E-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม? สรุปกฎหมายที่คนใช้ต้องรู้
- สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายยานพาหนะไฟฟ้า
- ความนิยมของยานพาหนะไฟฟ้าและข้อสงสัยทางกฎหมาย
- การจำแนกประเภทของยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลในประเทศไทย
- แกนหลักของข้อกฎหมาย: ความเร็ว กำลังมอเตอร์ และลักษณะทางกายภาพ
- ตารางเปรียบเทียบข้อบังคับสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าประเภทต่างๆ
- ความเสี่ยงและข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย
- บทสรุปและแนวทางการเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่เหมาะสม
ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลกำลังเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มาพร้อมกับคำถามสำคัญด้านกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า E-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม? สรุปกฎหมายที่คนใช้ต้องรู้ ซึ่งเป็นข้อสงสัยที่ผู้ใช้งานจำนวนมากต้องการความชัดเจน เพื่อการใช้งานที่ถูกต้องและปลอดภัยบนท้องถนน
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายยานพาหนะไฟฟ้า
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ที่มีความเร็วสูงสุดไม่เกิน 25 กม./ชม. และมีบันไดสำหรับปั่น ถูกจัดอยู่ในประเภทเดียวกับจักรยานธรรมดา จึงไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่และไม่ต้องจดทะเบียน
- ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเบา (LEV) ที่มีกำลังมอเตอร์ไม่เกิน 500 วัตต์ ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 40 กม./ชม. และไม่มีคันเร่ง (ใช้ระบบช่วยปั่นหรือปุ่มสตาร์ต) ตามกฎหมายไทยยังไม่เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ จึงไม่ต้องใช้ใบขับขี่
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่มักมีคันเร่งและไม่มีบันไดปั่น จะถูกพิจารณาให้เข้าข่ายรถจักรยานยนต์ ทำให้ผู้ขับขี่จำเป็นต้องมีใบขับขี่ และมีข้อจำกัดในการใช้งานบนถนนหลวง
- ปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการจำแนกประเภทของยานพาหนะไฟฟ้าคือ คุณสมบัติทางเทคนิค ได้แก่ กำลังมอเตอร์, ความเร็วสูงสุด, และลักษณะทางกายภาพ เช่น การมีบันไดปั่นหรือคันเร่ง
- การเลือกยานพาหนะไฟฟ้าควรพิจารณาถึงลักษณะการใช้งานและพื้นที่ที่ต้องการขับขี่เป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับทางกฎหมายและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
ความนิยมของยานพาหนะไฟฟ้าและข้อสงสัยทางกฎหมาย
กระแสความนิยมในยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล (Personal Electric Vehicles) ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Electric Scooter) ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางในสังคมเมืองยุคใหม่ ปัจจัยหลักมาจากการเป็นทางเลือกในการเดินทางที่สะดวก ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของยานพาหนะเหล่านี้ได้นำมาซึ่งความสับสนและคำถามสำคัญเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็น “E-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม?” ซึ่งเป็นคำถามที่สะท้อนถึงความไม่ชัดเจนในข้อบังคับที่มีอยู่
ผู้ใช้งานจำนวนมาก ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงพนักงานออฟฟิศและผู้ประกอบอาชีพบริการจัดส่ง ต่างหันมาพึ่งพายานพาหนะไฟฟ้าเพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน แต่บ่อยครั้งที่การใช้งานเป็นไปโดยขาดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎระเบียบจราจร ทำให้เกิดความเสี่ยงทั้งต่อตนเองและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ การทำความเข้าใจข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการปฏิบัติตามกฎ แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของความปลอดภัยในการสัญจรบนท้องถนนร่วมกัน บทความนี้จะทำการวิเคราะห์และสรุปข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะไฟฟ้าแต่ละประเภทอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ที่สนใจหรือใช้งานอยู่สามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ
การจำแนกประเภทของยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลในประเทศไทย
หัวใจสำคัญของการพิจารณาว่ายานพาหนะไฟฟ้าจำเป็นต้องมีใบขับขี่หรือจดทะเบียนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการจำแนกประเภทตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งจะพิจารณาจากคุณสมบัติทางเทคนิคและลักษณะการทำงานของยานพาหนะเป็นหลัก โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักที่พบเห็นได้ทั่วไปดังนี้
