ค่าไฟจักรยานไฟฟ้า เดือนละเท่าไหร่? เทียบกับมอเตอร์ไซค์
การพิจารณาเลือกยานพาหนะสำหรับเดินทางในชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องที่ต้องไตร่ตรองมากขึ้น ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ผันผวนและกระแสความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มสูงขึ้น จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike ได้กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ ค่าไฟจักรยานไฟฟ้า เดือนละเท่าไหร่? เทียบกับมอเตอร์ไซค์ แล้วจะประหยัดกว่าจริงหรือไม่ บทความนี้จะวิเคราะห์และเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างละเอียด เพื่อให้เห็นภาพความคุ้มค่าที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายจักรยานไฟฟ้า
- ค่าใช้จ่ายต่อการชาร์จต่ำมาก: จักรยานไฟฟ้าทั่วไปมีค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟหนึ่งครั้งจนเต็มเพียงประมาณ 1.7 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของยานพาหนะประเภทอื่น
- ค่าไฟรายเดือนเพียงหลักสิบ: สำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น เดินทางไปทำงานหรือธุระใกล้ๆ โดยเฉลี่ยวันละ 30 กิโลเมตร ค่าไฟต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 51 บาทเท่านั้น
- ประหยัดกว่ามอเตอร์ไซค์น้ำมันอย่างเห็นได้ชัด: เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้มอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันในการเดินทางระยะทางเท่ากัน (ประมาณ 900 กม./เดือน) ค่าใช้จ่ายของจักรยานไฟฟ้าจะถูกกว่าถึง 7-14 เท่า
- อัตราค่าไฟฟ้ามีผลต่อค่าใช้จ่ายจริง: ค่าไฟที่ใช้ในการคำนวณอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับอัตราค่าไฟฟ้าของแต่ละครัวเรือน ช่วงเวลาที่ชาร์จ (On-Peak/Off-Peak) และปริมาณการใช้ไฟฟ้าโดยรวมของบ้าน
ทำความเข้าใจค่าไฟจักรยานไฟฟ้า เดือนละเท่าไหร่? เทียบกับมอเตอร์ไซค์
การประเมินค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกซื้อยานพาหนะ การตั้งคำถามว่า ค่าไฟจักรยานไฟฟ้า เดือนละเท่าไหร่? เทียบกับมอเตอร์ไซค์ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่าสูงสุดในระยะยาว การวิเคราะห์นี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปรียบเทียบตัวเลข แต่ยังเป็นการสำรวจทางเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันอีกด้วย
ความสำคัญของการเปรียบเทียบในยุคปัจจุบัน
ในยุคที่ค่าครองชีพและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีความไม่แน่นอนสูง การค้นหาวิธีลดรายจ่ายประจำวันจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ จักรยานไฟฟ้าได้เข้ามาเป็นคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการยานพาหนะส่วนตัวที่คล่องแคล่วสำหรับการเดินทางในเมืองหรือระยะทางไม่ไกลนัก การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายด้านพลังงานระหว่างจักรยานไฟฟ้ากับมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นยานพาหนะยอดนิยมของคนไทย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นรูปธรรมและมองเห็นผลประโยชน์ทางการเงินได้อย่างชัดเจน
เจาะลึกวิธีคำนวณค่าไฟจักรยานไฟฟ้า
หลายคนอาจมองว่าการคำนวณค่าไฟเป็นเรื่องซับซ้อน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การคำนวณค่าไฟสำหรับการชาร์จจักรยานไฟฟ้าสามารถทำได้ง่ายกว่าที่คิด โดยอาศัยข้อมูลพื้นฐานจากแบตเตอรี่และอัตราค่าไฟฟ้าของที่พักอาศัย การทำความเข้าใจวิธีการคำนวณจะช่วยให้สามารถประเมินค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำและวางแผนการเงินได้ดียิ่งขึ้น
สูตรการคำนวณและตัวอย่างจริง
การคำนวณค่าไฟในการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งครั้ง สามารถทำได้โดยใช้ข้อมูล 2 ส่วนหลัก คือ ความจุของแบตเตอรี่ (หน่วยเป็น kWh) และ อัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วย (บาท/kWh)
ขั้นตอนการคำนวณ:
- หาความจุของแบตเตอรี่ (Wh): โดยปกติแล้ว สเปกของแบตเตอรี่จะระบุเป็นโวลต์ (V) และแอมป์-ชั่วโมง (Ah) สามารถคำนวณได้จากสูตร:
ความจุ (Wh) = แรงดันไฟฟ้า (V) × ความจุกระแส (Ah) - แปลงหน่วยเป็นกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh): เนื่องจากค่าไฟคิดเป็นหน่วย kWh จึงต้องแปลงค่าที่ได้จากขั้นตอนแรก โดยการหารด้วย 1,000
ความจุ (kWh) = ความจุ (Wh) / 1,000 - คำนวณค่าไฟต่อการชาร์จ: นำความจุ (kWh) ที่ได้มาคูณกับอัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วย
ค่าไฟ (บาท) = ความจุ (kWh) × อัตราค่าไฟ (บาท/หน่วย)
ตัวอย่างการคำนวณ:
สมมติใช้จักรยานไฟฟ้ารุ่น EM ECO NATION ที่มีแบตเตอรี่ขนาด 36V 12Ah และใช้อัตราค่าไฟฟ้าสูงสุดที่ 4 บาทต่อหน่วย (เพื่อการประเมินที่ครอบคลุม)
- ความจุ (Wh) = 36 V × 12 Ah = 432 Wh
- ความจุ (kWh) = 432 Wh / 1,000 = 0.432 kWh
- ค่าไฟต่อการชาร์จ 1 ครั้ง = 0.432 kWh × 4 บาท/หน่วย = 1.728 บาท
จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า ค่าใช้จ่ายในการชาร์จจักรยานไฟฟ้าหนึ่งครั้งจนเต็มนั้นมีราคาประมาณ 1.7 บาท เท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่น้อยมากสำหรับการเดินทางได้ไกลถึง 25-40 กิโลเมตร
ประมาณการค่าใช้จ่ายรายเดือนสำหรับการใช้งานทั่วไป
เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายรายเดือน สามารถคำนวณจากพฤติกรรมการใช้งานจริงได้ หากสมมติว่ามีการใช้งานจักรยานไฟฟ้าทุกวันเพื่อเดินทางระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งหมายถึงต้องชาร์จแบตเตอรี่วันละ 1 ครั้ง (เดือนละ 30 ครั้ง) จะสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ดังนี้:
ค่าใช้จ่ายรายเดือน = ค่าไฟต่อการชาร์จ 1 ครั้ง × จำนวนวันที่ชาร์จในหนึ่งเดือน
ค่าใช้จ่ายรายเดือน = 1.7 บาท × 30 วัน = 51 บาท
ดังนั้น ค่าไฟสำหรับจักรยานไฟฟ้าต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 51 บาทเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากมีการเดินทางในระยะทางที่ไกลขึ้นหรือใช้ความเร็วสูงบ่อยครั้ง ซึ่งทำให้ต้องชาร์จแบตเตอรี่บ่อยขึ้น ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจเพิ่มขึ้นเป็น 2-3 เท่าได้ แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับยานพาหนะประเภทอื่น
ตารางเปรียบเทียบความคุ้มค่า: จักรยานไฟฟ้า vs. มอเตอร์ไซค์
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างของค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอย่างชัดเจน การเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างจักรยานไฟฟ้า มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และมอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในรูปแบบตาราง จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
วิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบค่าพลังงานและค่าใช้จ่าย
ตารางด้านล่างนี้แสดงการเปรียบเทียบยานพาหนะ 4 ประเภท โดยอ้างอิงข้อมูล ณ ปี 2025 และสมมติฐานการเดินทางที่ 900 กิโลเมตรต่อเดือน
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) | มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (รุ่นเริ่มต้น) | มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (รุ่นสูง) | มอเตอร์ไซค์น้ำมัน (ทั่วไป) |
|---|---|---|---|---|
| รุ่นตัวอย่าง | EM ECO NATION | ZEEHO AE8 | NQiGT Sport NIU | ทั่วไป (125cc) |
| ราคาเริ่มต้น (บาท) | 14,900 – 17,900 | 149,900 | 154,900 | 50,000 – 70,000 |
| ระยะทางต่อการชาร์จ/เติม | 25 – 40 กม. | ประมาณ 100 กม. | ประมาณ 120 กม. | ประมาณ 150-200 กม. |
| ค่าพลังงาน (ต่อครั้ง) | ~ 1.7 บาท | ~ 20 – 30 บาท | ~ 25 – 40 บาท | ~ 120-160 บาท (น้ำมัน 3-4 ลิตร) |
| ค่าใช้จ่ายรายเดือน (900 กม.) | ~ 51 บาท | ~ 180 – 270 บาท | ~ 190 – 300 บาท | ~ 720 บาท |
ความคุ้มค่าในระยะยาวที่มากกว่าแค่ค่าพลังงาน
จากตารางเปรียบเทียบ จะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของจักรยานไฟฟ้าต่อเดือนนั้นต่ำที่สุดอย่างมีนัยสำคัญ โดยอยู่ที่ประมาณ 51 บาท ในขณะที่มอเตอร์ไซค์น้ำมันมีค่าใช้จ่ายสูงถึงประมาณ 720 บาทต่อเดือน ซึ่งแพงกว่าถึง 14 เท่า แม้แต่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าซึ่งถือว่าประหยัดแล้ว ก็ยังมีค่าใช้จ่ายรายเดือนสูงกว่าจักรยานไฟฟ้าอยู่หลายเท่าตัว
นอกจากค่าพลังงานแล้ว จักรยานไฟฟ้ายังมีความได้เปรียบในด้านค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่า เนื่องจากไม่มีเครื่องยนต์ที่ซับซ้อน ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และมักจะไม่มีค่าใช้จ่ายด้านการจดทะเบียนหรือภาษีประจำปี ทำให้ในภาพรวมระยะยาว จักรยานไฟฟ้าจึงเป็นตัวเลือกที่มีความคุ้มค่าทางการเงินสูงที่สุดสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน
ปัจจัยแฝงที่ส่งผลต่อค่าไฟในการชาร์จ
แม้การคำนวณเบื้องต้นจะแสดงให้เห็นถึงความประหยัดอย่างมาก แต่ค่าไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจริงอาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละครัวเรือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าและพฤติกรรมการใช้งาน การทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้วางแผนการชาร์จเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายได้สูงสุด
อัตราค่าไฟฟ้าตามโครงสร้างของ กฟน. และ กฟภ.
