สถานีสลับแบตฯ E-Bike เทรนด์ใหม่ที่อาจมาถึงไทย?
- ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- บทนำสู่เทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่
- ภาพรวมสถานีสลับแบตเตอรี่ในประเทศไทย: ก้าวสำคัญของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) กับโอกาสในตลาดสลับแบตเตอรี่
- เปรียบเทียบเทคโนโลยี: การสลับแบตเตอรี่ vs. การชาร์จแบบดั้งเดิม
- อนาคตและความเป็นไปได้ของสถานีสลับแบตฯ E-Bike ในไทย
- สรุปภาพรวมและแนวโน้มในอนาคต
เทรนด์การใช้ยานพาหนะไฟฟ้า (EV) กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ผู้คนเริ่มหันมาสนใจจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญคือระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ที่อาจนานหลายชั่วโมง ทำให้เกิดคำถามว่า สถานีสลับแบตฯ E-Bike เทรนด์ใหม่ที่อาจมาถึงไทย? แนวคิดนี้คือการนำแบตเตอรี่ที่หมดประจุไปแลกกับแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มแล้วที่สถานีบริการ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเดินทางต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ในไทยจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ด้วยศักยภาพและเทคโนโลยีพื้นฐานที่ใกล้เคียงกัน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่นวัตกรรมนี้จะขยายมาสู่ตลาด E-Bike ในอนาคตอันใกล้
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- การเติบโตในกลุ่มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า: สถานีสลับแบตเตอรี่ หรือ Battery Swapping Station กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทย โดยมีผู้เล่นหลักอย่าง Winnonie เป็นผู้นำในการสร้างเครือข่าย ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการยอมรับเทคโนโลยีนี้ในวงกว้าง
- ความร่วมมือทางธุรกิจ: การจับมือกันระหว่างผู้ให้บริการเครือข่าย (Winnonie), ผู้ผลิตยานยนต์ (STROM), และธุรกิจค้าปลีก (โลตัส) ช่วยเร่งการขยายจุดบริการให้เข้าถึงง่ายขึ้นในสถานที่สำคัญ เช่น ห้างสรรพสินค้าและสถานีบริการน้ำมัน
- ศักยภาพของตลาด E-Bike: แม้ว่าผู้ผลิต E-Bike รายใหญ่อย่าง YADEA จะยังคงใช้ระบบชาร์จแบบดั้งเดิม แต่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกัน (เช่น ระบบ 72V) เปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการสถานีสลับแบตเตอรี่สามารถขยายบริการมาสู่กลุ่มผู้ใช้จักรยานไฟฟ้าได้ไม่ยาก
- ตอบโจทย์ผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์: ความรวดเร็วในการสลับแบตเตอรี่ (ใช้เวลาไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาที) ถือเป็นจุดเด่นสำคัญที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการความต่อเนื่องในการเดินทาง เช่น กลุ่มไรเดอร์ส่งอาหารและพัสดุ
- นโยบายภาครัฐ: การสนับสนุนการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าของภาครัฐเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้โครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีสลับแบตเตอรี่ เกิดขึ้นและเติบโตได้เร็วขึ้นในอนาคต
บทนำสู่เทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่
ในยุคที่ความยั่งยืนและพลังงานสะอาดกลายเป็นวาระสำคัญ การเปลี่ยนผ่านจากยานยนต์สันดาปไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ถือเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก สำหรับประเทศไทย ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอย่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความคล่องตัวในการเดินทางในเมืองและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานจำนวนมากยังคงเผชิญกับความท้าทายหลัก นั่นคือ “ระยะเวลาในการชาร์จ” แบตเตอรี่ ซึ่งอาจใช้เวลานานตั้งแต่ 4 ถึง 8 ชั่วโมง ทำให้การเดินทางสะดุดและไม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้รถตลอดทั้งวัน