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) แบบมาตรฐาน
จักรยานไฟฟ้าในกลุ่มนี้คือยานพาหนะที่ยังคงลักษณะของจักรยานแบบดั้งเดิมไว้ กล่าวคือมี “บันไดสำหรับปั่น” เป็นส่วนประกอบหลัก และมีมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่เป็นเพียงระบบส่งกำลังเสริม (Pedal-Assist System) เพื่อช่วยผ่อนแรงในการปั่นเท่านั้น
- คำจำกัดความ: ตามกฎหมาย จักรยานไฟฟ้าประเภทนี้จะถูกจัดให้อยู่ในหมวดเดียวกับ “จักรยาน” ตราบใดที่มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานเพื่อช่วยปั่น และจำกัดความเร็วสูงสุดในการทำงานของมอเตอร์ไว้ที่ไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากความเร็วเกินกว่านี้ มอเตอร์จะต้องหยุดทำงานและผู้ขับขี่ต้องใช้แรงปั่นเอง
- ข้อกำหนดทางกฎหมาย: เมื่อถูกตีความว่าเป็นจักรยาน จึงไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ และไม่ต้องดำเนินการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ผู้ใช้งานสามารถขับขี่ได้เช่นเดียวกับจักรยานทั่วไป
- การประยุกต์ใช้และข้อจำกัด: เหมาะสำหรับการเดินทางในระยะใกล้ เช่น ในหมู่บ้าน ชุมชน หรือเส้นทางจักรยานโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังคือไม่ควรนำไปใช้งานบนถนนหลวงที่มีการจราจรหนาแน่นและใช้ความเร็วสูง เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ง่าย
รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเบา (Light Electric Vehicle – LEV)
ยานพาหนะในกลุ่มนี้เป็นหมวดหมู่ที่ค่อนข้างใหม่และมีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างจักรยานไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ กฎหมายได้กำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับยานพาหนะประเภทนี้ไว้เพื่อแยกออกจากกลุ่มรถจักรยานยนต์ที่ต้องจดทะเบียน
- คำจำกัดความ: LEV จะต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ มีกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าไม่เกิน 500 วัตต์ และทำความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือ ต้องไม่มีคันเร่งแบบบิดด้วยมือ (Throttle) การขับเคลื่อนจะมาจากการใช้ระบบช่วยปั่นหรือการกดปุ่มสตาร์ตเพื่อให้มอเตอร์ทำงานเท่านั้น
- ข้อกำหนดทางกฎหมาย: ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ LEV จึงไม่เข้าข่ายเป็น “รถจักรยานยนต์” ตามนิยามของ พ.ร.บ.รถยนต์ ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องมีใบขับขี่และไม่ต้องจดทะเบียน
- การประยุกต์ใช้และข้อจำกัด: เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเดินทางในเมืองหรือชานเมืองที่ต้องการความเร็วมากกว่าจักรยานไฟฟ้าทั่วไป แต่ยังคงความสะดวกและไม่ต้องมีภาระด้านเอกสารทางกฎหมาย อย่างไรก็ดี ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่ออยู่บนถนนร่วมกับยานพาหนะอื่นๆ
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (Electric Scooter)
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีความแตกต่างจากจักรยานไฟฟ้าอย่างชัดเจนทั้งในด้านโครงสร้างและการทำงาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสถานะทางกฎหมาย
- คำจำกัดความ: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามักจะมีลักษณะเป็นแท่นสำหรับยืนหรือเบาะนั่งขนาดเล็ก ไม่มีบันไดสำหรับปั่น และควบคุมความเร็วด้วยคันเร่งที่มือเป็นหลัก การขับเคลื่อนอาศัยกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ซึ่งลักษณะการทำงานเช่นนี้ทำให้ถูกตีความว่าเข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์
- ข้อกำหนดทางกฎหมาย: เนื่องจากมีลักษณะการทำงานคล้ายรถจักรยานยนต์ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจึงถูกจัดให้อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.รถยนต์ ทำให้ผู้ขับขี่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล หากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีคุณสมบัติที่สามารถจดทะเบียนได้ ก็ต้องดำเนินการจดทะเบียนและเสียภาษีประจำปีด้วย
- การประยุกต์ใช้และข้อจำกัด: การใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีข้อจำกัดที่เข้มงวด โดยกฎหมายอนุญาตให้ขับขี่ได้เฉพาะในพื้นที่ส่วนบุคคล ซอย หรือถนนส่วนบุคคลเท่านั้น การนำไปขับขี่บนถนนสาธารณะหรือถนนหลวงถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายและอาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและเปรียบเทียบปรับได้
ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดในการพิจารณาข้อกฎหมาย คือการมีอยู่ของ “บันไดสำหรับปั่น” และ “คันเร่ง” หากยานพาหนะมีบันไดและไม่มีคันเร่ง มักจะถูกจัดเป็นจักรยาน แต่หากไม่มีบันไดและใช้คันเร่งเป็นหลัก จะถูกตีความว่าเป็นรถจักรยานยนต์
แกนหลักของข้อกฎหมาย: ความเร็ว กำลังมอเตอร์ และลักษณะทางกายภาพ
การทำความเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะไฟฟ้าจำเป็นต้องมองลึกลงไปในรายละเอียดทางเทคนิคที่กฎหมายใช้เป็นเกณฑ์ในการจำแนกประเภท ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นตัวกำหนดว่ายานพาหนะคันหนึ่งจะถูกมองว่าเป็นเพียง “จักรยาน” ที่มีมอเตอร์ช่วย หรือเป็น “รถจักรยานยนต์” ที่อยู่ภายใต้ข้อบังคับที่เข้มงวดกว่า
1. กำลังมอเตอร์ (Motor Power): กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งมีหน่วยเป็นวัตต์ (Watt) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดแรกๆ ที่หน่วยงานภาครัฐใช้พิจารณา สำหรับกลุ่มยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเบา (LEV) กฎหมายไทยได้กำหนดเพดานกำลังมอเตอร์ไว้ที่ 500 วัตต์ หากยานพาหนะมีกำลังมอเตอร์สูงกว่านี้ อาจถูกพิจารณาให้เป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ต้องเข้าสู่กระบวนการจดทะเบียนและผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่
2. ความเร็วสูงสุด (Maximum Speed): ความเร็วเป็นปัจจัยด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด การจำกัดความเร็วสูงสุดช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ จักรยานไฟฟ้ามาตรฐานมักถูกจำกัดความเร็วของระบบช่วยปั่นไว้ที่ 25 กม./ชม. ในขณะที่ LEV ถูกจำกัดไว้ที่ 40 กม./ชม. หากยานพาหนะสามารถทำความเร็วได้สูงกว่าเกณฑ์เหล่านี้อย่างมีนัยสำคัญ ก็มีแนวโน้มที่จะถูกจัดเป็นรถจักรยานยนต์ ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎจราจรทุกประการ รวมถึงการจำกัดความเร็วบนถนนแต่ละประเภท
3. ลักษณะทางกายภาพและการควบคุม (Physical Design and Control): จุดนี้ถือเป็นปัจจัยที่ชัดเจนที่สุดสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและเจ้าหน้าที่ในการแยกแยะยานพาหนะ
– การมีบันได (Pedals): การที่ยานพาหนะมีบันไดสำหรับปั่น เป็นเครื่องบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงความเป็น “จักรยาน” ทำให้มันรอดพ้นจากนิยามของรถจักรยานยนต์ตามกฎหมาย
– ระบบควบคุมความเร็ว (Speed Control System): หากยานพาหนะใช้ระบบช่วยปั่น (Pedal-Assist) ซึ่งมอเตอร์จะทำงานเมื่อผู้ขับขี่ออกแรงปั่นเท่านั้น จะถือว่ามีความปลอดภัยสูงและยังคงสถานะความเป็นจักรยาน แต่หากใช้คันเร่งแบบบิดที่แฮนด์ (Throttle) ซึ่งทำให้รถเคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องปั่น จะมีลักษณะการใช้งานใกล้เคียงกับรถจักรยานยนต์ทันที และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกควบคุมอย่างเข้มงวด
ดังนั้น เมื่อพิจารณาเลือกซื้อหรือใช้งานยานพาหนะไฟฟ้า ผู้ใช้ควรตรวจสอบคุณสมบัติทั้งสามส่วนนี้อย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่ายานพาหนะที่เลือกนั้นสอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับในพื้นที่ที่ต้องการใช้งาน
ตารางเปรียบเทียบข้อบังคับสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าประเภทต่างๆ
เพื่อให้เห็นภาพรวมของข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าแต่ละประเภทได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ตารางด้านล่างนี้ได้สรุปข้อมูลสำคัญเพื่อการเปรียบเทียบ
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) มาตรฐาน | รถไฟฟ้าขนาดเบา (LEV) | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-Scooter) |
|---|---|---|---|
| ความเร็วสูงสุด | ไม่เกิน 25 กม./ชม. (ระบบช่วยปั่น) | ไม่เกิน 40 กม./ชม. | แตกต่างกันไปตามรุ่น |
| กำลังมอเตอร์ | ไม่ระบุชัดเจน (แต่จำกัดด้วยความเร็ว) | ไม่เกิน 500 วัตต์ | แตกต่างกันไปตามรุ่น |
| ลักษณะเด่น | มีบันไดปั่น, ระบบช่วยปั่น | ไม่มีคันเร่ง, มีปุ่มสตาร์ต/ช่วยปั่น | มีคันเร่ง, ไม่มีบันไดปั่น |
| ใบขับขี่ | ไม่ต้องมี | ไม่ต้องมี | จำเป็นต้องมี (ใบขับขี่รถจักรยานยนต์) |
| การจดทะเบียน | ไม่ต้องจดทะเบียน | ไม่ต้องจดทะเบียน | จำเป็น (หากมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด) |
