เจาะลึก ‘สถานีสลับแบตฯ’ เทรนด์ใหม่ที่จะมาถึงไทย?
- ประเด็นสำคัญของเทคโนโลยีสถานีสลับแบตเตอรี่
- นิยามและความสำคัญของสถานีสลับแบตเตอรี่
- สถานีสลับแบตเตอรี่คืออะไร?
- ทำไมเทรนด์นี้จึงสำคัญต่อประเทศไทย
- ภาพรวมตลาดและการเคลื่อนไหวของผู้เล่นหลักในไทย
- ข้อได้เปรียบเชิงปฏิบัติการ: เมื่อเทียบกับการชาร์จแบบดั้งเดิม
- โมเดลธุรกิจและทิศทางการขยายตัวในอนาคต
- ความท้าทายสำคัญที่ต้องพิจารณา
- อนาคตของ Battery Swapping ในประเทศไทย
- มองหาจักรยานไฟฟ้า? ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญด้านระยะเวลาในการชาร์จพลังงาน บทความนี้จะทำการ เจาะลึก ‘สถานีสลับแบตฯ’ เทรนด์ใหม่ที่จะมาถึงไทย? เพื่อวิเคราะห์ว่าเทคโนโลยี Battery Swapping จะเข้ามาเป็นคำตอบในการแก้ไขปัญหานี้ และเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของโครงสร้างพื้นฐาน EV ในประเทศได้อย่างไร
ประเด็นสำคัญของเทคโนโลยีสถานีสลับแบตเตอรี่
- แก้ปัญหาการรอชาร์จ: สถานีสลับแบตเตอรี่สามารถลดระยะเวลาการเติมพลังงานให้เหลือเพียงประมาณ 3 นาที ซึ่งเร็วกว่าการชาร์จแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญ
- การลงทุนที่น่าจับตา: ผู้เล่นรายใหญ่หลายราย เช่น Firebright, UNEX EV และกลุ่ม ปตท. ได้เริ่มลงทุนและขยายเครือข่ายสถานีในประเทศไทยแล้ว
- โมเดลธุรกิจที่หลากหลาย: มีการเปิดโอกาสให้เข้าร่วมลงทุนในรูปแบบแฟรนไชส์หรือการลงทุนร่วม ซึ่งช่วยเร่งการขยายตัวของโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ได้เร็วขึ้น
- ความท้าทายด้านมาตรฐาน: ความสำเร็จของโมเดลนี้ขึ้นอยู่กับการสร้างมาตรฐานแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ระหว่างผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าหลายยี่ห้อ
- เป้าหมายหลักคือกลุ่มจักรยานยนต์ไฟฟ้า: ในระยะแรก การพัฒนามุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ใช้งานจักรยานยนต์ไฟฟ้าในเขตเมืองเป็นหลัก ก่อนจะขยายไปยังยานยนต์ประเภทอื่น
นิยามและความสำคัญของสถานีสลับแบตเตอรี่
ท่ามกลางกระแสความนิยมยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ผู้ใช้งานต้องเผชิญคือระยะเวลาในการรอชาร์จแบตเตอรี่ที่ยาวนาน แม้ว่าเทคโนโลยีการชาร์จเร็วจะพัฒนาไปมาก แต่ก็ยังไม่สามารถเทียบเท่าความรวดเร็วของการเติมน้ำมันได้ ด้วยเหตุนี้ แนวคิดเรื่อง เจาะลึก ‘สถานีสลับแบตฯ’ เทรนด์ใหม่ที่จะมาถึงไทย? จึงกลายเป็นหัวข้อที่น่าสนใจและถูกมองว่าเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐาน EV ที่มีศักยภาพในการเข้ามาปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการความคล่องตัวสูง
เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจช่วยเร่งให้เกิดการยอมรับยานยนต์ไฟฟ้าในวงกว้างมากขึ้น การเกิดขึ้นของสถานีบริการประเภทนี้ในหลายพื้นที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ซึ่งกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคของการชาร์จแบบดั้งเดิมไปสู่โซลูชันด้านพลังงานที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สถานีสลับแบตเตอรี่คืออะไร?
สถานีสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping Station) คือสถานีบริการที่ออกแบบมาเพื่อให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่พลังงานหมดของยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยแบตเตอรี่ลูกใหม่ที่ชาร์จไฟเต็มแล้ว แทนที่จะต้องจอดรถเพื่อเสียบสายชาร์จและรอเป็นระยะเวลานาน กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาที ผู้ขับขี่เพียงนำรถเข้าจอดในช่องบริการ จากนั้นระบบอัตโนมัติหรือเจ้าหน้าที่จะทำการถอดแบตเตอรี่เก่าออก และใส่แบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มแล้วเข้าไปแทนที่ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเดินทางต่อได้ทันที
หลักการทำงานนี้คล้ายคลึงกับการเปลี่ยนถังแก๊สหุงต้มตามบ้าน โดยมีหัวใจสำคัญคือการที่ผู้ให้บริการเป็นผู้ดูแลและจัดการสต็อกของแบตเตอรี่ที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ สถานีเหล่านี้จึงเปรียบเสมือน “คลังพลังงาน” ที่กระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็ว โมเดลดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างสูงในบางประเทศ โดยมีตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Gogoro model ในไต้หวัน ซึ่งได้สร้างเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจนประสบความสำเร็จและกลายเป็นต้นแบบให้กับหลายประเทศทั่วโลก
ทำไมเทรนด์นี้จึงสำคัญต่อประเทศไทย
บริบทของประเทศไทยมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เทคโนโลยี battery swapping มีความสำคัญและมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในปี 2569 และปีต่อๆ ไป
- การจราจรในเขตเมือง: ประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร มีการใช้งานจักรยานยนต์เป็นจำนวนมากเพื่อความคล่องตัวในการเดินทาง การรอชาร์จจักรยานไฟฟ้าเป็นเวลานานจึงไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริง สถานีสลับแบตเตอรี่ที่ใช้เวลาเพียง 3 นาทีจึงเป็นคำตอบที่เหมาะสมอย่างยิ่ง
- โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่ยังไม่ครอบคลุม: แม้จะมีการติดตั้งสถานีชาร์จสาธารณะเพิ่มขึ้น แต่สถานีชาร์จกำลังสูง (DC Fast Charge) ยังมีจำนวนจำกัดและกระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่ ทำให้การเดินทางไกลหรือการใช้งานเชิงพาณิชย์ยังคงมีความกังวลเรื่องระยะทาง (Range Anxiety)
- ที่พักอาศัยไม่เอื้ออำนวย: ผู้ใช้งานจำนวนมากอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์ ซึ่งไม่มีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับติดตั้งเครื่องชาร์จ สถานีสลับแบตเตอรี่จึงเป็นทางออกสำหรับผู้ที่ไม่มีที่ชาร์จที่บ้าน
- สนับสนุนกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์: ธุรกิจขนส่งและเดลิเวอรี่ที่ใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหลักต้องการความต่อเนื่องในการใช้งานสูงสุด การเสียเวลาไปกับการรอชาร์จหมายถึงการสูญเสียรายได้โดยตรง โมเดลสลับแบตเตอรี่จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาหยุดพักของรถในกลุ่มนี้ได้
ภาพรวมตลาดและการเคลื่อนไหวของผู้เล่นหลักในไทย
ปัจจุบัน ตลาดสถานีสลับแบตเตอรี่ในประเทศไทยเริ่มมีการแข่งขันที่ชัดเจนขึ้น โดยมีบริษัททั้งจากในและต่างประเทศเข้ามาลงทุนและวางแผนขยายเครือข่ายอย่างจริงจัง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดที่กำลังจะกลายเป็นเทรนด์ EV ที่สำคัญ
Firebright: ผู้เล่นโมเดล All-in-One
Firebright เป็นหนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญที่ประกาศตัวรุกตลาดอย่างเต็มรูปแบบ โดยได้จัดตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ในปี 2568 และสร้างสถานีสลับแบตเตอรี่อัตโนมัติแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดเด่นของ Firebright คือการนำเสนอสถานีแบบ “All-in-One” ที่รวมเอาระบบสลับแบตเตอรี่อัตโนมัติ, ระบบตรวจสอบคุณภาพแบตเตอรี่ (Quality Control) และระบบจัดเก็บพลังงานอัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกัน สถานีหนึ่งแห่งสามารถรองรับยานยนต์ได้มากกว่า 300 คันต่อวัน และยังสามารถปรับความจุของแบตเตอรี่ให้เหมาะสมกับยานยนต์แต่ละประเภทได้
แผนการขยายธุรกิจของบริษัทมีความชัดเจน โดยตั้งเป้าเปิดสถานีมากกว่า 20 แห่งภายในปี 2568 และขยายเพิ่มอีกกว่า 100 แห่งในปี 2569 โดยจะเริ่มต้นจากพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อนที่จะขยายไปทั่วประเทศ
UNEX EV: ผู้บุกเบิกในภูเก็ต
UNEX EV ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเปิดตัวสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จังหวัดภูเก็ต ด้วยงบลงทุนประมาณ 15-20 ล้านบาท การเลือกภูเก็ตเป็นที่ตั้งแห่งแรกถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความต้องการด้านการเดินทางสูง และการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างสกู๊ตเตอร์และจักรยานไฟฟ้าก็เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว การเริ่มต้นในพื้นที่ปิดและมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนเช่นนี้ช่วยให้สามารถทดสอบและปรับปรุงโมเดลธุรกิจได้ง่ายขึ้น
Swap & Go โดย PTT และ OR
กลุ่มบริษัทพลังงานแห่งชาติอย่าง ปตท. และ โออาร์ (OR) ได้เข้าร่วมในตลาดนี้เช่นกันผ่านบริการที่มีชื่อว่า “Swap & Go” โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ใช้งานจักรยานยนต์ไฟฟ้าในเขตเมืองเป็นหลัก การที่บริษัทขนาดใหญ่ซึ่งมีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันอยู่ทั่วประเทศเข้ามาลงทุนในธุรกิจนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในอนาคตของเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ และอาจเป็นการปูทางไปสู่การใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิม (สถานีบริการน้ำมัน) เพื่อต่อยอดเป็นสถานีสลับแบตเตอรี่ในอนาคต
ข้อได้เปรียบเชิงปฏิบัติการ: เมื่อเทียบกับการชาร์จแบบดั้งเดิม
จุดเด่นที่สุดของเทคโนโลยี battery swapping คือการแก้ไขปัญหา “Pain Point” ที่สำคัญที่สุดของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า นั่นคือ “เวลา” ในขณะที่การชาร์จแบบเร็วที่สุด (DC Fast Charging) อาจใช้เวลา 30-45 นาทีเพื่อให้ได้พลังงาน 80% การสลับแบตเตอรี่ใช้เวลาเพียงประมาณ 3 นาทีเท่านั้น ซึ่งใกล้เคียงกับเวลาที่ใช้ในการเติมน้ำมัน
ข้อได้เปรียบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของประเทศไทยที่โครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จกำลังสูงยังคงมีจำกัด แม้ว่าจะเริ่มมียานยนต์ที่รองรับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์เข้ามาในตลาดแล้วก็ตาม การสลับแบตเตอรี่จึงเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริงและสะดวกกว่าสำหรับผู้ใช้งานจำนวนมาก
| คุณสมบัติ | สถานีสลับแบตเตอรี่ | การชาร์จสาธารณะ (DC) | การชาร์จที่บ้าน (AC) |
|---|---|---|---|
| ระยะเวลา | ~ 3 นาที | 30 – 60 นาที | 4 – 8 ชั่วโมง |
| ความสะดวกสบาย | สูงมาก (รวดเร็ว ไม่ต้องรอ) | ปานกลาง (ต้องรอและอาจมีคิว) | สูง (สะดวก แต่ใช้เวลานาน) |
| ความต้องการพื้นที่ | ไม่ต้องมีพื้นที่ส่วนตัว | ไม่ต้องมีพื้นที่ส่วนตัว | ต้องมีพื้นที่จอดรถและติดตั้ง Wallbox |
| การดูแลรักษาแบตเตอรี่ | ผู้ให้บริการดูแลให้ | ผู้ใช้งานดูแลเอง | ผู้ใช้งานดูแลเอง |
| ความเหมาะสม | ผู้ใช้งานในเมือง, ไรเดอร์, ผู้ที่ไม่มีที่ชาร์จ | ผู้ที่เดินทางไกล, ต้องการความเร็ว | ผู้ที่มีบ้านและจอดรถข้ามคืน |
โมเดลธุรกิจและทิศทางการขยายตัวในอนาคต
การสร้างเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่ให้ครอบคลุมและเข้าถึงง่ายเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ ผู้ประกอบการจึงได้พัฒนารูปแบบธุรกิจที่เอื้อต่อการขยายตัวอย่างรวดเร็ว
โอกาสในการลงทุนผ่านโมเดลแฟรนไชส์
ผู้เล่นอย่าง Firebright ได้ประกาศเชิญชวนพันธมิตรในประเทศให้เข้าร่วมธุรกิจผ่านโมเดลการลงทุนร่วม (Co-investment) หรือรูปแบบแฟรนไชส์ (Franchise) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนท้องถิ่นหรือผู้ประกอบการที่มีทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมสามารถเป็นเจ้าของสถานีได้ โมเดลนี้ช่วยลดภาระการลงทุนของผู้พัฒนาระบบหลัก และอาศัยความแข็งแกร่งของพันธมิตรในพื้นที่เพื่อเร่งการขยายเครือข่าย โดยมีการประเมินว่าผู้ลงทุนสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 2-3 ปี ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างเครือข่าย
นอกจากการเปิดรับแฟรนไชส์แล้ว การสร้างความร่วมมือกับองค์กรขนาดใหญ่ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ มีการร่วมมือกับผู้ให้บริการพลังงานระดับชาติและบริษัทขนส่งของไทยเพื่อพัฒนาโครงการนำร่อง (Pilot Project) ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง การร่วมมือลักษณะนี้ช่วยให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ได้ทันที และยังสามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิมของพันธมิตรได้อีกด้วย
