จักรยานไฟฟ้า ชาร์จ 1 ครั้งกี่บาท? เทียบความคุ้มค่าค่าน้ำมัน
- ภาพรวมความประหยัดของจักรยานไฟฟ้า
- ทำไมจักรยานไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในยุคนี้
- ไขข้อสงสัย: ค่าไฟจักรยานไฟฟ้าต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- วิธีคำนวณค่าไฟจักรยานไฟฟ้าด้วยตนเอง เพื่อการวางแผนที่แม่นยำ
- เปรียบเทียบความคุ้มค่า: จักรยานไฟฟ้า vs. รถจักรยานยนต์น้ำมัน
- มิติอื่นของความคุ้มค่าที่นอกเหนือจากค่าพลังงาน
- เริ่มต้นความประหยัดอย่างยั่งยืน เลือกจักรยานไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall
ท่ามกลางสภาวะค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่ผันผวน การค้นหาทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพกลายเป็นสิ่งสำคัญ คำถามที่ว่า “จักรยานไฟฟ้า ชาร์จ 1 ครั้งกี่บาท? เทียบความคุ้มค่าค่าน้ำมัน” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การทำความเข้าใจต้นทุนพลังงานที่แท้จริงของจักรยานไฟฟ้าไม่เพียงช่วยให้เห็นภาพความประหยัดที่ชัดเจน แต่ยังเป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจเลือกระบบการเดินทางที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
ภาพรวมความประหยัดของจักรยานไฟฟ้า

ประเด็นสำคัญที่ทำให้จักรยานไฟฟ้าโดดเด่นขึ้นมาคือต้นทุนด้านพลังงานที่ต่ำอย่างน่าทึ่งเมื่อเทียบกับยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยมีข้อเท็จจริงที่น่าสนใจดังนี้
- ค่าใช้จ่ายต่อการชาร์จต่ำมาก: โดยทั่วไป การชาร์จจักรยานไฟฟ้าจนเต็มหนึ่งครั้งมีค่าใช้จ่ายเพียง 3–10 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดความจุของแบตเตอรี่และอัตราค่าไฟฟ้า ณ เวลานั้น
- ต้นทุนต่อกิโลเมตรที่ประหยัดเหลือเชื่อ: เมื่อคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร จักรยานไฟฟ้ามีต้นทุนเพียงประมาณ 0.08–0.33 บาทเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงของรถจักรยานยนต์อย่างมีนัยสำคัญ
- ประหยัดกว่าค่าน้ำมันหลายเท่าตัว: จากการเปรียบเทียบข้อมูลพบว่า จักรยานไฟฟ้าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้มากกว่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันถึง 80–90% หรือคิดเป็น 9 เท่าในบางกรณีศึกษา
- การคำนวณที่โปร่งใส: ผู้ใช้งานสามารถคำนวณค่าไฟต่อการชาร์จได้ด้วยตนเองจากสเปกของแบตเตอรี่ (แรงดันไฟฟ้าและความจุ) และอัตราค่าไฟ ทำให้สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำ
ในยุคที่ทุกรายจ่ายต้องถูกพิจารณาอย่างถี่ถ้วน การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวันของผู้คนจำนวนมาก ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงวัยทำงานและผู้สูงอายุ การแบกรับภาระค่าน้ำมันที่อาจสูงถึงหลักร้อยหรือหลักพันบาทต่อเดือนกลายเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ยาก สถานการณ์นี้เองที่ผลักดันให้ผู้คนมองหายานพาหนะทางเลือกที่สามารถตอบโจทย์ทั้งในด้านความคล่องตัวและความประหยัด ซึ่งจักรยานไฟฟ้าได้ก้าวเข้ามาเป็นทางออกที่สมบูรณ์แบบ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและต้นทุนการใช้งานที่ต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ การเปลี่ยนมาใช้จักรยานไฟฟ้าจึงไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนวิธีการเดินทาง แต่คือการลงทุนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว สร้างอิสรภาพทางการเงิน และเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทำไมจักรยานไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในยุคนี้
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-bike ไม่ใช่เป็นเพียงกระแสความนิยมชั่วคราว แต่เป็นผลลัพธ์ของการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้คนในยุคปัจจุบันได้อย่างตรงจุด การทำความเข้าใจว่าเหตุใดพาหนะชนิดนี้จึงมีความสำคัญ จะช่วยให้เห็นภาพความคุ้มค่าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น บุคคลที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากจักรยานไฟฟ้ามีหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปสถานศึกษา, กลุ่มคนทำงานที่ใช้เดินทางในระยะใกล้ถึงปานกลางเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดและประหยัดค่าน้ำมัน, ไปจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการยานพาหนะที่ใช้งานง่าย ปลอดภัย และไม่สร้างภาระค่าใช้จ่ายมากนัก