| พื้นที่ใช้งานที่ได้รับอนุญาต | ถนนทั่วไป, เลนจักรยาน (ยกเว้นถนนหลวงความเร็วสูง) | ถนนทั่วไป (ควรหลีกเลี่ยงถนนหลวง) | ซอย, ถนนส่วนบุคคล, พื้นที่ส่วนตัวเท่านั้น |
| สถานะตามกฎหมาย | จักรยาน | ไม่เข้าข่ายรถจักรยานยนต์ | เข้าข่ายรถจักรยานยนต์ |
ความเสี่ยงและข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย
นอกเหนือจากข้อบังคับทางกฎหมายแล้ว การใช้งานยานพาหนะไฟฟ้ายังมีความเสี่ยงอื่นๆ ที่ผู้ขับขี่ต้องตระหนักและเตรียมพร้อมรับมือ เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด
ความปลอดภัยบนท้องถนน
แม้จักรยานไฟฟ้าบางประเภทจะไม่ถูกบังคับให้สวมหมวกนิรภัยตามกฎหมาย แต่การสวมหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐานทุกครั้งที่ขับขี่ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ นอกจากนี้ ควรติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัย เช่น ไฟส่องสว่างทั้งด้านหน้าและด้านหลัง, กระดิ่งหรือแตร, และกระจกมองหลัง เพื่อเพิ่มการมองเห็นและทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย โดยเฉพาะในเวลากลางคืนหรือในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย
ความเสี่ยงด้านกฎหมาย
การใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าผิดประเภทหรือผิดสถานที่อาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมายได้ เช่น การนำสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปขับขี่บนถนนหลวงอาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจสอบและเปรียบเทียบปรับในข้อหาไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร, ไม่มีใบอนุญาตขับขี่, หรือใช้รถที่ไม่ได้จดทะเบียน ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ การไม่มีเอกสารที่ถูกต้องอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยได้อีกด้วย
การบำรุงรักษาและแบตเตอรี่
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนซึ่งเป็นหัวใจของยานพาหนะไฟฟ้า cầnได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีเพื่อยืดอายุการใช้งานและป้องกันอันตราย ควรหลีกเลี่ยงการชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้ข้ามคืนโดยไม่มีผู้ดูแล, ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0% บ่อยครั้ง, และควรเก็บยานพาหนะในที่แห้งและมีอุณหภูมิเหมาะสม การตรวจสอบสภาพยาง, ระบบเบรก, และระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน
บทสรุปและแนวทางการเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่เหมาะสม
โดยสรุปแล้ว คำถามที่ว่า E-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม คำตอบที่ชัดเจนคือ “ขึ้นอยู่กับประเภทและคุณสมบัติของยานพาหนะ” จักรยานไฟฟ้ามาตรฐานและยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเบา (LEV) ที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดนั้น ไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่หรือจดทะเบียน ในทางกลับกัน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าซึ่งมักใช้คันเร่งและไม่มีบันไดปั่น จะถูกจัดเป็นรถจักรยานยนต์และอยู่ภายใต้ข้อบังคับที่เข้มงวดกว่า การทำความเข้าใจในความแตกต่างเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้งานทุกคน
การเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่เหมาะสมจึงควรเริ่มต้นจากการพิจารณาวัตถุประสงค์และพื้นที่การใช้งานเป็นหลัก หากต้องการยานพาหนะสำหรับเดินทางระยะใกล้ในชุมชน จักรยานไฟฟ้ามาตรฐานอาจเป็นตัวเลือกที่เพียงพอและไร้กังวลด้านกฎหมาย หากต้องการความเร็วที่มากขึ้นสำหรับการเดินทางในเมือง LEV อาจเป็นคำตอบที่ลงตัว แต่หากต้องการยานพาหนะที่สามารถใช้งานได้อย่างถูกกฎหมายบนถนนทุกสายทั่วประเทศ การเลือกรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่สามารถจดทะเบียนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบกจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและยั่งยืนที่สุด
สำหรับผู้ที่กำลังมองหายานพาหนะไฟฟ้าที่ตอบโจทย์และถูกต้องตามกฎหมาย GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ตั้งแต่ E-bike สำหรับการใช้งานทั่วไป ไปจนถึงสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและยานพาหนะที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย พร้อมให้คำแนะนำเพื่อให้สามารถเลือกซื้อยานพาหนะที่เหมาะสมและใช้งานได้อย่างมั่นใจ
ช่องทางการติดต่อ:
FACEBOOK PAGE
LINE
โทร: 061-962-2878
เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
ที่ตั้ง: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม

