รับมือหน้าฝน: 5 วิธีดูแล E-Bike ไม่ให้สนิมกิน-ไฟช็อต
- เคล็ดลับสำคัญในการดูแล E-Bike ช่วงฤดูฝน
- ความสำคัญของการดูแลจักรยานไฟฟ้าในสภาพอากาศเปียกชื้น
- วิธีที่ 1: การป้องกันและดูแลแบตเตอรี่ หัวใจสำคัญของ E-Bike
- วิธีที่ 2: ปกป้องส่วนประกอบไฟฟ้าอื่นๆ ให้ปลอดภัย
- วิธีที่ 3: ใส่ใจชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว: โซ่ เบรก และระบบขับเคลื่อน
- วิธีที่ 4: สร้างกิจวัตรการทำความสะอาดและตรวจสอบเชิงรุก
- วิธีที่ 5: การบำรุงรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญและการจัดเก็บที่เหมาะสม
- บทสรุป: ดูแล E-Bike คู่ใจให้พร้อมใช้งานทุกฤดูกาล
เมื่อฤดูฝนมาเยือน การใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าอย่างจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจำเป็นต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ บทความนี้จะนำเสนอแนวทาง รับมือหน้าฝน: 5 วิธีดูแล E-Bike ไม่ให้สนิมกิน-ไฟช็อต เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากความชื้น น้ำ และสิ่งสกปรก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดสนิมและการลัดวงจรของระบบไฟฟ้า การปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพของยานพาหนะให้คงเดิม
เคล็ดลับสำคัญในการดูแล E-Bike ช่วงฤดูฝน
- การปกป้องแบตเตอรี่ซึ่งเป็นหัวใจหลักของระบบไฟฟ้า ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก โดยต้องป้องกันไม่ให้ความชื้นเข้าไปทำความเสียหาย
- ชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว เช่น โซ่และระบบเบรก ต้องการการทำความสะอาดและหล่อลื่นอย่างสม่ำเสมอหลังการขับขี่ในสภาพอากาศเปียกชื้น เพื่อป้องกันสนิมและการสึกหรอ
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงในการทำความสะอาด โดยเฉพาะบริเวณมอเตอร์ คอนโทรลเลอร์ และจอแสดงผล เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าระบบไฟฟ้า
- การสร้างกิจวัตรในการตรวจสอบและทำความสะอาด E-Bike เป็นประจำ จะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้รวดเร็วและป้องกันปัญหาร้ายแรงที่อาจตามมา
- การจัดเก็บจักรยานในที่แห้งและเหมาะสม รวมถึงการนำรถเข้ารับการตรวจเช็คโดยผู้เชี่ยวชาญเป็นระยะ จะช่วยรักษาสภาพและประสิทธิภาพของ E-Bike ในระยะยาว
ความสำคัญของการดูแลจักรยานไฟฟ้าในสภาพอากาศเปียกชื้น
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในฐานะยานพาหนะทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง อย่างไรก็ตาม E-Bike มีส่วนประกอบที่ซับซ้อนกว่าจักรยานทั่วไป โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าที่ประกอบด้วยแบตเตอรี่ มอเตอร์ และชุดควบคุม ซึ่งมีความไวต่อความชื้นและน้ำเป็นอย่างมาก ดังนั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกชุกและสภาพอากาศเปียกชื้น การดูแลรักษา E-Bike อย่างถูกวิธีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
