เทรนด์แบตเตอรี่ 2569: E-Bike วิ่งไกล ชาร์จไวขึ้น!
- ทิศทางเทคโนโลยีแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าแห่งอนาคต
- นวัตกรรมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน: ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม
- เทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอนาคต: โซลิดสเตตและโซเดียมไอออน
- ระบบอัจฉริยะและความยั่งยืน: หัวใจของการพัฒนา
- บริบทประเทศไทย: การขับเคลื่อนสู่สังคม E-Bike
- บทสรุป: อนาคตของ E-Bike และแนวโน้มที่น่าจับตา
- เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณ
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการเดินทางที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพและความสะดวกสบาย โดยมีหัวใจสำคัญคือการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่อย่างไม่หยุดยั้ง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้จะช่วยขจัดข้อจำกัดเดิมๆ ที่ผู้ใช้งานเคยเผชิญ ทั้งเรื่องระยะทางที่จำกัดและระยะเวลาการชาร์จที่ยาวนาน
- ระยะทางไกลขึ้น: เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่พัฒนาขึ้น จะช่วยให้จักรยานไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ไกลถึง 100–150 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ลดความกังวลในการเดินทางระยะไกล
- ชาร์จเร็วขึ้น: นวัตกรรมการชาร์จเร็วจะย่อระยะเวลาการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม 100% ให้เหลือไม่ถึง 1 ชั่วโมง เพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานระหว่างวัน
- เทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้น: แบตเตอรี่โซลิดสเตตและโซเดียมไอออน กำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยให้ความหนาแน่นพลังงานสูงขึ้น ปลอดภัยกว่า และมีต้นทุนที่อาจถูกลงในอนาคต
- ความอัจฉริยะและความยั่งยืน: ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ที่ผสาน AI และ IoT จะช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ขณะที่การออกแบบโดยคำนึงถึงการรีไซเคิลจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- การสนับสนุนในประเทศไทย: ภาครัฐและเอกชนกำลังร่วมกันสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของตลาดจักรยานไฟฟ้า ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
เทรนด์แบตเตอรี่ 2569: E-Bike วิ่งไกล ชาร์จไวขึ้น! กำลังกลายเป็นภาพความจริงที่จับต้องได้ ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าการเดินทางด้วยจักรยานไฟฟ้าไปอย่างสิ้นเชิง นวัตกรรมที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพ แต่ยังครอบคลุมถึงความปลอดภัย ความยั่งยืน และความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับผู้ใช้งาน การพัฒนาเหล่านี้จะทำให้ E-Bike กลายเป็นตัวเลือกหลักสำหรับการเดินทางในเมือง การสันทนาการ และแม้กระทั่งการใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มศักยภาพ การเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึงนี้ นับเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญซึ่งจะผลักดันให้เกิดการยอมรับและการใช้งานจักรยานไฟฟ้าในวงกว้างมากขึ้นทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย
ทิศทางเทคโนโลยีแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าแห่งอนาคต
เทคโนโลยีแบตเตอรี่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดขีดความสามารถของยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท และจักรยานไฟฟ้าก็ไม่มีข้อยกเว้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้ผลักดันให้ E-Bike มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในปี 2569 และปีต่อๆ ไป เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญยิ่งกว่าเดิม การพัฒนานี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยแก้ไขปัญหาที่ผู้ใช้งานกังวลมากที่สุด นั่นคือ “Range Anxiety” หรือความวิตกกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดกลางทาง และความไม่สะดวกจากระยะเวลาการชาร์จที่ยาวนาน
กลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงนี้มีหลากหลาย ตั้งแต่ผู้ที่ใช้จักรยานไฟฟ้าในการเดินทางไปทำงานทุกวัน ซึ่งต้องการความน่าเชื่อถือและระยะทางที่เพียงพอ ไปจนถึงกลุ่มธุรกิจขนส่งขนาดเล็กที่ใช้ E-Bike ในการส่งสินค้า ซึ่งความเร็วในการชาร์จและระยะทางที่ไกลขึ้นหมายถึงรอบการทำงานที่มากขึ้นและต้นทุนที่ลดลง นอกจากนี้ กลุ่มผู้รักการปั่นจักรยานเพื่อการสันทนาการและการท่องเที่ยวก็จะได้รับประโยชน์จากการเดินทางที่ไกลขึ้น สามารถสำรวจเส้นทางใหม่ๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ ปี 2569 จึงเปรียบเสมือนหมุดหมายสำคัญที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่จะก้าวกระโดดไปอีกขั้น ทำให้ E-Bike ไม่ใช่แค่ยานพาหนะทางเลือก แต่เป็นโซลูชันการเดินทางที่สมบูรณ์แบบและยั่งยืนสำหรับทุกคน
นวัตกรรมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน: ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม
แม้ว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่ใหม่ๆ กำลังจะเกิดขึ้น แต่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ซึ่งเป็นมาตรฐานในปัจจุบัน ก็ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อทลายข้อจำกัดเดิมๆ และยกระดับประสบการณ์การใช้งาน E-Bike ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น
การเพิ่มระยะทางวิ่ง: ลบความกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมด
หนึ่งในความก้าวหน้าที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มความหนาแน่นของพลังงาน (Energy Density) ในเซลล์แบตเตอรี่ ซึ่งหมายความว่าแบตเตอรี่ที่มีขนาดและน้ำหนักเท่าเดิมจะสามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น ผลลัพธ์ที่ชัดเจนคือระยะทางการวิ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ภายในปี 2569 จักรยานไฟฟ้ามาตรฐานจะสามารถวิ่งได้ระยะทางเฉลี่ย 100 ถึง 150 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นระยะทางที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไป-กลับจากที่ทำงานในเมืองใหญ่ หรือการปั่นเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์โดยไม่ต้องหยุดชาร์จระหว่างทาง การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยขจัดความกังวลเรื่องระยะทาง และสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้งานกล้าที่จะออกเดินทางไปในเส้นทางที่ไกลและท้าทายกว่าเดิม
ปฏิวัติการชาร์จ: เทคโนโลยีชาร์จเร็วต่ำกว่า 1 ชั่วโมง
นอกเหนือจากระยะทางแล้ว ความเร็วในการชาร์จก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กำลังจะถูกปฏิวัติ เทคโนโลยีการชาร์จเร็ว (Fast Charging) ที่พัฒนาขึ้นสำหรับ E-Bike จะสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% จนเต็ม 100% ได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ 3-5 ชั่วโมงในปัจจุบัน ความสามารถนี้เปรียบได้กับการเติมพลังงานให้สมาร์ทโฟน ทำให้การใช้งาน E-Bike มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวสูง ผู้ใช้งานสามารถแวะชาร์จแบตเตอรี่ในช่วงพักกลางวัน หรือระหว่างทำธุระสั้นๆ และพร้อมที่จะเดินทางต่อได้ในเวลาอันรวดเร็ว สิ่งนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ เช่น บริการเดลิเวอรี่ ที่ต้องการให้จักรยานพร้อมใช้งานตลอดเวลา เพื่อสร้างรายได้สูงสุด
เทคโนโลยีแบตเตอรี่แห่งอนาคต: โซลิดสเตตและโซเดียมไอออน
นอกจากการพัฒนาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแล้ว อุตสาหกรรมยังมองไปข้างหน้าสู่เทคโนโลยีแบตเตอรี่เจเนอเรชันถัดไปที่จะมาเปลี่ยนแปลงตลาด E-Bike และยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด โดยมีสองเทคโนโลยีที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ แบตเตอรี่โซลิดสเตต และ แบตเตอรี่โซเดียมไอออน
แบตเตอรี่โซลิดสเตต (Solid-State): ความหวังใหม่ของวงการ
แบตเตอรี่โซลิดสเตต คือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนอิเล็กโทรไลต์ (สารละลายนำไฟฟ้า) จากของเหลวที่ใช้ในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั่วไป มาเป็นของแข็ง การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลดีในหลายมิติ ประการแรกคือ ความปลอดภัย ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากอิเล็กโทรไลต์ของแข็งไม่ติดไฟง่ายเหมือนของเหลว จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดเพลิงไหม้หรือการระเบิดได้อย่างมาก
