สถานีสลับแบตฯ E-Bike เทรนด์ใหม่ที่อาจมาถึงไทยปี 2026
ในขณะที่ยานพาหนะไฟฟ้า (EV) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในความท้าทายสำคัญที่ผู้ใช้ต้องเผชิญคือระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ที่ยาวนาน เพื่อแก้ไขปัญหานี้ เทคโนโลยี สถานีสลับแบตฯ E-Bike เทรนด์ใหม่ที่อาจมาถึงไทยปี 2026 จึงได้ถือกำเนิดขึ้นและกำลังกลายเป็นทางออกที่น่าจับตามองทั่วโลก โมเดลธุรกิจนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดเวลาการรอคอย แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ๆ ในเชิงพาณิชย์และส่งเสริมการใช้งาน E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าให้แพร่หลายยิ่งขึ้น
- ลดเวลาการรอคอย: การสลับแบตเตอรี่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเดินทางต่อได้ทันที ต่างจากการชาร์จแบบดั้งเดิมที่ใช้เวลาหลายชั่วโมง
- เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์: ไรเดอร์ส่งอาหารและพัสดุเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่ได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจากต้องการความต่อเนื่องในการใช้งานยานพาหนะ
- ลดต้นทุนเริ่มต้น: โมเดล “Battery-as-a-Service” (BaaS) ช่วยให้ผู้ซื้อ E-Bike ไม่จำเป็นต้องซื้อแบตเตอรี่เป็นของตัวเอง ทำให้ราคาเริ่มต้นของตัวรถถูกลง และลดความกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ
- ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน: ระบบสลับแบตเตอรี่เอื้อต่อการจัดการและรีไซเคิลแบตเตอรี่เก่าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากผู้ให้บริการเป็นเจ้าของและผู้ควบคุมวงจรชีวิตของแบตเตอรี่
ภาพรวมของเทคโนโลยีสถานีสลับแบตเตอรี่
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าไม่ได้หยุดอยู่แค่การพัฒนารถยนต์ แต่ยังรวมถึงการสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนการใช้งานให้สะดวกและมีประสิทธิภาพสูงสุด สถานีสลับแบตเตอรี่ หรือ Battery Swapping Station คือหนึ่งในนวัตกรรมที่เข้ามาตอบโจทย์นี้โดยตรง โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ซึ่งมีความคล่องตัวสูงและต้องการความรวดเร็วในการเติมพลังงาน
นิยามและหลักการทำงานของสถานีสลับแบตเตอรี่
สถานีสลับแบตเตอรี่ คือ สถานีบริการที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ยานพาหนะไฟฟ้าสามารถนำแบตเตอรี่ที่พลังงานใกล้หมดมาแลกเปลี่ยนกับแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มแล้วได้ทันที หลักการทำงานของระบบนี้ไม่ซับซ้อน ผู้ใช้เพียงแค่นำรถเข้าไปยังสถานี นำแบตเตอรี่ก้อนเก่าออก และใส่แบตเตอรี่ก้อนใหม่ที่ชาร์จเต็มแล้วเข้าไปแทนที่ กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ซึ่งรวดเร็วกว่าการเสียบสายชาร์จทิ้งไว้หลายชั่วโมงอย่างมาก
สถานีเหล่านี้มักมีลักษณะเป็นตู้หรืออาคารขนาดเล็กที่ติดตั้งช่องสำหรับจัดเก็บและชาร์จแบตเตอรี่หลายสิบก้อนพร้อมกัน มีระบบบริหารจัดการอัจฉริยะคอยควบคุมสถานะการชาร์จ อุณหภูมิ และสุขภาพของแบตเตอรี่แต่ละก้อนเพื่อให้พร้อมใช้งานและปลอดภัยอยู่เสมอ
เหตุผลที่เทรนด์นี้กำลังเติบโตทั่วโลก
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เทรนด์สถานีสลับแบตเตอรี่เติบโตอย่างรวดเร็วมาจากความต้องการแก้ปัญหา “ความกังวลเรื่องระยะทาง” (Range Anxiety) และ “เวลาในการชาร์จ” ซึ่งเป็นอุปสรรคหลักของการใช้ยานพาหนะไฟฟ้า สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องเดินทางต่อเนื่องตลอดวัน เช่น กลุ่มไรเดอร์ หรือผู้ที่อาศัยในที่พักที่ไม่มีจุดชาร์จส่วนตัว การรอชาร์จแบตเตอรี่นาน 3-4 ชั่วโมงหมายถึงการสูญเสียรายได้และโอกาส
การสลับแบตเตอรี่เปลี่ยนกระบวนการ “เติมพลังงาน” จากการ “รอชาร์จ” เป็นการ “แลกเปลี่ยน” ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เดินทางต่อได้ทันที แนวคิดนี้จึงเปรียบเสมือนการเติมน้ำมันในรถยนต์สันดาปที่ใช้เวลาไม่นาน
นอกจากนี้ โมเดลดังกล่าวยังช่วยลดภาระของผู้ใช้ในการดูแลรักษาแบตเตอรี่ เนื่องจากผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบในการบำรุงรักษา ตรวจสอบสภาพ และจัดการเมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าจะได้รับแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ
ข้อดีและโอกาสทางธุรกิจของระบบสลับแบตเตอรี่
ระบบสลับแบตเตอรี่ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกในการเติมพลังงาน แต่ยังเป็นการสร้างโมเดลธุรกิจและโอกาสใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า พลังงาน และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าด้วยกัน
การประหยัดเวลา: จุดเปลี่ยนสำคัญของการใช้งาน EV
ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดของระบบสลับแบตเตอรี่คือการลดระยะเวลาหยุดพักของรถได้อย่างมหาศาล การเปลี่ยนแบตเตอรี่ใช้เวลาเฉลี่ยน้อยกว่า 5 นาที ในขณะที่การชาร์จเร็ว (Fast Charging) อาจใช้เวลา 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง และการชาร์จปกติที่บ้านอาจใช้เวลานานถึง 6-8 ชั่วโมง ความรวดเร็วนี้ทำให้ E-Bike และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากลายเป็นยานพาหนะที่พร้อมใช้งานได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์
| คุณสมบัติ | การชาร์จแบบดั้งเดิม | การสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping) |
|---|---|---|
| ระยะเวลาเติมพลังงาน | หลายชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับเครื่องชาร์จ) | ไม่กี่นาที |
| ความสะดวก | ต้องหาปลั๊กไฟและรอ | รวดเร็วเหมือนเติมน้ำมัน |
| ต้นทุนเริ่มต้น (ตัวรถ) | สูงกว่า (รวมราคาแบตเตอรี่) | ต่ำกว่า (ในโมเดล BaaS) |
| การดูแลรักษาแบตเตอรี่ | ผู้ใช้รับผิดชอบเอง | ผู้ให้บริการเป็นผู้ดูแล |
| กลุ่มผู้ใช้ที่เหมาะสม | ผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่เร่งรีบ | ผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ (ไรเดอร์) และผู้ที่ต้องการความต่อเนื่อง |
โมเดลธุรกิจใหม่: Battery-as-a-Service (BaaS)
สถานีสลับแบตเตอรี่ได้ก่อให้เกิดโมเดลธุรกิจที่เรียกว่า Battery-as-a-Service (BaaS) หรือ “แบตเตอรี่ในรูปแบบบริการ” แนวคิดนี้คือการแยกแบตเตอรี่ออกจากตัวรถ ผู้บริโภคจะซื้อเฉพาะตัวรถ E-Bike ในราคาที่ถูกลงอย่างมาก และชำระค่าบริการเพื่อ “เช่า” หรือ “สลับ” แบตเตอรี่เป็นรายเดือนหรือรายครั้งที่ใช้งาน
โมเดล BaaS ช่วยลดอุปสรรคด้านราคาในการเข้าถึงยานพาหนะไฟฟ้า และยังขจัดความกังวลของผู้ใช้เกี่ยวกับอายุการใช้งานและการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีราคาสูงที่สุดของรถ เมื่อแบตเตอรี่เริ่มเก็บไฟได้น้อยลง ผู้ให้บริการก็จะนำไปจัดการและนำก้อนใหม่มาหมุนเวียนในระบบแทน โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่ที่มีราคาสูง
ตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์กลุ่มไรเดอร์
กลุ่มผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ส่งอาหารและพัสดุเป็นกลุ่มตลาดแรกที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของระบบสลับแบตเตอรี่อย่างชัดเจน สำหรับพวกเขา เวลาคือรายได้ การจอดรถเพื่อรอชาร์จแบตเตอรี่หมายถึงการสูญเสียโอกาสในการรับงาน สถานีสลับแบตเตอรี่จึงเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ช่วยให้พวกเขาสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดวัน เพียงแค่แวะสลับแบตเตอรี่ระหว่างการเดินทางเท่านั้น ทำให้ยานพาหนะไฟฟ้ากลายเป็นเครื่องมือทำมาหากินที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากว่ารถที่ใช้น้ำมันในระยะยาว
การจัดการแบตเตอรี่และเศรษฐกิจหมุนเวียน
อีกหนึ่งมิติที่สำคัญคือการจัดการแบตเตอรี่ที่ใช้แล้วอย่างยั่งยืน ในระบบที่ผู้ให้บริการเป็นเจ้าของแบตเตอรี่ทั้งหมด พวกเขาสามารถติดตามสถานะและสุขภาพของแบตเตอรี่ทุกก้อนได้อย่างละเอียด เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพจนไม่เหมาะกับการใช้งานในยานพาหนะแล้ว ผู้ให้บริการสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อในรูปแบบอื่น (Second Life) เช่น เป็นแหล่งเก็บพลังงานสำรอง (Energy Storage) หรือนำไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพื่อสกัดแร่ธาตุมีค่ากลับมาใช้ใหม่ได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
สถานการณ์และแนวโน้มในประเทศไทย
แม้ว่าสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับ E-Bike จะยังไม่แพร่หลายในวงกว้าง แต่สัญญาณการเติบโตในประเทศไทยเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยมีผู้เล่นหลายรายทั้งจากฝั่งผู้ผลิตรถและผู้ให้บริการสถานีที่เริ่มลงทุนและทดลองตลาดอย่างจริงจัง ทำให้การคาดการณ์ว่าเทรนด์นี้อาจมาถึงไทยอย่างเต็มรูปแบบในปี 2026 มีความเป็นไปได้สูง
ผู้เล่นหลักในตลาดไทย
ปัจจุบัน ตลาดในประเทศไทยมีผู้เล่นที่น่าจับตามองหลายรายที่กำลังบุกเบิกธุรกิจสถานีสลับแบตเตอรี่:
- STROM (ไทยแลนด์): เป็นผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสัญชาติไทยที่มุ่งเน้นพัฒนารถสำหรับกลุ่มไรเดอร์ และได้ร่วมมือกับพันธมิตรในการพัฒนาและติดตั้งตู้สลับแบตเตอรี่
- WINNONIE: ผู้ให้บริการสถานีสลับแบตเตอรี่ที่มีเครือข่ายและแผนการขยายจุดบริการอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับผู้ผลิตรถไฟฟ้าหลายรายเพื่อสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์
- Aionex: แบรนด์รถไฟฟ้าที่มีการนำเสนอรถรุ่นที่รองรับระบบ Hot Swap หรือการถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับการสร้างเครือข่ายสถานีของตนเองในกรุงเทพฯ
ความร่วมมือเชิงพาณิชย์ที่เกิดขึ้นจริง
รูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดคือความร่วมมือระหว่างบริษัท STROM (ไทยแลนด์) และ WINNONIE ในการเปิดตัวมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพร้อมตู้สลับแบตเตอรี่ โดยมีแผนที่จะติดตั้งสถานีตามจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ เช่น สถานีบริการน้ำมันบางจาก ซึ่งเป็นทำเลที่ผู้ใช้รถสามารถเข้าถึงได้ง่าย การร่วมมือลักษณะนี้เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและขยายฐานผู้ใช้งานให้กว้างขึ้น เนื่องจากเป็นการผนึกกำลังระหว่างผู้ผลิตรถและผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
เทคโนโลยี Hot Swap ที่พร้อมใช้งาน
ในตลาดปัจจุบัน เริ่มมี E-Bike และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหลายรุ่นที่ออกแบบมาให้รองรับการถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ง่าย หรือที่เรียกว่าระบบ Hot Swap ตัวอย่างเช่น Aionex S7 ที่โฆษณาว่าสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที การมีผลิตภัณฑ์ที่รองรับเทคโนโลยีนี้วางจำหน่ายในตลาดแล้ว ถือเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้ผู้บริโภคเริ่มคุ้นเคยและเห็นประโยชน์ของระบบสลับแบตเตอรี่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีสลับแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เทรนด์โลกที่ส่งผลต่อการมาถึงไทยในปี 2026
การเติบโตของเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ในไทยไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการเปลี่ยนแปลงระดับโลก ซึ่งแนวโน้มเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่อทิศทางและความเร็วในการปรับใช้เทคโนโลยีนี้ในประเทศไทย
การขยายตัวในยุโรปและเอเชีย
ในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปและเอเชียตะวันออก บริการสลับแบตเตอรี่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ Yamaha ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่น ได้เปิดตัวบริการ “ENYRING” ในยุโรป ซึ่งเป็นเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับจักรยานไฟฟ้าโดยเฉพาะ พร้อมทั้งวางแผนวงจรการรีไซเคิลแบตเตอรี่อย่างครบวงจร การที่ผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลกกระโดดเข้ามาเล่นในตลาดนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเชื่อมั่นในโมเดลธุรกิจดังกล่าว ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ รวมถึงผู้ประกอบการในไทยต้องเร่งปรับตัวตาม
ความสำคัญของมาตรฐานแบตเตอรี่ร่วม (Interoperability)
หนึ่งในปัจจัยที่จะกำหนดความสำเร็จของระบบสลับแบตเตอรี่ในระยะยาวคือ “ความเข้ากันได้” (Interoperability) หรือการมีมาตรฐานกลางสำหรับแบตเตอรี่ที่สามารถใช้ร่วมกันได้ระหว่างรถต่างยี่ห้อ หากผู้ผลิตแต่ละรายยังคงพัฒนารูปแบบแบตเตอรี่ของตนเองที่ไม่สามารถใช้กับสถานีของผู้ให้บริการรายอื่นได้ จะทำให้การขยายเครือข่ายเป็นไปได้ช้าและเกิดการใช้งานที่จำกัดอยู่ในวงแคบ ผู้บริโภคอาจลังเลที่จะเลือกรถยี่ห้อใดเป็นพิเศษเพราะกลัวจะถูกผูกมัดกับเครือข่ายสถานีเพียงแห่งเดียว ดังนั้น การผลักดันให้เกิดมาตรฐานกลางในอุตสาหกรรมจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
อุปสรรคและความท้าทายที่ต้องเผชิญ
แม้ว่าศักยภาพของสถานีสลับแบตเตอรี่จะดูสดใส แต่การนำมาปรับใช้ในวงกว้างยังคงมีความท้าทายหลายประการที่ต้องได้รับการแก้ไข ทั้งในด้านเทคนิค ความปลอดภัย และการลงทุน
ปัญหาความเข้ากันได้ของแบตเตอรี่
ดังที่กล่าวไปข้างต้น ปัญหาใหญ่ที่สุดคือการขาดมาตรฐานทางเทคนิคที่เป็นหนึ่งเดียวกันสำหรับแบตเตอรี่ ผู้ผลิตแต่ละรายมีเทคโนโลยี การออกแบบ ขนาด และช่องเชื่อมต่อที่แตกต่างกัน ทำให้แบตเตอรี่ของยี่ห้อหนึ่งไม่สามารถนำไปใช้กับรถของอีกยี่ห้อหนึ่งได้ หากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข การสร้างเครือข่ายสถานีที่ครอบคลุมและให้บริการผู้ใช้ทุกกลุ่มจะเป็นไปได้ยาก และอาจทำให้ตลาดเกิดการแตกกระจายเป็นส่วนๆ
ความปลอดภัยและการจัดการแบตเตอรี่ลิเธียม
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน แม้จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหากไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี การสร้างเครือข่ายตู้สลับแบตเตอรี่จำนวนมากหมายถึงการจัดเก็บและชาร์จแบตเตอรี่ลิเธียมหลายพันก้อนในพื้นที่จำกัด จึงจำเป็นต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวด ทั้งระบบควบคุมอุณหภูมิ ระบบป้องกันการลัดวงจร และแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เช่น อัคคีภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสาธารณชนและผู้ใช้งาน
ต้นทุนการสร้างเครือข่ายและโลจิสติกส์
การลงทุนเพื่อสร้างเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่ให้ครอบคลุมพื้นที่เมืองใหญ่ต้องใช้เงินทุนมหาศาล ทั้งค่าติดตั้งตู้ ค่าเช่าพื้นที่ และที่สำคัญคือค่าแบตเตอรี่จำนวนมากเพื่อหมุนเวียนในระบบ นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนด้านโลจิสติกส์และการบริหารจัดการที่ซับซ้อน เช่น การคาดการณ์ความต้องการใช้งานในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกสถานีมีแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน
บทสรุปและอนาคตของ E-Bike ในไทย
เทคโนโลยี สถานีสลับแบตฯ E-Bike เทรนด์ใหม่ที่อาจมาถึงไทยปี 2026 กำลังกลายเป็นทางออกที่สำคัญในการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กให้แพร่หลาย ด้วยข้อได้เปรียบด้านความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย และโมเดลธุรกิจ BaaS ที่ช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นสำหรับผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ เช่น ไรเดอร์ ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากความต่อเนื่องในการใช้งาน
การเคลื่อนไหวของผู้เล่นในตลาดไทย ไม่ว่าจะเป็น STROM, WINNONIE หรือแบรนด์อื่นๆ แสดงให้เห็นถึงสัญญาณบวกว่าระบบนิเวศนี้กำลังก่อตัวขึ้นอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการเอาชนะความท้าทายสำคัญ ทั้งการสร้างมาตรฐานกลางของแบตเตอรี่ การรับประกันความปลอดภัย และการลงทุนสร้างเครือข่ายให้ครอบคลุม หากทุกภาคส่วนสามารถร่วมมือกันได้ เป็นไปได้สูงที่เราจะได้เห็นบริการสถานีสลับแบตเตอรี่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในเมืองใหญ่ของประเทศไทยภายในปี 2026
สำหรับผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานส่วนตัวหรือเพื่อการพาณิชย์ การติดตามนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น สถานีสลับแบตเตอรี่ จะช่วยให้สามารถเลือกโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างดีที่สุด
ที่ GIANT Shopping Mall เราคือผู้จัดจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมให้คำปรึกษาและบริการเพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด
สามารถเข้ามาชมสินค้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
- LINE: @705dancc
- ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: คลิกที่นี่
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