ความชื้นไม่เพียงแต่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดสนิมบนชิ้นส่วนโลหะต่างๆ เช่น โซ่ เฟือง หรือโครงรถ แต่ยังสามารถแทรกซึมเข้าไปในระบบไฟฟ้าและก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้ ตั้งแต่การลัดวงจรที่อาจทำให้ส่วนประกอบไฟฟ้าไหม้ ไปจนถึงการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ก่อนเวลาอันควร ซึ่งการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนเหล่านี้มีค่าใช้จ่ายสูง การเรียนรู้แนวทาง รับมือหน้าฝน: 5 วิธีดูแล E-Bike ไม่ให้สนิมกิน-ไฟช็อต จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับเจ้าของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทุกคน เพื่อให้มั่นใจได้ว่ายานพาหนะคู่ใจจะยังคงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แม้จะต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยก็ตาม
วิธีที่ 1: การป้องกันและดูแลแบตเตอรี่: หัวใจสำคัญของ E-Bike
แบตเตอรี่เปรียบเสมือนหัวใจของจักรยานไฟฟ้า ทำหน้าที่จ่ายพลังงานให้กับระบบทั้งหมด การดูแลรักษาแบตเตอรี่ให้ปลอดภัยจากความชื้นจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการบำรุงรักษา E-Bike ช่วงหน้าฝน ความเสียหายที่เกิดกับแบตเตอรี่ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังอาจนำไปสู่อันตรายจากการลัดวงจรได้อีกด้วย
การป้องกันความชื้นเข้าสู่แบตเตอรี่
ขั้นตอนแรกในการป้องกันคือการสร้างเกราะป้องกันความชื้นให้กับแบตเตอรี่และจุดเชื่อมต่อต่างๆ การใช้อุปกรณ์เสริม เช่น ปลอกซิลิโคนคลุมแบตเตอรี่ (Silicone Battery Cover) หรือการตรวจสอบซีลกันน้ำรอบๆ ตัวแบตเตอรี่ให้อยู่ในสภาพดีเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงที่น้ำจะซึมเข้าไปได้ นอกจากนี้ การทา จาระบีไดอิเล็กทริก (Dielectric Grease) บนขั้วแบตเตอรี่และจุดเชื่อมต่อไฟฟ้า เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันความชื้นและการกัดกร่อน จาระบีชนิดนี้ไม่นำไฟฟ้า แต่จะช่วยเคลือบผิวโลหะและป้องกันไม่ให้อากาศและความชื้นสัมผัสกับขั้วต่อโดยตรง ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดสนิมและการเชื่อมต่อที่ผิดพลาดได้อย่างมาก
การจัดเก็บและการชาร์จที่ถูกต้อง
พฤติกรรมการจัดเก็บและการชาร์จแบตเตอรี่มีผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานและความปลอดภัย ในกรณีที่จำเป็นต้องจอด E-Bike ไว้กลางแจ้งขณะฝนตกเป็นเวลานาน การถอดแบตเตอรี่ออกมาเก็บไว้ในที่ร่มและแห้งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับความชื้นโดยไม่จำเป็น
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ห้ามชาร์จแบตเตอรี่ในขณะที่ยังเปียกหรือชื้นโดยเด็ดขาด ควรรอให้แบตเตอรี่และขั้วต่อแห้งสนิทเสียก่อน โดยอาจใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดและทิ้งไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก การชาร์จแบตเตอรี่ที่เปียกชื้นอาจทำให้เกิดการลัดวงจรและสร้างความเสียหายถาวรได้ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการถนอมเซลล์แบตเตอรี่ในระยะยาว แนะนำให้รักษาระดับประจุไฟฟ้าไว้ที่ประมาณ 50-70% ระหว่างการใช้งานปกติ แทนที่จะชาร์จจนเต็ม 100% หรือปล่อยให้หมดเกลี้ยงบ่อยครั้ง
วิธีที่ 2: ปกป้องส่วนประกอบไฟฟ้าอื่นๆ ให้ปลอดภัย
นอกเหนือจากแบตเตอรี่แล้ว E-Bike ยังมีส่วนประกอบไฟฟ้าที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ มอเตอร์, คอนโทรลเลอร์ (กล่องควบคุม), และจอแสดงผล แม้ว่าชิ้นส่วนเหล่านี้จะถูกออกแบบมาให้สามารถทนทานต่อฝนได้ในระดับหนึ่ง (Water-resistant) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถกันน้ำได้อย่างสมบูรณ์ (Waterproof) ดังนั้น การดูแลเพิ่มเติมจึงเป็นสิ่งจำเป็น