ประการที่สองคือ ความหนาแน่นของพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้สามารถสร้างแบตเตอรี่ที่มีขนาดเล็กลงและน้ำหนักเบาลง แต่ยังคงให้ระยะทางวิ่งเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมได้ สำหรับ E-Bike นั่นหมายถึงการออกแบบตัวรถที่เพรียวขึ้น มีน้ำหนักเบาลง และควบคุมได้ง่ายขึ้น ขณะที่ยังคงสมรรถนะการเดินทางไกลไว้เช่นเดิม แม้ว่าปัจจุบันแบตเตอรี่โซลิดสเตตยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา แต่คาดว่าจะเริ่มเข้าสู่ตลาด E-Bike ภายใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาปี 2569 เป็นต้นไป
แบตเตอรี่โซเดียมไอออน (Sodium-ion): ทางเลือกที่ยั่งยืนและคุ้มค่า
แบตเตอรี่โซเดียมไอออน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โดยใช้โซเดียมซึ่งเป็นธาตุที่มีอยู่มากมายบนโลกและมีราคาถูกกว่าลิเธียม มาเป็นวัสดุหลักในการเก็บประจุไฟฟ้า แม้ว่าความหนาแน่นของพลังงานอาจยังไม่สูงเท่าลิเธียมไอออนรุ่นล่าสุด แต่แบตเตอรี่โซเดียมไอออนมีข้อดีในด้าน ต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า อย่างชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาของจักรยานไฟฟ้าในอนาคตถูกลงและเข้าถึงง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่ดีและสามารถทำงานได้ดีในสภาวะอุณหภูมิต่ำ จึงเหมาะสำหรับตลาดที่หลากหลาย เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นตัวเลือกหลักสำหรับ E-Bike รุ่นเริ่มต้นหรือรุ่นที่เน้นความคุ้มค่า ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ตลาดเติบโตในวงกว้าง
| คุณสมบัติ | ลิเธียมไอออน (รุ่นพัฒนา) | โซลิดสเตต | โซเดียมไอออน |
|---|---|---|---|
| ความหนาแน่นพลังงาน | สูง | สูงมาก | ปานกลาง |
| ความปลอดภัย | ดี | ยอดเยี่ยม (ไม่ติดไฟ) | ดีมาก |
| อายุการใช้งาน | ดี | ดีมาก | ดี |
| ต้นทุน | ปานกลาง | สูง (ในระยะแรก) | ต่ำ |
| สถานะปัจจุบัน | ใช้งานแพร่หลาย | กำลังพัฒนา | เริ่มเข้าสู่ตลาด |
ระบบอัจฉริยะและความยั่งยืน: หัวใจของการพัฒนา
การพัฒนาแบตเตอรี่ไม่ได้หยุดอยู่แค่เคมีภายในเซลล์ แต่ยังขยายไปสู่ระบบการจัดการที่ชาญฉลาดและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสองปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม E-Bike ในอนาคต
ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ (Smart BMS)
ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ หรือ BMS (Battery Management System) ทำหน้าที่เปรียบเสมือนสมองของชุดแบตเตอรี่ คอยควบคุมการชาร์จและการจ่ายไฟให้มีความสมดุลและปลอดภัย ในอนาคต ระบบ BMS จะถูกยกระดับด้วยการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Internet of Things (IoT) เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดเป็น Smart BMS ที่มีความสามารถมากกว่าเดิม
Smart BMS จะสามารถตรวจสอบสถานะของเซลล์แบตเตอรี่แต่ละเซลล์ได้แบบเรียลไทม์ วิเคราะห์รูปแบบการใช้งานของผู้ขับขี่ และปรับการทำงานของแบตเตอรี่ให้เหมาะสมที่สุดเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถส่งข้อมูลสถานะสุขภาพของแบตเตอรี่ การแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาบำรุงรักษา หรือการวินิจฉัยปัญหาเบื้องต้นไปยังแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนของผู้ใช้งานได้โดยตรง สิ่งนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยให้ผู้ใช้ดูแลรักษาแบตเตอรี่ได้อย่างถูกวิธีและใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยาวนานขึ้น
แนวคิดความยั่งยืน: สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน
เมื่อความนิยมใน E-Bike เพิ่มสูงขึ้น ปริมาณแบตเตอรี่ที่หมดอายุก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อุตสาหกรรมจึงหันมาให้ความสำคัญกับแนวคิดเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มากขึ้น แบตเตอรี่รุ่นใหม่จะถูกออกแบบโดยคำนึงถึงกระบวนการรีไซเคิลตั้งแต่ต้น ทำให้สามารถแยกและนำวัสดุมีค่า เช่น ลิเธียม โคบอลต์ และนิกเกิล กลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การมุ่งเน้นการออกแบบแบตเตอรี่ที่รีไซเคิลได้ง่ายและใช้วัสดุในระบบวงจรปิด ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ แต่ยังช่วยลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว และสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมอีกด้วย