ความสำคัญของการพิจารณาจักรยานไฟฟ้าในปัจจุบันมีรากฐานมาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม การตระหนักถึงต้นทุนพลังงานที่แท้จริงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันได้อย่างเป็นรูปธรรม การทราบว่าค่าไฟในการชาร์จเพียงไม่กี่บาทสามารถพาเดินทางไปได้ไกลหลายสิบกิโลเมตร เป็นข้อมูลที่ทรงพลังและสามารถเปลี่ยนมุมมองต่อการเดินทางในชีวิตประจำวันได้อย่างสิ้นเชิง
ไขข้อสงสัย: ค่าไฟจักรยานไฟฟ้าต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดคือค่าใช้จ่ายที่แท้จริงในการชาร์จแบตเตอรี่จักรยานไฟฟ้าให้เต็มหนึ่งครั้ง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ค่าใช้จ่ายจะอยู่ในช่วงประมาณ 3 ถึง 10 บาทเท่านั้น ตัวเลขนี้อาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยหลายอย่าง แต่ก็ยังถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับยานพาหนะประเภทอื่น
ค่าใช้จ่ายโดยประมาณจากการใช้งานจริง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถแบ่งกลุ่มจักรยานไฟฟ้าตามขนาดแบตเตอรี่และประสิทธิภาพเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายได้ดังนี้
| รูปแบบจักรยานไฟฟ้า | ค่าไฟโดยประมาณ (บาท/ครั้ง) | ระยะทางต่อการชาร์จ (กม.) | ค่าไฟเฉลี่ย (บาท/กม.) |
|---|---|---|---|
| รุ่นประหยัดพลังงาน | 2–3 | ~30 | 0.07–0.10 |
| รุ่นทั่วไป | ~5 | ~40–60 | 0.08–0.13 |
| รุ่นแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ | 5–10 | ~30–50 | 0.10–0.33 |
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อค่าไฟฟ้า
ค่าไฟที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่นมาจากปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่:
- ความจุของแบตเตอรี่ (Watt-hour: Wh): เป็นตัวชี้วัดปริมาณพลังงานที่แบตเตอรี่สามารถเก็บได้ แบตเตอรี่ที่มีความจุสูงกว่าจะใช้พลังงานในการชาร์จมากกว่า แต่ก็มักจะวิ่งได้ระยะทางไกลกว่า
- อัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วย (บาท/kWh): ค่าไฟของแต่ละครัวเรือนอาจแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการและปริมาณการใช้งาน ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 4-5 บาทต่อหน่วย (kWh)
- ประสิทธิภาพของเครื่องชาร์จ (Charger Efficiency): ในระหว่างการชาร์จ จะมีการสูญเสียพลังงานเกิดขึ้นในรูปแบบของความร้อน เครื่องชาร์จที่มีประสิทธิภาพสูงจะสูญเสียพลังงานน้อยกว่า ทำให้ค่าไฟโดยรวมถูกลง
วิธีคำนวณค่าไฟจักรยานไฟฟ้าด้วยตนเอง เพื่อการวางแผนที่แม่นยำ
การทำความเข้าใจวิธีการคำนวณค่าไฟไม่เพียงช่วยให้สามารถประเมินค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำ แต่ยังช่วยให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีและสเปกของยานพาหนะไฟฟ้าอีกด้วย การเลือกซื้อพาหนะที่มีข้อมูลทางเทคนิคชัดเจนและมีประสิทธิภาพสูง จะส่งผลโดยตรงต่อความประหยัดในระยะยาว ซึ่งนี่คือจุดที่การเลือกซื้อจากผู้จัดจำหน่ายที่เชี่ยวชาญอย่าง GIANT Shopping Mall สร้างความแตกต่างได้
ข้อมูลวิจัยชี้ให้เห็นว่าการคำนวณค่าไฟสามารถทำได้ไม่ยาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะแม่นยำก็ต่อเมื่ออ้างอิงจากสเปกของแบตเตอรี่และระบบชาร์จที่มีคุณภาพ ที่ GIANT Shopping Mall เราคัดสรร จักรยานไฟฟ้า และ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่มีสเปกแบตเตอรี่มาตรฐานสูง ระบุแรงดันไฟฟ้า (V) และความจุ (Ah) อย่างชัดเจน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถนำไปคำนวณค่าใช้จ่ายได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนและระบบการจัดการพลังงาน (BMS) ที่มีในรุ่นยอดนิยมของเรา ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดการสูญเสียพลังงานระหว่างการชาร์จ ซึ่งหมายความว่าทุกบาทที่จ่ายไปเป็นค่าไฟ จะถูกแปลงเป็นระยะทางที่วิ่งได้จริงอย่างคุ้มค่าที่สุด การเลือก E-bike จากเราจึงไม่ใช่แค่การซื้อยานพาหนะ แต่คือการลงทุนในเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อความประหยัดสูงสุด
