หน้าหนาวต้องรู้! 5 วิธีดูแลแบตฯ E-Bike ให้ใช้ได้นาน
- ประเด็นสำคัญในการดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าช่วงฤดูหนาว
- ทำความเข้าใจผลกระทบของความเย็นต่อแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า
- 5 แนวทางปฏิบัติเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ E-Bike ในฤดูหนาว
- สรุปข้อควรปฏิบัติและข้อควรเลี่ยงในการดูแลแบตเตอรี่หน้าหนาว
- ข้อควรระวังเพิ่มเติมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
- บทสรุป: การดูแลแบตเตอรี่ E-Bike ในหน้าหนาวไม่ใช่เรื่องยาก
- เลือกซื้อและรับคำปรึกษาเกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้า
เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิที่ลดลงไม่เพียงแต่ส่งผลต่อบรรยากาศ แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน การทำความเข้าใจแนวทางการดูแลแบตเตอรี่อย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้งานทุกคน
ประเด็นสำคัญในการดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าช่วงฤดูหนาว
- การชาร์จในอุณหภูมิที่เหมาะสม: ควรนำแบตเตอรี่เข้ามาในอาคารเพื่อชาร์จในอุณหภูมิห้องเสมอ หลีกเลี่ยงการชาร์จในที่ที่มีอากาศเย็นจัด
- รักษาระดับพลังงานที่เหมาะสม: พยายามรักษาระดับการชาร์จของแบตเตอรี่ให้อยู่ระหว่าง 20% ถึง 80% และหลีกเลี่ยงการปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเกลี้ยง
- การจัดเก็บอย่างถูกวิธี: หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ควรถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวจักรยานและเก็บไว้ในที่แห้งและอุ่น
- การเตรียมความพร้อมก่อนการขับขี่: ควรให้แบตเตอรี่ปรับตัวเข้ากับอุณหภูมิห้องก่อนนำไปติดตั้งกับจักรยานเพื่อใช้งานในสภาพอากาศหนาวเย็น
- การตรวจสอบและบำรุงรักษา: หมั่นตรวจสอบสภาพภายนอกและทำความสะอาดขั้วต่อของแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันความชื้นและการกัดกร่อน
สำหรับผู้ที่ใช้จักรยานไฟฟ้าเป็นประจำ การเรียนรู้เรื่อง หน้าหนาวต้องรู้! 5 วิธีดูแลแบตฯ E-Bike ให้ใช้ได้นาน ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้ใน E-Bike ส่วนใหญ่มีความไวต่ออุณหภูมิที่ต่ำ ซึ่งอาจทำให้ระยะทางที่วิ่งได้ลดลง ชาร์จได้ช้าลง หรือในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดคือการเสื่อมสภาพอย่างถาวรก่อนเวลาอันควร การปฏิบัติตามคำแนะนำที่ถูกต้องจะช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ให้เต็มที่ตลอดฤดูหนาว
ทำความเข้าใจผลกระทบของความเย็นต่อแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า
ก่อนที่จะเข้าสู่แนวทางการดูแลรักษา สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจว่าเหตุใดความเย็นจึงเป็นศัตรูตัวฉกาจของแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้า ผู้ใช้งานทุกคนที่ต้องการรักษาประสิทธิภาพของ E-Bike ควรตระหนักถึงปัจจัยพื้นฐานทางเคมีไฟฟ้าที่เกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิลดต่ำลง การตระหนักรู้นี้จะช่วยให้เห็นความสำคัญของแต่ละขั้นตอนในการดูแลรักษามากยิ่งขึ้น