ข้อควรระวังในการทำความสะอาด
การทำความสะอาด E-Bike หลังลุยฝนเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องทำอย่างถูกวิธี ข้อควรเลี่ยงที่สำคัญที่สุดคือการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ฉีดโดยตรงไปยังบริเวณมอเตอร์ดุมล้อ, กล่องควบคุม, หรือจอแสดงผล แรงดันน้ำที่สูงอาจสามารถแทรกซึมผ่านซีลกันน้ำเข้าไปทำลายวงจรอิเล็กทรอนิกส์ภายในได้ วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ หรือฟองน้ำค่อยๆ เช็ดทำความสะอาด
เพื่อการป้องกันเพิ่มเติม สามารถใช้ สเปรย์สำหรับฉีดทำความสะอาดแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Electrical Contact Cleaner) ฉีดบริเวณขั้วต่อสายไฟต่างๆ เป็นครั้งคราว สเปรย์ชนิดนี้จะช่วยไล่ความชื้นและเคลือบผิวสัมผัสเพื่อป้องกันการเกิดออกซิเดชันและการกัดกร่อน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเชื่อมต่อที่ผิดพลาดได้
การป้องกันระหว่างการจอด
หลังจากการขับขี่ในสภาพอากาศเปียกชื้น ควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดทำความสะอาดและซับความชื้นออกจากหน้าจอแสดงผล, สวิตช์ควบคุม, และตัวถังให้แห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากมีความจำเป็นต้องจอด E-Bike ไว้กลางแจ้ง ควรใช้ ผ้าคลุมรถที่กันน้ำและระบายอากาศได้ การใช้ผ้าคลุมที่ระบายอากาศจะดีกว่าการใช้ผ้าพลาสติกธรรมดา เพราะผ้าพลาสติกจะกักเก็บความชื้นไว้ภายใน ทำให้อากาศไม่ถ่ายเทและอาจสร้างความเสียหายจากความชื้นสะสมได้มากกว่าเดิม
วิธีที่ 3: ใส่ใจชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว: โซ่ เบรก และระบบขับเคลื่อน
ฝนไม่ได้นำมาเพียงแค่น้ำ แต่ยังพัดพาสิ่งสกปรก ทราย และเศษกรวดเล็กๆ เข้ามาเกาะติดตามชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวของ E-Bike โดยเฉพาะระบบขับเคลื่อนและระบบเบรก ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่การสึกหรอก่อนเวลาอันควรและประสิทธิภาพที่ลดลง
การทำความสะอาดและหล่อลื่นโซ่
โซ่และชุดเฟืองเป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำและสิ่งสกปรก หลังจากการขับขี่ลุยฝน ควรทำความสะอาดโซ่และเฟืองทันทีเพื่อกำจัดคราบโคลนและทรายที่เกาะอยู่ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนกระดาษทรายที่คอยขัดสีและทำให้ชิ้นส่วนสึกหรอเร็วขึ้น หลังจากทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญคือการหล่อลื่น
ควรเลือกใช้ น้ำมันหล่อลื่นโซ่สำหรับสภาพอากาศเปียก (Wet Lube) ซึ่งมีความหนืดสูงกว่าและทนทานต่อการชะล้างของน้ำได้ดีกว่าน้ำมันหล่อลื่นแบบแห้ง (Dry Lube) การหยอดน้ำมันหล่อลื่นอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันการเกิดสนิม ลดแรงเสียดทาน และทำให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบรื่น
การบำรุงรักษาระบบเบรก
ประสิทธิภาพของระบบเบรกมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อต้องขับขี่บนถนนที่เปียกลื่น น้ำและสิ่งสกปรกอาจเข้าไปอยู่ระหว่างผ้าเบรกและจานเบรก (สำหรับดิสก์เบรก) หรือขอบล้อ (สำหรับวีเบรก) ทำให้ระยะเบรกยาวขึ้นและประสิทธิภาพลดลง ควรตรวจสอบประสิทธิภาพของเบรกเป็นประจำหลังลุยฝน หากเป็นระบบเบรกแบบไฮดรอลิก การค่อยๆ บีบเบรกเบาๆ สลับกันหลังการขับขี่ จะช่วยสร้างความร้อนและไล่ความชื้นออกจากผ้าเบรกและจานเบรกได้ ทำให้เบรกแห้งเร็วขึ้นและพร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพในครั้งต่อไป
วิธีที่ 4: สร้างกิจวัตรการทำความสะอาดและตรวจสอบเชิงรุก
การป้องกันปัญหาที่ดีที่สุดคือการสร้างนิสัยในการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ การทำความสะอาดและตรวจสอบ E-Bike เป็นประจำไม่เพียงแต่ช่วยให้รถดูใหม่อยู่เสมอ แต่ยังเป็นโอกาสในการตรวจหาสัญญาณของความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตั้งแต่เนิ่นๆ
การทำความสะอาดทันทีหลังลุยฝน
ทันทีที่กลับถึงที่พักหลังจากการขับขี่กลางสายฝน ควรใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการดูแลเบื้องต้น โดยใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ที่นุ่มและซับน้ำได้ดีเช็ดตัวรถให้แห้ง เน้นเป็นพิเศษบริเวณขั้วแบตเตอรี่ จุดเชื่อมต่อสายไฟต่างๆ และชิ้นส่วนที่เป็นโลหะเพื่อป้องกันการเกิดสนิม การกำจัดความชื้นออกไปอย่างรวดเร็วจะช่วยลดความเสี่ยงที่น้ำจะซึมเข้าไปในส่วนประกอบที่ละเอียดอ่อนได้อย่างมีนัยสำคัญ
การทำความสะอาดอย่างล้ำลึกประจำสัปดาห์
ในช่วงฤดูฝน ควรจัดสรรเวลาอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพื่อทำความสะอาด E-Bike อย่างละเอียด การทำความสะอาดนี้ควรรวมถึงการขจัดคราบโคลน ดิน และคราบเกลือ (ในพื้นที่ใกล้ทะเล) ที่อาจเกาะติดอยู่ตามซอกมุมต่างๆ ของตัวรถ ในระหว่างการทำความสะอาด ควรตรวจสอบสภาพของผ้าเบรกว่ามีความหนาเหลืออยู่เพียงพอหรือไม่ ตรวจสอบระดับน้ำมันหล่อลื่นบนโซ่ และสังเกตหาสัญญาณของความเสียหายหรือการกัดกร่อนจากน้ำตามจุดต่างๆ หากมีการจัดเก็บแบตเตอรี่ไว้เป็นเวลานาน ควรนำออกมาตรวจสอบเป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีร่องรอยความชื้นหรือการกัดกร่อนเกิดขึ้น
| ส่วนประกอบ | ข้อควรปฏิบัติ (Do) | ข้อควรเลี่ยง (Don’t) |
|---|---|---|
| แบตเตอรี่ | ถอดเก็บในที่แห้งเมื่อจอดกลางฝนนานๆ, ทาจาระบีไดอิเล็กทริกที่ขั้ว, เช็ดให้แห้งสนิทก่อนชาร์จ | ชาร์จแบตเตอรี่ขณะที่ยังเปียก, ปล่อยให้แบตเตอรี่สัมผัสฝนโดยตรงเป็นเวลานาน |
| ระบบไฟฟ้า (มอเตอร์, จอ) | เช็ดให้แห้งหลังใช้งาน, ใช้สเปรย์ไล่ความชื้นสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า, ใช้ผ้าคลุมที่ระบายอากาศได้ | ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดโดยตรง, ใช้ผ้าพลาสติกที่กักความชื้นคลุมรถ |
| โซ่และระบบขับเคลื่อน | ทำความสะอาดคราบโคลนและทรายหลังใช้งาน, ใช้น้ำมันหล่อลื่นสำหรับสภาพอากาศเปียก (Wet Lube) | ปล่อยให้โซ่แห้งเองโดยไม่ทำความสะอาดและหล่อลื่น, ใช้น้ำมันหล่อลื่นแบบแห้ง (Dry Lube) |
| การทำความสะอาดโดยรวม | ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์นุ่มๆ เช็ด, ทำความสะอาดอย่างละเอียดทุกสัปดาห์ | ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งเองพร้อมคราบสกปรก, ละเลยการตรวจสอบชิ้นส่วนต่างๆ |
วิธีที่ 5: การบำรุงรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญและการจัดเก็บที่เหมาะสม
