สถานีสลับแบตฯ E-Bike เทรนด์ใหม่ที่อาจมาถึงไทยปี 2026
- ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- บทนำสู่เทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่
- โมเดลต้นแบบจากต่างประเทศ: กรณีศึกษา ENYRING
- โครงสร้างพื้นฐานในไทย: ฐานที่มั่นจากโลกมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
- สัญญาณจากตลาด E-Bike ในไทย: จุดเริ่มต้นของแนวคิด Hot Swap
- ปัจจัยขับเคลื่อน: ทำไมปี 2026 จึงเป็นช่วงเวลาที่เป็นไปได้
- อนาคตของบริการสลับแบตเตอรี่ E-Bike ในไทย
- ข้อควรพิจารณาและข้อจำกัดของข้อมูล
- บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต
เทรนด์การใช้ยานพาหนะไฟฟ้า (EV) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มรถสองล้อขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม หนึ่งในความท้าทายสำคัญคือระยะเวลาการชาร์จแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างนานและข้อจำกัดด้านสถานีชาร์จในบางพื้นที่ ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่อย่าง “สถานีสลับแบตเตอรี่” (Battery Swapping Station) ซึ่งเป็นโมเดลที่ช่วยขจัดปัญหาการรอชาร์จและอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับการใช้ E-Bike ในอนาคตอันใกล้
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- โมเดลจากต่างประเทศ: โครงการ ENYRING ของ Yamaha ในยุโรป เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของบริการสลับแบตเตอรี่สำหรับ E-Bike ซึ่งเน้นแนวคิด “แบตเตอรี่ในฐานะบริการ” (Battery as a Service) ที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของแบตเตอรี่เอง
- โครงสร้างพื้นฐานในไทย: ประเทศไทยมีรากฐานที่แข็งแกร่งจากเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยผู้เล่นรายใหญ่ เช่น Swap & Go (OR), WinnoNie (Bangchak) และ Sleek EV ซึ่งสามารถต่อยอดมาสู่ E-Bike ได้
- ปัจจัยเร่งสู่ปี 2026: การคาดการณ์ว่าเทรนด์นี้จะมาถึงไทยในปี 2026 มีปัจจัยสนับสนุนจากความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน, นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น และการขยายตัวของโมเดลธุรกิจจากผู้ผลิตสัญชาติญี่ปุ่นที่มีฐานการตลาดในไทยอยู่แล้ว
- รูปแบบบริการในอนาคต: บริการที่อาจเกิดขึ้นในไทย ได้แก่ ระบบสมัครสมาชิกรายเดือน, ตู้สลับแบตเตอรี่ขนาดเล็กตามย่านชุมชน, และแพ็กเกจเช่า E-Bike พร้อมบริการสลับแบตเตอรี่แบบครบวงจร
บทนำสู่เทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่
สถานีสลับแบตฯ E-Bike เทรนด์ใหม่ที่อาจมาถึงไทยปี 2026 คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาหลักของการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก นั่นคือระยะเวลาในการรอชาร์จแบตเตอรี่ แทนที่จะต้องจอดรถเพื่อเสียบปลั๊กชาร์จเป็นเวลาหลายชั่วโมง ผู้ใช้งานสามารถนำแบตเตอรี่ที่พลังงานหมดแล้วเข้าไปสลับกับแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็ม 100% จากตู้บริการอัตโนมัติได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นของผู้ซื้อ E-Bike เนื่องจากไม่จำเป็นต้องซื้อแบตเตอรี่ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีราคาสูงที่สุดเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองอีกต่อไป
เทคโนโลยีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ใช้งานในเขตเมืองที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่จอดรถและจุดชาร์จ เช่น ผู้ที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์ รวมถึงกลุ่มผู้ใช้งานเพื่อการพาณิชย์อย่างธุรกิจเดลิเวอรีที่ต้องการความต่อเนื่องในการใช้งานสูงสุด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในปัจจุบันจึงเปรียบเสมือนการปูทางให้เทคโนโลยีเดียวกันนี้ถูกนำมาปรับใช้กับจักรยานไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นในอนาคต
โมเดลต้นแบบจากต่างประเทศ: กรณีศึกษา ENYRING
การเคลื่อนไหวที่ชัดเจนที่สุดในตลาดสากลคือการที่ Yamaha Motor ได้เปิดตัวบริษัทใหม่ในชื่อ “ENYRING” ในทวีปยุโรป โดยเริ่มต้นให้บริการในประเทศเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ โครงการนี้ถือเป็นต้นแบบสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของระบบสลับแบตเตอรี่สำหรับจักรยานไฟฟ้าโดยเฉพาะ
