ขี่จักรยานไฟฟ้าไปทำงาน ประหยัดค่าน้ำมันเดือนละกี่บาท?
- สรุปประเด็นสำคัญ: เปลี่ยนมาใช้จักรยานไฟฟ้าคุ้มค่าแค่ไหน
- เจาะลึกที่มาของความประหยัด: ทำไมจักรยานไฟฟ้าถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายได้
- สูตรคำนวณเงินที่ประหยัดได้: คำนวณเองได้ง่ายๆ
- กรณีศึกษา: เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายจริงระหว่างจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์
- ประมาณการเงินออมตามระยะทาง: คุณอยู่ในกลุ่มไหน
- ข้อควรพิจารณาอื่นๆ ก่อนตัดสินใจ
- สรุป: เริ่มต้นความคุ้มค่าวันนี้กับ GIANT Shopping Mall
ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นและราคาน้ำมันที่ผันผวนไม่หยุดนิ่ง การมองหาทางเลือกในการเดินทางที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนวัยทำงานและนักศึกษา คำถามที่ว่า “ขี่จักรยานไฟฟ้าไปทำงาน ประหยัดค่าน้ำมันเดือนละกี่บาท?” จึงไม่ใช่แค่ความสงสัย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนทางการเงินที่ชาญฉลาด จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นคำตอบที่น่าสนใจ ด้วยต้นทุนพลังงานที่ต่ำกว่าการใช้รถเครื่องยนต์สันดาปอย่างมหาศาล และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
สรุปประเด็นสำคัญ: เปลี่ยนมาใช้จักรยานไฟฟ้าคุ้มค่าแค่ไหน

- ประหยัดได้จริง: การเปลี่ยนมาใช้จักรยานไฟฟ้าสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงได้ตั้งแต่ 300 บาท ไปจนถึงมากกว่า 2,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ระยะทางในการเดินทาง และอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันของรถคันเดิม
- ต้นทุนพลังงานต่ำมาก: ค่าไฟฟ้าสำหรับการชาร์จจักรยานไฟฟ้าเต็มหนึ่งครั้งอยู่ที่ประมาณ 3-5 บาทเท่านั้น ซึ่งสามารถวิ่งได้ไกลถึง 30-50 กิโลเมตร ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรถูกกว่าค่าน้ำมันหลายเท่าตัว
- คืนทุนเร็ว: แม้จะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นในการซื้อตัวรถ แต่ด้วยเงินที่ประหยัดได้จากค่าน้ำมันในแต่ละเดือน ทำให้สามารถคืนทุนค่าจักรยานไฟฟ้าได้ในระยะเวลาไม่กี่เดือนถึงหนึ่งปี
- ปัจจัยที่มีผลต่อการประหยัด: ตัวแปรสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อจำนวนเงินที่ประหยัดได้ ได้แก่ ระยะทางไป-กลับในแต่ละวัน, จำนวนวันที่เดินทาง, ราคาน้ำมัน ณ ปัจจุบัน, และประสิทธิภาพการใช้พลังงานของรถคันเดิมเทียบกับจักรยานไฟฟ้า
การเผชิญกับบิลค่าน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นทุกเดือนถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าโดยตรง การเดินทางไปทำงานซึ่งเป็นกิจกรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ กลับกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตที่บั่นทอนสถานะทางการเงิน หลายคนอาจรู้สึกจำยอมและมองไม่เห็นทางออก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทางออกที่คุ้มค่าและยั่งยืนอยู่ใกล้กว่าที่คิด GIANT Shopping Mall เข้าใจปัญหานี้อย่างลึกซึ้ง และได้คัดสรรจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพสูงมาเพื่อเป็นคำตอบสุดท้ายในการลดภาระค่าเดินทางของคุณ การเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการลงทุนเพื่ออิสรภาพทางการเงินในระยะยาว
เจาะลึกที่มาของความประหยัด: ทำไมจักรยานไฟฟ้าถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายได้
หัวใจสำคัญที่ทำให้จักรยานไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่ายานพาหนะที่ใช้น้ำมันอย่างชัดเจน มาจากความแตกต่างพื้นฐานด้านต้นทุนพลังงานและค่าบำรุงรักษา ซึ่งสามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบให้เห็นภาพได้ดังนี้