เหตุใดอุณหภูมิจึงมีความสำคัญต่อแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทำงานโดยอาศัยการเคลื่อนที่ของไอออนลิเธียมระหว่างขั้วบวก (แคโทด) และขั้วลบ (แอโนด) ผ่านสารละลายอิเล็กโทรไลต์ เมื่ออุณหภูมิลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต่ำกว่า 10°C กระบวนการทางเคมีเหล่านี้จะช้าลงอย่างมาก สารอิเล็กโทรไลต์จะมีความหนืดมากขึ้น ทำให้การเคลื่อนที่ของไอออนเป็นไปได้ยากขึ้น สิ่งนี้ส่งผลให้เกิด “ความต้านทานภายใน” ของแบตเตอรี่เพิ่มสูงขึ้น ผลลัพธ์ที่ผู้ใช้สัมผัสได้โดยตรงคือ:
- ระยะทางลดลง: แบตเตอรี่ไม่สามารถจ่ายพลังงานออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ระยะทางที่จักรยานสามารถวิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งลดลงอย่างเห็นได้ชัด อาจลดลงได้ถึง 20-30% หรือมากกว่าในสภาพอากาศที่หนาวจัด
- กำลังขับเคลื่อนลดลง: ความต้านทานภายในที่สูงขึ้นทำให้แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ลดลง (Voltage Sag) โดยเฉพาะเมื่อต้องการใช้กำลังสูง เช่น การปั่นขึ้นเนินชัน ซึ่งอาจทำให้รู้สึกว่าจักรยานมีกำลังเร่งน้อยลง
- การเสื่อมสภาพถาวร: การพยายามชาร์จแบตเตอรี่ที่เย็นจัด (อุณหภูมิต่ำกว่า 0°C) เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Lithium Plating” ซึ่งลิเธียมจะจับตัวเป็นผลึกบนผิวของขั้วแอโนดแทนที่จะเข้าไปในโครงสร้างกราไฟต์ ซึ่งเป็นความเสียหายถาวรที่ลดทั้งความจุและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
สัญญาณเตือนของแบตเตอรี่ที่ได้รับผลกระทบจากความเย็น
ผู้ใช้งานสามารถสังเกตอาการเบื้องต้นที่บ่งชี้ว่าแบตเตอรี่กำลังได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิที่ต่ำได้ดังนี้:
- หน้าจอแสดงผลของจักรยานไฟฟ้าอาจแสดงระดับแบตเตอรี่ที่ลดลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ แม้จะเพิ่งชาร์จมาเต็ม
- ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) อาจตัดการทำงานของมอเตอร์เร็วกว่าปกติ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเซลล์แบตเตอรี่
- รู้สึกว่าต้องออกแรงปั่นช่วยมากขึ้นในระดับการช่วยส่งกำลัง (Assist Level) เดิม
การเข้าใจปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานและการดูแลรักษา E-Bike ให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการลงทุนในจักรยานไฟฟ้าจะมอบประสบการณ์ที่ดีและยาวนานที่สุด
5 แนวทางปฏิบัติเพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ E-Bike ในฤดูหนาว
จากความเข้าใจในผลกระทบของความเย็น สามารถสรุปเป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน 5 ข้อ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การชาร์จ การใช้งาน ไปจนถึงการจัดเก็บและการบำรุงรักษา เพื่อให้แบตเตอรี่ E-Bike ของท่านผ่านพ้นฤดูหนาวไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. การชาร์จอย่างถูกวิธี: หัวใจสำคัญของการดูแลในที่ร่ม
กฎข้อแรกและสำคัญที่สุดในการดูแลแบตเตอรี่ช่วงหน้าหนาวคือ ห้ามชาร์จแบตเตอรี่ในที่ที่อุณหภูมิต่ำ การชาร์จแบตเตอรี่ที่เย็นจัดไม่เพียงแต่จะไม่มีประสิทธิภาพ แต่ยังสร้างความเสียหายถาวรให้กับเซลล์แบตเตอรี่ได้
- นำแบตเตอรี่เข้ามาชาร์จในอาคาร: หลังจากใช้งานจักรยานเสร็จ ควรถอดแบตเตอรี่และนำเข้ามาในบ้านหรืออาคารที่มีอุณหภูมิห้อง (ประมาณ 15-25°C)