แม้ว่าการดูแลรักษาด้วยตนเองจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การตรวจสอบโดยช่างผู้ชำนาญก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้ E-Bike อยู่ในสภาพสมบูรณ์และปลอดภัย โดยเฉพาะหลังจากผ่านการใช้งานอย่างหนักในช่วงฤดูฝน
ความสำคัญของการตรวจเช็คโดยช่างมืออาชีพ
ในช่วงที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ควรพิจารณานำ E-Bike เข้ารับการบริการจากช่างมืออาชีพทุกๆ 4-6 สัปดาห์ ช่างผู้ชำนาญจะสามารถประเมินสภาพของซีลกันน้ำตามจุดต่างๆ, ทดสอบการทำงานของระบบไฟฟ้าอย่างละเอียด, ปรับตั้งระบบเบรกให้มีประสิทธิภาพสูงสุด, และตรวจสอบเพื่อเปลี่ยนชิ้นส่วนที่อาจเกิดการสึกหรอ เช่น ผ้าเบรก หรือโซ่ การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญจะช่วยค้นพบปัญหาที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าและแก้ไขได้ก่อนที่จะลุกลามกลายเป็นความเสียหายรุนแรง
วิธีการจัดเก็บ E-Bike อย่างถูกต้อง
วิธีการจัดเก็บมีผลอย่างมากต่อการป้องกันความเสียหายจากความชื้นในระยะยาว สถานที่ที่ดีที่สุดในการเก็บ E-Bike คือ ในที่ร่ม แห้ง และอบอุ่น เช่น ภายในบ้านหรือโรงจอดรถที่ปิดมิดชิด การเก็บจักรยานไว้ในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นจะช่วยป้องกันการเกิดสนิมและการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเก็บไว้ที่ใดก็ตาม ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่ถูกถอดออกมาเก็บไว้ภายในอาคาร ไม่ปล่อยให้สัมผัสกับสภาพอากาศภายนอกโดยตรง
บทสรุป: ดูแล E-Bike คู่ใจให้พร้อมใช้งานทุกฤดูกาล
การดูแลจักรยานไฟฟ้าในช่วงฤดูฝนอาจดูเหมือนเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ แต่การปฏิบัติตามขั้นตอนทั้ง 5 วิธีที่กล่าวมา ตั้งแต่การปกป้องหัวใจสำคัญอย่างแบตเตอรี่, การดูแลส่วนประกอบไฟฟ้าอื่นๆ, การใส่ใจชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว, การสร้างกิจวัตรทำความสะอาดและตรวจสอบ, ไปจนถึงการจัดเก็บและการบำรุงรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญ ล้วนเป็นแนวทางปฏิบัติที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในการป้องกันความเสียหายจากสนิมและการลัดวงจรของไฟฟ้า
การลงทุนเวลาเพียงเล็กน้อยในการดูแลรักษาหลังการใช้งานแต่ละครั้ง จะช่วยยืดอายุการใช้งานของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมาก ทำให้มั่นใจได้ว่ายานพาหนะคู่ใจจะพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัยและเต็มประสิทธิภาพในทุกสภาพอากาศ ไม่ใช่แค่เพียงในฤดูฝนเท่านั้น
การบำรุงรักษาเชิงป้องกันคือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ E-Bike ของท่านมีอายุการใช้งานยาวนานและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์เสริมคุณภาพ ที่ GIANT Shopping Mall มีจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ทั้ง E-bike และสกู๊ตเตอร์ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมทีมงานที่สามารถให้คำแนะนำในการดูแลรักษาอย่างมืออาชีพ
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม:
ร้านเปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ FACEBOOK PAGE หรือสอบถามผ่าน LINE และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม