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ เทคโนโลยี “สถานีสลับแบตเตอรี่” (Battery Swapping Station) จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะทางเลือกใหม่ที่ปฏิวัติวิธีการเติมพลังงานให้กับยานพาหนะไฟฟ้า แนวคิดหลักคือแทนที่จะจอดรอชาร์จ ผู้ใช้สามารถนำรถเข้าไปยังสถานีบริการ นำแบตเตอรี่ที่พลังงานใกล้หมดออก และสลับกับแบตเตอรี่ลูกใหม่ที่ชาร์จเต็ม 100% ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีหรือไม่กี่วินาทีเท่านั้น เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยขจัดความกังวลเรื่องระยะเวลาในการรอคอย แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่โดยรวม เนื่องจากแบตเตอรี่ทุกลูกจะถูกบริหารจัดการและชาร์จภายใต้สภาวะที่เหมาะสมโดยผู้ให้บริการโดยตรง บทความนี้จะพาไปสำรวจสถานการณ์ปัจจุบันของเทรนด์นี้ในประเทศไทย ซึ่งแม้จะเริ่มต้นจากกลุ่มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า แต่ก็ฉายภาพอนาคตที่สดใสสำหรับผู้ใช้ E-Bike ที่อาจได้สัมผัสกับความสะดวกสบายนี้ในไม่ช้า
ภาพรวมสถานีสลับแบตเตอรี่ในประเทศไทย: ก้าวสำคัญของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
ปัจจุบัน การบุกเบิกเทคโนโลยีสถานีสลับแบตเตอรี่ในประเทศไทยมีความคืบหน้าที่ชัดเจนที่สุดในตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นกลุ่มยานพาหนะที่มีความต้องการใช้งานอย่างต่อเนื่องสูง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ส่งอาหารและพัสดุ การเคลื่อนไหวของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมได้แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับอนาคตของการเดินทางด้วยไฟฟ้า
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์: โลตัสและ Winnonie
หนึ่งในการขับเคลื่อนที่สำคัญคือความร่วมมือระหว่าง โลตัส, H SEM และ Winnonie ในการเปิดตัวสถานีสลับแบตเตอรี่อัจฉริยะนำร่องในสาขาของโลตัส โดย Winnonie ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดในไทย ได้ติดตั้งตู้บริการในโลตัส ไฮเปอร์มาร์เก็ต และ โลตัส โก เฟรช รวม 15 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล การเลือกที่ตั้งในพื้นที่ค้าปลีกที่มีผู้คนสัญจรหนาแน่น เช่น สาขาลาดพร้าว, สุขุมวิท 50, แจ้งวัฒนะ, และหลักสี่ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ในการทำให้บริการเข้าถึงผู้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ง่ายที่สุด โมเดลนี้ไม่เพียงอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างการรับรู้และทำให้ผู้บริโภคทั่วไปคุ้นเคยกับแนวคิดการสลับแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญหากต้องการขยายบริการไปสู่ยานพาหนะประเภทอื่น เช่น E-Bike ในอนาคต
STROM และพันธมิตร: ยกระดับตู้สลับแบตฯ ระบบ 72V
ในอีกด้านหนึ่ง บริษัท สตรอม (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ได้ร่วมมือกับ โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์, Winnonie และ KILATS เพื่อพัฒนาระบบตู้สลับแบตเตอรี่อัตโนมัติที่ใช้กับแบตเตอรี่ระบบ 72V ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ในมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของ STROM ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการติดตั้งตู้สลับแบตเตอรี่ตามสถานีบริการน้ำมันบางจากทั่วประเทศ โดยมีแผนขยายให้ครบ 100 จุดบริการ การพัฒนาเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ของตนเองและการเลือกติดตั้งในสถานีบริการน้ำมันซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านการเดินทาง ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าโดยตรง ประเด็นที่น่าสนใจคือมาตรฐานแบตเตอรี่ 72V นี้มีความใกล้เคียงกับแบตเตอรี่ที่ใช้ใน E-Bike ประสิทธิภาพสูงบางรุ่น ซึ่งหมายความว่าโครงสร้างพื้นฐานที่ STROM และพันธมิตรกำลังสร้างขึ้น อาจสามารถรองรับผู้ใช้ E-Bike ได้ในอนาคต หากมีการปรับมาตรฐานแบตเตอรี่ให้เข้ากันได้
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) กับโอกาสในตลาดสลับแบตเตอรี่
