สถานีสลับแบตฯ E-Bike: อนาคตใหม่ของการชาร์จในไทย?
- ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสถานีสลับแบตเตอรี่
- เจาะลึกโมเดลสถานีสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping)
- กรณีศึกษาจากต่างประเทศ: ต้นแบบแห่งอนาคต
- ภูมิทัศน์สถานีสลับแบตเตอรี่ในประเทศไทย
- โอกาสและความเป็นไปได้ของสถานีสลับแบตฯ E-Bike ในไทย
- ความท้าทายสำคัญที่ต้องเผชิญในประเทศไทย
- บทสรุปและแนวโน้มอนาคต
- ศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
โมเดลธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และหนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าจับตามองคือ สถานีสลับแบตฯ E-Bike: อนาคตใหม่ของการชาร์จในไทย? ซึ่งเป็นแนวทางที่มุ่งแก้ไขปัญหาหลักของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า นั่นคือระยะเวลาในการชาร์จที่ยาวนาน แนวคิดนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบในเมืองใหญ่ แต่ยังมีศักยภาพในการสร้างระบบนิเวศพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับยานพาหนะขนาดเล็กอีกด้วย
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสถานีสลับแบตเตอรี่
- ความเร็วและความสะดวก: สถานีสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping Station) ช่วยลดระยะเวลา “เติมพลังงาน” จากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที เทียบเท่ากับการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม
- การเปลี่ยนแปลงรูปแบบความเป็นเจ้าของ: ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของแบตเตอรี่อีกต่อไป แต่เปลี่ยนมาใช้รูปแบบการเช่าหรือสมัครสมาชิก ซึ่งช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นในการซื้อยานพาหนะและขจัดความกังวลเรื่องการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่
- ความท้าทายด้านมาตรฐาน: ความสำเร็จของโมเดลนี้ในวงกว้างขึ้นอยู่กับการสร้างมาตรฐานแบตเตอรี่ร่วมกันระหว่างผู้ผลิตหลายราย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเครือข่ายสถานีได้อย่างครอบคลุมโดยไม่จำกัดค่าย
- โครงสร้างพื้นฐานในไทย: แม้ว่าปัจจุบันการพัฒนาในไทยจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก แต่โครงสร้างพื้นฐานและโมเดลธุรกิจที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ถือเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับอนาคตของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
สถานีสลับแบตฯ E-Bike: อนาคตใหม่ของการชาร์จในไทย? คำถามนี้กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นและผู้คนต้องการความรวดเร็วในการเดินทาง เทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่ หรือ Battery Swapping คือระบบที่อนุญาตให้ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สามารถนำแบตเตอรี่ที่พลังงานใกล้หมดมาแลกเปลี่ยนกับแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มแล้วได้ทันที ณ สถานีบริการที่กำหนดไว้ ระบบนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทางออกสำคัญที่จะช่วยเร่งการยอมรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถขจัดอุปสรรคด้านเวลาและความไม่สะดวกในการชาร์จที่บ้านหรือที่พักอาศัยซึ่งมีพื้นที่จำกัด เช่น คอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์
ความสำคัญของโมเดลนี้ทวีคูณขึ้นเมื่อพิจารณาถึงกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ เช่น ไรเดอร์ส่งอาหารและพัสดุ ซึ่งต้องการความต่อเนื่องในการใช้งานยานพาหนะตลอดทั้งวัน การรอชาร์จแบตเตอรี่เป็นเวลาหลายชั่วโมงหมายถึงการสูญเสียรายได้และโอกาสทางธุรกิจ ดังนั้น สถานีสลับแบตเตอรี่จึงเป็นคำตอบที่ตรงจุดสำหรับผู้ใช้งานกลุ่มนี้ และเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ผู้ให้บริการหลายรายเริ่มลงทุนสร้างเครือข่ายสถานีในประเทศไทยอย่างจริงจัง
เจาะลึกโมเดลสถานีสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping)
เพื่อทำความเข้าใจศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ จำเป็นต้องวิเคราะห์ถึงแนวคิดหลักและเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียกับวิธีการชาร์จแบบดั้งเดิมที่ผู้ใช้คุ้นเคย
แนวคิดและหลักการทำงาน
แนวคิดหลักของสถานีสลับแบตเตอรี่คือการแยก “ตัวรถ” ออกจาก “แบตเตอรี่” ในแง่ของความเป็นเจ้าของและการจัดการพลังงาน แทนที่ผู้ใช้จะต้องซื้อแบตเตอรี่ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีราคาสูงที่สุดของรถไปพร้อมกัน โมเดลนี้จะเปลี่ยนให้ผู้ให้บริการเป็นเจ้าของและผู้จัดการแบตเตอรี่ทั้งหมดในระบบ
- รูปแบบการเช่าใช้: ผู้ใช้ไม่ได้เป็นเจ้าของแบตเตอรี่โดยตรง แต่ชำระค่าบริการในรูปแบบการสมัครสมาชิกรายเดือน หรือจ่ายตามการใช้งานจริงในแต่ละครั้งที่สลับแบตเตอรี่
- กระบวนการที่รวดเร็ว: เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด ผู้ใช้เพียงขี่รถไปยังสถานีสลับแบตเตอรี่ที่ใกล้ที่สุด จากนั้นถอดแบตเตอรี่ลูกเก่าออก แล้วนำแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มแล้วจากตู้บริการมาใส่แทน กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียง 1-3 นาที
- การบำรุงรักษาโดยผู้ให้บริการ: ผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบในการชาร์จ, บำรุงรักษา, และตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ทุกลูกในเครือข่าย ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องอายุการใช้งาน, การเสื่อมสภาพ, หรือต้นทุนในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่เมื่อถึงเวลา
เปรียบเทียบการสลับแบตเตอรี่กับการชาร์จแบบดั้งเดิม
ความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างสองวิธีการนี้ส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งานและโครงสร้างต้นทุนโดยรวม
| คุณสมบัติ | สถานีสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping) | การชาร์จแบบดั้งเดิม (Traditional Charging) |
|---|---|---|
| ระยะเวลาเติมพลังงาน | รวดเร็ว (1-3 นาที) | นาน (2-8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับประเภท) |
| ต้นทุนเริ่มต้น | ต่ำกว่า (ไม่ต้องซื้อแบตเตอรี่) | สูงกว่า (ราคารถรวมแบตเตอรี่) |
| ต้นทุนการใช้งาน | ค่าบริการรายเดือน/รายครั้ง | ค่าไฟฟ้าที่บ้าน/ที่สาธารณะ |
| การบำรุงรักษาแบตเตอรี่ | ผู้ให้บริการรับผิดชอบทั้งหมด | ผู้ใช้รับผิดชอบเอง |
| ความสะดวกสบาย | สูงมากสำหรับผู้ที่ไม่มีที่ชาร์จประจำ หรือต้องการความรวดเร็ว | สะดวกสำหรับผู้ที่มีที่ชาร์จส่วนตัวที่บ้านหรือที่ทำงาน |
| ความกังวลเรื่องแบตเสื่อม | ไม่มี ผู้ใช้ได้แบตสภาพดีเสมอ | มี ผู้ใช้ต้องรับภาระค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อเสื่อมสภาพ |
กรณีศึกษาจากต่างประเทศ: ต้นแบบแห่งอนาคต
โมเดลสลับแบตเตอรี่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในบางประเทศ โดยเฉพาะไต้หวันที่มีเครือข่ายของ Gogoro เป็นผู้นำตลาด อย่างไรก็ตาม สำหรับ E-Bike โดยเฉพาะ มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจซึ่งอาจเป็นภาพอนาคตของตลาดในประเทศไทยได้
Yamaha ENYRING: โมเดลสำหรับ E-Bike ในยุโรป
Yamaha Motor ได้เปิดตัวบริการ “ENYRING” ในประเทศเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นบริการสลับแบตเตอรี่สำหรับจักรยานไฟฟ้าโดยเฉพาะ แนวคิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาความยุ่งยากในการชาร์จแบตเตอรี่ที่บ้านหรือที่ทำงาน และลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค
โมเดลของ ENYRING สะท้อนให้เห็นถึงการสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ตั้งแต่การกำหนดมาตรฐานแบตเตอรี่, การสร้างเครือข่ายสถานี, ระบบสมาชิกสำหรับผู้ใช้ ไปจนถึงแผนการรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งาน
ผู้ใช้บริการสามารถนำแบตเตอรี่ E-Bike ของตนไปสลับกับแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มแล้วได้ที่สถานี ENYRING ที่กระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ ในเมือง ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการเดินทางและทำให้การใช้ E-Bike เป็นเรื่องง่ายดายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนการจัดการแบตเตอรี่เก่าอย่างยั่งยืน โดยการแยกเซลล์และนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ในระบบ ซึ่งเป็นแนวทางที่สำคัญสำหรับการเติบโตของเทคโนโลยี EV ในระยะยาว
ภูมิทัศน์สถานีสลับแบตเตอรี่ในประเทศไทย
แม้ว่าสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับ E-Bike โดยเฉพาะจะยังไม่แพร่หลายในไทย แต่ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้กลายเป็นสมรภูมิสำคัญของผู้ให้บริการหลายราย ซึ่งโมเดลธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังถูกสร้างขึ้นนี้ สามารถนำมาปรับใช้กับ E-Bike ได้ในอนาคต
Swap & Go (เครือข่าย ปตท.)
Swap & Go เป็นบริษัทในเครือ ปตท. ที่พัฒนาระบบสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยอาศัยจุดแข็งจากเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ผู้ใช้งานสามารถค้นหาสถานีและจัดการการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกสบาย โมเดลนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการผสานโครงสร้างพื้นฐานเดิม (ปั๊มน้ำมัน) เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อเร่งการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่เมืองอย่างรวดเร็ว
ETRAN และพันธมิตร (Caltex, PTTRM)
ETRAN ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทย ได้ร่วมมือกับคาลเท็กซ์ และ PTTRM เพื่อขยายสถานีสลับแบตเตอรี่ในเขตกรุงเทพฯ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าไรเดอร์เดลิเวอรี่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการใช้งานสูงและต้องการความรวดเร็วในการกลับไปทำงานต่อ การเลือกใช้พื้นที่ในปั๊มน้ำมันเป็นจุดตั้งสถานี ช่วยให้ไรเดอร์สามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายและสะดวก แนวทางนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนของการตอบสนองความต้องการของตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
Oyika Thailand
Oyika เป็นผู้ให้บริการโซลูชันแบตเตอรี่และตู้สลับแบตจากสิงคโปร์ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย โดยเน้นการสร้างเครือข่ายตู้สลับแบตเตอรี่แบบกระจายตัวไปตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง เพื่อให้ผู้ใช้ โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์ สามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุด ผู้ใช้สามารถค้นหาตู้ที่ใกล้ที่สุดผ่านแอปพลิเคชัน Oyika ซึ่งแสดงให้เห็นภาพของเครือข่ายที่หนาแน่นและครอบคลุม ซึ่งเป็นรูปแบบที่จำเป็นอย่างยิ่งหากจะนำมาปรับใช้กับ E-Bike สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปในอนาคต
Honda e:Swap
