ขับ E-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม? สรุปกฎหมายล่าสุด 2569
- ประเด็นสำคัญที่ต้องทราบเกี่ยวกับกฎหมาย E-Bike
- ภาพรวมของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ E-Bike ในประเทศไทย
- การจำแนกประเภท E-Bike ตามกฎหมายไทย: จักรยานไฟฟ้า vs. รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
- สรุปข้อบังคับทางกฎหมายปี 2569: ขับ E-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม?
- ข้อควรระวังและความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ E-Bike
- แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ใช้งาน E-Bike อย่างถูกต้องและปลอดภัย
- บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต
- เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและ E-Bike ที่เหมาะสม
คำถามที่ว่า ขับ E-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม? สรุปกฎหมายล่าสุด 2569 กลายเป็นข้อสงสัยสำคัญสำหรับผู้ใช้ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กในประเทศไทย เนื่องจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่สถานะทางกฎหมายยังคงมีความคลุมเครือ บทความนี้จะวิเคราะห์และสรุปข้อบังคับต่างๆ โดยอ้างอิงจากกฎหมายปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจถึงข้อกำหนดและสามารถใช้งาน E-Bike ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
ประเด็นสำคัญที่ต้องทราบเกี่ยวกับกฎหมาย E-Bike
- การจำแนกประเภท: กฎหมายไทยไม่ได้นิยามคำว่า “E-Bike” โดยตรง แต่จะพิจารณาจากคุณลักษณะของตัวรถ เช่น การมีแป้นปั่น ความเร็วสูงสุด และกำลังมอเตอร์ เพื่อตัดสินว่าเป็น “จักรยาน” หรือ “รถจักรยานยนต์”
- ใบขับขี่และการจดทะเบียน: หาก E-Bike มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (เช่น ไม่มีแป้นปั่น ใช้คันเร่ง ความเร็วสูง) การนำมาใช้งานบนถนนสาธารณะจำเป็นต้องมีทั้งใบอนุญาตขับขี่และการจดทะเบียน
- พื้นที่การใช้งาน: จักรยานไฟฟ้าที่มีลักษณะเป็นจักรยาน (มีแป้นปั่นช่วย) สามารถใช้งานในพื้นที่ส่วนบุคคลหรือทางจักรยานได้โดยทั่วไปโดยไม่ต้องมีใบขับขี่ แต่การนำมาวิ่งบนถนนหลวงอาจทำให้ถูกตีความว่าเป็นรถที่ต้องปฏิบัติตามกฎจราจร
- กฎหมายที่บังคับใช้: ปัจจุบันยังไม่มีพระราชบัญญัติสำหรับ E-Bike โดยเฉพาะ การบังคับใช้จึงอิงตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 เป็นหลัก
- ความเสี่ยงทางกฎหมาย: การใช้ E-Bike ที่เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์แต่ไม่ได้จดทะเบียนและไม่มีใบขับขี่บนทางสาธารณะ มีความผิดตามกฎหมายและอาจมีโทษปรับหรือจำคุก
ภาพรวมของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ E-Bike ในประเทศไทย
ประเด็น ขับ E-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม เป็นหัวข้อที่มีความซับซ้อนเนื่องจากเทคโนโลยีของยานพาหนะไฟฟ้าพัฒนาไปไกลกว่าตัวบทกฎหมายที่มีอยู่เดิมในประเทศไทย ณ ปี 2569 ยังไม่มีกฎหมายที่บัญญัติขึ้นเพื่อกำกับดูแลจักรยานไฟฟ้าหรือ E-Bike โดยเฉพาะ ทำให้การตีความและการบังคับใช้กฎหมายต้องอาศัยพระราชบัญญัติเดิมที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะเป็นหลัก ได้แก่ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522
สาระสำคัญของการพิจารณาคือ ยานพาหนะดังกล่าวเข้าข่ายคำนิยามของ “รถ” หรือ “รถจักรยานยนต์” ตามกฎหมายหรือไม่ หากเข้าข่าย ก็จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เช่น การจดทะเบียน การเสียภาษี การจัดทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้องตามประเภทของรถนั้นๆ ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในฐานะยานพาหนะทางเลือกสำหรับการเดินทางในระยะใกล้ ทำให้ผู้ใช้งานจำนวนมากอาจไม่ตระหนักถึงข้อกฎหมายเหล่านี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การกระทำที่ผิดกฎหมายโดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้น การทำความเข้าใจเกณฑ์การจำแนกประเภทของยานพาหนะจึงเป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรกสำหรับผู้ใช้ทุกคน
