ขี่ e-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม? กฎหมายน่ารู้ฉบับเข้าใจง่าย
- สรุปประเด็นสำคัญสำหรับผู้ใช้ E-Bike
- ทำความเข้าใจ E-Bike ในมุมมองกฎหมายจราจรไทย
- ไขข้อข้องใจ: E-Bike แบบไหนเข้าข่าย “จักรยานไฟฟ้า” ไม่ต้องใช้ใบขับขี่
- เมื่อ E-Bike กลายเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า”: กรณีที่ต้องมีใบขับขี่และจดทะเบียน
- เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: เลือกยานพาหนะไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณ
- ข้อควรระวังและเทคนิคการขับขี่ E-Bike อย่างปลอดภัยบนท้องถนน
- สรุป: ขับขี่ E-Bike อย่างมั่นใจและถูกกฎหมาย พร้อมเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้
กระแสความนิยมของจักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่หนึ่งในคำถามที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่สนใจคือ ขี่ e-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม? ความสับสนในข้อกฎหมายอาจสร้างความกังวลและทำให้หลายคนลังเลใจในการเลือกซื้อยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางนี้ บทความนี้จะให้ข้อมูลที่ชัดเจนตามกฎหมายจราจรทางบกของไทย เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถขับขี่ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
สรุปประเด็นสำคัญสำหรับผู้ใช้ E-Bike

- E-Bike ไม่ต้องมีใบขับขี่: หากมีกำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250 วัตต์, ทำความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีบันไดสำหรับปั่น จะถูกจัดเป็น “จักรยาน” ตามกฎหมาย
- E-Bike ต้องมีใบขับขี่: หากมีสมรรถนะสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (กำลังมอเตอร์สูง, ความเร็วเกิน 25 กม./ชม., ไม่มีบันไดปั่น) จะเข้าข่ายเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ซึ่งจำเป็นต้องจดทะเบียนและผู้ขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์
- การปฏิบัติตามกฎจราจร: แม้ไม่ต้องมีใบขับขี่ ผู้ขี่ E-Bike ที่เข้าข่ายจักรยานยังคงต้องปฏิบัติตามกฎจราจรสำหรับจักรยานอย่างเคร่งครัด เช่น ขี่ชิดขอบทางด้านซ้ายและใช้สัญญาณมือ
- ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ: การสวมหมวกนิรภัยและติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่างเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ แม้กฎหมายอาจไม่ได้บังคับสำหรับจักรยานก็ตาม
- ตรวจสอบสเปกก่อนซื้อ: การพิจารณาคุณสมบัติทางเทคนิคของรถเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ควรเชื่อเพียงชื่อเรียกทางการตลาด เพื่อให้แน่ใจว่ารถที่เลือกนั้นถูกกฎหมายและตรงตามความต้องการใช้งาน
ทำความเข้าใจ E-Bike ในมุมมองกฎหมายจราจรไทย
ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กกำลังกลายเป็นทางเลือกหลักสำหรับการเดินทางในระยะใกล้สำหรับคนทุกวัย ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงผู้สูงอายุ ด้วยความสะดวกสบาย ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดนี้ได้นำมาซึ่งคำถามสำคัญเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องใบขับขี่และการจดทะเบียน
ความสำคัญของการทำความเข้าใจกฎหมายในเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การหลีกเลี่ยงค่าปรับ แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนนร่วมกัน การทราบว่า E-Bike ที่ใช้งานอยู่จัดอยู่ในประเภทใด “จักรยาน” หรือ “รถจักรยานยนต์” จะเป็นตัวกำหนดข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติตาม ตั้งแต่การใช้งานบนช่องทางจราจร การสวมหมวกนิรภัย ไปจนถึงการทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) การมีความรู้ที่ถูกต้องจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อและขับขี่ E-Bike ได้อย่างมั่นใจและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
ไขข้อข้องใจ: E-Bike แบบไหนเข้าข่าย “จักรยานไฟฟ้า” ไม่ต้องใช้ใบขับขี่
หัวใจสำคัญในการตอบคำถามว่า E-Bike คันใดต้องใช้ใบขับขี่หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการจำแนกประเภทของยานพาหนะตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก ซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณาจากคุณสมบัติทางเทคนิคของตัวรถเป็นหลัก ไม่ใช่จากชื่อที่ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายใช้เรียก
เกณฑ์สำคัญตามกฎหมายที่ใช้จำแนกประเภท
เพื่อให้ E-Bike ถูกจัดอยู่ในประเภท “รถจักรยาน” และได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนหรือใช้ใบขับขี่ จะต้องมีคุณสมบัติสำคัญดังต่อไปนี้:
- กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า: ต้องมีกำลังขับเคลื่อนไม่เกิน 250 วัตต์ ซึ่งเป็นกำลังที่เพียงพอต่อการช่วยผ่อนแรงในการปั่น แต่ไม่สูงจนทำให้รถมีสมรรถนะเทียบเท่ารถจักรยานยนต์
- ความเร็วสูงสุด: ต้องถูกจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
- ลักษณะทางกายภาพ: ตัวรถต้องมีลักษณะเป็นจักรยานอย่างชัดเจน กล่าวคือ ต้องมี “บันไดสำหรับปั่น” (Pedals) ที่สามารถใช้งานได้จริง เป็นส่วนประกอบหลักในการขับเคลื่อน แม้ว่าจะมีระบบไฟฟ้าเข้ามาช่วยเสริมก็ตาม
หาก E-Bike ที่สนใจมีคุณสมบัติครบทั้ง 3 ข้อนี้ โดยทั่วไปจะถือว่าเป็น “จักรยาน” ตามกฎหมายจราจรทางบก ซึ่งหมายความว่าผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ ไม่ต้องนำรถไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก และไม่ต้องติดแผ่นป้ายทะเบียน
สิทธิและหน้าที่เมื่อขับขี่ในฐานะจักรยาน
การได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีใบขับขี่ ไม่ได้หมายความว่าผู้ขี่จะสามารถละเลยกฎจราจรได้ ในทางกลับกัน ผู้ขี่ E-Bike ที่เข้าข่ายเป็นจักรยานมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายสำหรับผู้ขี่จักรยานอย่างเคร่งครัด ดังนี้:
- การใช้ช่องทางจราจร: ต้องขับขี่ในช่องทางที่จัดไว้สำหรับจักรยาน หากไม่มี ให้ขี่ชิดขอบทางด้านซ้ายให้มากที่สุด
- ห้ามขี่บนทางเท้า: การนำจักรยานไฟฟ้าไปขี่บนทางเท้าถือเป็นความผิดและอาจมีโทษปรับ เว้นแต่จะมีป้ายอนุญาตเป็นการเฉพาะ
- เคารพสัญญาณไฟและป้ายจราจร: ต้องปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรและป้ายเตือนต่างๆ เช่นเดียวกับยานพาหนะประเภทอื่น
- การให้สัญญาณ: ควรใช้สัญญาณมือเมื่อต้องการเลี้ยวหรือหยุดรถ เพื่อให้ผู้ใช้ถนนคนอื่นสามารถคาดการณ์ได้
- การบรรทุกและซ้อนท้าย: ไม่ควรบรรทุกสิ่งของหรือมีผู้ซ้อนท้ายในลักษณะที่อาจเป็นอันตรายหรือบดบังทัศนวิสัยในการควบคุมรถ
- การขับขี่ในเวลากลางคืน: ต้องเปิดไฟหน้า (สีขาว) และไฟท้าย (สีแดง) พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสง เพื่อให้ยานพาหนะอื่นมองเห็นได้ชัดเจน
เมื่อ E-Bike กลายเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า”: กรณีที่ต้องมีใบขับขี่และจดทะเบียน
ในตลาดปัจจุบันมียานพาหนะไฟฟ้าสองล้อจำนวนมากที่ถูกเรียกว่า “E-Bike” แต่มีสมรรถนะสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับจักรยาน ซึ่งทำให้สถานะทางกฎหมายของมันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ลักษณะที่ทำให้ E-Bike ถูกจัดประเภทใหม่
ยานพาหนะไฟฟ้าจะถูกพิจารณาเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” หากมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อดังต่อไปนี้:
- กำลังมอเตอร์สูงกว่า 250 วัตต์: มอเตอร์ที่มีกำลังสูงกว่านี้จะทำให้รถมีอัตราเร่งและความสามารถในการไต่ทางชันเทียบเท่าหรือใกล้เคียงกับรถจักรยานยนต์
- ความเร็วสูงสุดเกิน 25 กม./ชม.: รถที่สามารถทำความเร็วได้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดจะก่อให้เกิดความเสี่ยงบนท้องถนนมากขึ้น และจำเป็นต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดกว่า
- ไม่มีบันไดสำหรับปั่น: หากตัวรถใช้คันเร่ง (Throttle) เป็นระบบขับเคลื่อนหลักเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีบันไดปั่น หรือมีแต่เป็นเพียงที่พักเท้า จะถูกจัดเป็นรถจักรยานยนต์ทันที
- ดีไซน์และโครงสร้าง: รูปแบบของเบาะนั่ง, ตำแหน่งพักเท้า, และโครงสร้างโดยรวมที่เหมือนกับรถจักรยานยนต์มากกว่าจักรยาน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณา
เมื่อ E-Bike เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผู้ครอบครองและผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับทางกฎหมายอย่างครบถ้วน ซึ่งรวมถึง:
- การจดทะเบียน: ต้องนำรถไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อขอรับแผ่นป้ายทะเบียน
- ใบอนุญาตขับขี่: ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
- อุปกรณ์ความปลอดภัย: รถต้องมีอุปกรณ์ส่วนควบครบถ้วนตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ไฟหน้า-ท้าย, ไฟเลี้ยว, กระจกมองข้าง และแตรสัญญาณ
- การประกันภัย: ต้องจัดทำประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.)
