สุดของรถให้คงทนและทำงานได้เต็มศักยภาพยาวนานที่สุด
ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
- การพักแบตเตอรี่ให้เย็นลงก่อนชาร์จ: การเสียบสายชาร์จทันทีหลังจากใช้งานในสภาพอากาศร้อนจะเร่งกระบวนการเสื่อมสภาพของเซลล์แบตเตอรี่ ควรพักแบตเตอรี่ไว้อย่างน้อย 30-60 นาที
- หลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนถึง 0%: การคายประจุลึก (Deep Discharge) บ่อยครั้งจะลดจำนวนรอบการชาร์จทั้งหมดของแบตเตอรี่ลงอย่างมีนัยสำคัญ
- การจอดรถในที่ร่ม: การจอดรถตากแดดโดยตรงเป็นเวลานานทำให้อุณหภูมิของแบตเตอรี่สูงขึ้น แม้จะไม่ได้ใช้งาน ซึ่งส่งผลเสียต่ออายุการใช้งาน
- เทคนิคการชาร์จที่เหมาะสม: ไม่จำเป็นต้องชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 100% ทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อต้องจัดเก็บรถเป็นเวลานาน การรักษาระดับประจุไว้ที่ 30-70% จะช่วยถนอมเซลล์แบตเตอรี่ได้ดีกว่า
- ลดภาระการทำงานหนัก: การบรรทุกน้ำหนักเกินหรือการขับขี่ขึ้นทางลาดชันในวันที่อากาศร้อนจัด จะทำให้แบตเตอรี่ทำงานหนักและสร้างความร้อนภายในสูงขึ้น
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนซึ่งเป็นหัวใจหลักของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ มีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิสูงเป็นอย่างมาก ความร้อนไม่เพียงแต่ลดประสิทธิภาพการทำงานในระยะสั้น แต่ยังเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพทางเคมีภายในเซลล์แบตเตอรี่อย่างถาวร ส่งผลให้ความสามารถในการเก็บประจุลดลง (แบตเตอรี่เสื่อม) และระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งสั้นลงเรื่อยๆ การทำความเข้าใจและนำเทคนิคการดูแลรักษาที่ถูกต้องไปปรับใช้จึงไม่ใช่แค่การบำรุงรักษา แต่เป็นการลงทุนเพื่อยืดอายุการใช้งานและประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ในระยะยาว
ทำความเข้าใจผลกระทบของความร้อนต่อแบตเตอรี่ E-Bike
การตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิและสุขภาพของแบตเตอรี่เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษารถจักรยานไฟฟ้า การใช้งานในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทยทำให้ผู้ใช้ต้องเผชิญกับความท้าทายนี้โดยตรง การละเลยปัจจัยด้านความร้อนอาจนำไปสู่การเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ก่อนเวลาอันควรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เหตุใดความร้อนจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทำงานโดยอาศัยการเคลื่อนที่ของไอออนระหว่างขั้วแอโนดและแคโทดผ่านสารอิเล็กโทรไลต์ เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์แบตเตอรี่จะเกิดขึ้นเร็วขึ้นกว่าปกติ กระบวนการนี้อาจฟังดูเหมือนจะเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันกลับเร่ง “ปฏิกิริยาข้างเคียง” ที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้นเร็วตามไปด้วย
ปฏิกิริยาเหล่านี้ก่อให้เกิดการสร้างชั้นฟิล์มที่ไม่ต้องการขึ้นบนผิวของขั้วไฟฟ้า (Solid Electrolyte Interphase – SEI layer) ซึ่งจะหนาตัวขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสัมผัสกับความร้อนเป็นเวลานาน ชั้นฟิล์มที่หนาขึ้นนี้จะขัดขวางการเคลื่อนที่ของลิเธียมไอออน ทำให้ความต้านทานภายในของแบตเตอรี่สูงขึ้น และลดความจุในการเก็บพลังงานลงอย่างถาวร กล่าวโดยสรุปคือ ความร้อนเปรียบเสมือนตัวเร่งเวลาที่ทำให้แบตเตอรี่ “แก่” เร็วขึ้นนั่นเอง
กลุ่มผู้ใช้งานที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ
ผู้ใช้งานจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทุกคนในประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่มีบางกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่:
- ผู้ที่ใช้งานรถทุกวัน: เช่น พนักงานส่งของ (Rider), ผู้ที่ใช้เดินทางไปทำงาน หรือนักเรียนนักศึกษา การใช้งานและชาร์จแบตเตอรี่เป็นประจำทุกวันทำให้แบตเตอรี่สัมผัสกับความร้อนสะสมอย่างต่อเนื่อง
- ผู้ที่ไม่มีที่จอดรถในร่ม: การจอดรถไว้กลางแจ้งเป็นเวลานานๆ ทำให้แบตเตอรี่ต้องเผชิญกับอุณหภูมิสูงจากแสงแดดโดยตรง ซึ่งสร้างความเสียหายได้แม้ในขณะที่ไม่ได้ใช้งาน
- ผู้ที่อาศัยในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น: การขับขี่แบบหยุดๆ แล้วไปบ่อยครั้ง ทำให้มอเตอร์และแบตเตอรี่ต้องทำงานหนักและสร้างความร้อนสูงขึ้น
- ผู้ที่ใช้รถในการบรรทุกของหนัก: การเพิ่มน้ำหนักบรรทุกเป็นการเพิ่มภาระให้กับระบบขับเคลื่อน ส่งผลให้แบตเตอรี่ต้องจ่ายกระแสไฟมากขึ้นและเกิดความร้อนสูงตามมา
5 เคล็ดลับสำคัญเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ E-Bike ในสภาพอากาศร้อน
การปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดผลกระทบจากความร้อนและช่วย ยืดอายุแบตเตอรี่ ของ E-Bike ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. พักให้เย็นก่อนชาร์จ: กฎเหล็กข้อแรกหลังใช้งาน
หลังจากใช้งาน E-Bike โดยเฉพาะหลังจากการขับขี่เป็นระยะทางไกลหรือในวันที่อากาศร้อนจัด แบตเตอรี่จะมีความร้อนสะสมอยู่ภายใน การเสียบสายชาร์จในทันทีเปรียบเสมือนการ “เติมความเครียด” ให้กับเซลล์แบตเตอรี่ที่กำลังร้อนอยู่แล้ว กระบวนการชาร์จเองก็สร้างความร้อนขึ้นเช่นกัน เมื่อความร้อนจากการใช้งานมารวมกับความร้อนจากการชาร์จ จะทำให้อุณหภูมิภายในเซลล์สูงเกินกว่าระดับที่ปลอดภัย และเร่งการเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดคือ หลังจากใช้งานเสร็จ ควรจอดรถในที่ร่มและมีอากาศถ่ายเทสะดวก รอประมาณ 30-60 นาที หรือจนกว่าจะสัมผัสที่ตัวแบตเตอรี่แล้วรู้สึกว่าอุณหภูมิลดลงใกล้เคียงกับอุณหภูมิห้องปกติ จึงค่อยทำการชาร์จ การเว้นช่วงเวลาง่ายๆ นี้สามารถสร้างความแตกต่างอย่างมากต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ในระยะยาว
2. หลีกเลี่ยงการใช้งานจนแบตหมดเกลี้ยง (Deep Discharge)
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนไม่ชอบการถูกใช้งานจนพลังงานหมดเกลี้ยง หรือที่เรียกว่า “การคายประจุลึก” (Deep Discharge) การปล่อยให้ระดับแบตเตอรี่ลดลงเหลือ 0% บ่อยๆ จะสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างทางเคมีภายในเซลล์ และลดจำนวนรอบการชาร์จ (Cycle Life) ทั้งหมดที่แบตเตอรี่สามารถรองรับได้ลงอย่างมาก
ในสภาพอากาศร้อน การใช้พลังงานของมอเตอร์จะสูงขึ้นเพื่อเอาชนะแรงต้านต่างๆ ซึ่งอาจทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติและเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการคายประจุลึกโดยไม่ตั้งใจ
คำแนะนำ: พยายามชาร์จแบตเตอรี่เมื่อระดับพลังงานลดลงเหลือประมาณ 20-30% การรักษาระดับประจุให้อยู่ในช่วงกลางๆ (20-80%) จะเป็นการถนอมแบตเตอรี่ได้ดีที่สุด หากจำเป็นต้องใช้งานจนใกล้หมด ควรวางแผนการเดินทางเพื่อหาที่ชาร์จก่อนที่แบตเตอรี่จะดับไปเอง
3. เทคนิคการชาร์จและการจัดเก็บที่ถูกต้องเพื่อการใช้งานที่ยาวนาน
ความเชื่อที่ว่าต้องชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 100% ทุกครั้งนั้นไม่เป็นความจริงเสมอไปสำหรับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนยุคใหม่ การชาร์จจนเต็ม 100% และคงสถานะนั้นไว้เป็นเวลานาน จะทำให้เซลล์แบตเตอรี่มีความดันไฟฟ้าสูง (High Voltage Stress) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เร่งการเสื่อมสภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรวมกับอุณหภูมิแวดล้อมที่สูง
สำหรับการใช้งานประจำวัน: การชาร์จถึงระดับ 80-90% ก็เพียงพอต่อการใช้งานส่วนใหญ่ และดีต่อสุขภาพแบตเตอรี่มากกว่าการชาร์จเต็ม 100% ทุกคืน
สำหรับการจัดเก็บระยะยาว: หากไม่ได้ใช้งาน E-Bike เป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน ไม่ควรชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 100% หรือปล่อยให้หมดเกลี้ยง ระดับประจุที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดเก็บคือประมาณ 40-60% และควรนำมาตรวจสอบและชาร์จให้อยู่ในระดับดังกล่าวทุกๆ 2-3 เดือน เพื่อป้องกันการคายประจุจนหมด
4. เลือกที่จอดให้ฉลาด: หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
นี่คือหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดแต่กลับถูกมองข้ามบ่อยที่สุดในการ ดูแลแบต e-bike การจอดรถจักรยานไฟฟ้าทิ้งไว้กลางแดดจัดเป็นเวลาหลายชั่วโมง แม้จะไม่ได้ใช้งาน แบตเตอรี่ก็จะดูดซับความร้อนจากรังสีดวงอาทิตย์และสภาพแวดล้อมโดยรอบ อุณหภูมิภายในตัวรถที่จอดตากแดดอาจสูงกว่าอุณหภูมิอากาศภายนอกได้ถึง 10-20 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสภาวะที่อันตรายอย่างยิ่งต่อแบตเตอรี่
แนวทางปฏิบัติ: พยายามหาที่จอดรถในที่ร่มเสมอ เช่น ใต้อาคาร, ในโรงจอดรถ, หรือใต้ต้นไม้ใหญ่ หากไม่มีทางเลือกและจำเป็นต้องจอดกลางแจ้ง ควรพยายามใช้ผ้าคลุมรถสีสว่างเพื่อช่วยสะท้อนความร้อนออกไปบ้าง สำหรับ E-Bike รุ่นที่สามารถถอดแบตเตอรี่ได้ การนำแบตเตอรี่เข้าไปเก็บในอาคารที่มีอุณหภูมิเย็นกว่า ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด
5. ลดภาระการทำงานหนักในวันที่อากาศร้อนจัด
เมื่ออากาศภายนอกร้อน แบตเตอรี่ก็มีความร้อนสะสมในระดับหนึ่งแล้ว หากมีการใช้งานที่ทำให้มอเตอร์และแบตเตอรี่ต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นอีก ความร้อนภายในจะยิ่งพุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ ภาระการทำงานหนักประกอบด้วย:
- การบรรทุกน้ำหนักเกิน: การมีผู้ซ้อนท้ายหรือบรรทุกสัมภาระที่มีน้ำหนักมากเกินกว่าที่ผู้ผลิตแนะนำ
- การขับขี่ขึ้นทางลาดชันต่อเนื่อง: การขึ้นเนินหรือสะพานยาวๆ ทำให้มอเตอร์ต้องดึงกระแสไฟจากแบตเตอรี่ในปริมาณสูง
- การเร่งความเร็วอย่างรุนแรงและบ่อยครั้ง: การออกตัวอย่างรวดเร็วหรือการใช้โหมดช่วยส่งกำลังสูงสุด (Turbo/Boost mode) ตลอดเวลา
คำแนะนำ: ในวันที่อากาศร้อนเป็นพิเศษ ควรวางแผนการเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ลาดชันเกินความจำเป็น ลดการบรรทุกที่ไม่จำเป็น และใช้โหมดช่วยส่งกำลังในระดับที่ต่ำลงเมื่อเป็นไปได้ การขับขี่อย่างนุ่มนวลไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพลังงาน แต่ยังช่วยลดการสร้างความร้อนที่ไม่จำเป็นในแบตเตอรี่อีกด้วย
สรุปแนวทางการดูแลรักษาแบตเตอรี่ E-Bike ช่วงหน้าร้อน
| เคล็ดลับ | ปัญหาที่เกิดจากความร้อน | วิธีปฏิบัติ | ประโยชน์ระยะยาว |
|---|---|---|---|
| 1. พักก่อนชาร์จ | ความร้อนสะสมจากการใช้งานรวมกับความร้อนจากการชาร์จ ทำให้เซลล์เสื่อมเร็ว | รอ 30-60 นาทีให้แบตเตอรี่เย็นลงก่อนเสียบสายชาร์จ | ลดความเครียดของเซลล์แบตเตอรี่ ชะลอการเสื่อมสภาพ |
| 2. เลี่ยงแบตหมดเกลี้ยง | ความร้อนทำให้แบตหมดเร็วขึ้น เพิ่มความเสี่ยงการคายประจุลึก | ชาร์จเมื่อแบตเตอรี่เหลือประมาณ 20-30% | รักษารอบการชาร์จ (Cycle Life) ของแบตเตอรี่ให้ได้มากที่สุด |
| 3. ชาร์จอย่างเหมาะสม | การชาร์จเต็ม 100% ในอุณหภูมิสูงสร้างความดันไฟฟ้าให้เซลล์ | ใช้งานทั่วไปชาร์จ 80-90%, จัดเก็บระยะยาวที่ 40-60% | ลดการเสื่อมสภาพทางเคมีและยืดอายุการใช้งานโดยรวม |
| 4. จอดในที่ร่ม | แสงแดดโดยตรงเพิ่มอุณหภูมิแบตเตอรี่อย่างรวดเร็ว แม้ไม่ได้ใช้งาน | หาที่จอดในร่ม, ใต้อาคาร หรือนำแบตเตอรี่เข้าเก็บในอาคาร | ป้องกันความเสียหายจากความร้อนสะสมที่อยู่นอกการควบคุม |