- รอให้อุณหภูมิแบตเตอรี่ปกติก่อนชาร์จ: อย่าเพิ่งเสียบสายชาร์จทันทีที่นำแบตเตอรี่เข้ามา ควรปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้แบตเตอรี่ค่อยๆ ปรับอุณหภูมิให้เท่ากับอุณหภูมิห้องเสียก่อน การทำเช่นนี้จะช่วยให้กระบวนการชาร์จเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย
- หลีกเลี่ยงพื้นที่ชื้น: สถานที่ชาร์จควรเป็นที่แห้งและมีอากาศถ่ายเทสะดวก ห้ามชาร์จในบริเวณที่มีความชื้นสูงหรือใกล้แหล่งน้ำ เพื่อป้องกันการลัดวงจรและความเสียหาย
การนำแบตเตอรี่ที่เย็นจัดมาปรับอุณหภูมิในห้องก่อนชาร์จ เป็นขั้นตอนเชิงป้องกันที่เรียบง่ายแต่ส่งผลอย่างมหาศาลต่อการยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
2. กลยุทธ์การชาร์จ: ชาร์จบ่อยขึ้นและหลีกเลี่ยงการปล่อยให้หมด
พฤติกรรมการชาร์จจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพอากาศที่เย็นลง เนื่องจากแบตเตอรี่จะคายประจุเร็วกว่าปกติ
- รักษาระดับการชาร์จ 20-80%: แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุดเมื่อไม่ถูกชาร์จจนเต็ม 100% หรือปล่อยให้หมดจนเหลือ 0% บ่อยครั้ง การรักษาระดับพลังงานให้อยู่ในโซนปลอดภัย (20-80%) จะช่วยลดความเครียดของเซลล์แบตเตอรี่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ชาร์จให้บ่อยขึ้น: ในฤดูหนาวที่แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น ควรปรับพฤติกรรมมาชาร์จให้บ่อยขึ้นหลังการใช้งานระยะสั้นๆ แทนที่จะรอให้แบตเตอรี่ใกล้หมดแล้วจึงชาร์จทีเดียว การชาร์จทีละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง (Shallow Cycles) ดีต่อสุขภาพแบตเตอรี่มากกว่าการชาร์จลึก (Deep Cycles)
- อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง: การปล่อยให้แบตเตอรี่คายประจุจนหมดและทิ้งไว้เป็นเวลานานในสภาพอากาศเย็นเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด เพราะอาจทำให้แรงดันไฟฟ้าของเซลล์ลดต่ำกว่าระดับปลอดภัยจนไม่สามารถชาร์จกลับขึ้นมาได้อีกเลย
3. การจัดเก็บที่เหมาะสม: ปกป้องแบตเตอรี่เมื่อไม่ได้ใช้งาน
การจัดเก็บแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีมีความสำคัญไม่แพ้การชาร์จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่ได้ใช้งานจักรยานเป็นประจำทุกวัน
- การจัดเก็บระยะสั้น (ข้ามคืน): ควรถอดแบตเตอรี่ออกจากจักรยานเสมอและนำมาเก็บไว้ในบ้าน ไม่ควรทิ้งแบตเตอรี่ไว้กับจักรยานที่จอดอยู่กลางแจ้งหรือในโรงรถที่ไม่มีเครื่องทำความร้อนตลอดคืน
- การจัดเก็บระยะยาว (หลายสัปดาห์หรือหลายเดือน): หากวางแผนที่จะไม่ใช้ E-Bike ตลอดฤดูหนาว ควรปฏิบัติดังนี้:
- ชาร์จแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับประมาณ 40-60% ซึ่งเป็นระดับที่เสถียรที่สุดสำหรับการจัดเก็บระยะยาว
- ถอดแบตเตอรี่ออกจากจักรยาน
- เก็บไว้ในที่แห้งและเย็น (แต่ไม่ถึงกับหนาวจัด) โดยมีอุณหภูมิคงที่ ห่างจากแสงแดดโดยตรงและความชื้น
- ควรนำแบตเตอรี่มาตรวจสอบและชาร์จให้อยู่ในระดับ 40-60% ทุกๆ 1-2 เดือน เพื่อป้องกันการคายประจุจนหมด
4. การเตรียมความพร้อมก่อนใช้งาน: ลดผลกระทบจากอุณหภูมิต่ำ
การเตรียมแบตเตอรี่ให้พร้อมก่อนออกไปเผชิญความหนาวเย็นจะช่วยให้ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
- ติดตั้งแบตเตอรี่ก่อนใช้งานทันที: ควรเก็บแบตเตอรี่ไว้ในบ้านจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะออกไปขี่จักรยาน การติดตั้งแบตเตอรี่ที่อุ่นเข้ากับจักรยานที่เย็นจะช่วยรักษาอุณหภูมิการทำงานของแบตเตอรี่ได้ดีกว่าในช่วงแรกของการเดินทาง
- ใช้อุปกรณ์เสริมช่วยรักษาอุณหภูมิ: ลองพิจารณาใช้ปลอกหุ้มแบตเตอรี่ที่ทำจากวัสดุนีโอพรีน (Neoprene Cover) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนฉนวน ช่วยชะลอการสูญเสียความร้อนของแบตเตอรี่ในขณะขับขี่ท่ามกลางอากาศเย็น
- เริ่มต้นด้วยระดับการช่วยส่งกำลังที่ต่ำ: ในช่วง 5-10 นาทีแรกของการขับขี่ ควรเริ่มต้นด้วยระดับการช่วยส่งกำลังที่ต่ำ เพื่อให้แบตเตอรี่ได้ “วอร์มอัพ” อย่างค่อยเป็นค่อยไป การดึงกระแสไฟสูงในทันทีจากแบตเตอรี่ที่ยังเย็นอยู่อาจทำให้แรงดันไฟฟ้าตกและลดประสิทธิภาพลง
5. การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน: ตรวจสอบและทำความสะอาดเป็นประจำ
การบำรุงรักษาขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่อาจมีความชื้นและสิ่งสกปรกมากขึ้น
- รักษาความสะอาดและแห้ง: หลังการใช้งาน ควรใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดตัวแบตเตอรี่และขั้วต่อ เพื่อกำจัดความชื้น สิ่งสกปรก หรือคราบเกลือที่อาจมาจากการขับขี่บนถนนที่เปียก
- ตรวจสอบขั้วต่อ: หมั่นตรวจสอบขั้วต่อทั้งบนแบตเตอรี่และบนตัวจักรยาน ว่าไม่มีร่องรอยการกัดกร่อนหรือสนิม หากพบสิ่งสกปรก สามารถใช้ผ้าแห้งหรือแปรงขนนุ่มปัดออกเบาๆ การเชื่อมต่อที่ดีจะช่วยให้กระแสไฟฟ้าไหลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ตรวจสอบสภาพภายนอก: สังเกตตัวเคสของแบตเตอรี่ว่ามีรอยแตกร้าว บวม หรือเสียหายหรือไม่ หากพบความผิดปกติควรหยุดใช้งานทันทีและนำไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
สรุปข้อควรปฏิบัติและข้อควรเลี่ยงในการดูแลแบตเตอรี่หน้าหนาว
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนและง่ายต่อการจดจำ สามารถสรุปแนวทางการดูแลแบตเตอรี่ E-Bike ในฤดูหนาวได้ในรูปแบบตารางเปรียบเทียบดังต่อไปนี้
| หัวข้อการดูแล | สิ่งที่ควรทำ (Do) | สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง (Don’t) |
|---|---|---|
| การชาร์จ | นำแบตเตอรี่มาชาร์จในอุณหภูมิห้อง (15-25°C) และรอให้แบตเตอรี่อุ่นก่อนชาร์จ | ชาร์จแบตเตอรี่กลางแจ้งหรือในที่ที่อากาศเย็นจัด (ต่ำกว่า 10°C) |
| ระดับพลังงาน | รักษาระดับการชาร์จไว้ที่ 20-80% และชาร์จบ่อยขึ้นหลังใช้งาน | ปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง หรือชาร์จทิ้งไว้ที่ 100% เป็นเวลานาน |
| การจัดเก็บ | ถอดแบตเตอรี่เก็บในที่อุ่นและแห้ง โดยมีระดับชาร์จ 40-60% สำหรับการเก็บระยะยาว | ทิ้งแบตเตอรี่ไว้กับจักรยานที่จอดกลางแจ้งข้ามคืน |
| การใช้งาน | ติดตั้งแบตเตอรี่ที่อุ่นก่อนใช้งานทันที และอาจใช้ปลอกหุ้มกันความเย็น | ใช้งานจักรยานในสภาพอากาศหนาวจัด (ต่ำกว่า 0°C) โดยไม่จำเป็น |
| การทำความสะอาด | ใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดขั้วต่อและตัวแบตเตอรี่ให้แห้งอยู่เสมอ | ฉีดน้ำแรงดันสูงหรือใช้สารเคมีรุนแรงในการทำความสะอาดแบตเตอรี่ |