ขณะที่ตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่กับเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ ตลาดจักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike ในประเทศไทยยังคงพึ่งพาระบบการชาร์จแบบดั้งเดิมเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มการเติบโตของ E-Bike และความสำเร็จของโมเดลสลับแบตฯ ในกลุ่มมอเตอร์ไซค์ ทำให้เกิดคำถามถึงศักยภาพในการนำเทคโนโลยีนี้มาปรับใช้กับ E-Bike
กรณีศึกษา: YADEA OVA E-Bike กับแนวทางการชาร์จปัจจุบัน
YADEA แบรนด์ยานพาหนะไฟฟ้าชั้นนำ ได้เปิดตัว E-Bike รุ่น OVA ในประเทศไทย ซึ่งมาพร้อมกับดีไซน์ที่ทันสมัยและเทคโนโลยี TTFAR ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยใช้แบตเตอรี่ขนาด 60V 23Ah สามารถวิ่งได้ไกลสุดถึง 85 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อย่างไรก็ตาม รูปแบบการเติมพลังงานของ YADEA OVA ยังคงเป็นการชาร์จปกติจากปลั๊กไฟบ้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิต E-Bike รายใหญ่ยังคงมองว่าการชาร์จแบบดั้งเดิมเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปของผู้บริโภคในปัจจุบัน แม้ YADEA จะมีการลงทุนสร้างโรงงานผลิตในจังหวัดสมุทรปราการเพื่อผลักดันตลาด EV ในไทย แต่ยังไม่มีการกล่าวถึงแผนการพัฒนาระบบสลับแบตเตอรี่สำหรับผลิตภัณฑ์ E-Bike ของตนเอง ซึ่งอาจเป็นเพราะกลุ่มเป้าหมายหลักของ E-Bike มักเป็นการใช้งานส่วนบุคคลที่เดินทางในระยะทางไม่ไกลนักและมีเวลาในการชาร์จที่บ้าน
แม้ผู้ผลิต E-Bike รายใหญ่จะยังไม่นำเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่มาใช้ แต่ความสำเร็จในตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้สร้างพิมพ์เขียวและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมต่อยอดสู่ตลาด E-Bike ได้ในอนาคต
บทบาทของ Winnonie ในการขยายสู่ตลาด E-Bike
Winnonie ในฐานะผู้เล่นหลักและผู้บุกเบิกเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า มีศักยภาพสูงที่สุดในการขยายบริการเข้ามาในตลาด E-Bike เนื่องจากเทคโนโลยีพื้นฐานของแบตเตอรี่และการจัดการสถานีมีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก หากตลาด E-Bike เติบโตขึ้นจนมีความต้องการใช้งานเชิงพาณิชย์ เช่น บริการให้เช่า E-Bike สำหรับนักท่องเที่ยว หรือธุรกิจส่งของระยะใกล้ (Last-mile delivery) ความจำเป็นในการลดระยะเวลาจอดเพื่อชาร์จจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่โมเดลการสลับแบตเตอรี่จะเข้ามาตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ Winnonie อาจร่วมมือกับผู้ผลิต E-Bike เพื่อพัฒนาแบตเตอรี่มาตรฐานที่สามารถใช้งานร่วมกับตู้สลับแบตเตอรี่ที่มีอยู่ได้ หรืออาจพัฒนาตู้บริการรุ่นใหม่สำหรับแบตเตอรี่ E-Bike โดยเฉพาะ การมีเครือข่ายที่แข็งแกร่งอยู่แล้วทำให้การขยายตลาดทำได้รวดเร็วและใช้ต้นทุนต่ำกว่าการเริ่มต้นจากศูนย์
เปรียบเทียบเทคโนโลยี: การสลับแบตเตอรี่ vs. การชาร์จแบบดั้งเดิม
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นถึงประโยชน์และความแตกต่างระหว่างสองแนวทาง การเปรียบเทียบคุณสมบัติในด้านต่างๆ จะช่วยให้เข้าใจได้ว่าเหตุใดเทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่จึงอาจกลายเป็นอนาคตของการเดินทางด้วยยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก
| คุณสมบัติ | การสลับแบตเตอรี่ (Battery Swapping) | การชาร์จแบบดั้งเดิม (Traditional Charging) |
|---|---|---|
| ระยะเวลา | รวดเร็วมาก (ไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที) | ใช้เวลานาน (โดยเฉลี่ย 4-8 ชั่วโมง) |
| ความสะดวกสบาย | สูงมาก สามารถเดินทางต่อได้ทันที | ต่ำกว่า ต้องวางแผนการเดินทางและรอชาร์จ |
| การเป็นเจ้าของแบตเตอรี่ | ผู้ใช้ไม่ต้องเป็นเจ้าของแบตเตอรี่ มักเป็นรูปแบบการเช่าหรือสมัครสมาชิก | ผู้ใช้เป็นเจ้าของแบตเตอรี่โดยตรงและรับผิดชอบค่าเสื่อมสภาพเอง |
| สุขภาพแบตเตอรี่ | แบตเตอรี่ได้รับการดูแลและชาร์จในสภาวะที่ควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญ ทำให้อายุการใช้งานยาวนานขึ้น | ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการชาร์จของผู้ใช้แต่ละคน อาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วหากชาร์จไม่ถูกวิธี |