ต้นทุนพลังงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ “ค่าเชื้อเพลิง” เทียบกับ “ค่าไฟฟ้า” จากข้อมูลการศึกษาพบว่า ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของรถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปสูงกว่ารถไฟฟ้าถึงประมาณ 8.7 เท่า เมื่อคิดเป็นค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร
จักรยานไฟฟ้า: การชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มหนึ่งครั้ง โดยทั่วไปใช้ไฟฟ้าไม่กี่ยูนิต คิดเป็นค่าไฟเพียง 3-5 บาท แต่สามารถให้ระยะทางวิ่งได้ตั้งแต่ 30 ถึง 50 กิโลเมตร หรืออาจมากกว่านั้นในบางรุ่น ซึ่งหมายความว่าต้นทุนพลังงานอาจต่ำเพียง 0.10 บาทต่อกิโลเมตรเท่านั้น
รถจักรยานยนต์น้ำมัน: สมมติว่ารถมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 40 กิโลเมตรต่อลิตร และราคาน้ำมันอยู่ที่ 35 บาทต่อลิตร ต้นทุนพลังงานจะอยู่ที่ประมาณ 0.875 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่งสูงกว่าจักรยานไฟฟ้าอย่างมาก และหากเป็นรถยนต์ ตัวเลขค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก
ค่าบำรุงรักษาที่น้อยกว่า
นอกเหนือจากค่าพลังงานแล้ว ค่าบำรุงรักษาก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สร้างความแตกต่าง จักรยานไฟฟ้ามีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่าเครื่องยนต์สันดาปอย่างมาก ทำให้ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายจุกจิกในการดูแลรักษา
- การบำรุงรักษามอเตอร์ไซค์: จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะ, ตรวจเช็คหัวเทียน, ไส้กรองอากาศ, และการบำรุงรักษาระบบส่งกำลัง เช่น โซ่ สเตอร์ ซึ่งล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นประจำ
- การบำรุงรักษาจักรยานไฟฟ้า: การดูแลรักษาส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ส่วนประกอบพื้นฐานของจักรยาน เช่น ระบบเบรก ยาง และโซ่ (ในบางรุ่น) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาก ส่วนประกอบหลักอย่างมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่แทบไม่ต้องมีการบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งานปกติ
สูตรคำนวณเงินที่ประหยัดได้: คำนวณเองได้ง่ายๆ
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนและสามารถประเมินความคุ้มค่าเฉพาะบุคคลได้ สามารถใช้สูตรคำนวณอย่างง่ายเพื่อหาจำนวนเงินที่สามารถประหยัดได้ในแต่ละเดือนจากการเปลี่ยนมาใช้จักรยานไฟฟ้า
ขั้นตอนการคำนวณ
สูตรพื้นฐานในการคำนวณเงินที่ประหยัดได้ต่อเดือน มีดังนี้:
เงินที่ประหยัดต่อเดือน = (ระยะทางไป-กลับต่อวัน × จำนวนวันทำงานต่อเดือน) × (ค่าน้ำมันต่อกิโลเมตร – ค่าไฟต่อกิโลเมตร)
ขั้นตอนที่ 1: คำนวณระยะทางรวมต่อเดือน
นำระยะทางเดินทางไป-กลับในแต่ละวัน (กิโลเมตร) มาคูณกับจำนวนวันที่ต้องเดินทางไปทำงานในหนึ่งเดือน (เช่น 22 วัน)
ขั้นตอนที่ 2: คำนวณค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรของรถคันเดิม
นำราคาน้ำมันต่อลิตร หารด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของรถ (กิโลเมตรต่อลิตร)
ขั้นตอนที่ 3: ประมาณการค่าไฟต่อกิโลเมตรของจักรยานไฟฟ้า
โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 0.10 – 0.25 บาทต่อกิโลเมตร
ขั้นตอนที่ 4: คำนวณส่วนต่างและเงินที่ประหยัดได้
นำผลลัพธ์จากขั้นตอนที่ 2 ลบด้วยขั้นตอนที่ 3 เพื่อหาส่วนต่างค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร จากนั้นนำไปคูณกับระยะทางรวมต่อเดือนจากขั้นตอนที่ 1
ตัวอย่างการคำนวณค่าใช้จ่าย
สมมติสถานการณ์ดังนี้:
- ระยะทางไป-กลับต่อวัน: 20 กิโลเมตร
- จำนวนวันทำงาน: 22 วันต่อเดือน
- รถจักรยานยนต์คันเดิม: อัตราสิ้นเปลือง 40 กม./ลิตร
- ราคาน้ำมัน: 35 บาท/ลิตร
- ค่าไฟจักรยานไฟฟ้า: ประมาณ 0.15 บาท/กม.
คำนวณ:
- ระยะทางรวมต่อเดือน: 20 กม./วัน × 22 วัน = 440 กิโลเมตร
- ค่าน้ำมันต่อ กม.: 35 บาท ÷ 40 กม. = 0.875 บาท/กม.