ข้อควรระวังเพิ่มเติมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
นอกเหนือจาก 5 แนวทางหลักแล้ว ยังมีข้อควรระวังเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยที่จะช่วยให้การดูแลแบตเตอรี่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
การจัดการความร้อนหลังใช้งาน
แม้ว่าบทความนี้จะเน้นเรื่องความเย็น แต่ก็ควรระวังเรื่องความร้อนเช่นกัน หลังจากใช้งานจักรยานมาอย่างหนัก แบตเตอรี่อาจมีความร้อนสะสมอยู่ ควรงทิ้งไว้ให้เย็นลงสู่อุณหภูมิปกติก่อนที่จะทำการชาร์จ การชาร์จแบตเตอรี่ที่ร้อนเกินไปก็สามารถสร้างความเสียหายได้เช่นกัน
การเลือกแหล่งจ่ายไฟที่ปลอดภัย
ควรใช้ที่ชาร์จ (Adapter) และสายชาร์จที่มาพร้อมกับจักรยานไฟฟ้า หรือที่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิตเท่านั้น การใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจจ่ายกระแสไฟที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) เสียหายหรือเกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ ควรเสียบชาร์จกับปลั๊กไฟที่มีสภาพดีและมั่นคง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาไฟกระชาก
การดูแลเมื่อไม่ใช้งานเป็นเวลานาน
ย้ำอีกครั้งสำหรับผู้ที่วางแผนจะเก็บจักรยานไฟฟ้าไว้โดยไม่ใช้งานนานเกินหนึ่งเดือน การตรวจสอบระดับแบตเตอรี่เป็นระยะ (ทุกๆ 1-2 เดือน) และชาร์จกลับให้อยู่ในระดับ 40-60% เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันภาวะ “Deep Discharge” ที่จะทำให้แบตเตอรี่เสียหายอย่างถาวร
บทสรุป: การดูแลแบตเตอรี่ E-Bike ในหน้าหนาวไม่ใช่เรื่องยาก
การดูแลแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าในช่วงฤดูหนาวนั้นไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่ต้องอาศัยความใส่ใจในรายละเอียด โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การจัดการ “อุณหภูมิ” เป็นหลัก การหลีกเลี่ยงการชาร์จ การจัดเก็บ และการใช้งานในสภาพอากาศที่เย็นจัด พร้อมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการชาร์จให้เหมาะสม และการบำรุงรักษาขั้นพื้นฐาน จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าแบตเตอรี่ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีราคาสูงที่สุดของ E-Bike จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานและคงประสิทธิภาพสูงสุดไว้ได้เสมอ การลงทุนเวลาเพียงเล็กน้อยในการดูแลรักษา จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินกับการขับขี่จักรยานไฟฟ้าได้อย่างเต็มที่ในทุกฤดูกาล
เลือกซื้อและรับคำปรึกษาเกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้า
สำหรับผู้ที่สนใจจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมรับคำแนะนำในการดูแลรักษาอย่างมืออาชีพ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ GIANT Shopping Mall ศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าครบวงจร
สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆ ได้ทาง FACEBOOK PAGE และ LINE หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์
เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
