ชาร์จจักรยานไฟฟ้า 1 ครั้งกี่บาท? เทียบชัดๆ ประหยัดกว่าน้ำมัน
- สรุปประเด็นสำคัญ: ค่าชาร์จจักรยานไฟฟ้าและความคุ้มค่า
- ไขข้อสงสัย: ชาร์จจักรยานไฟฟ้า 1 ครั้งกี่บาท?
- เปรียบเทียบค่าใช้จ่าย: จักรยานไฟฟ้า VS มอเตอร์ไซค์น้ำมัน
- กรณีศึกษา: ตัวเลขจากการใช้งานจริงที่น่าสนใจ
- ปัจจัยที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายในการชาร์จจริง
- บทสรุป: ความคุ้มค่าในระยะยาวที่มากกว่าแค่ค่าไฟ
- เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์
ในยุคที่ค่าครองชีพและราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การมองหาทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับหลายคน โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา และคนทำงานที่ต้องเดินทางเป็นประจำทุกวัน คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือ “ชาร์จจักรยานไฟฟ้า 1 ครั้งกี่บาท? เทียบชัดๆ ประหยัดกว่าน้ำมัน” จริงหรือไม่ การทำความเข้าใจต้นทุนด้านพลังงานที่แท้จริงของจักรยานไฟฟ้าจึงเป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินใจเลือกยานพาหนะคู่ใจที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการเงินและไลฟ์สไตล์
สรุปประเด็นสำคัญ: ค่าชาร์จจักรยานไฟฟ้าและความคุ้มค่า

- ค่าใช้จ่ายต่ำอย่างน่าทึ่ง: ค่าไฟในการชาร์จจักรยานไฟฟ้าเต็มหนึ่งครั้งโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1–5 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับค่าเชื้อเพลิงของยานพาหนะประเภทอื่น
- ประหยัดกว่ามอเตอร์ไซค์น้ำมันชัดเจน: เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร จักรยานไฟฟ้ามีต้นทุนเพียงเศษเสี้ยวของมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมัน ทำให้สามารถประหยัดเงินได้หลายพันบาทต่อเดือนหรือหลักหมื่นบาทต่อปี
- ปัจจัยหลากหลายมีผลต่อค่าใช้จ่าย: ค่าไฟที่แท้จริงอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความจุของแบตเตอรี่ อัตราค่าไฟฟ้า ประสิทธิภาพของที่ชาร์จ รวมถึงพฤติกรรมการขับขี่และสภาพเส้นทาง
- การประเมินความคุ้มค่ารอบด้าน: แม้ค่าพลังงานจะต่ำ แต่การพิจารณาความคุ้มค่าในระยะยาวควรคำนึงถึงราคาซื้อ ค่าบำรุงรักษา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อถึงอายุการใช้งาน
ไขข้อสงสัย: ชาร์จจักรยานไฟฟ้า 1 ครั้งกี่บาท?
หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดสำหรับผู้ที่สนใจยานพาหนะไฟฟ้าคือ ต้นทุนด้านพลังงานที่แท้จริงเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ชาร์จจักรยานไฟฟ้า 1 ครั้งกี่บาท?” นับเป็นข้อสงสัยหลักที่ต้องการคำตอบที่ชัดเจนเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบและตัดสินใจ การทำความเข้าใจวิธีการคำนวณและตัวเลขค่าใช้จ่ายจริง จะช่วยให้เห็นภาพความประหยัดได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
โดยทั่วไปแล้ว ค่าใช้จ่ายในการชาร์จจักรยานไฟฟ้าจนเต็มหนึ่งครั้งนั้นต่ำกว่าที่หลายคนคาดคิด ข้อมูลจากการวิจัยและผู้ใช้งานจริงส่วนใหญ่ระบุว่าค่าไฟจะอยู่ในช่วงประมาณ 1 ถึง 5 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยมากเมื่อเทียบกับระยะทางที่สามารถเดินทางได้ ซึ่งมักจะอยู่ระหว่าง 30 ถึง 60 กิโลเมตร หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับรุ่นและสเปกของรถ
สูตรคำนวณค่าไฟเบื้องต้น
การคำนวณค่าไฟในการชาร์จจักรยานไฟฟ้าสามารถทำได้ไม่ยาก โดยใช้สูตรพื้นฐานดังนี้:
ค่าไฟ (บาท) = ความจุแบตเตอรี่ (kWh) × ค่าไฟต่อหน่วย (บาท/kWh)
ตัวอย่างเช่น หากจักรยานไฟฟ้ามีแบตเตอรี่ความจุ 0.5 kWh (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) และอัตราค่าไฟบ้านอยู่ที่ประมาณ 4 บาทต่อหน่วย (kWh) ค่าใช้จ่ายในการชาร์จจาก 0% ถึง 100% จะเท่ากับ 0.5 kWh × 4 บาท/kWh = 2 บาท อย่างไรก็ตาม การคำนวณนี้เป็นเพียงค่าทางทฤษฎี เพราะในความเป็นจริงจะมีการสูญเสียพลังงานในระหว่างกระบวนการชาร์จเล็กน้อย ทำให้ค่าไฟจริงอาจสูงขึ้นบ้าง
ตัวอย่างค่าใช้จ่ายจริงจากการใช้งาน
จากข้อมูลที่รวบรวมได้ มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจหลายกรณีซึ่งสะท้อนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง:
- กรณีแบตเตอรี่ขนาดเล็ก: จักรยานไฟฟ้ารุ่นหนึ่งที่มีแบตเตอรี่ความจุประมาณ 0.36 kWh เมื่อคำนวณด้วยอัตราค่าไฟที่ 2.63 บาทต่อหน่วย จะมีค่าใช้จ่ายเพียงประมาณ 0.95 บาทต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง
- กรณีใช้งานทั่วไป: ข้อมูลจากผู้ใช้งานและผู้จำหน่ายบางรายประเมินว่า ค่าใช้จ่ายในการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งอยู่ที่ประมาณ 2-3 บาท และสามารถวิ่งได้ระยะทาง 30-45 กิโลเมตร
- กรณีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่: จักรยานไฟฟ้าบางรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อการเดินทางไกล อาจมีค่าใช้จ่ายในการชาร์จครั้งละประมาณ 5 บาท แต่สามารถให้ระยะทางสูงสุดถึง 60 กิโลเมตร
จากข้อมูลเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายต่อการชาร์จหนึ่งครั้งนั้นมีความผันผวน แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ดังนั้น การประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในช่วง 1–5 บาทจึงเป็นตัวเลขที่สมเหตุสมผลสำหรับจักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ในตลาด
เปรียบเทียบค่าใช้จ่าย: จักรยานไฟฟ้า VS มอเตอร์ไซค์น้ำมัน
เมื่อได้ทราบถึงต้นทุนค่าไฟฟ้าในการชาร์จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนกับยานพาหนะที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้ในการเดินทางระยะใกล้ถึงปานกลาง นั่นคือ รถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง การเปรียบเทียบนี้ไม่เพียงแต่จะตอบคำถามว่ายานพาหนะไฟฟ้าช่วยประหยัดค่าน้ำมันได้จริงหรือไม่ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของต้นทุนด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะทางเลือกเพื่อลดรายจ่ายประจำวัน
การประหยัดในภาพรวมรายเดือนและรายปี
ข้อมูลจากการศึกษาและการใช้งานจริงชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น รถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปอาจมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยที่ประมาณ 40-50 กิโลเมตรต่อลิตร หากราคาน้ำมันอยู่ที่ลิตรละ 40 บาท จะมีค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรอยู่ที่ประมาณ 0.8-1 บาท ในทางกลับกัน จักรยานไฟฟ้าที่มีค่าชาร์จ 3 บาท และวิ่งได้ 40 กิโลเมตร จะมีค่าใช้จ่ายเพียงประมาณ 0.075 บาทต่อกิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่ามอเตอร์ไซค์น้ำมันมากกว่า 10 เท่า
เมื่อพิจารณาในระยะยาว หากมีการเดินทางเฉลี่ยวันละ 20 กิโลเมตร หรือประมาณ 600 กิโลเมตรต่อเดือน ค่าใช้จ่ายสำหรับมอเตอร์ไซค์น้ำมันจะอยู่ที่ประมาณ 600 บาท ในขณะที่จักรยานไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่ายเพียงประมาณ 45 บาทเท่านั้น คิดเป็นส่วนต่างที่ประหยัดได้ถึง 555 บาทต่อเดือน หรือ 6,660 บาทต่อปี นี่เป็นเพียงการคำนวณจากค่าพลังงานเท่านั้น ยังไม่รวมค่าบำรุงรักษาอื่นๆ ที่ยานพาหนะไฟฟ้ามักจะมีต้นทุนต่ำกว่า
| รายการ | จักรยานไฟฟ้า (ตัวอย่าง) | มอเตอร์ไซค์น้ำมัน (ตัวอย่าง) |
|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร | ประมาณ 0.075 บาท | ประมาณ 1 บาท |
| ค่าใช้จ่ายพลังงานต่อเดือน (300 กม.) | ประมาณ 22.50 บาท | ประมาณ 300 บาท |
| ส่วนต่างที่ประหยัดได้ต่อเดือน | ประมาณ 277.50 บาท | |
| ส่วนต่างที่ประหยัดได้ต่อปี | ประมาณ 3,330 บาท | |
เลือกยานพาหนะที่ใช่: ความคุ้มค่าที่เหนือกว่าจาก GIANT Shopping Mall
ตัวเลขความประหยัดที่น่าทึ่งนี้ไม่ใช่เพียงทฤษฎี แต่เป็นผลลัพธ์ที่เป็นจริงได้เมื่อเลือกใช้ยานพาหนะที่เหมาะสม การเปลี่ยนมาใช้ จักรยานไฟฟ้า ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าน้ำมันในแต่ละเดือน แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว ที่ GIANT Shopping Mall ศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าชั้นนำ มีความเข้าใจในความต้องการของผู้ใช้งานที่มองหาความประหยัดควบคู่ไปกับประสิทธิภาพและดีไซน์ที่ทันสมัย
ผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นได้รับการคัดสรรมาอย่างดี โดยเน้นเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประสิทธิภาพสูง ซึ่งไม่เพียงให้ระยะทางที่ไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่ยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ช่วยลดต้นทุนแฝงในการเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยครั้ง สเปกของมอเตอร์ไฟฟ้าถูกปรับจูนมาเพื่อการใช้งานในเมืองโดยเฉพาะ ให้ทั้งอัตราเร่งที่ดีและการใช้พลังงานที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผลลัพธ์คือค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรที่ต่ำกว่าทางเลือกอื่นอย่างเห็นได้ชัด
สัมผัสประสบการณ์ความประหยัดที่จับต้องได้จริงวันนี้ ที่ GIANT Shopping Mall ทุกการเดินทางคือความคุ้มค่า ไม่ต้องกังวลกับราคาน้ำมันที่ผันผวนอีกต่อไป พร้อมบริการหลังการขายที่มั่นใจได้ และการจัดส่งทั่วประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยตัวเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่จักรยานไฟฟ้าสำหรับเดินทางในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าดีไซน์โฉบเฉี่ยวสำหรับคนรุ่นใหม่ ทำให้สามารถเลือกยานพาหนะที่ตรงกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณได้อย่างลงตัว การลงทุนกับจักรยานไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall จึงไม่ใช่แค่การซื้อยานพาหนะ แต่คือการเลือกวิถีชีวิตที่ชาญฉลาดและประหยัดกว่า เพื่ออิสรภาพทางการเงินในระยะยาว
กรณีศึกษา: ตัวเลขจากการใช้งานจริงที่น่าสนใจ
นอกจากการคำนวณทางทฤษฎีแล้ว ข้อมูลจากงานศึกษาและทดลองใช้งานจริงยังช่วยยืนยันถึงความประหยัดของจักรยานไฟฟ้าได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น:
- การศึกษาระยะยาว: งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ติดตามการใช้งานจักรยานไฟฟ้ากึ่งอัตโนมัติ ประเมินค่าไฟในการชาร์จไว้ที่ประมาณ 2 บาทต่อครั้ง และเมื่อคำนวณต้นทุนการเดินทางตลอดทั้งปี พบว่ามีค่าใช้จ่ายเพียงประมาณ 720 บาทเท่านั้น ในขณะที่การเดินทางในเงื่อนไขเดียวกันด้วยรถจักรยานยนต์น้ำมัน มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 16,920 บาทต่อปี แสดงให้เห็นถึงส่วนต่างที่ประหยัดได้มากกว่า 16,000 บาทต่อปี
- การทดลองเปรียบเทียบรายสัปดาห์: อีกการทดลองหนึ่งได้บันทึกค่าใช้จ่ายรายสัปดาห์ พบว่าจักรยานไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานประมาณ 33.60 บาทต่อสัปดาห์ เทียบกับการเติมน้ำมันเต็มถังของรถมอเตอร์ไซค์ในกรณีศึกษาเดียวกันซึ่งอยู่ที่ 107.32 บาทต่อสัปดาห์ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 73.72 บาทในหนึ่งสัปดาห์ หรือเกือบ 300 บาทต่อเดือน
ตัวเลขเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า การเปลี่ยนมาใช้จักรยานไฟฟ้าสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสถานะทางการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ
| ประเภทพาหนะ | ค่าใช้จ่ายพลังงานโดยประมาณ (ต่อปี) | ส่วนต่างความประหยัด |
|---|---|---|
| จักรยานไฟฟ้า | ประมาณ 720 บาท | ประหยัดกว่าประมาณ 95% (ประมาณ 16,200 บาท/ปี) |
| รถจักรยานยนต์น้ำมัน | ประมาณ 16,920 บาท |
ปัจจัยที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายในการชาร์จจริง
แม้ว่าโดยเฉลี่ยแล้วค่าชาร์จจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและสถานการณ์ เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งในด้านเทคนิคของตัวรถและพฤติกรรมการใช้งานของผู้ขับขี่
ปัจจัยด้านเทคนิคและฮาร์ดแวร์
ความจุและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่ที่มีความจุ (หน่วยเป็น Ah หรือ Wh) มากกว่า จะสามารถเก็บพลังงานได้เยอะกว่า ทำให้วิ่งได้ไกลขึ้น แต่ก็จะใช้เวลาและค่าไฟในการชาร์จจนเต็มสูงกว่าเช่นกัน นอกจากนี้ เมื่อแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ประสิทธิภาพในการเก็บประจุจะลดลง ส่งผลให้ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งสั้นลง แม้จะเสียค่าไฟในการชาร์จเท่าเดิมก็ตาม
ประสิทธิภาพของเครื่องชาร์จ
ในกระบวนการแปลงไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) จากเต้ารับในบ้านเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เพื่อเก็บในแบตเตอรี่ จะเกิดการสูญเสียพลังงานในรูปแบบของความร้อนเสมอ ที่ชาร์จที่มีประสิทธิภาพสูงจะสูญเสียพลังงานน้อยกว่า ทำให้ค่าไฟที่จ่ายจริงใกล้เคียงกับพลังงานที่ถูกเก็บในแบตเตอรี่มากขึ้น
ปัจจัยด้านพฤติกรรมการขับขี่และสภาพแวดล้อม
น้ำหนักบรรทุกและสภาพเส้นทาง
การบรรทุกน้ำหนักที่มากขึ้น ทั้งน้ำหนักตัวผู้ขับขี่และสัมภาระ จะทำให้มอเตอร์ต้องทำงานหนักขึ้นและใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น นอกจากนี้ สภาพเส้นทางก็มีผลอย่างมาก การขับขี่บนทางชัน การขับผ่านถนนที่ขรุขระ หรือการขับทวนลมแรง ล้วนทำให้สิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าการขับบนทางเรียบ
การใช้แรงปั่นช่วย
สำหรับจักรยานไฟฟ้าที่มีระบบช่วยปั่น (Pedal-Assist) การออกแรงปั่นของผู้ขับขี่จะช่วยลดภาระของมอเตอร์ได้อย่างมาก ยิ่งออกแรงปั่นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งใช้พลังงานจากแบตเตอรี่น้อยลงเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงช่วยประหยัดค่าไฟ แต่ยังช่วยยืดระยะทางต่อการชาร์จให้ไกลขึ้นอีกด้วย
บทสรุป: ความคุ้มค่าในระยะยาวที่มากกว่าแค่ค่าไฟ
โดยสรุปแล้ว คำตอบของคำถามที่ว่า “ชาร์จจักรยานไฟฟ้า 1 ครั้งกี่บาท?” คือ อยู่ในช่วงประมาณ 1–5 บาท ซึ่งเป็นต้นทุนด้านพลังงานที่ต่ำกว่าการใช้รถมอเตอร์ไซค์น้ำมันอย่างมหาศาล และสามารถนำไปสู่การประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายพันหรืออาจถึงหลักหมื่นบาทต่อปี ความแตกต่างนี้ทำให้จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการลดรายจ่ายในชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม การประเมินความคุ้มค่าที่สมบูรณ์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเปรียบเทียบค่าไฟกับค่าน้ำมันเท่านั้น แต่ควรพิจารณาถึงต้นทุนโดยรวมตลอดอายุการใช้งาน (Total Cost of Ownership) ซึ่งรวมถึงราคาซื้อเริ่มต้น ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ซึ่งโดยทั่วไปยานพาหนะไฟฟ้ามีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่า ทำให้ค่าบำรุงรักษาต่ำกว่า) และที่สำคัญที่สุดคือค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่ต้องพิจารณาเมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ การเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือและใช้แบตเตอรี่คุณภาพสูงจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ความประหยัดนั้นเกิดขึ้นจริงในระยะยาว
เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์
หากกำลังมองหายานพาหนะที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม GIANT Shopping Mall คือคำตอบ
ที่นี่คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike คุณภาพสูง ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน ไปเรียน หรือใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำเพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมที่สุด และบริการหลังการขายที่ครบวงจร
ติดต่อสอบถามและเยี่ยมชมสินค้าได้ที่:
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์: ติดตามโปรโมชั่นและข่าวสารได้ที่ FACEBOOK PAGE หรือพูดคุยกับแอดมินโดยตรงผ่าน LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เริ่มต้นการเดินทางที่ประหยัดและชาญฉลาดกว่าตั้งแต่วันนี้ ที่ GIANT Shopping Mall