สูตรการคำนวณค่าไฟพื้นฐาน
ผู้ใช้งานสามารถคำนวณค่าไฟต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งได้โดยใช้สูตรดังต่อไปนี้:
ค่าไฟต่อครั้ง (บาท) = (แรงดันไฟฟ้า (V) × ความจุแบตเตอรี่ (Ah) / 1,000) × ค่าไฟต่อหน่วย (บาท/kWh)
โดยผลลัพธ์ของ (แรงดันไฟฟ้า × ความจุแบตเตอรี่ / 1,000) คือจำนวนหน่วยไฟฟ้า (kWh) ที่แบตเตอรี่ต้องการเพื่อชาร์จให้เต็ม
ตัวอย่างการคำนวณจากสเปกแบตเตอรี่จริง
สมมติว่าจักรยานไฟฟ้าใช้แบตเตอรี่ขนาด 48V 15Ah และอัตราค่าไฟอยู่ที่ 4.5 บาทต่อหน่วย
- คำนวณหาหน่วยไฟฟ้า (kWh):
(48 V × 15 Ah) / 1,000 = 720 Wh / 1,000 = 0.72 kWh - คำนวณค่าไฟฟ้าเบื้องต้น:
0.72 kWh × 4.5 บาท/kWh = 3.24 บาท
การพิจารณาการสูญเสียพลังงานในระบบชาร์จ
ในความเป็นจริง กระบวนการชาร์จจะมีการสูญเสียพลังงานไปประมาณ 10–20% ดังนั้นจึงควรนำค่านี้มาคำนวณรวมเข้าไปด้วยเพื่อให้ได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด หากเผื่อการสูญเสียไว้ที่ 15% (คูณด้วย 1.15):
3.24 บาท × 1.15 ≈ 3.73 บาท
ดังนั้น สำหรับแบตเตอรี่ขนาด 48V 15Ah จะมีค่าใช้จ่ายในการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งประมาณ 3.50–4.00 บาท ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ว่าจักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่มีค่าชาร์จเพียงไม่กี่บาทเท่านั้น
เปรียบเทียบความคุ้มค่า: จักรยานไฟฟ้า vs. รถจักรยานยนต์น้ำมัน
เมื่อทราบค่าใช้จ่ายในการชาร์จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเปรียบเทียบกับต้นทุนของรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างของค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างชัดเจน
เจาะลึกต้นทุนพลังงานต่อกิโลเมตร
จากข้อมูลการวิจัย หากจักรยานไฟฟ้ารุ่นทั่วไปมีค่าชาร์จครั้งละ 5 บาท และสามารถวิ่งได้ระยะทาง 40 กิโลเมตร จะมีต้นทุนพลังงานอยู่ที่:
5 บาท / 40 กม. = 0.125 บาทต่อกิโลเมตร
ในขณะเดียวกัน รถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน โดยทั่วไปมีอัตราสิ้นเปลืองและค่าน้ำมันที่ส่งผลให้มีต้นทุนเชื้อเพลิงเฉลี่ยประมาณ 1.10 บาทต่อกิโลเมตร หรืออาจสูงกว่านั้นขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันและสภาพการจราจร
เมื่อเปรียบเทียบกัน จะเห็นได้ว่าต้นทุนพลังงานของจักรยานไฟฟ้าต่ำกว่ารถจักรยานยนต์น้ำมันประมาณ 89% หรือประหยัดกว่ากันถึง 9 เท่าเลยทีเดียว
| ระยะทาง | จักรยานไฟฟ้า (บาท) | รถจักรยานยนต์น้ำมัน* (บาท) | ส่วนต่างความประหยัด (บาท) |
|---|---|---|---|
| 10 กม. | ~1.25 | ~11 | ~9.75 |
| 40 กม. | ~5.00 | ~44 | ~39.00 |
| 1,000 กม. | ~125 | ~1,100 | ~975 |
| 10,000 กม. | ~1,250 | ~11,000 | ~9,750 |
*คำนวณจากต้นทุนเชื้อเพลิงตัวอย่าง 1.10 บาทต่อกิโลเมตร
ภาพรวมการประหยัดในระยะยาว
ข้อมูลจากการศึกษาในกรณีการใช้งานจริงพบว่า ผู้ที่เปลี่ยนจากรถจักรยานยนต์มาใช้จักรยานไฟฟ้าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น การใช้งานในหนึ่งสัปดาห์อาจมีค่าใช้จ่ายต่างกันถึง 73.72 บาท (จักรยานไฟฟ้า 33.60 บาท เทียบกับรถจักรยานยนต์ 107.32 บาท) เมื่อคำนวณเป็นรายปี ส่วนต่างนี้อาจสูงถึง 3,800 บาทหรือมากกว่า ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สามารถนำไปใช้จ่ายในส่วนอื่นหรือเก็บออมได้
มิติอื่นของความคุ้มค่าที่นอกเหนือจากค่าพลังงาน
ความคุ้มค่าของจักรยานไฟฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องค่าไฟที่ถูกกว่าค่าน้ำมันเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและต้นทุนแฝงอื่นๆ ที่ผู้ใช้งานควรพิจารณาประกอบการตัดสินใจ
ค่าบำรุงรักษาที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
จักรยานไฟฟ้ามีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่ารถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป จึงตัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตามระยะทางออกไปได้หลายรายการ เช่น:
- ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
- ไม่มีหัวเทียนหรือไส้กรองอากาศที่ต้องเปลี่ยน
- ไม่มีระบบส่งกำลังที่ซับซ้อน เช่น น้ำมันเฟืองท้าย
อย่างไรก็ตาม จักรยานไฟฟ้ายังคงมีชิ้นส่วนสิ้นเปลืองที่ต้องบำรุงรักษาและเปลี่ยนตามอายุการใช้งานเช่นเดียวกับจักรยานทั่วไป ได้แก่ ยาง, ระบบเบรก (ผ้าเบรก, จานเบรก), และโซ่ แต่โดยรวมแล้วค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ยังคงต่ำกว่าการบำรุงรักษารถจักรยานยนต์อย่างชัดเจน
ต้นทุนแบตเตอรี่: ปัจจัยสำคัญที่ต้องวางแผน
แบตเตอรี่ถือเป็นหัวใจและเป็นชิ้นส่วนที่มีราคาสูงที่สุดของจักรยานไฟฟ้า อายุการใช้งานของแบตเตอรี่เป็นต้นทุนสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณา โดยทั่วไป แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนคุณภาพดีจะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 3 ปีขึ้นไป หรือนับเป็นรอบการชาร์จได้หลายร้อยถึงหลักพันรอบ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเซลล์แบตเตอรี่, พฤติกรรมการชาร์จ, และสภาพอากาศ การวางแผนงบประมาณสำหรับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในอนาคตจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและคุ้มค่าในระยะยาว
ระยะทางที่แท้จริงต่อการชาร์จ: ตัวแปรที่ต้องรู้
ระยะทางที่ผู้ผลิตระบุไว้ในสเปกมักเป็นการทดสอบในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด ในการใช้งานจริง ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งอาจลดลงเนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น:
- น้ำหนักผู้ขับขี่และสัมภาระ: ยิ่งน้ำหนักบรรทุกมาก มอเตอร์ยิ่งต้องใช้พลังงานมากขึ้น
- สภาพเส้นทาง: การขับขี่ขึ้นทางลาดชันต้องใช้พลังงานมากกว่าทางเรียบ
- ความเร็วในการขับขี่: การใช้ความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องจะสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่า
- สภาพลมและแรงดันลมยาง: การขับขี่ทวนลมและแรงดันลมยางที่อ่อนเกินไปจะเพิ่มแรงต้านและลดระยะทาง
การทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถคาดการณ์ระยะทางที่แท้จริงและวางแผนการเดินทางได้อย่างเหมาะสม
การลงทุนกับจักรยานไฟฟ้าในวันนี้ คือการปลดล็อกอิสรภาพทางการเงินจากค่าน้ำมันในระยะยาว และ GIANT Shopping Mall พร้อมมอบทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพและบริการที่ครบวงจร
เริ่มต้นความประหยัดอย่างยั่งยืน เลือกจักรยานไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall
จากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าจักรยานไฟฟ้ามอบความประหยัดที่เหนือกว่ารถจักรยานยนต์น้ำมันในทุกมิติ ทั้งค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ต่ำกว่าถึง 80-90% และค่าบำรุงรักษาที่น้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ การเลือกใช้จักรยานไฟฟ้าจึงเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายและมองหาการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ
ที่ GIANT Shopping Mall เราคือศูนย์รวมยานพาหนะไฟฟ้าที่เข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง เรามีจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง, การใช้งานในชีวิตประจำวัน, หรือการขับขี่เพื่อสันทนาการ ด้วยสินค้าคุณภาพที่มาพร้อมการรับประกันและบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือ ทำให้การเริ่มต้นสู่โลกแห่งการเดินทางที่ประหยัดและยั่งยืนเป็นเรื่องง่ายและมั่นใจได้
พร้อมสัมผัสประสบการณ์ความคุ้มค่าและเลือกชมสินค้าที่เหมาะกับท่านได้แล้ววันนี้
ติดต่อสอบถามและสั่งซื้อได้ที่:
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- Line: LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