ความท้าทายสำคัญที่ต้องพิจารณา
แม้ว่าเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่จะมีศักยภาพสูง แต่ก็ยังมีความท้าทายหลายประการที่ต้องเอาชนะเพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในประเทศไทย
ความสำเร็จของระบบนิเวศการสลับแบตเตอรี่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนสถานีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้าง ‘มาตรฐานกลาง’ ที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน
ปัญหามาตรฐานแบตเตอรี่ (Standardization)
นี่คือความท้าทายที่ใหญ่ที่สุด ปัจจุบันผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแต่ละค่ายต่างก็ออกแบบแบตเตอรี่ที่มีรูปทรง ขนาด และจุดเชื่อมต่อที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ไม่สามารถนำแบตเตอรี่ของรถยี่ห้อหนึ่งไปใช้กับอีกยี่ห้อหนึ่งได้ หากไม่มีการกำหนดมาตรฐานกลางสำหรับแบตเตอรี่ (เช่น ขนาด, รูปทรง, ระบบสื่อสาร) ผู้ให้บริการสถานีสลับแบตฯ จะต้องสต็อกแบตเตอรี่หลากหลายรูปแบบเพื่อรองรับรถยนต์แต่ละรุ่น ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนและความซับซ้อนในการจัดการอย่างมหาศาล
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
การสร้างเครือข่ายสถานีให้ครอบคลุมทั่วประเทศต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่สูงมาก ทั้งค่าที่ดิน ค่าก่อสร้างสถานี ค่าระบบอัตโนมัติ และที่สำคัญคือค่าแบตเตอรี่จำนวนมากที่ต้องสำรองไว้ในระบบ การระดมทุนและการวางแผนการขยายเครือข่ายอย่างมีกลยุทธ์จึงเป็นสิ่งจำเป็น
โมเดลความเป็นเจ้าของและการจัดการแบตเตอรี่
ในระบบสลับแบตเตอรี่ ผู้ใช้งานไม่ได้เป็นเจ้าของแบตเตอรี่โดยตรง แต่เป็นการ “เช่าใช้” หรือที่เรียกว่า Battery as a Service (BaaS) โมเดลนี้ทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าถูกลงเพราะไม่ต้องรวมราคาแบตเตอรี่เข้าไป แต่ผู้ใช้จะต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนหรือรายครั้งในการสลับแบตฯ การสื่อสารเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจและยอมรับโมเดลธุรกิจแบบใหม่นี้เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย รวมถึงการบริหารจัดการวงจรชีวิตของแบตเตอรี่ในระบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
อนาคตของ Battery Swapping ในประเทศไทย
สรุปแล้ว เทรนด์ สถานีสลับแบตเตอรี่ กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยข้อได้เปรียบที่ชัดเจนในด้านความเร็วและความสะดวกสบาย ทำให้เทคโนโลยีนี้เป็นคำตอบที่ตรงจุดสำหรับพฤติกรรมการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในเขตเมือง และช่วยลดความกังวลด้านการชาร์จได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การลงทุนจากผู้เล่นรายใหญ่และการนำเสนอโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจ ชี้ให้เห็นถึงทิศทางการเติบโตที่สดใสในอนาคตอันใกล้ โดยคาดว่าภายในปี 2569 เราจะได้เห็นเครือข่ายสถานีที่หนาแน่นขึ้นในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการแก้ไขปัญหาความท้าทาย โดยเฉพาะการสร้างมาตรฐานแบตเตอรี่ร่วมกัน หากทำได้สำเร็จ เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่จะปฏิวัติวิธีการใช้จักรยานไฟฟ้า แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญที่ผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ
มองหาจักรยานไฟฟ้า? ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
การมาถึงของเทคโนโลยีใหม่อย่างสถานีสลับแบตเตอรี่ ยิ่งทำให้การเป็นเจ้าของจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีความน่าสนใจและสะดวกสบายมากขึ้น หากกำลังมองหายานพาหนะไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า E-bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลากหลายประเภท ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ
สามารถเข้ามาชมสินค้าจริงและรับคำปรึกษาจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญได้ที่ร้าน หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทางออนไลน์
FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
LINE: https://line.me/R/ti/p/%40705dancc
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878