- การสวมหมวกนิรภัย: ทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายต้องสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง
เลือก E-Bike ให้ถูกกฎหมายและคุ้มค่าที่สุด
ปัญหาความสับสนในข้อกฎหมายทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเสี่ยงต่อการซื้อยานพาหนะที่ผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว การเลือกซื้อจากร้านค้าทั่วไปที่ไม่มีความเชี่ยวชาญอาจนำไปสู่ปัญหามากมาย ตั้งแต่การถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับปรับ ไปจนถึงความไม่ปลอดภัยในการใช้งานเนื่องจากรถไม่ได้มาตรฐาน การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือการเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือและให้ข้อมูลที่โปร่งใส GIANT Shopping Mall คือคำตอบสำหรับผู้ที่มองหา จักรยานไฟฟ้า คุณภาพสูง ที่สอดคล้องกับกฎหมายไทยอย่างแท้จริง
ที่ GIANT Shopping Mall เราเข้าใจถึงความกังวลของลูกค้า เราจึงคัดสรรเฉพาะ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติทางเทคนิคอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่ารถทุกคันมีสเปกที่ถูกต้องตามกฎหมายในประเภท “จักรยานไฟฟ้า” ไม่ว่าจะเป็นกำลังมอเตอร์ที่ไม่เกิน 250 วัตต์ หรือการจำกัดความเร็วสูงสุดที่ 25 กม./ชม. ข้อมูลเหล่านี้จะถูกระบุไว้อย่างชัดเจน ช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้ในรถของเรายังให้ระยะทางที่ไกลกว่า ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว และมีอายุการใช้งานที่ทนทานกว่าแบตเตอรี่ทั่วไปในตลาด ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดที่ผู้คนต้องการความคุ้มค่าและความยั่งยืน
ที่ GIANT Shopping Mall ทุกการตัดสินใจซื้อคือความมั่นใจ… หมดกังวลเรื่องกฎหมายจราจร พร้อมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่า ปลอดภัย และประหยัดอย่างแท้จริง ด้วย E-Bike ที่ได้มาตรฐานและบริการหลังการขายที่พร้อมดูแล
การเลือกลงทุนกับ E-Bike จาก GIANT Shopping Mall ไม่ใช่แค่การซื้อยานพาหนะ แต่คือการซื้อความสบายใจ ความปลอดภัย และความคุ้มค่า ทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำเพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในซอย การไปทำงาน หรือการขับขี่เพื่อสันทนาการ พร้อมการรับประกันคุณภาพและศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: เลือกยานพาหนะไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณ
เพื่อช่วยในการตัดสินใจ การเปรียบเทียบคุณสมบัติระหว่างยานพาหนะประเภทต่างๆ จะทำให้เห็นภาพความแตกต่างและความคุ้มค่าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
| คุณสมบัติ | E-Bike จาก GIANT Shopping Mall | จักรยานธรรมดา |
|---|---|---|
| ความเร็วเฉลี่ย | คงที่และรวดเร็ว (สูงสุด 25 กม./ชม.) | ขึ้นอยู่กับกำลังของผู้ปั่น |
| ความเหนื่อยล้า | น้อยมาก มีมอเตอร์ช่วยผ่อนแรง | สูง ขึ้นอยู่กับระยะทางและความชัน |
| ระยะทางที่เหมาะสม | ระยะใกล้ถึงกลาง (10-40 กม.) | ระยะใกล้ (ไม่เกิน 10 กม.) |
| ค่าใช้จ่ายพลังงาน | ต่ำมาก (ค่าไฟฟ้าในการชาร์จ) | ไม่มี |
| การเดินทางไปทำงาน/เรียน | เหมาะสมมาก ถึงที่หมายได้รวดเร็ว ไม่เหนื่อย | อาจไม่เหมาะกับระยะทางไกลหรือวันที่เร่งรีบ |
| ปัจจัย | E-Bike จาก GIANT Shopping Mall | E-Bike ไม่ได้มาตรฐาน (ร้านค้าทั่วไป) |
|---|---|---|
| การปฏิบัติตามกฎหมาย | ถูกต้อง 100% (กำลังมอเตอร์และความเร็วตามกำหนด) | ไม่แน่นอน อาจมีสเปกเกินกฎหมายกำหนด |
| คุณภาพแบตเตอรี่ | แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมาตรฐานสูง ปลอดภัย | อาจเป็นแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด หรือคุณภาพต่ำ เสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพเร็ว |
| ระบบความปลอดภัย | ระบบเบรก, ไฟส่องสว่าง, และโครงสร้างได้มาตรฐาน | อาจใช้วัสดุคุณภาพต่ำ ระบบเบรกไม่มีประสิทธิภาพ |
| การรับประกัน | มีการรับประกันตัวรถและแบตเตอรี่ชัดเจน | ส่วนใหญ่ไม่มี หรือรับประกันระยะสั้น |
| บริการหลังการขาย | มีศูนย์บริการและอะไหล่รองรับ | หาอะไหล่ซ่อมแซมได้ยาก |
ข้อควรระวังและเทคนิคการขับขี่ E-Bike อย่างปลอดภัยบนท้องถนน
แม้ว่า E-Bike จะใช้งานง่าย แต่การขับขี่อย่างปลอดภัยต้องอาศัยความเข้าใจในสมรรถนะของรถและการเคารพกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
การเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง
ก่อนการใช้งานทุกครั้ง ควรตรวจสอบสภาพรถเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย:
- ระบบเบรก: ตรวจสอบว่าเบรกหน้าและหลังทำงานได้ปกติ
- ลมยาง: เช็กลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อการควบคุมรถที่ดีที่สุด
- แบตเตอรี่: ตรวจสอบระดับพลังงานให้เพียงพอต่อระยะทางที่จะเดินทาง
- ระบบไฟ: หากต้องขับขี่ในเวลากลางคืนหรือในที่แสงน้อย ควรทดสอบไฟหน้า ไฟท้าย และไฟเลี้ยว (ถ้ามี) ว่าทำงานปกติหรือไม่
กฎจราจรพื้นฐานที่ผู้ใช้ E-Bike ต้องปฏิบัติตาม
นอกเหนือจากการขี่ชิดซ้ายและใช้ช่องทางจักรยานแล้ว ผู้ขี่ E-Bike ควรตระหนักถึงความเร็วของรถที่อาจสูงกว่าจักรยานธรรมดา ทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเข้าใกล้ทางร่วมทางแยก หรือเมื่อมีคนเดินเท้าข้ามถนน ควรลดความเร็วและพร้อมที่จะหยุดเสมอ และควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้เหมาะสม เพื่อให้มีระยะเบรกที่ปลอดภัย
อุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
แม้กฎหมายจะไม่ได้บังคับการสวมหมวกนิรภัยสำหรับจักรยาน แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่เอง การสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่ E-Bike ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ การสวมใส่เสื้อผ้าสีสว่างหรือมีแถบสะท้อนแสง และการติดตั้งกระจกมองข้าง จะช่วยเพิ่มการมองเห็นและลดจุดบอดในการขับขี่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
สรุป: ขับขี่ E-Bike อย่างมั่นใจและถูกกฎหมาย พร้อมเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้
คำตอบของคำถามที่ว่า “ขี่ e-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม?” นั้นชัดเจนว่า “ไม่ต้อง” หาก E-Bike คันนั้นมีคุณสมบัติตรงตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็น “จักรยาน” คือ มีกำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250 วัตต์ และความเร็วสูงสุดไม่เกิน 25 กม./ชม. แต่หากมีสมรรถนะสูงกว่านั้น จะเข้าข่ายเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ซึ่งต้องมีทั้งใบขับขี่และทะเบียนรถ
ดังนั้น ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการเลือกซื้อ E-Bike จากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ มีความโปร่งใสในข้อมูลทางเทคนิค และรับประกันว่าสินค้าที่จำหน่ายนั้นถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย ปลอดภัย และไร้ความกังวล
สำหรับผู้ที่กำลังมองหายานพาหนะไฟฟ้าคู่ใจ ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้า, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และถูกต้องตามกฎหมาย GIANT Shopping Mall คือผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายที่ท่านสามารถไว้วางใจได้ เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม
ติดต่อสอบถามและสั่งซื้อได้ที่:
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- Line: LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