Honda ในฐานะผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ ได้พัฒนาระบบสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ของตนเองในชื่อ Honda e:Swap พร้อมกับสร้างมาตรฐานแบตเตอรี่ที่เรียกว่า Honda Mobile Power Pack (MPP) ซึ่งสามารถใช้ร่วมกับรถได้หลายรุ่นในเครือข่าย การพัฒนานี้ไม่เพียงแต่สร้างความสะดวกให้ผู้ใช้รถของ Honda เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับมาตรฐานกลางที่อาจถูกนำไปใช้กับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอื่นๆ ในอนาคต รวมถึงจักรยานไฟฟ้า หากมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้แบตเตอรี่แพลตฟอร์มเดียวกัน
ภาพรวมโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน
ข้อมูลล่าสุด ณ ปี 2568 พบว่าผู้ให้บริการต่างๆ ได้เริ่มขยายเครือข่ายสถานีอย่างเป็นรูปธรรม เช่น Honda e:Swap ที่มีสถานีเปิดให้บริการแล้วกว่า 33 แห่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล การเคลื่อนไหวของผู้เล่นรายใหญ่เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศสำหรับการสลับแบตเตอรี่กำลังถูกสร้างขึ้นจริง และไม่ได้อยู่ในช่วงทดลองอีกต่อไป แม้จะเริ่มต้นจากรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า แต่โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้คือรากฐานสำคัญที่จะรองรับการเติบโตของ E-Bike ในอนาคต
โอกาสและความเป็นไปได้ของสถานีสลับแบตฯ E-Bike ในไทย
จากแนวโน้มทั้งในและต่างประเทศ สามารถวิเคราะห์ถึงโอกาสและความเป็นไปได้ที่โมเดลนี้จะถูกนำมาใช้กับ E-Bike ในประเทศไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ
เหตุผลที่โมเดลนี้มีแนวโน้มประสบความสำเร็จกับ E-Bike
- พฤติกรรมผู้ใช้ที่คล้ายคลึงกัน: ผู้ใช้ E-Bike ในเมืองมีพฤติกรรมการเดินทางระยะสั้นถึงกลางแต่มีความถี่สูง ซึ่งคล้ายกับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ ผู้ใช้จำนวนมากที่อาศัยในคอนโดหรืออาคารสูงประสบปัญหาการหาที่ชาร์จที่สะดวกและปลอดภัย
- ขนาดแบตเตอรี่ที่เล็กกว่า: แบตเตอรี่ของ E-Bike มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบากว่าของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้ผู้ใช้ (รวมถึงผู้หญิงและผู้สูงอายุ) สามารถถอดและหิ้วเพื่อนำไปสลับได้สะดวกกว่า อีกทั้งยังทำให้ต้นทุนในการสร้างตู้สลับแบตเตอรี่และสต็อกแบตเตอรี่ต่ำลงต่อจุดบริการ
- บทเรียนจากกรณีศึกษา: ความสำเร็จของ Yamaha ENYRING พิสูจน์ให้เห็นว่าหากมีการสร้างมาตรฐานแบตเตอรี่และวางเครือข่ายสถานีที่ครอบคลุม ก็สามารถแก้ไขปัญหาหลัก (Pain Point) ของผู้ใช้ E-Bike ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลุ่มเป้าหมายหลักที่มีศักยภาพ
- กลุ่มไรเดอร์เชิงพาณิชย์: ไรเดอร์ส่งอาหารหรือพัสดุที่อาจเปลี่ยนมาใช้ E-Bike (หากแพลตฟอร์มอนุญาต) เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน จะเป็นกลุ่มผู้ใช้หลักที่ต้องการความรวดเร็วในการสลับแบตเตอรี่
- คนทำงานในเมือง: กลุ่มที่ต้องการทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ต้องการแบกรับภาระการดูแลรักษาแบตเตอรี่ด้วยตนเอง
- โครงการเฉพาะพื้นที่: เช่น ในโครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City), ภายในมหาวิทยาลัย, หรือนิคมอุตสาหกรรม ที่มีการส่งเสริมให้ใช้ E-Bike เป็นยานพาหนะหลักในการเดินทางภายในพื้นที่
ความท้าทายสำคัญที่ต้องเผชิญในประเทศไทย
แม้ว่าศักยภาพจะสูง แต่การทำให้สถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับ E-Bike เกิดขึ้นได้จริงในวงกว้างยังคงมีความท้าทายเชิงระบบที่สำคัญหลายประการ
- มาตรฐานแบตเตอรี่: ปัจจุบันผู้ผลิต E-Bike แต่ละรายมักออกแบบแบตเตอรี่และพอร์ตชาร์จที่เป็นของตนเอง หากไม่มีมาตรฐานกลางที่ทุกค่ายยอมรับร่วมกัน ผู้ใช้จะถูกจำกัดให้ใช้บริการสถานีของค่ายที่ตนเองซื้อรถมาเท่านั้น ซึ่งจะทำให้เครือข่ายไม่ครอบคลุมและขาดความยืดหยุ่น