หลักการสำคัญของ ENYRING
โมเดลของ ENYRING ตั้งอยู่บนหลักการที่เรียบง่ายแต่ทรงประสิทธิภาพ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน:
- แบตเตอรี่แบบถอดได้: พัฒนาโดยใช้แบตเตอรี่มาตรฐานที่สามารถถอดออกจากตัวจักรยานไฟฟ้าได้อย่างง่ายดาย
- เครือข่ายสถานีสลับ: ผู้ใช้งานสามารถนำแบตเตอรี่ที่หมดพลังงานไปสลับกับแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มแล้วได้ที่สถานี ENYRING ซึ่งกระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ ในเมือง
- Battery as a Service (BaaS): แนวคิดที่เปลี่ยนแบตเตอรี่จาก “ทรัพย์สิน” ให้กลายเป็น “บริการ” ผู้ใช้จ่ายค่าบริการเป็นรายครั้งหรือรายเดือนเพื่อเข้าถึงเครือข่ายแบตเตอรี่ ทำให้ไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อแบตเตอรี่ก้อนใหม่เมื่อแบตเตอรี่เดิมเสื่อมสภาพ
- เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy): แบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานจะถูกนำกลับเข้าสู่ระบบเพื่อคัดแยกเซลล์ สำหรับนำไปรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้เป็นแบตเตอรี่สำรองในสถานี (Second Life) ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานและลดขยะอิเล็กทรอนิกส์
แนวคิด Battery as a Service ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้งาน แต่ยังสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนให้กับผู้ให้บริการ โดยเปลี่ยนการขายขาดเป็นการสร้างรายได้ต่อเนื่องผ่านค่าสมาชิก
ความสำคัญต่อแนวโน้มในประเทศไทย
ความสำเร็จของโมเดล ENYRING ในยุโรปจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่สำคัญสำหรับตลาดในประเทศไทย เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึง 3 แนวโน้มหลักที่สามารถนำมาปรับใช้ได้:
- การยอมรับแนวคิด BaaS: ผู้บริโภคในไทยเริ่มคุ้นเคยกับโมเดลแบบสมัครสมาชิก (Subscription Model) ในบริการต่างๆ ซึ่งทำให้แนวคิดการเช่าใช้แบตเตอรี่มีความเป็นไปได้สูง
- สถานีบริการขนาดเล็กในเมือง: การติดตั้งสถานีสลับแบตเตอรี่ขนาดเล็กคล้ายตู้ล็อกเกอร์ตามร้านสะดวกซื้อ คอนโดมิเนียม หรือสถานีรถไฟฟ้า เป็นรูปแบบที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่
- สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ: โมเดลนี้สนับสนุนเป้าหมายด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐของไทยกำลังให้ความสำคัญและวางกรอบนโยบายที่เกี่ยวข้อง
โครงสร้างพื้นฐานในไทย: ฐานที่มั่นจากโลกมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับ E-Bike โดยเฉพาะในประเทศไทย แต่โครงสร้างพื้นฐานที่กำลังถูกสร้างขึ้นสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าถือเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่ E-Bike ได้ในอนาคตอันใกล้ โดยมีผู้เล่นหลักหลายรายที่กำลังขับเคลื่อนตลาดนี้
| ผู้ให้บริการ | พันธมิตรหลัก | กลุ่มเป้าหมาย | จุดเด่นของเครือข่าย |
|---|---|---|---|
| Swap & Go | ปตท. โออาร์ (OR) | ผู้ใช้ทั่วไป | ตั้งอยู่ในสถานีบริการ PTT Station, มุ่งสู่ Universal Network ที่ใช้ได้หลายแบรนด์ |
| WinnoNie | บางจาก, STROM | กลุ่มไรเดอร์เดลิเวอรี | เครือข่ายใหญ่สำหรับไรเดอร์, ใช้เทคโนโลยี 72V สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า STROM |
| Sleek EV | – | ผู้ใช้ในเมืองและชุมชน | ตู้ขนาดเล็ก (S Pods) กระจายตัวตามห้างสรรพสินค้า, ร้านอาหาร, คาเฟ่ |
| Honda | การไฟฟ้านครหลวง (MEA) | กลุ่มธุรกิจ (Fleet) | โครงการทดลองเพื่อศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้, พัฒนาโดยผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ |
Swap & Go และความร่วมมือกับ ปตท. OR
บริษัท สวอพ แอนด์ โก จำกัด ภายใต้ความร่วมมือกับ ปตท. โออาร์ กำลังเร่งขยายสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในสถานีบริการ PTT Station โดยตั้งเป้าหมายครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 100 แห่งภายในปี 2567 จุดเด่นคือแนวคิด Universal Battery Swapping Network ที่ออกแบบให้สามารถรองรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้หลากหลายแบรนด์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ในอนาคตสามารถเพิ่มช่องบริการสำหรับแบตเตอรี่ E-Bike ที่มีมาตรฐานเดียวกันได้