| ต้นทุนเริ่มต้น | ราคารถอาจถูกลงเนื่องจากไม่ต้องซื้อแบตเตอรี่ แต่มีค่าบริการรายเดือน | ราคารถสูงกว่าเพราะรวมค่าแบตเตอรี่ แต่ไม่มีค่าบริการรายเดือน |
| โครงสร้างพื้นฐาน | ต้องใช้เครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี่ที่ครอบคลุม | สามารถชาร์จได้ทุกที่ที่มีปลั๊กไฟ แต่การติดตั้งที่ชาร์จเร็วสาธารณะยังต้องขยายเพิ่ม |
อนาคตและความเป็นไปได้ของสถานีสลับแบตฯ E-Bike ในไทย
จากข้อมูลทั้งหมด จะเห็นได้ว่าเทรนด์ของสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับ E-Bike ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นจริงในอีก 1-2 ปีข้างหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ แต่ก็ยังคงมีความท้าทายบางอย่างที่ต้องพิจารณา
ปัจจัยขับเคลื่อนและแรงสนับสนุน
ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือความต้องการจากกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าโมเดลการสลับแบตเตอรี่สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากการใช้งาน E-Bike ในธุรกิจส่งของหรือบริการเช่ามีจำนวนมากขึ้น ความต้องการสถานีสลับแบตฯ ก็จะตามมาโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ นโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการกล้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มากขึ้น การเติบโตของเครือข่ายสถานีสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ดำเนินการโดย Winnonie และพันธมิตร ได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งไว้แล้ว การต่อยอดมาสู่ตลาด E-Bike จึงเป็นขั้นตอนต่อไปที่สมเหตุสมผลและมีความเป็นไปได้สูง
ความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักที่ต้องเผชิญคือ “มาตรฐานของแบตเตอรี่” ปัจจุบันผู้ผลิต E-Bike แต่ละรายต่างมีแบตเตอรี่ที่มีรูปทรง ขนาด และแรงดันไฟฟ้าที่แตกต่างกัน การจะสร้างระบบสลับแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ในวงกว้างจำเป็นต้องมีการตกลงร่วมกันเพื่อสร้างมาตรฐานกลางของแบตเตอรี่ (Standardized Battery) ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ พฤติกรรมของผู้ใช้ E-Bike ส่วนใหญ่ที่ยังเป็นการใช้งานส่วนตัวและเดินทางระยะสั้น อาจทำให้ความต้องการสลับแบตเตอรี่ยังไม่สูงเท่ากับกลุ่มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผู้ให้บริการจึงต้องพิจารณาความคุ้มค่าในการลงทุนและอาจต้องเริ่มต้นจากพื้นที่ที่มีความต้องการสูง เช่น แหล่งท่องเที่ยวหรือย่านธุรกิจที่มีการใช้งาน E-Bike หนาแน่น
สรุปภาพรวมและแนวโน้มในอนาคต
โดยสรุป สถานีสลับแบตฯ E-Bike เทรนด์ใหม่ที่อาจมาถึงไทย? ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ความสำเร็จและการขยายตัวอย่างรวดเร็วของสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้ปูทางและสร้างความพร้อมให้กับตลาดแล้ว แม้ว่าปัจจุบันผู้ใช้ E-Bike จะยังคงคุ้นเคยกับการชาร์จแบบดั้งเดิม แต่ด้วยข้อได้เปรียบด้านความเร็วและความสะดวกสบายที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับแรงผลักดันจากกลุ่มผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่เราจะได้เห็นสถานีสลับแบตเตอรี่สำหรับจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเปิดให้บริการในประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางด้วยพลังงานสะอาดให้ไร้รอยต่อและสะดวกสบายยิ่งขึ้นกว่าเดิม
สำหรับผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ สามารถค้นหาผลิตภัณฑ์คุณภาพและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ GIANT Shopping Mall ศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทางของคุณ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: วันจันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
LINE: https://line.me/R/ti/p/%40705dancc
เว็บไซต์: https://giant-shopping.com/ติดต่อเรา/