แนวทางนี้จะทำให้ E-Bike กลายเป็นยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริงตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน
บริบทประเทศไทย: การขับเคลื่อนสู่สังคม E-Bike
สำหรับประเทศไทย เทรนด์การพัฒนาแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีระดับโลก แต่ยังสอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งจะสร้างโอกาสและประโยชน์ให้กับทั้งภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภคโดยตรง
นโยบายภาครัฐและการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม
รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังผลักดันนโยบายเพื่อสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าให้ครบวงจร ซึ่งรวมถึงจักรยานไฟฟ้าด้วย การสนับสนุนนี้ครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมการลงทุนในโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในประเทศ การดึงดูดผู้ผลิต E-Bike รายใหม่ๆ ให้เข้ามาตั้งฐานการผลิต ไปจนถึงการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น การสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งนี้จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า ทำให้ต้นทุนการผลิต E-Bike ในประเทศลดลง และเกิดการจ้างงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น
ผลกระทบเชิงบวกต่อผู้บริโภคชาวไทย
เมื่อระบบนิเวศของ E-Bike ในไทยเติบโตขึ้น ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์หลายด้าน ประการแรกคือ ราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น จากการผลิตในประเทศและการแข่งขันที่สูงขึ้น ประการที่สองคือ ความเชื่อมั่นในการใช้งานที่เพิ่มขึ้น เมื่อมีสถานีชาร์จที่หาได้ง่ายและมีศูนย์บริการที่ครอบคลุม และประการสุดท้ายคือ ตัวเลือกผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ E-Bike สำหรับการเดินทางในเมืองไปจนถึงจักรยานไฟฟ้าเสือภูเขาสำหรับการผจญภัย ทั้งหมดนี้จะช่วยเร่งให้เกิดการยอมรับและเปลี่ยนมาใช้จักรยานไฟฟ้ากันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในสังคมไทย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการลดมลพิษและส่งเสริมการเดินทางที่ยั่งยืน
บทสรุป: อนาคตของ E-Bike และแนวโน้มที่น่าจับตา
ปี 2569 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญสำหรับวงการจักรยานไฟฟ้า โดยมีเทคโนโลยีแบตเตอรี่เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก การพัฒนาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนให้มีระยะทางไกลขึ้นและชาร์จเร็วขึ้น จะทำให้ E-Bike กลายเป็นยานพาหนะที่ใช้งานได้จริงและสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน การมาถึงของเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างแบตเตอรี่โซลิดสเตตและโซเดียมไอออน จะเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ควบคู่ไปกับนวัตกรรมด้านฮาร์ดแวร์ ระบบบริหารจัดการอัจฉริยะและความใส่ใจต่อความยั่งยืนจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ เมื่อรวมกับการสนับสนุนจากภาครัฐในประเทศไทย จะทำให้ตลาด E-Bike เติบโตอย่างก้าวกระโดด และเปลี่ยนให้จักรยานไฟฟ้ากลายเป็นส่วนสำคัญของระบบการเดินทางแห่งอนาคตที่สะอาด ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสำหรับทุกคน
เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณ
การเลือกจักรยานไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้งานเป็นสิ่งสำคัญ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, E-Bike สำหรับการเดินทางในเมือง หรือจักรยานที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อช่วยให้คุณได้จักรยานไฟฟ้าที่ใช่ที่สุด
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
FACEBOOK PAGE: GIANT Shopping Mall
LINE: @giantshoppingmall
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