- ความคุ้มค่าของโมเดลธุรกิจ: ผู้ให้บริการต้องลงทุนมหาศาลในโครงข่ายสถานีและสต็อกแบตเตอรี่จำนวนมาก การหาจุดคุ้มทุนระหว่างค่าใช้จ่ายเหล่านี้กับค่าบริการที่ผู้ใช้ยอมจ่ายจึงเป็นเรื่องท้าทาย โดยกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ (Fleet/Rider) จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอในช่วงแรก
- กฎระเบียบและโครงข่ายไฟฟ้า: การติดตั้งสถานีที่เก็บและชาร์จแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจำนวนมากพร้อมกันในจุดเดียว จำเป็นต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยที่รัดกุม รวมถึงการวางแผนจัดการโหลดไฟฟ้าเพื่อไม่ให้กระทบต่อเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าในบริเวณนั้น
- การยอมรับของผู้บริโภค: ผู้บริโภคชาวไทยส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับแนวคิด “การเป็นเจ้าของ” และการชาร์จไฟที่บ้าน การเปลี่ยนพฤติกรรมมาสู่โมเดล “การเช่าใช้” แบตเตอรี่ จำเป็นต้องอาศัยการสร้างความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในระยะยาว
บทสรุปและแนวโน้มอนาคต
จากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด สามารถประเมินแนวโน้มของสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับ E-Bike ในประเทศไทยได้ดังนี้
ระยะสั้นถึงระยะกลาง
ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า การเติบโตของสถานีสลับแบตเตอรี่จะยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานเชิงพาณิชย์เป็นหลัก เช่น กลุ่มไรเดอร์เดลิเวอรี่ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความต้องการชัดเจนและสร้างผลตอบแทนการลงทุนได้เร็วที่สุด สำหรับผู้ใช้ E-Bike ทั่วไป การชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงานจะยังคงเป็นวิธีการหลัก เนื่องจากความสะดวกและต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ต่ำกว่าสำหรับผู้ที่ไม่ได้เดินทางไกลหรือใช้งานหนักตลอดทั้งวัน
ระยะยาว
ในระยะยาว หากประเทศไทยสามารถผลักดันให้เกิด “มาตรฐานแบตเตอรี่ร่วม” สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กได้สำเร็จ และผู้ให้บริการสามารถขยายเครือข่ายสถานีให้ครอบคลุมย่านที่พักอาศัย, อาคารสำนักงาน, และสถานีขนส่งมวลชนได้อย่างหนาแน่น โมเดลการสลับแบตเตอรี่มีศักยภาพที่จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญควบคู่ไปกับสถานีชาร์จแบบดั้งเดิม ระบบนิเวศที่กำลังถูกสร้างขึ้นโดยผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในวันนี้ คือเครื่องยืนยันว่าทิศทางนี้กำลังเดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง
โดยสรุป สถานีสลับแบตฯ E-Bike มีศักยภาพสูงที่จะเป็นส่วนสำคัญของอนาคตการชาร์จในประเทศไทยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในเขตเมืองและสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม การจะก้าวขึ้นมาเป็น “อนาคตหลักสำหรับทุกคน” หรือเป็นเพียง “ทางเลือกสำหรับกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการความเร็วสูง” นั้น ขึ้นอยู่กับการร่วมมือกันของผู้ผลิตเพื่อสร้างมาตรฐานกลาง นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ และการยอมรับของผู้บริโภคในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้
ศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
สำหรับผู้ที่สนใจในเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กและกำลังมองหาจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ทั้ง E-bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทางของคุณ
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: ทุกวันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE, LINE หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์