WinnoNie และ STROM: เครือข่ายสำหรับไรเดอร์เดลิเวอรี
บริษัท วินโนนี่ จำกัด ซึ่งมีเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่ที่กว้างขวาง ได้ร่วมมือกับแบรนด์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า STROM เพื่อพัฒนาสถานีสำหรับกลุ่มไรเดอร์โดยเฉพาะ โดยติดตั้งตู้สลับแบตเตอรี่อัตโนมัติตามสถานีบริการน้ำมันบางจาก แม้ว่าปัจจุบันจะเน้นเทคโนโลยีแรงดัน 72V สำหรับมอเตอร์ไซค์ แต่การมีแพลตฟอร์มบริหารจัดการแบตเตอรี่และฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง ทำให้การต่อยอดไปสู่แบตเตอรี่ขนาดเล็กลงสำหรับ E-Bike ทำได้ง่ายกว่าการเริ่มต้นจากศูนย์
Sleek EV: แนวคิดตู้สลับแบตฯ กระจายตัวในย่านชุมชน
Sleek EV ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพไทย-สิงคโปร์ ได้พัฒนาระบบ S Pods และ S Pods Home ที่มุ่งเน้นการกระจายตู้สลับแบตเตอรี่ให้ครอบคลุมทุกระยะ 7-9 กิโลเมตร โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสถานีบริการน้ำมัน แต่ขยายไปยังห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และร้านกาแฟ โมเดลนี้มีความใกล้เคียงกับสิ่งที่เครือข่าย E-Bike ต้องการมากที่สุด คือการเข้าถึงที่ง่ายและสะดวกในชีวิตประจำวัน
ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น: การเคลื่อนไหวของ Honda ในไทย
ไทยฮอนด้าได้เริ่มทดลองสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่น Honda BENLY e: ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และมีโมเดล Honda CUV e: ที่ใช้ระบบสลับแบตฯ ผ่าน Honda e: SWAP STATION การที่ผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Honda และ Yamaha (ผ่าน ENYRING ในยุโรป) ต่างลงทุนในระบบนิเวศนี้ เป็นสัญญาณบวกว่าหากมีการสร้างมาตรฐานแบตเตอรี่ร่วมกัน การผลักดันเทคโนโลยีนี้สู่ E-Bike ในไทยจะเกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
สัญญาณจากตลาด E-Bike ในไทย: จุดเริ่มต้นของแนวคิด Hot Swap
แม้จะยังไม่มีเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับ E-Bike อย่างเป็นทางการ แต่ตลาดเริ่มเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงจากการนำเสนอคุณสมบัติ “Hot Swap” ในยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น Aionex S7 ที่โปรโมตว่าผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เองในเวลาเพียง 10 วินาทีจากสถานีของ Aionex
ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ต่างๆ เริ่มมองเห็นความสำคัญของการสลับแบตเตอรี่ได้ (Swappable Battery) มากกว่าการชาร์จแบตเตอรี่ที่ติดตั้งถาวรบนตัวรถเพียงอย่างเดียว การที่ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ถูกออกแบบให้แบตเตอรี่สามารถถอดออกได้ง่าย จะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้งานพร้อมที่จะปรับตัวเข้าสู่โมเดลสถานีสลับแบตเตอรี่ในอนาคต และเปิดประตูสู่แพ็กเกจบริการเช่าใช้แบตเตอรี่แบบรายเดือนหรือคิดค่าบริการตามจำนวนครั้งที่สลับ
ปัจจัยขับเคลื่อน: ทำไมปี 2026 จึงเป็นช่วงเวลาที่เป็นไปได้
การคาดการณ์ว่าสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับ E-Bike จะเริ่มเกิดขึ้นในไทยช่วงปี 2026 เป็นการวิเคราะห์จากปัจจัยสนับสนุน 3 ประการหลัก ดังนี้
1. ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน (2024–2025)
ผู้ให้บริการเครือข่ายสลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าต่างมีเป้าหมายการขยายสถานีที่ชัดเจนในช่วงปี 2567-2568 เมื่อโครงสร้างพื้นฐานหลักเหล่านี้ครอบคลุมพื้นที่เมืองอย่างสมบูรณ์แล้ว ขั้นตอนต่อไปในเชิงธุรกิจคือการมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเข้ามาใช้ประโยชน์จากเครือข่ายที่มีอยู่ ซึ่ง E-Bike ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและสามารถใช้แพลตฟอร์มการจัดการเดียวกันได้
2. แรงผลักดันด้านนโยบายและสิ่งแวดล้อม
