เลือก E-Bike ให้ผู้สูงอายุ: เบา ปลอดภัย ใช้งานง่าย
- ประเด็นสำคัญในการเลือกจักรยานไฟฟ้าให้ผู้สูงวัย
- เหตุผลที่จักรยานไฟฟ้าเป็นยานพาหนะที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ
- ประเภทของจักรยานไฟฟ้าที่แนะนำสำหรับผู้สูงอายุ
- เกณฑ์การพิจารณาหลัก: เบา ปลอดภัย และใช้งานง่าย
- ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคที่ควรทราบ
- คุณสมบัติเสริมที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัย
- แนวทางการเลือกให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานจริง
- คำแนะนำเพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ
- สรุปแนวทางการเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้า
การ เลือก E-Bike ให้ผู้สูงอายุ: เบา ปลอดภัย ใช้งานง่าย เป็นกระบวนการที่ต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดด้านความปลอดภัยและการใช้งานที่เหมาะสมกับสรีระและสมรรถภาพทางร่างกายของผู้สูงวัยเป็นอันดับแรก จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike ได้กลายเป็นยานพาหนะทางเลือกที่ช่วยส่งเสริมการเดินทางอย่างอิสระและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุ ทำให้สามารถเดินทางระยะใกล้ในชุมชนได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น บทความนี้จะนำเสนอแนวทางและหลักเกณฑ์ที่ครอบคลุมเพื่อการตัดสินใจเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสมาชิกอาวุโสในครอบครัว
ประเด็นสำคัญในการเลือกจักรยานไฟฟ้าให้ผู้สูงวัย
- ความมั่นคงต้องมาก่อน: จักรยานไฟฟ้า 3 ล้อ หรือสามล้อไฟฟ้า เป็นตัวเลือกที่แนะนำสำหรับผู้สูงอายุส่วนใหญ่ เนื่องจากให้ความมั่นคงสูง ลดความเสี่ยงในการล้มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ตรวจสอบคุณสมบัติด้านความปลอดภัย: ระบบเบรกที่ได้มาตรฐาน, ความเร็วสูงสุดที่ควบคุมง่าย (ไม่เกิน 25-30 กม./ชม.), และโครงสร้างที่แข็งแรงทนทานคือปัจจัยที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด
- การออกแบบที่เป็นมิตรต่อผู้สูงวัย: โครงสร้างตัวรถที่ต่ำเพื่อให้ก้าวขึ้น-ลงได้สะดวก, เบาะนั่งที่กว้างและสบาย, และแผงควบคุมที่มีปุ่มน้อย ไม่ซับซ้อน เป็นสิ่งจำเป็น
- พิจารณาจากการใช้งานจริง: เลือกรุ่นที่สามารถรองรับน้ำหนักของผู้ขับขี่และสัมภาระได้เพียงพอ รวมถึงมีระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้งที่ครอบคลุมการเดินทางในแต่ละวัน
- บริการหลังการขาย: การเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือ มีการรับประกัน และมีอะไหล่พร้อมให้บริการ จะช่วยให้ใช้งานได้อย่างสบายใจในระยะยาว
เหตุผลที่จักรยานไฟฟ้าเป็นยานพาหนะที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ
การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัยสูงอายุอาจมาพร้อมกับข้อจำกัดทางร่างกายที่เพิ่มขึ้น แต่ความต้องการที่จะเดินทางและทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันยังคงอยู่ จักรยานไฟฟ้าจึงเข้ามาตอบโจทย์ในฐานะเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมการเดินทางอย่างอิสระและปลอดภัย ด้วยเหตุผลหลายประการ
ประการแรกคือด้านความปลอดภัย เมื่อเปรียบเทียบกับรถจักรยานยนต์ทั่วไป จักรยานไฟฟ้ามีความเร็วไม่สูงมากนัก โดยส่วนใหญ่มักจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ประมาณ 25-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ผู้สูงอายุสามารถควบคุมรถได้ง่ายขึ้น และลดความรุนแรงของการบาดเจ็บหากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ประการต่อมาคือความง่ายในการใช้งาน ระบบการทำงานไม่ซับซ้อน ส่วนใหญ่ใช้เพียงการบิดคันเร่งหรือเลือกโหมดช่วยปั่น ทำให้ผู้สูงอายุเรียนรู้และใช้งานได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการเดินทางระยะใกล้ถึงปานกลาง เช่น การเดินทางไปตลาด, วัด, หรือบ้านเพื่อนในชุมชน
นอกจากนี้ จักรยานไฟฟ้าบางรุ่นยังส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้เคลื่อนไหวร่างกายเบาๆ ด้วยโหมดที่สามารถเลือกระหว่างการใช้ไฟฟ้าเต็มรูปแบบและการปั่นแบบมีมอเตอร์ช่วยผ่อนแรง ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ไม่หักโหมจนเกินไป ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและส่งเสริมสุขภาพโดยรวม
ประเภทของจักรยานไฟฟ้าที่แนะนำสำหรับผู้สูงอายุ
การเลือกประเภทของจักรยานไฟฟ้าควรพิจารณาจากความสามารถในการทรงตัวและสภาพร่างกายของผู้ใช้งานเป็นหลัก โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ที่ได้รับความนิยม
จักรยานไฟฟ้า 3 ล้อ (สามล้อไฟฟ้า): เน้นความมั่นคง ปลอดภัย
จักรยานไฟฟ้า 3 ล้อถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ และได้รับการแนะนำอย่างกว้างขวางสำหรับผู้สูงอายุ จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือความมั่นคงของฐานล้อที่กว้าง ช่วยป้องกันการล้มได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการทรงตัวหรือมีความกังวลเรื่องการล้ม สามล้อไฟฟ้าหลายรุ่นถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงผู้สูงวัยโดยเฉพาะ เช่น มีเบาะนั่งขนาดใหญ่พร้อมพนักพิงหลัง, มีตะกร้าใส่ของทั้งด้านหน้าและด้านหลังขนาดใหญ่, และมีโครงสร้างที่ต่ำเพื่อให้ก้าวขึ้นลงได้โดยไม่ต้องยกขาสูง ทำให้เป็นยานพาหนะที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการไปซื้อของในตลาดหรือเดินทางในหมู่บ้าน
จักรยานไฟฟ้า 2 ล้อ (ทรงแม่บ้าน): สำหรับผู้ที่ยังแข็งแรง
สำหรับผู้สูงอายุที่ยังคงมีสุขภาพแข็งแรงและสามารถปั่นจักรยานธรรมดาได้คล่องแคล่ว จักรยานไฟฟ้า 2 ล้ออาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมได้เช่นกัน ควรเลือกรุ่นที่มีลักษณะคล้ายจักรยานแม่บ้านญี่ปุ่น คือมีน้ำหนักเบาและมีท่อกลางของเฟรมที่โค้งต่ำ (Step-through frame) เพื่อให้การขึ้นลงทำได้สะดวกและปลอดภัย การเลือกรุ่น 2 ล้อจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพ และความสูงของตัวรถที่พอดีกับสรีระของผู้ขับขี่ เพื่อให้สามารถวางเท้าถึงพื้นได้อย่างมั่นคงเมื่อต้องการหยุดรถ
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้า 3 ล้อ (สามล้อไฟฟ้า) | จักรยานไฟฟ้า 2 ล้อ (ทรงแม่บ้าน) |
|---|---|---|
| ความมั่นคง | สูงมาก ไม่ต้องทรงตัวขณะหยุดรถ | ต้องใช้ทักษะการทรงตัวเช่นเดียวกับจักรยานทั่วไป |
| ความเสี่ยงในการล้ม | ต่ำมาก เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องการล้ม | มีความเสี่ยงหากผู้ขับขี่ขาดทักษะการทรงตัว |
| ความคล่องตัว | วงเลี้ยวอาจกว้างกว่า เหมาะกับพื้นที่โล่ง | คล่องตัวสูง เหมาะกับการเดินทางในซอยแคบ |
| การบรรทุกสัมภาระ | มักมีตะกร้าขนาดใหญ่ทั้งหน้า-หลัง รองรับน้ำหนักได้มาก | มีตะกร้าขนาดมาตรฐาน รองรับน้ำหนักได้น้อยกว่า |
| เหมาะสำหรับ | ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการทรงตัว หรือต้องการความมั่นคงสูงสุด | ผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรงและคุ้นเคยกับการขี่จักรยาน 2 ล้อ |