การจำแนกประเภท E-Bike ตามกฎหมายไทย: จักรยานไฟฟ้า vs. รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
หัวใจสำคัญของการตอบคำถามว่า E-Bike ต้องใช้ใบขับขี่หรือไม่ อยู่ที่การจำแนกประเภทของยานพาหนะว่าเป็น “จักรยาน” หรือ “รถจักรยานยนต์” ซึ่งกรมการขนส่งทางบกและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพิจารณาจากคุณสมบัติทางกายภาพและการทำงานของตัวรถเป็นหลัก โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้
กลุ่มที่ 1: จักรยานไฟฟ้า (Pedal-Assisted) – เข้าข่าย “จักรยาน”
ยานพาหนะในกลุ่มนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับจักรยานธรรมดา แต่มีมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งเข้ามาเพื่อช่วยผ่อนแรงในการปั่น ไม่ได้มีไว้เพื่อขับเคลื่อนรถโดยลำพัง
ลักษณะสำคัญ:
- มีแป้นปั่น (Pedals): เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุด มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานก็ต่อเมื่อผู้ขับขี่ออกแรงปั่น หรือทำงานในลักษณะช่วยเสริมแรงปั่นเท่านั้น
- กำลังมอเตอร์ต่ำ: โดยทั่วไปตามมาตรฐานสากล กำลังมอเตอร์จะไม่สูงมากนัก (มักจะอยู่ที่ประมาณ 250 วัตต์) เพื่อให้เป็นเพียงระบบช่วยผ่อนแรง ไม่ใช่ระบบขับเคลื่อนหลัก
- ความเร็วจำกัด: ระบบมอเตอร์ไฟฟ้าจะตัดการทำงานเมื่อความเร็วถึงระดับที่กำหนด ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากต้องการความเร็วสูงกว่านั้น ผู้ขับขี่ต้องใช้แรงปั่นของตนเอง
สถานะทางกฎหมายและการใช้งาน:
โดยทั่วไป E-Bike ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวจะถูกตีความว่าเป็น “จักรยาน” ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ซึ่งหมายความว่า:
- ไม่ต้องมีใบขับขี่: ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่
- ไม่ต้องจดทะเบียน: ไม่ต้องนำรถไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก และไม่ต้องติดแผ่นป้ายทะเบียน
- พื้นที่ใช้งานที่เหมาะสม: เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ส่วนบุคคล เช่น หมู่บ้าน คอนโดมิเนียม โรงงาน หรือในเส้นทางที่จัดไว้สำหรับจักรยาน อย่างไรก็ตาม การนำไปใช้งานบนถนนสาธารณะร่วมกับรถยนต์ประเภทอื่นยังต้องปฏิบัติตามกฎจราจรสำหรับจักรยานและใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
กลุ่มที่ 2: รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Throttle-Based) – เข้าข่าย “รถจักรยานยนต์”
ยานพาหนะในกลุ่มนี้มีลักษณะและการทำงานเหมือนกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมัน แต่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนแทน
ลักษณะสำคัญ:
- ไม่มีแป้นปั่น: การขับเคลื่อนอาศัยการบิดคันเร่ง (Throttle) ที่แฮนด์รถเพียงอย่างเดียว เหมือนรถจักรยานยนต์ทั่วไป
- กำลังมอเตอร์สูง: มีกำลังมอเตอร์สูงพอที่จะขับเคลื่อนตัวรถและผู้ขับขี่ได้ด้วยความเร็วเทียบเท่ารถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก
- ความเร็วสูง: สามารถทำความเร็วได้ตั้งแต่ 30-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับรุ่นและสเปกของรถ
- น้ำหนักและโครงสร้าง: มีโครงสร้างและน้ำหนักใกล้เคียงกับรถจักรยานยนต์ ทำให้มีสมรรถนะในการขับขี่บนท้องถนนที่สูงกว่ากลุ่มแรก
สถานะทางกฎหมายและการใช้งาน:
E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติดังกล่าว จะถูกตีความว่าเป็น “รถจักรยานยนต์” ตาม พ.r.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งหมายความว่า:
- ต้องมีใบขับขี่: ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
- ต้องจดทะเบียน: รถจะต้องผ่านการตรวจสภาพและจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้ได้แผ่นป้ายทะเบียนและเอกสารประจำรถที่ถูกต้อง
- ข้อบังคับอื่นๆ: ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์ทุกประการ เช่น การทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) การเสียภาษีประจำปี และผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายต้องสวมหมวกนิรภัย
สรุปข้อบังคับทางกฎหมายปี 2569: ขับ E-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม?
เพื่อความชัดเจนในการปฏิบัติตามกฎหมาย สามารถสรุปข้อบังคับสำหรับ E-Bike ประเภทต่างๆ ได้ดังตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้า (Pedal-Assisted) | รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Throttle-Based) |
|---|---|---|
| ลักษณะเด่น | มีแป้นปั่น, มอเตอร์ช่วยปั่น, ความเร็วต่ำ (ไม่เกิน 25 กม./ชม.) | ไม่มีแป้นปั่น, ใช้คันเร่ง, ความเร็วสูง (30 กม./ชม. ขึ้นไป) |
| การตีความตามกฎหมาย | เข้าข่าย “จักรยาน” | เข้าข่าย “รถจักรยานยนต์” |
| ใบอนุญาตขับขี่ | ไม่ต้องมี (เมื่อใช้ในพื้นที่ที่เหมาะสม) | ต้องมี (ใบขับขี่รถจักรยานยนต์) |
| การจดทะเบียน | ไม่ต้องจดทะเบียน | ต้องจดทะเบียน และติดแผ่นป้ายทะเบียน |
| พื้นที่ใช้งานที่ถูกกฎหมาย | พื้นที่ส่วนบุคคล, ทางจักรยาน, ทางในหมู่บ้าน | ถนนสาธารณะทุกแห่ง (เมื่อจดทะเบียนแล้ว) |
| บทลงโทษหากฝ่าฝืน | อาจถูกตักเตือนหากใช้ผิดที่และกีดขวางการจราจร | มีความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ และ พ.ร.บ.จราจรทางบก |
สำหรับบทลงโทษนั้น หากนำยานพาหนะที่เข้าข่ายเป็น “รถจักรยานยนต์” มาใช้งานบนทางสาธารณะโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะมีความผิดดังนี้:
- ความผิดฐานไม่มีใบอนุญาตขับขี่: ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 64 ระบุว่าผู้ใดขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ความผิดฐานใช้รถที่ไม่ได้จดทะเบียน: ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 6 ระบุว่าห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถที่ยังมิได้จดทะเบียน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ตามแนวทางการชี้แจงของกรมการขนส่งทางบกในกรณีของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่สามารถนำมาจดทะเบียนเป็นรถตามกฎหมายได้ จึงไม่สามารถนำมาใช้งานบนถนนสาธารณะได้ การฝ่าฝืนถือเป็นความผิดทั้งฐานใช้รถที่ไม่ได้จดทะเบียนและอาจรวมถึงการขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งหลักการนี้สามารถนำมาปรับใช้กับ E-Bike ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันได้
ข้อควรระวังและความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ E-Bike
เนื่องจากสถานะทางกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจนทั้งหมด ทำให้เกิดความเข้าใจผิดหลายประการในหมู่ผู้ใช้งาน E-Bike ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายได้
ความเข้าใจผิด 1: E-Bike ทุกคันได้รับการยกเว้นใบขับขี่และการจดทะเบียน
นี่เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนที่สุด ความจริงคือการยกเว้นนั้นใช้ได้กับ E-Bike ที่มีคุณสมบัติเป็น “จักรยานไฟฟ้าช่วยปั่น” เท่านั้น หากยานพาหนะมีสมรรถนะสูง ใช้คันเร่งเป็นหลัก และไม่มีแป้นปั่น จะถูกจัดว่าเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ทันที และต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์อย่างเคร่งครัด
ความเข้าใจผิด 2: E-Bike ที่จดทะเบียนไม่ได้ สามารถใช้งานบนถนนได้
สถานการณ์นี้เป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลายรุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทย ไม่ได้ถูกออกแบบตามมาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ทำให้ไม่สามารถนำไปยื่นขอจดทะเบียนได้ หากยานพาหนะเหล่านี้มีลักษณะเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” การนำไปใช้งานบนถนนสาธารณะจะถือว่าผิดกฎหมายทันที เพราะเป็นการนำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้งานในทาง ซึ่งเป็นความเสี่ยงทั้งต่อตัวผู้ขับขี่เองและผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ
ความเข้าใจผิด 3: มีกฎหมาย EV ใหม่ในปี 2569 ที่ครอบคลุม E-Bike แล้ว
แม้ว่าภาครัฐจะมีนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างต่อเนื่อง ทั้งมาตรการทางภาษีและเงินอุดหนุน แต่นโยบายส่วนใหญ่ ณ ปี 2569 ยังคงมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่สามารถจดทะเบียนได้อย่างถูกต้อง ยังไม่มีการออกกฎหมายหรือระเบียบเฉพาะสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro-mobility) เช่น E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ดังนั้น การบังคับใช้กฎหมายจึงยังคงอิงตามกรอบของกฎหมายเดิมอยู่
แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ใช้งาน E-Bike อย่างถูกต้องและปลอดภัย
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายและใช้งาน E-Bike ได้อย่างสบายใจ ผู้ใช้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้
1. ตรวจสอบคุณสมบัติของยานพาหนะก่อนซื้อ
ก่อนตัดสินใจซื้อ E-Bike ควรสละเวลาศึกษาข้อมูลจำเพาะของรถอย่างละเอียด สอบถามผู้ขายให้ชัดเจนว่ารถรุ่นดังกล่าวสามารถจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้หรือไม่ หากผู้ขายยืนยันว่าจดทะเบียนได้ ควรขอเอกสารยืนยันเพื่อนำไปตรวจสอบกับหน่วยงานราชการอีกครั้ง การเลือกรุ่นที่สามารถจดทะเบียนได้ (หากต้องการใช้งานบนถนน) จะเป็นทางออกที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด
2. จำกัดพื้นที่การใช้งานตามประเภทของรถ
หาก E-Bike ที่ครอบครองเป็นประเภท “จักรยานไฟฟ้าช่วยปั่น” ควรจำกัดการใช้งานในพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น ในหมู่บ้านจัดสรร, รีสอร์ท, โรงงาน, หรือเส้นทางจักรยานที่จัดไว้โดยเฉพาะ หลีกเลี่ยงการนำไปวิ่งบนถนนหลวงที่มีการจราจรหนาแน่น เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการถูกตีความทางกฎหมายแล้ว ยังอาจไม่ปลอดภัยอีกด้วย
สำหรับ E-Bike ประเภท “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ที่ไม่สามารถจดทะเบียนได้ การใช้งานควรจำกัดอยู่แค่ในพื้นที่ส่วนบุคคลเท่านั้น การนำออกมาวิ่งบนทางสาธารณะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
3. เตรียมเอกสารและข้อมูลของรถให้พร้อม
ควรมีเอกสารหรือข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของรถติดตัวไว้เสมอ เช่น คู่มือจากผู้ผลิตที่ระบุข้อมูลสำคัญอย่างกำลังมอเตอร์ (วัตต์), ความเร็วสูงสุด, ลักษณะการทำงาน (ช่วยปั่นหรือใช้คันเร่ง) ในกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบ ข้อมูลเหล่านี้อาจช่วยในการอธิบายและยืนยันได้ว่ายานพาหนะที่ใช้งานอยู่นั้นเข้าข่ายเป็นจักรยานหรือไม่
บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต
สรุปได้ว่า คำตอบของคำถาม “ขับ E-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม?” ในปี 2569 นั้น ขึ้นอยู่กับประเภทและคุณสมบัติของ E-Bike คันนั้นๆ หากเป็นจักรยานไฟฟ้าช่วยปั่น (Pedal-Assisted) ที่มีสมรรถนะต่ำและใช้ในพื้นที่จำกัด ก็ไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่ แต่หากเป็นรถที่มีลักษณะเหมือนรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (Throttle-Based) ที่มีความเร็วสูง การนำมาใช้บนถนนสาธารณะจำเป็นต้องมีทั้งใบขับขี่และการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง
ความรับผิดชอบจึงตกอยู่กับผู้ใช้งานที่ต้องทำความเข้าใจคุณสมบัติของยานพาหนะของตนเองและเลือกใช้งานให้ถูกกฎหมายและถูกสถานที่ ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่ภาครัฐจะออกกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับที่ชัดเจนมากขึ้นเพื่อรองรับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กเหล่านี้โดยเฉพาะ เพื่อส่งเสริมการใช้งานอย่างเป็นระบบและปลอดภัย แต่จนกว่าจะถึงวันนั้น ผู้ใช้ทุกคนจำเป็นต้องปฏิบัติตามการตีความของกฎหมายปัจจุบันอย่างเคร่งครัด
เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและ E-Bike ที่เหมาะสม
การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้งานและถูกต้องตามข้อบังคับเป็นสิ่งสำคัญ ที่ GIANT Shopping Mall มีจักรยานไฟฟ้าหลากหลายประเภทให้เลือกสรร ทั้งสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมทีมงานที่สามารถให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับคุณสมบัติของรถแต่ละรุ่น เพื่อให้ท่านสามารถตัดสินใจเลือกซื้อยานพาหนะที่ใช่และใช้งานได้อย่างมั่นใจ
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
GIANT Shopping Mall
ที่ตั้ง: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: วันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ติดตามโปรโมชั่นและข่าวสารได้ทาง FACEBOOK PAGE หรือสอบถามผ่าน LINE และสามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์ได้โดยตรง