อัตราค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านที่อยู่อาศัยในประเทศไทย ไม่ได้มีอัตราเดียวคงที่ แต่เป็นอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) ซึ่งหมายความว่ายิ่งใช้ไฟฟ้าในปริมาณมากขึ้น อัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วยก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ตัวอย่างเช่น:
- การใช้ไฟฟ้าน้อย: สำหรับหน่วยแรกๆ (เช่น 1-150 หน่วย) อัตราค่าไฟอาจอยู่ที่ประมาณ 2.35 – 3.62 บาทต่อหน่วย
- การใช้ไฟฟ้าปานกลางถึงสูง: หากการใช้ไฟฟ้าทั้งบ้านรวมกันเกิน 400 หน่วยต่อเดือน อัตราค่าไฟฟ้าสำหรับหน่วยที่เกินขึ้นมาอาจสูงถึง 4.42 บาทต่อหน่วย (อ้างอิงข้อมูลประมาณการช่วง ก.ย.-ธ.ค. 2568)
นอกจากนี้ ยังมีค่าบริการรายเดือนและค่า Ft (Fuel Adjustment charge) ซึ่งเป็นค่าไฟฟ้าผันแปรที่ปรับเปลี่ยนตามต้นทุนเชื้อเพลิง และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ที่จะถูกบวกรวมเข้าไปในบิลค่าไฟฟ้าด้วย ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่าการคำนวณจากอัตราพื้นฐานเพียงอย่างเดียว
อิทธิพลของช่วงเวลาการชาร์จ (On-Peak vs. Off-Peak)
สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งมิเตอร์แบบ TOU (Time of Use) อัตราค่าไฟฟ้าจะแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาของวัน:
- On-Peak (09:00 – 22:00 น. วันจันทร์-ศุกร์): เป็นช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง อัตราค่าไฟจะแพงที่สุด อาจสูงถึง 5.80 บาทต่อหน่วย
- Off-Peak (22:00 – 09:00 น. วันจันทร์-ศุกร์ และทั้งวันในวันเสาร์-อาทิตย์, วันหยุดราชการ): เป็นช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ อัตราค่าไฟจะถูกกว่ามาก
ดังนั้น การวางแผนชาร์จจักรยานไฟฟ้าในช่วง Off-Peak (เช่น ชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน) จะช่วยให้ประหยัดค่าไฟได้มากขึ้นไปอีก ถือเป็นหนึ่งในวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายที่ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบจากปริมาณการใช้ไฟฟ้าโดยรวมของครัวเรือน
เนื่องจากอัตราค่าไฟเป็นแบบก้าวหน้า การชาร์จจักรยานไฟฟ้าจะถูกนับรวมไปกับการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของบ้าน หากบ้านของคุณมีการใช้ไฟฟ้าในปริมาณที่สูงอยู่แล้ว (เช่น เปิดเครื่องปรับอากาศหลายเครื่อง) การชาร์จจักรยานไฟฟ้าอาจทำให้การใช้ไฟฟ้ารวมขยับขึ้นไปอยู่ในขั้นอัตราที่สูงขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจักรยานไฟฟ้าใช้พลังงานในการชาร์จแต่ละครั้งน้อยมาก (ประมาณ 0.432 kWh) ผลกระทบต่อค่าไฟโดยรวมจึงไม่สูงนัก แต่ก็เป็นปัจจัยที่ควรรับทราบไว้
บทสรุปและทางเลือกสำหรับอนาคต
จากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด สรุปได้ว่าจักรยานไฟฟ้าเป็นยานพาหนะที่มีความคุ้มค่าด้านพลังงานสูงสุดอย่างชัดเจน ด้วยค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ต่ำเพียงหลักสิบ ซึ่งประหยัดกว่ามอเตอร์ไซค์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างน้อย 7-14 เท่า ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวัน เพิ่มความคล่องตัว และมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้จักรยานไฟฟ้าไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดในด้านการเงิน แต่ยังเป็นการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไปสู่ความยั่งยืนมากขึ้นอีกด้วย
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณายานพาหนะที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทาง
สามารถเข้ามาเลือกชมสินค้าและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ร้าน หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางต่างๆ
- ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE, LINE, หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์

