จักรยานไฟฟ้าต้องมีใบขับขี่ไหม? อัปเดตกฎหมายปี 2026 ที่ต้องรู้
- สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายจักรยานไฟฟ้า
- ไขข้อข้องใจ: จักรยานไฟฟ้าต้องมีใบขับขี่หรือไม่ในปัจจุบัน
- เกณฑ์ 250 วัตต์ / 25 กม./ชม.: มาตรฐานสากลที่ยังไม่เป็นทางการในไทย
- วิธีจำแนกประเภทรถ: จักรยานไฟฟ้า vs. จักรยานยนต์ไฟฟ้า
- เปรียบเทียบความคุ้มค่า: เลือกรถไฟฟ้าอย่างไรให้ตอบโจทย์และปลอดภัย
- แนวทางปฏิบัติเพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย
- สรุปและคำแนะนำ: เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่ใช่และสบายใจ
คำถามที่ว่า จักรยานไฟฟ้าต้องมีใบขับขี่ไหม? อัปเดตกฎหมายปี 2026 ที่ต้องรู้ กลายเป็นประเด็นที่ผู้ใช้งานจำนวนมากให้ความสนใจ เนื่องจากความนิยมของยานพาหนะไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน การออกกำลังกาย หรือการท่องเที่ยว บทความนี้จะวิเคราะห์ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อหรือใช้งานอยู่แล้วเข้าใจถึงข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายจักรยานไฟฟ้า

- ความไม่ชัดเจนทางกฎหมาย: ณ ปี 2569 ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่ระบุชัดเจนและเป็นทางการว่าจักรยานไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สากล (กำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250 วัตต์ และความเร็วสูงสุดไม่เกิน 25 กม./ชม.) ได้รับการยกเว้นใบขับขี่และการจดทะเบียน
- เกณฑ์ 250W/25km/h: แนวคิดที่ว่าจักรยานไฟฟ้ากำลังต่ำไม่ต้องใช้ใบขับขี่ มาจากกฎหมายของต่างประเทศและบทความเชิงอธิบาย ไม่ใช่ประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมการขนส่งทางบกของไทย จึงไม่สามารถใช้เป็นข้อยุติทางกฎหมายได้
- การพิจารณาตามลักษณะรถ: การจัดประเภทของรถจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างและการทำงานเป็นหลัก หากรถใช้แรงถีบเป็นหลักและมีมอเตอร์ช่วยผ่อนแรง อาจถูกจัดเป็น “รถจักรยาน” แต่ถ้ารถใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนเป็นหลัก ไม่มีแป้นถีบ หรือมีสมรรถนะสูง อาจเข้าข่าย “รถจักรยานยนต์” ซึ่งต้องมีทั้งใบขับขี่ การจดทะเบียน และ พ.ร.บ.
- ความสำคัญของการตรวจสอบ: ผู้ใช้งานควรตรวจสอบคุณสมบัติของรถอย่างละเอียด และควรขอคำยืนยันจากกรมการขนส่งทางบกโดยตรง เพื่อความชัดเจนและหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
- ความปลอดภัยต้องมาก่อน: ไม่ว่ารถจะถูกจัดอยู่ในประเภทใด ผู้ขับขี่ควรสวมหมวกนิรภัยเสมอ เปิดไฟส่องสว่างเมื่อจำเป็น และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมใช้ถนน
ไขข้อข้องใจ: จักรยานไฟฟ้าต้องมีใบขับขี่หรือไม่ในปัจจุบัน
ประเด็นเรื่อง จักรยานไฟฟ้าต้องมีใบขับขี่ไหม เป็นหัวข้อที่สร้างความสับสนให้กับผู้บริโภคจำนวนมาก ความนิยมในยานพาหนะทางเลือกที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้จักรยานไฟฟ้ากลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับคนเมือง นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ความคลุมเครือของข้อกฎหมายจราจรทางบกที่ยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า การขับขี่ E-bike บนท้องถนนนั้นถูกต้องและปลอดภัยเพียงใด
สาเหตุที่เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในปี 2569 เป็นเพราะจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่ความเข้าใจในข้อบังคับกลับสวนทางกัน ผู้ใช้งานจำนวนมากต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกปรับหรือเกิดข้อพิพาททางกฎหมายโดยไม่รู้ตัว ปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่ผู้ขับขี่รายบุคคล แต่ยังรวมถึงผู้ประกอบการและภาพรวมของความปลอดภัยบนท้องถนนด้วย ดังนั้น การทำความเข้าใจสถานะทางกฎหมายในปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่การป้องกันค่าปรับ แต่คือการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและส่งเสริมการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าอย่างยั่งยืน การขาดความชัดเจนจากหน่วยงานภาครัฐทำให้ผู้บริโภคต้องแบกรับความเสี่ยงจากการตีความกฎหมายด้วยตนเอง ซึ่งการเลือกซื้อสินค้าจากผู้จัดจำหน่ายที่มีความรู้และให้ข้อมูลที่ถูกต้องจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้
เกณฑ์ 250 วัตต์ / 25 กม./ชม.: มาตรฐานสากลที่ยังไม่เป็นทางการในไทย
ข้อมูลที่แพร่หลายในโลกออนไลน์มักอ้างอิงถึงเกณฑ์กำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250 วัตต์ และความเร็วสูงสุดไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ว่าเป็นมาตรฐานที่ทำให้จักรยานไฟฟ้าไม่ต้องมีใบขับขี่และไม่ต้องจดทะเบียน ซึ่งแนวคิดนี้มีพื้นฐานมาจากกฎหมายในหลายประเทศ เช่น ในสหภาพยุโรปหรืออินเดีย ที่มีการแบ่งประเภทของยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กไว้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากงานวิจัยและหน่วยงานในไทยชี้ให้เห็นว่า เกณฑ์ดังกล่าวไม่ใช่หลักฐานหรือข้อบังคับที่เป็นกฎหมายไทย การนำมาตรฐานสากลมาสรุปใช้กับบริบทของประเทศไทยโดยอัตโนมัติอาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายได้
ความไม่ชัดเจนของกฎหมายนี้ทำให้การเลือกซื้อ จักรยานไฟฟ้า จากแหล่งที่เชื่อถือได้และให้ข้อมูลที่โปร่งใสกลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าเดิม ที่ GIANT Shopping Mall เราตระหนักถึงปัญหานี้และมุ่งมั่นที่จะเป็นทางออกให้ลูกค้า ด้วยการคัดสรรจักรยานไฟฟ้าที่ออกแบบโดยเน้นลักษณะของการเป็น “จักรยานช่วยถีบ” (Pedal-Assist) เป็นหลัก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการถูกตีความว่าเป็นรถจักรยานยนต์ได้อย่างมาก เทคโนโลยีและสเปกของสินค้าที่เรานำเสนอถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริง โดยยังคงอยู่ในกรอบที่ปลอดภัยและมีความเสี่ยงทางกฎหมายน้อยที่สุด เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสเปกของมอเตอร์ รูปแบบการทำงาน และโครงสร้างของรถแต่ละรุ่น เพื่อให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจ แทนที่จะต้องเสี่ยงกับสินค้าทั่วไปที่ไม่มีข้อมูลชัดเจนและอาจสร้างปัญหาในระยะยาว การลงทุนกับจักรยานไฟฟ้าคุณภาพจาก GIANT Shopping Mall จึงไม่ใช่แค่การซื้อยานพาหนะ แต่คือการซื้อความสบายใจและความปลอดภัยในการใช้งานบนท้องถนน
เลือกความสบายใจ เลือกจักรยานไฟฟ้าจาก GIANT Shopping Mall ที่มีสเปกชัดเจน พร้อมทีมงานให้คำปรึกษา ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และมั่นใจได้ในคุณภาพและบริการหลังการขายที่เหนือกว่า
แนวโน้มตลาดในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับความถูกต้องตามกฎหมายและความปลอดภัยมากขึ้น รุ่นสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในร้านของเราคือรุ่นที่ผสมผสานระหว่างประสิทธิภาพที่พอเหมาะสำหรับการเดินทางในเมืองและดีไซน์ที่สอดคล้องกับลักษณะของจักรยานอย่างชัดเจน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความคุ้มค่าไม่ได้วัดจากราคาที่ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความอุ่นใจในการใช้งานที่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าปรับหรือปัญหาทางกฎหมายอีกด้วย GIANT Shopping Mall จึงเป็นมากกว่าแค่ร้านค้า แต่เป็นพันธมิตรที่ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและไร้กังวล
วิธีจำแนกประเภทรถ: จักรยานไฟฟ้า vs. จักรยานยนต์ไฟฟ้า
เพื่อลดความเสี่ยงในการกระทำผิดกฎหมายโดยไม่เจตนา ผู้ใช้งานควรเรียนรู้วิธีการประเมินเบื้องต้นว่ารถของตนมีแนวโน้มจะถูกจัดเป็น “จักรยาน” หรือ “จักรยานยนต์” โดยพิจารณาจากองค์ประกอบหลายส่วนร่วมกัน ไม่ใช่เพียงแค่กำลังมอเตอร์เพียงอย่างเดียว
ตรวจสอบลักษณะทางกายภาพและการทำงาน
จุดสังเกตที่สำคัญที่สุดคือรูปแบบการขับเคลื่อนและโครงสร้างของตัวรถ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากคู่มือและสเปกของรถดังนี้:
- การมีอยู่ของแป้นถีบ (Pedals): รถที่เข้าข่ายจักรยานไฟฟ้าอย่างแท้จริงจะต้องมีแป้นถีบที่ใช้งานได้จริง และการถีบนั้นต้องสัมพันธ์กับการทำงานของมอเตอร์ (ระบบช่วยถีบ) หากรถไม่มีแป้นถีบ หรือมีไว้เพื่อประดับแต่ไม่สามารถใช้ขับเคลื่อนได้ มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกจัดเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
- รูปแบบการขับเคลื่อน: ทดลองว่ารถสามารถเคลื่อนที่ได้โดยการบิดคันเร่งเพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องออกแรงถีบหรือไม่ หากมอเตอร์เป็นตัวขับเคลื่อนหลักและผู้ขับขี่ไม่ต้องออกแรงเลย ลักษณะการทำงานนี้จะคล้ายกับรถจักรยานยนต์มากกว่าจักรยาน
- กำลังมอเตอร์และความเร็วสูงสุด: แม้จะยังไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจนในกฎหมายไทย แต่กำลังมอเตอร์ที่สูงและความเร็วสูงสุดที่เกินกว่า 45 กม./ชม. ขึ้นไป เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่พิจารณาว่ารถมีสมรรถนะเทียบเท่ารถจักรยานยนต์
เอกสารและมาตรฐานอุปกรณ์
นอกเหนือจากลักษณะทางกายภาพแล้ว เอกสารประกอบและอุปกรณ์มาตรฐานยังเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญอีกด้วย:
- เอกสารจากผู้ผลิต/ผู้ขาย: ตรวจสอบว่าผู้ขายระบุให้รถต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกหรือไม่ หรือมีเอกสารรับรองประเภทรถสำหรับยื่นจดทะเบียนมาให้หรือไม่ หากไม่มีเอกสารใดๆ เลย ควรตั้งข้อสังเกตว่ารถอาจไม่สามารถนำมาวิ่งบนถนนสาธารณะได้อย่างถูกกฎหมาย
- อุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐาน: รถที่ถูกออกแบบมาให้เข้าข่ายรถจักรยานยนต์ จะต้องมีอุปกรณ์มาตรฐานครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก แตร และกระจกมองข้าง หากรถไฟฟ้าของคุณมีอุปกรณ์เหล่านี้ครบถ้วน ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าอาจต้องปฏิบัติตามกฎของรถจักรยานยนต์
- เลขตัวถัง (VIN): การมีเลขตัวถังที่ตอกอย่างเป็นมาตรฐานจากโรงงาน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการจดทะเบียนยานพาหนะทุกประเภท
หากรถของคุณมีลักษณะเป็นสกู๊ตเตอร์แบบยืน ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนเต็มรูปแบบโดยไม่มีแป้นถีบ หรือทำความเร็วได้สูง ควรสันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าเป็นรถจักรยานยนต์ และจำเป็นต้องมีใบขับขี่และดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้อง
เปรียบเทียบความคุ้มค่า: เลือกรถไฟฟ้าอย่างไรให้ตอบโจทย์และปลอดภัย
การตัดสินใจซื้อยานพาหนะไฟฟ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความปลอดภัย ความถูกต้องตามกฎหมาย และค่าใช้จ่ายในระยะยาว การเปรียบเทียบระหว่างจักรยานไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทั่วไปที่ไม่มีเอกสารชัดเจน จะช่วยให้เห็นภาพความคุ้มค่าที่แท้จริงได้ดียิ่งขึ้น
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้ามาตรฐาน (GIANT Shopping Mall) | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทั่วไป (ไม่มีแบรนด์) |
|---|---|---|
| สถานะทางกฎหมาย | มีความเสี่ยงต่ำกว่า ออกแบบเน้นเป็นจักรยานช่วยถีบ | ความเสี่ยงสูง อาจถูกตีความเป็นจักรยานยนต์ที่ไม่ได้จดทะเบียน |
| ค่าใช้จ่ายแฝง | ไม่มีค่าปรับ มีค่าบำรุงรักษาตามปกติ | มีความเสี่ยงค่าปรับจราจร และอาจถูกยึดรถ |
| ความปลอดภัย | โครงสร้างแข็งแรง ระบบเบรกได้มาตรฐาน มีการรับประกัน | วัสดุและคุณภาพไม่แน่นอน ไม่มีมาตรฐานรองรับ |
| บริการหลังการขาย | มีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมอะไหล่แท้ และการรับประกันที่ชัดเจน | ส่วนใหญ่ไม่มีการรับประกัน หาอะไหล่ซ่อมยาก |
| คำแนะนำจากผู้ขาย | ให้ข้อมูลตามจริง โปร่งใส ช่วยเลือกรุ่นที่เหมาะสม | อาจให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเพื่อเน้นการขายเพียงอย่างเดียว |
นอกจากการเปรียบเทียบกับสินค้าอื่นแล้ว การเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานภายในแบรนด์ที่เชื่อถือได้ก็มีความสำคัญเช่นกัน
| คุณสมบัติ | รุ่น City Commuter | รุ่น Leisure Explorer |
|---|---|---|
| รูปแบบการใช้งานหลัก | เดินทางในเมือง ระยะทางสั้นถึงปานกลาง คล่องตัวสูง | ท่องเที่ยว ออกกำลังกาย เดินทางไกล แบตเตอรี่ทนทาน |
| ลักษณะมอเตอร์ | ระบบช่วยถีบอัจฉริยะ เน้นความนุ่มนวลและประหยัดพลังงาน | มอเตอร์กำลังส่งสูงขึ้นเล็กน้อยสำหรับทางชันและระยะไกล |
| ระยะทางต่อการชาร์จ | ประมาณ 40-60 กิโลเมตร | ประมาณ 60-100 กิโลเมตร |
| จุดเด่น | น้ำหนักเบา ควบคุมง่าย เหมาะกับการจราจรในเมือง | โครงสร้างแข็งแกร่ง รองรับการเดินทางหลากหลายสภาพถนน |
แนวทางปฏิบัติเพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย
แม้ว่าข้อกฎหมายจะยังมีความคลุมเครือ แต่ผู้ใช้งานสามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้ด้วยการปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้:
- หลีกเลี่ยงการใช้บนถนนสาธารณะหลัก: หากไม่มั่นใจว่ารถของคุณสามารถจดทะเบียนได้หรือไม่ ควรหลีกเลี่ยงการนำไปวิ่งบนถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่น เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบและป้องกันอุบัติเหตุ
- ใบขับขี่อาจไม่เพียงพอ: ในกรณีที่รถเข้าข่ายต้องจดทะเบียน การมีเพียงใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียนและทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ให้เรียบร้อย
- สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันเสมอ: ไม่ว่ารถของคุณจะถูกจัดเป็นจักรยานหรือจักรยานยนต์ การสวมหมวกนิรภัยเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อความปลอดภัยในชีวิต นอกจากนี้ การติดตั้งไฟส่องสว่างและให้สัญญาณมือเมื่อต้องการเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลนก็เป็นสิ่งสำคัญ
- ปฏิบัติตามกฎจราจร: ขับขี่โดยยึดถือกฎจราจรเช่นเดียวกับยานพาหนะอื่นๆ เช่น การหยุดเมื่อมีสัญญาณไฟแดง การขับขี่ในช่องทางที่ถูกต้อง และการให้ทางแก่รถคันอื่นตามสิทธิ์
- ปรึกษาหน่วยงานที่รับผิดชอบ: วิธีการที่แน่นอนที่สุดคือการติดต่อสอบถามโดยตรงกับกรมการขนส่งทางบกในพื้นที่ โดยเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับยี่ห้อ รุ่น กำลังมอเตอร์ ความเร็วสูงสุด และลักษณะการขับเคลื่อนของรถไปเพื่อขอคำยืนยันอย่างเป็นทางการ
การตระหนักถึงข้อควรระวังเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ขับขี่ได้อย่างสบายใจ แต่ยังแสดงถึงความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมส่วนรวมอีกด้วย
สรุปและคำแนะนำ: เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่ใช่และสบายใจ
โดยสรุปแล้ว คำตอบของคำถามที่ว่า จักรยานไฟฟ้าต้องมีใบขับขี่ไหม ในปี 2569 ยังคงไม่มีคำตอบที่ชัดเจนเป็นหนึ่งเดียวจากกฎหมายไทย การยึดถือเกณฑ์กำลังมอเตอร์ 250 วัตต์ และความเร็ว 25 กม./ชม. เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นที่ไม่สามารถรับประกันการยกเว้นทางกฎหมายได้ 100% การพิจารณาจะขึ้นอยู่กับลักษณะทางกายภาพและการทำงานของรถแต่ละคันเป็นสำคัญ หากมีลักษณะคล้ายจักรยานยนต์ ก็มีความจำเป็นต้องมีทั้งใบขับขี่ การจดทะเบียน และ พ.ร.บ.
ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภคคือการเลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าจากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ มีความเชี่ยวชาญ และให้ข้อมูลที่โปร่งใส ที่ GIANT Shopping Mall เราคือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike คุณภาพสูงที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมให้คำปรึกษาอย่างมืออาชีพเพื่อให้ลูกค้าได้ยานพาหนะที่เหมาะสมกับการใช้งานและลดความกังวลด้านข้อกฎหมาย
เรามีบริการหลังการขายที่ครบวงจร ทีมช่างผู้ชำนาญ และการรับประกันสินค้าที่ชัดเจน เพื่อให้การลงทุนของคุณคุ้มค่าและใช้งานได้อย่างยาวนานและสบายใจที่สุด
ติดต่อสอบถามและเยี่ยมชมสินค้าได้ที่:
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: วันจันทร์ – เสาร์ เวลา 9.00 – 18.00 น.
- โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE, LINE หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านเว็บไซต์ของเรา
