รับมือหน้าฝน! 5 วิธีดูแลแบตเตอรี่ E-Bike ไม่ให้พัง
- ความสำคัญของการดูแลแบตเตอรี่ E-Bike ในฤดูฝน
- 5 เคล็ดลับสำคัญในการดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าให้ปลอดภัยตลอดหน้าฝน
- ข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่
- สรุปปัญหาและแนวทางป้องกันแบตเตอรี่ E-Bike ในหน้าฝน
- สรุปแนวทางการดูแลแบตเตอรี่ E-Bike อย่างมืออาชีพ
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าคุณภาพ
เมื่อฤดูฝนมาเยือน ความชื้นในอากาศและสายฝนที่โปรยปรายอาจกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของยานพาหนะไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบตเตอรี่ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า การเรียนรู้แนวทาง รับมือหน้าฝน! 5 วิธีดูแลแบตเตอรี่ E-Bike ไม่ให้พัง จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อยืดอายุการใช้งานและรับประกันความปลอดภัยสูงสุดในการขับขี่
- เลือกสถานที่ชาร์จที่เหมาะสม: ควรชาร์จแบตเตอรี่ในพื้นที่แห้ง มีอากาศถ่ายเทสะดวก และห่างไกลจากความชื้นหรือแสงแดดโดยตรง
- ตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่เสมอ: ก่อนการชาร์จทุกครั้ง ควรสำรวจหาร่องรอยความเสียหาย การบวม หรือรอยรั่วซึมของน้ำ
- จัดเก็บอย่างถูกวิธี: เมื่อไม่ใช้งานเป็นเวลานาน ควรถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวรถและเก็บไว้ในที่ร่ม แห้ง และเย็น
- ใช้อุปกรณ์ชาร์จมาตรฐาน: การใช้อุปกรณ์ชาร์จของแท้ที่มาพร้อมกับตัวรถเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันปัญหาแรงดันไฟที่ไม่เหมาะสม
- ป้องกันน้ำและความชื้น: หลีกเลี่ยงการขับขี่ลุยน้ำท่วมขัง และใช้ฝาครอบหรือวัสดุกันน้ำเพื่อป้องกันแบตเตอรี่ขณะจอดตากฝน
การทำความเข้าใจและนำเทคนิค รับมือหน้าฝน! 5 วิธีดูแลแบตเตอรี่ E-Bike ไม่ให้พัง ไปปรับใช้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากความชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในยานพาหนะไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า การบำรุงรักษาเชิงป้องกันไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยขณะเดินทางท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยอีกด้วย
ความสำคัญของการดูแลแบตเตอรี่ E-Bike ในฤดูฝน
ประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ในเขตภูมิอากาศร้อนชื้น เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนจะประสบกับสภาวะความชื้นในอากาศสูงและมีฝนตกชุกเป็นปกติ สภาวะดังกล่าวถือเป็นความท้าทายสำคัญต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด และแบตเตอรี่ของจักรยานไฟฟ้าก็ไม่มีข้อยกเว้น แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักที่ใช้ใน E-Bike มีความอ่อนไหวต่อความชื้นและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างยิ่ง
ความชื้นที่เล็ดลอดเข้าไปในตัวแบตเตอรี่สามารถนำไปสู่ปัญหาร้ายแรงได้หลายประการ เริ่มตั้งแต่การกัดกร่อน (Corrosion) บนแผงวงจรและขั้วเชื่อมต่อ ซึ่งจะลดทอนประสิทธิภาพการส่งผ่านพลังงานและอาจทำให้การเชื่อมต่อล้มเหลวในที่สุด ปัญหาที่รุนแรงกว่านั้นคือการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit) เมื่อโมเลกุลของน้ำกลายเป็นสะพานนำไฟฟ้าเชื่อมระหว่างขั้วบวกและขั้วลบ ทำให้เกิดความร้อนสูงอย่างรวดเร็วและอาจนำไปสู่สภาวะที่เรียกว่า “Thermal Runaway” ซึ่งเซลล์แบตเตอรี่จะร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องจนควบคุมไม่ได้ อาจทำให้เกิดควัน ไฟไหม้ หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือการระเบิด
ดังนั้น การตระหนักถึงความเสี่ยงเหล่านี้และให้ความสำคัญกับการ ดูแลแบตเตอรี่ e-bike ในช่วงหน้าฝนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการยืดอายุการใช้งาน แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยของผู้ขับขี่และคนรอบข้างโดยตรง การปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้สามารถใช้งาน e-bike หน้าฝน ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและไร้กังวล
5 เคล็ดลับสำคัญในการดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าให้ปลอดภัยตลอดหน้าฝน
เพื่อป้องกันความเสียหายและรับประกันความปลอดภัยสูงสุด การปฏิบัติตามหลักการดูแลแบตเตอรี่ทั้ง 5 ข้อต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สภาพอากาศมีความชื้นสูง
1. เลือกสถานที่ชาร์จที่เหมาะสม: แห้งและระบายอากาศได้ดี
ขั้นตอนการชาร์จเป็นช่วงเวลาที่แบตเตอรี่มีความเปราะบางที่สุด เนื่องจากมีการไหลของกระแสไฟฟ้าและเกิดความร้อนขึ้นตามปกติ การเลือกสภาพแวดล้อมในการชาร์จจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
สถานที่ที่ควรเลือก: ควรเป็นพื้นที่ในร่ม แห้งสนิท และมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เช่น โรงจอดรถภายในบ้าน ห้องเก็บของที่แห้ง หรือบริเวณระเบียงที่มีหลังคาคลุมและฝนสาดไม่ถึง การระบายอากาศที่ดีจะช่วยระบายความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างการชาร์จ ป้องกันการสะสมความร้อนที่อาจเป็นอันตราย
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง: ห้ามชาร์จแบตเตอรี่กลางแจ้งขณะฝนตกหรือในบริเวณที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องน้ำ หรือห้องใต้ดินที่อับชื้น นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการชาร์จแบตเตอรี่ภายใต้แสงแดดโดยตรง แม้ในวันที่ไม่มีฝน เพราะความร้อนจากแสงแดดจะยิ่งเพิ่มอุณหภูมิของแบตเตอรี่ให้สูงขึ้นไปอีก
ในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงมาก การใช้เครื่องลดความชื้น (Dehumidifier) ในห้องที่ทำการชาร์จอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยยิ่งขึ้น การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้คงที่เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันสภาวะ Thermal Runaway ซึ่งความชื้นเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้น
2. ตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่อย่างละเอียดก่อนการชาร์จทุกครั้ง
การสร้างกิจวัตรในการตรวจสอบสภาพภายนอกของแบตเตอรี่ก่อนเสียบสายชาร์จทุกครั้ง เป็นมาตรการป้องกันเบื้องต้นที่สามารถตรวจจับสัญญาณอันตรายได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ:
- รอยแตกร้าวหรือความเสียหาย: สำรวจตัวเคสพลาสติกของแบตเตอรี่อย่างละเอียดว่ามีรอยแตก บิ่น หรือร่องรอยการกระแทกหรือไม่ เพราะรอยแตกแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจเป็นช่องทางให้น้ำและความชื้นซึมเข้าไปภายในได้
- อาการบวม: สังเกตว่าตัวแบตเตอรี่มีลักษณะบวมผิดรูปหรือไม่ การบวมเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเซลล์ภายในอาจเกิดความเสียหายหรือมีการสร้างแก๊สขึ้น ซึ่งเป็นสภาวะที่อันตรายอย่างยิ่ง
- ร่องรอยน้ำหรือความชื้น: มองหาคราบน้ำ หยดน้ำ หรือร่องรอยความชื้นบริเวณขั้วชาร์จและรอยต่อของตัวเคส หากพบความชื้น ควรเช็ดให้แห้งสนิทและทิ้งไว้ให้แน่ใจว่าแห้งสนิทจริงๆ ก่อนทำการชาร์จ
- การกัดกร่อนที่ขั้วต่อ: ตรวจสอบขั้วโลหะทั้งบนแบตเตอรี่และสายชาร์จว่ามีคราบสีเขียวหรือสีขาวคล้ายสนิมหรือไม่ ซึ่งเป็นสัญญาณของการกัดกร่อนจากความชื้น
หากตรวจพบอาการผิดปกติใดๆ เช่น แบตเตอรี่บวม มีรอยแตกร้าวขนาดใหญ่ หรือมีร่องรอยน้ำซึมเข้าไปภายในอย่างชัดเจน ห้ามทำการชาร์จโดยเด็ดขาด ควรถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวรถทันที เก็บไว้ในที่ปลอดภัยและห่างจากวัสดุติดไฟ แล้วติดต่อศูนย์บริการหรือผู้ผลิตเพื่อขอคำปรึกษาโดยเร็วที่สุด
3. จัดเก็บแบตเตอรี่ในที่แห้งและเย็นเมื่อไม่ใช้งาน