ปัญหามลพิษและฝุ่น PM2.5 ในเขตเมืองใหญ่ผลักดันให้เกิดนโยบายส่งเสริมการใช้ยานพาหนะที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ E-Bike ซึ่งมักใช้เดินทางในระยะใกล้จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม นอกจากนี้ ระบบสลับแบตเตอรี่ยังช่วยแก้ปัญหาการชาร์จในอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียม ซึ่งมักมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและจุดชาร์จไม่เพียงพอ โดยให้ผู้ใช้งานนำแบตเตอรี่ไปสลับที่ตู้บริการภายนอกแทน
3. การขยายตัวของโมเดลธุรกิจระดับสากล
ความสำเร็จของโครงการ ENYRING ของ Yamaha ในยุโรปในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า จะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญ หากโมเดลนี้ได้รับการยอมรับ โอกาสที่ Yamaha หรือพันธมิตรทางธุรกิจในไทยจะนำแนวคิดเดียวกันมาทดลองในตลาดที่มีการใช้รถสองล้ออย่างหนาแน่นเช่นประเทศไทยในช่วงเวลาถัดมา (ประมาณปี 2026) ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีเหตุผลทางธุรกิจรองรับ
อนาคตของบริการสลับแบตเตอรี่ E-Bike ในไทย
จากการวิเคราะห์ข้อมูลและแนวโน้มที่เป็นอยู่ คาดว่าเมื่อเทรนด์นี้มาถึงประเทศไทย จะปรากฏในรูปแบบบริการที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานกลุ่มต่างๆ ดังนี้:
- โมเดลสมัครสมาชิกรายเดือน (Subscription): ผู้ใช้ E-Bike จ่ายค่าบริการรายเดือนเพื่อรับสิทธิ์ในการสลับแบตเตอรี่ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง หรือตามโควตาที่กำหนดในเครือข่ายสถานี
- ตู้สลับแบตเตอรี่ขนาดเล็กในเมือง: สถานีบริการจะถูกติดตั้งในจุดที่เข้าถึงง่าย เช่น ร้านสะดวกซื้อ, คาเฟ่, ซูเปอร์มาร์เก็ต, สถานีรถไฟฟ้า หรือมหาวิทยาลัย เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุด
- ระบบนิเวศแบบผสมผสาน: ผู้ให้บริการรายเดิมอาจเพิ่มช่องสำหรับแบตเตอรี่ E-Bike ในตู้บริการอัตโนมัติที่มีอยู่ หรือติดตั้งตู้ขนาดเล็กสำหรับ E-Bike โดยเฉพาะควบคู่กันไป
- โมเดลเช่า E-Bike พร้อมแพ็กเกจแบตเตอรี่: ผู้ให้บริการอาจเสนอแพ็กเกจเช่าจักรยานไฟฟ้าในระยะยาว พร้อมสิทธิ์ในการเข้าใช้บริการสลับแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นโมเดลที่เหมาะสำหรับกลุ่มธุรกิจและนักท่องเที่ยว
ข้อควรพิจารณาและข้อจำกัดของข้อมูล
สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐหรือบริษัทเอกชนรายใหญ่ว่าจะมีการเปิดให้บริการสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับ E-Bike โดยเฉพาะในปี 2026 การวิเคราะห์นี้เป็นการคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตโดยอ้างอิงจากปัจจัยแวดล้อม ได้แก่:
- การขยายตัวอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในปัจจุบัน
- กรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จจากต่างประเทศ เช่น โครงการ ENYRING ของ Yamaha
- การเคลื่อนไหวของผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่และสตาร์ทอัพในไทยที่เริ่มหันมาสนใจโมเดล “แบตเตอรี่ในฐานะบริการ” มากขึ้น
ดังนั้น บทความนี้จึงเป็นการนำเสนอภาพอนาคตที่มีความเป็นไปได้สูง บนพื้นฐานของข้อมูลและทิศทางของตลาดในปัจจุบัน
บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต
สถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับ E-Bike ไม่ใช่แค่แนวคิดในจินตนาการ แต่เป็นเทรนด์ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสากล และมีแนวโน้มสูงที่จะเดินทางมาถึงประเทศไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในปัจจุบันได้สร้างรากฐานที่มั่นคงรอไว้แล้ว เมื่อผสมผสานกับแรงผลักดันด้านสิ่งแวดล้อมและโมเดลธุรกิจที่พิสูจน์แล้วจากต่างประเทศ ปี 2026 จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้การใช้ E-Bike ในไทยสะดวกสบายและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา ซึ่งจะส่งผลให้การสัญจรในเมืองเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยีจักรยานไฟฟ้าและยานพาหนะไฟฟ้าประเภทอื่นๆ สามารถศึกษาข้อมูลและเลือกชมสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ที่ GIANT Shopping Mall ศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทางยุคใหม่
ช่องทางการติดต่อ:
FACEBOOK PAGE | LINE | ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