- ค่าน้ำมันรวมต่อเดือน (เดิม): 440 กม. × 0.875 บาท/กม. = 385 บาท
- ค่าไฟรวมต่อเดือน (ใหม่): 440 กม. × 0.15 บาท/กม. = 66 บาท
- เงินที่ประหยัดได้สุทธิต่อเดือน: 385 บาท – 66 บาท = 319 บาท
จากตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าแม้จะเป็นการเดินทางในระยะทางที่ไม่ไกลมาก ก็สามารถสร้างเงินออมที่จับต้องได้ในทุกๆ เดือน
กรณีศึกษา: เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายจริงระหว่างจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์
การวิเคราะห์จากข้อมูลการศึกษาและงานวิจัยช่วยยืนยันถึงความคุ้มค่าของการใช้จักรยานไฟฟ้าในการเดินทางไปทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของศักยภาพในการประหยัดที่แท้จริง
ข้อมูลจากงานวิจัยเชิงเปรียบเทียบ
จากการศึกษาของโครงการวิจัยหนึ่งที่เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายระหว่างจักรยานไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ พบว่าผู้ใช้จักรยานไฟฟ้าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 73.72 บาทต่อสัปดาห์ เมื่อคำนวณเป็นรายเดือน (คูณ 4 สัปดาห์) จะเท่ากับประมาณ 295 บาทต่อเดือน ซึ่งสอดคล้องกับผลการคำนวณในตัวอย่างข้างต้น นอกจากนี้ รายงานวิจัยฉบับอื่นๆ ยังได้ข้อสรุปที่น่าสนใจว่า ยานพาหนะไฟฟ้าโดยรวมสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้มากกว่ายานพาหนะที่ใช้น้ำมันถึง 3–4 เท่า ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน
ยกระดับความประหยัดด้วยเทคโนโลยีจาก GIANT Shopping Mall
ในขณะที่ข้อมูลวิจัยชี้ให้เห็นถึงเงินออมพื้นฐานที่ประมาณ 300 บาทต่อเดือน ตัวเลขนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ศักยภาพในการประหยัดที่แท้จริงจะพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเลือกใช้ยานพาหนะที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่ง GIANT Shopping Mall ได้รวบรวมและคัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ กลุ่มผลิตภัณฑ์ จักรยานไฟฟ้า และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของเรา ถูกออกแบบทางวิศวกรรมมาเพื่อมอบระยะทางสูงสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ช่วยลดต้นทุนต่อกิโลเมตรของคุณให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในงานวิจัยอย่างมีนัยสำคัญ
เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุสูงและมอเตอร์ไร้แปรงถ่าน (Brushless Motor) ที่ติดตั้งในรถรุ่นใหม่ๆ จากร้านเรา ไม่เพียงแต่ให้พละกำลังที่สม่ำเสมอ แต่ยังมีการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม ทำให้ทุกหน่วยไฟฟ้าถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด นั่นหมายความว่า ในขณะที่รถรุ่นเก่าอาจวิ่งได้ 30 กิโลเมตรต่อการชาร์จ รถจาก GIANT Shopping Mall อาจทำระยะทางได้ถึง 50-60 กิโลเมตรด้วยค่าไฟที่เท่ากัน ซึ่งเป็นการเพิ่มเงินออมของคุณโดยตรงในทุกๆ การเดินทาง การลงทุนซื้อจักรยานไฟฟ้าคุณภาพสูงจากเราจึงไม่ใช่แค่การซื้อยานพาหนะ แต่เป็นการลงทุนเพื่อลดรายจ่ายระยะยาวที่เห็นผลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การคืนทุนค่ารถเกิดขึ้นได้ไวกว่าที่คาดคิด และปลดปล่อยคุณจากความกังวลเรื่องราคาน้ำมันได้อย่างถาวร
| รายการค่าใช้จ่าย | จักรยานไฟฟ้า (GIANT) | รถจักรยานยนต์ 125cc |
|---|---|---|
| ค่าพลังงาน (เดินทาง 30 กม./วัน) | ~99 บาท | ~578 บาท |
| ค่าบำรุงรักษา (เฉลี่ยต่อเดือน) | ~50 บาท | ~200 บาท |
| ภาษีและ พ.ร.บ. (เฉลี่ยต่อเดือน) | 0 บาท | ~40 บาท |
| รวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณต่อเดือน | ~149 บาท | ~818 บาท |
| เงินที่ประหยัดได้ต่อเดือน | ~669 บาท | |
ประมาณการเงินออมตามระยะทาง: คุณอยู่ในกลุ่มไหน
จำนวนเงินที่สามารถประหยัดได้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับระยะทางที่เดินทางในแต่ละวัน เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น สามารถแบ่งกลุ่มผู้ใช้งานตามระยะทางได้ดังนี้
กลุ่มเดินทางระยะสั้น (10–20 กม./วัน)
สำหรับผู้ที่พักอาศัยไม่ไกลจากที่ทำงานหรือสถานศึกษา การเดินทางในระยะนี้เหมาะกับการใช้จักรยานไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง เงินที่สามารถประหยัดได้จะอยู่ในช่วงประมาณ 150–350 บาทต่อเดือน แม้จะเป็นจำนวนเงินที่ไม่สูงมาก แต่เมื่อรวมกันตลอดทั้งปีก็จะกลายเป็นเงินออมก้อนสำคัญ