วิธีการเก็บรักษาแบตเตอรี่เมื่อไม่ได้ใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตกติดต่อกันหลายวัน มีผลอย่างมากต่อการ ยืดอายุแบตเตอรี่ การปล่อยแบตเตอรี่ทิ้งไว้กับตัวจักรยานที่จอดตากฝนหรือในที่ชื้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด: ควรถอดแบตเตอรี่ออกจากจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แล้วนำไปเก็บไว้ภายในอาคาร ในสถานที่ที่เย็น แห้ง และมีความชื้นต่ำ อุณหภูมิห้องปกติ (ประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส) ถือเป็นสภาวะที่เหมาะสมที่สุด ควรเก็บให้พ้นจากแสงแดดโดยตรงและแหล่งกำเนิดความร้อนอื่นๆ เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปล่อยความร้อน การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ป้องกันความเสียหายจากความชื้น แต่ยังช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์แบตเตอรี่ตามธรรมชาติอีกด้วย
ระดับการชาร์จที่เหมาะสมสำหรับการเก็บรักษาระยะยาวคือประมาณ 40-60% ไม่ควรเก็บแบตเตอรี่ในขณะที่แบตเตอรี่เต็ม 100% หรือหมดเกลี้ยง 0% เป็นเวลานาน เพราะจะสร้างความเครียดให้กับเซลล์แบตเตอรี่และทำให้อายุการใช้งานสั้นลง
4. ใช้อุปกรณ์ชาร์จของแท้และปฏิบัติตามคู่มือ
อุปกรณ์ชาร์จ (Charger) ไม่ได้เป็นเพียงหม้อแปลงไฟ แต่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีวงจรควบคุมการชาร์จที่ซับซ้อน ซึ่งถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ของแบตเตอรี่รุ่นนั้นๆ โดยเฉพาะ
การใช้อุปกรณ์ชาร์จของปลอม ราคาถูก หรือไม่ตรงรุ่น อาจก่อให้เกิดปัญหาได้หลายประการ เช่น จ่ายแรงดันไฟฟ้าหรือกระแสไฟที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจทำให้แบตเตอรี่ร้อนเกินไป ชาร์จไม่เต็ม หรือเกิดความเสียหายถาวรต่อเซลล์แบตเตอรี่ ในสภาพอากาศชื้น ความเสี่ยงเหล่านี้จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีระบบป้องกันความชื้นและไฟฟ้าลัดวงจรที่ด้อยกว่า
ดังนั้น วิธีชาร์จแบตรถไฟฟ้า ที่ปลอดภัยที่สุดคือการใช้อุปกรณ์ชาร์จของแท้ที่มาพร้อมกับตัวรถเท่านั้น และปฏิบัติตามคำแนะนำในคู่มือการใช้งานของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัดเสมอ หากอุปกรณ์ชาร์จเดิมสูญหายหรือชำรุด ควรติดต่อซื้อใหม่จากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
5. ป้องกันแบตเตอรี่จากการสัมผัสน้ำโดยตรง
แม้ว่าจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลายรุ่นจะถูกออกแบบมาให้มีคุณสมบัติกันน้ำในระดับหนึ่ง (มักระบุด้วยค่า IP Rating) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแช่อยู่ในน้ำหรือตากฝนหนักเป็นเวลานานได้โดยไม่เกิดปัญหา
ขณะขับขี่: หลีกเลี่ยงการขับขี่ลุยผ่านแอ่งน้ำท่วมขังลึกๆ หากจำเป็นต้องขับขี่ท่ามกลางสายฝน ควรใช้ความเร็วต่ำเพื่อลดแรงกระแทกของน้ำ หากเป็นไปได้ การเลือกใช้รุ่นที่เป็น จักรยานไฟฟ้ากันน้ำ ที่มีมาตรฐานการป้องกันสูง จะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้น
ขณะจอด: หากจำเป็นต้องจอดรถไว้กลางแจ้งขณะฝนตก ควรหาที่กำบังเท่าที่ทำได้ หรือใช้อุปกรณ์เสริม เช่น ผ้าคลุมรถกันน้ำ หรือถุงพลาสติกหนาคลุมบริเวณแบตเตอรี่และมอเตอร์เพื่อป้องกันการสัมผัสน้ำโดยตรง อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าการคลุมนั้นยังมีการระบายอากาศเพื่อไม่ให้เกิดการควบแน่นของไอน้ำภายใน
หลังการขับขี่ท่ามกลางสายฝน ควรใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดตัวรถและแบตเตอรี่ทันที โดยเฉพาะบริเวณขั้วต่อและจุดเชื่อมต่อต่างๆ เพื่อกำจัดความชื้นที่อาจหลงเหลืออยู่
ข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติมเพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่
นอกเหนือจาก 5 เคล็ดลับหลักในการรับมือกับฤดูฝนแล้ว ยังมีแนวปฏิบัติทั่วไปในการ บำรุงรักษาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และจักรยานไฟฟ้าที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของแบตเตอรี่ในระยะยาวได้อีกด้วย:
- หลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0%: การปล่อยให้แบตเตอรี่คายประจุจนหมดสนิทบ่อยครั้งจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลงอย่างรวดเร็ว ควรนำไปชาร์จเมื่อระดับแบตเตอรี่ลดลงเหลือประมาณ 20-30%
- ไม่จำเป็นต้องชาร์จเต็ม 100% ทุกครั้ง: การชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 100% และเสียบสายชาร์จทิ้งไว้เป็นเวลานานก็สร้างความเครียดให้กับเซลล์แบตเตอรี่เช่นกัน หากไม่ได้ต้องการใช้งานในระยะทางไกล การชาร์จให้อยู่ในระดับ 80-90% ก็เพียงพอและดีต่อสุขภาพแบตเตอรี่มากกว่า
- ปล่อยให้แบตเตอรี่เย็นลงก่อนชาร์จ: หลังจากใช้งานจักรยานไฟฟ้ามา โดยเฉพาะการขับขี่ขึ้นทางลาดชัน แบตเตอรี่จะมีความร้อนสะสม ควรทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาทีให้อุณหภูมิลดลงสู่ระดับปกติก่อนที่จะเริ่มทำการชาร์จ
- ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ: ใช้ผ้าแห้งหรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดตัวแบตเตอรี่และขั้วต่อเป็นประจำเพื่อขจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกที่อาจกักเก็บความชื้นได้ ห้ามใช้สายยางฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดไปที่ตัวแบตเตอรี่โดยตรงเด็ดขาด
สรุปปัญหาและแนวทางป้องกันแบตเตอรี่ E-Bike ในหน้าฝน
เพื่อให้เห็นภาพรวมของความเสี่ยงและวิธีป้องกันที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ตารางด้านล่างนี้ได้สรุปปัญหาหลักที่อาจเกิดขึ้นกับแบตเตอรี่ E-Bike ในช่วงฤดูฝน พร้อมทั้งสาเหตุและแนวทางการป้องกันที่สอดคล้องกัน
| ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น | สาเหตุหลัก | วิธีป้องกัน |
|---|---|---|
| ไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit) | น้ำหรือความชื้นซึมเข้าไปในตัวแบตเตอรี่ ทำให้เกิดการนำไฟฟ้าระหว่างขั้วบวกและลบ | ตรวจสอบรอยรั่ว/รอยแตก, หลีกเลี่ยงการขับลุยน้ำ, ใช้ผ้าคลุมกันฝน, เช็ดให้แห้งหลังใช้งาน |
| การกัดกร่อน (Corrosion) | ความชื้นทำปฏิกิริยากับขั้วโลหะและแผงวงจร ทำให้เกิดสนิมหรือคราบออกไซด์ | เก็บแบตเตอรี่ในที่แห้ง, ทำความสะอาดขั้วต่อสม่ำเสมอ, ชาร์จในที่ระบายอากาศดี |
| ความร้อนสูงเกิน (Overheating) | การชาร์จในที่อับชื้นและระบายอากาศไม่ดี ทำให้ความร้อนสะสมและอาจเกิด Thermal Runaway | ชาร์จในที่ร่ม แห้ง และอากาศถ่ายเทสะดวก, หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง, พักแบตเตอรี่ให้เย็นก่อนชาร์จ |
| อายุการใช้งานสั้นลง | การเก็บรักษาในที่ชื้นเป็นเวลานาน, การชาร์จที่ไม่เหมาะสม, และการเสื่อมสภาพจากความชื้น | ถอดแบตเตอรี่มาเก็บในที่แห้งเมื่อไม่ใช้, ปฏิบัติตามหลักการชาร์จที่ถูกต้อง, ใช้อุปกรณ์ชาร์จของแท้ |
สรุปแนวทางการดูแลแบตเตอรี่ E-Bike อย่างมืออาชีพ
การดูแลรักษาแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในช่วงฤดูฝนเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากความชื้นเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงและเป็นอันตรายได้ การปฏิบัติตามเคล็ดลับทั้ง 5 ประการ ตั้งแต่การเลือกสถานที่ชาร์จที่แห้งและปลอดภัย, การหมั่นตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่, การจัดเก็บอย่างถูกวิธี, การใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ได้มาตรฐาน, ไปจนถึงการป้องกันแบตเตอรี่จากน้ำโดยตรง จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบำรุงรักษาเชิงป้องกันไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น แต่ยังเป็นการรับประกันความปลอดภัยในการขับขี่ตลอดช่วงฤดูฝน ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับความสะดวกสบายของยานพาหนะไฟฟ้าได้อย่างเต็มที่และไร้ความกังวล
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าคุณภาพ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike คุณภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ พร้อมรับคำแนะนำในการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ที่ GIANT Shopping Mall ซึ่งเป็นศูนย์รวมจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าหลากหลายประเภท
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางต่างๆ:
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- LINE: LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9:00 – 18:00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