| 5. ลดภาระหนัก | การทำงานหนักร่วมกับอากาศร้อน ทำให้เกิดความร้อนภายในสูงมาก | ลดการบรรทุก, เลี่ยงทางชัน, ใช้โหมดช่วยกำลังต่ำลง | ป้องกันแบตเตอรี่ร้อนจัด (Overheating) และรักษาประสิทธิภาพ |
ข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อการดูแลแบตเตอรี่อย่างยั่งยืน
นอกเหนือจาก 5 เคล็ดลับหลักแล้ว ยังมีแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมที่ช่วยส่งเสริมการดูแลรักษาแบตเตอรี่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
การตรวจสอบสภาพภายนอกอย่างสม่ำเสมอ
ควรทำการตรวจเช็คสภาพของแบตเตอรี่ สายชาร์จ และพอร์ตเชื่อมต่อเป็นประจำ มองหาสัญญาณความผิดปกติ เช่น รอยแตก, การบิดเบี้ยว, หรือร่องรอยความเสียหายที่อาจส่งผลต่อการระบายความร้อนหรือความปลอดภัยในการชาร์จ การดูแลให้จุดเชื่อมต่อต่างๆ สะอาดและปราศจากฝุ่นก็จะช่วยให้การชาร์จมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงของการเกิดความร้อนที่จุดสัมผัสได้
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
หากสังเกตพบอาการผิดปกติใดๆ กับแบตเตอรี่ ควรหยุดใช้งานทันทีและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ สัญญาณเตือนที่สำคัญได้แก่:
- แบตเตอรี่บวม: ตัวเคสของแบตเตอรี่มีลักษณะบวมหรือผิดรูปไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด
- ความร้อนผิดปกติ: แบตเตอรี่ร้อนจัดในระหว่างการใช้งานปกติหรือขณะชาร์จ ทั้งที่ปฏิบัติตามคำแนะนำแล้ว
- มีกลิ่นแปลกปลอม: ได้กลิ่นไหม้หรือกลิ่นสารเคมีออกมาจากบริเวณแบตเตอรี่
- ประสิทธิภาพลดลงอย่างรวดเร็ว: ระยะทางที่วิ่งได้ลดลงอย่างฮวบฮาบในช่วงเวลาสั้นๆ
อาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ถึงความเสียหายภายในเซลล์แบตเตอรี่ ซึ่งมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย การพยายามซ่อมแซมหรือแกะแบตเตอรี่ด้วยตนเองเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำโดยเด็ดขาด
ศึกษาข้อมูลจากคู่มือผู้ผลิต
E-Bike แต่ละรุ่นและยี่ห้ออาจมีเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบจัดการพลังงาน (BMS – Battery Management System) ที่แตกต่างกัน คู่มือที่มากับรถเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับคำแนะนำเฉพาะเจาะจง เช่น ช่วงอุณหภูมิการทำงานและการจัดเก็บที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแบตเตอรี่รุ่นนั้นๆ การปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตจะช่วยให้การดูแลรักษามีประสิทธิภาพและไม่ทำให้การรับประกันสิ้นสุดลง
บทสรุป: การดูแลแบตเตอรี่ E-Bike ในหน้าร้อนคือการลงทุนที่คุ้มค่า
การยืดอายุแบตเตอรี่ E-Bike ในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทยไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่ต้องอาศัยความใส่ใจและความเข้าใจในหลักการทำงานของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน การปฏิบัติตาม 5 เคล็ดลับหลัก ได้แก่ การพักให้เย็นก่อนชาร์จ, การหลีกเลี่ยงการใช้งานจนแบตหมด, การชาร์จอย่างถูกวิธี, การจอดในที่ร่ม และการลดภาระงานหนัก จะช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้ E-Bike ของท่านทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและวิ่งได้ไกลขึ้นในแต่ละวัน แต่ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ซึ่งมีราคาสูงในระยะยาวอีกด้วย
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลรักษายานพาหนะไฟฟ้า GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่พร้อมให้บริการ จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ทั้ง E-bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำ
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
LINE: @giantshopping
เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