กลุ่มเดินทางระยะปานกลาง (20–40 กม./วัน)
กลุ่มนี้คือกลุ่มที่จะเห็นความแตกต่างของค่าใช้จ่ายได้อย่างชัดเจนที่สุด การเดินทางในระยะนี้ด้วยรถที่ใช้น้ำมันจะเริ่มมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การเปลี่ยนมาใช้จักรยานไฟฟ้าจะช่วยประหยัดได้ประมาณ 300–700 บาทต่อเดือน
กลุ่มเดินทางระยะไกล หรือรถเดิมสิ้นเปลืองน้ำมัน
หากคุณต้องเดินทางไกลกว่า 40 กิโลเมตรต่อวัน หรือรถจักรยานยนต์คันเดิมมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันสูง (กินน้ำมัน) ศักยภาพในการประหยัดจะยิ่งเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ในกรณีนี้ เงินที่ประหยัดได้อาจสูงถึง 700–2,000 บาทต่อเดือน หรือมากกว่านั้น ทำให้การลงทุนซื้อจักรยานไฟฟ้าเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่าและคืนทุนเร็วที่สุด
การเปลี่ยนมาใช้จักรยานไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงการประหยัดเงิน แต่เป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว คืนทุนค่ารถในเวลาไม่กี่เดือน พร้อมอิสระจากความผันผวนของราคาน้ำมัน
| ระยะทางไป-กลับต่อวัน | เงินออมโดยประมาณ (น้ำมัน 35 บาท/ลิตร) | เงินออมโดยประมาณ (น้ำมัน 40 บาท/ลิตร) |
|---|---|---|
| 10 กิโลเมตร | ~143 บาท | ~167 บาท |
| 20 กิโลเมตร | ~319 บาท | ~367 บาท |
| 30 กิโลเมตร | ~495 บาท | ~567 บาท |
| 40 กิโลเมตร | ~671 บาท | ~767 บาท |
| 50 กิโลเมตร | ~847 บาท | ~967 บาท |
ข้อควรพิจารณาอื่นๆ ก่อนตัดสินใจ
นอกเหนือจากเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ควรนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้งาน
อายุการใช้งานและค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่
แบตเตอรี่คือหัวใจของจักรยานไฟฟ้า โดยทั่วไปแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 2-4 ปี หรือ 500-1,000 รอบการชาร์จ เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ ประสิทธิภาพในการเก็บประจุและระยะทางวิ่งจะลดลง จึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนใหม่ ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ต้องวางแผนไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อนำค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่มาหารเฉลี่ยเป็นค่าใช้จ่ายต่อเดือนตลอดอายุการใช้งาน ก็ยังคงน้อยกว่าเงินที่ประหยัดได้จากค่าน้ำมันอยู่ดี การเลือกรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่คุณภาพสูงจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถืออย่าง GIANT Shopping Mall จะช่วยยืดอายุการใช้งานและรับประกันความคุ้มค่าในระยะยาว
ความปลอดภัยและข้อกฎหมาย
ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ควรเลือกจักรยานไฟฟ้าที่มีโครงสร้างแข็งแรง ระบบเบรกที่ไว้ใจได้ และมีไฟส่องสว่างทั้งด้านหน้าและด้านหลัง การสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม นอกจากนี้ ควรศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับจักรยานไฟฟ้าในพื้นที่ เช่น ความเร็วสูงสุดที่อนุญาต หรือการจดทะเบียนในบางรุ่น เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
สรุป: เริ่มต้นความคุ้มค่าวันนี้กับ GIANT Shopping Mall
การเลือกใช้จักรยานไฟฟ้าเพื่อเดินทางไปทำงานคือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดและพิสูจน์ได้ว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพันบาทต่อเดือน ด้วยต้นทุนพลังงานที่ต่ำกว่าอย่างมหาศาล และค่าบำรุงรักษาที่น้อยกว่า จึงเป็นทางออกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัว ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike คุณภาพ ที่พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางสู่เป้าหมายทางการเงินของคุณ เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานและงบประมาณของคุณมากที่สุด พร้อมบริการหลังการขายที่น่าประทับใจ และบริการจัดส่งทั่วประเทศ
อย่าปล่อยให้ราคาน้ำมันมาเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตทางการเงินที่ดีกว่าตั้งแต่วันนี้
ติดต่อสอบถามและสั่งซื้อได้ที่ GIANT Shopping Mall:
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์:
- FACEBOOK PAGE
- LINE
- ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านเว็บไซต์