เกณฑ์การพิจารณาหลัก: เบา ปลอดภัย และใช้งานง่าย
เมื่อตัดสินใจเลือกประเภทของจักรยานได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการพิจารณารายละเอียดเชิงลึก โดยยึดหลัก 3 ประการ คือ ความปลอดภัย, น้ำหนักที่เบาและเหมาะสม, และการใช้งานที่ง่าย
ความปลอดภัย: หัวใจสำคัญอันดับหนึ่ง
- โครงสร้างที่มั่นคง: หากผู้สูงอายุมีความเสี่ยงที่จะล้มได้ง่าย การเลือกใช้สามล้อไฟฟ้าที่มีฐานล้อกว้างจะช่วยเสริมความมั่นคงและป้องกันอุบัติเหตุได้ดีที่สุด
- ระบบเบรกมาตรฐาน: ควรตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบเบรกว่าสามารถหยุดรถได้อย่างนุ่มนวลและมั่นใจ ตำแหน่งของก้านเบรกควรอยู่ในระยะที่ผู้สูงอายุเอื้อมถึงได้สะดวกและไม่ต้องใช้แรงบีบมากเกินไป
- ความเร็วที่เหมาะสม: จักรยานไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุควรจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ไม่เกิน 25-30 กม./ชม. เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ง่ายและปลอดภัย
- มาตรฐานระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่: ควรเลือกยี่ห้อที่มีชื่อเสียงและเชื่อถือได้ ระบบไฟฟ้าควรได้มาตรฐานเพื่อป้องกันการลัดวงจร และแบตเตอรี่ควรมีคุณภาพดี พร้อมการรับประกันและบริการหลังการขายที่ชัดเจน
น้ำหนักตัวรถและการรองรับน้ำหนักบรรทุก
น้ำหนักของตัวรถเป็นปัจจัยที่มักถูกมองข้าม จักรยานไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบาจะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถเข็นหรือจูงรถได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องถอยรถหรือเลี้ยวในพื้นที่แคบ ขณะเดียวกันก็ต้องตรวจสอบความสามารถในการรองรับน้ำหนักบรรทุก (Payload Capacity) ซึ่งควรรองรับน้ำหนักของผู้ขับขี่รวมกับสัมภาระได้อย่างสบาย โดยทั่วไปรุ่นสามล้อไฟฟ้ามักรองรับน้ำหนักได้สูงถึง 200-250 กิโลกรัม เหมาะกับการบรรทุกของจากตลาด
การออกแบบตามสรีระ: การขึ้น-ลงและท่านั่งที่สะดวกสบาย
การออกแบบที่เอื้อต่อสรีระของผู้สูงวัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง ควรเลือกรุ่นที่มีโครงสร้างตัวถังต่ำ (Low Frame หรือ Step-through) ซึ่งทำให้ไม่ต้องยกขาสูงเวลาขึ้นหรือลงจากรถ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาข้อสะโพกหรือข้อเข่า เบาะนั่งควรสามารถปรับระดับความสูงได้ และมีความกว้างที่นั่งสบาย ระยะห่างจากเบาะไปยังแฮนด์บังคับควรพอดี ไม่ทำให้ต้องเหยียดแขนจนสุด นอกจากนี้ สามล้อไฟฟ้าหลายรุ่นยังมีพนักพิงหลังที่ช่วยรองรับแผ่นหลัง ลดความเมื่อยล้าในการขับขี่ระยะไกล
แผงควบคุมและฟังก์ชันการใช้งานที่เป็นมิตร
ระบบควบคุมควรเรียบง่ายและเข้าใจได้ทันที ควรมีปุ่มควบคุมไม่กี่ปุ่ม พร้อมสัญลักษณ์ที่ชัดเจน เช่น ปุ่มเปิด-ปิดระบบไฟฟ้า, ปุ่มไฟหน้า, และปุ่มปรับระดับความเร็วหรือโหมดช่วยปั่น หน้าจอแสดงผลแบบดิจิทัลที่บอกสถานะแบตเตอรี่คงเหลือและระดับความเร็วอย่างชัดเจน จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้สูงอายุ บางรุ่นอาจมีฟังก์ชันเสริม เช่น รีโมตควบคุมการเปิด-ปิดระบบ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยเมื่อจอดรถทิ้งไว้
ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคที่ควรทราบ
แม้ไม่จำเป็นต้องลงลึกในรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมด แต่การทำความเข้าใจข้อมูลจำเพาะพื้นฐานจะช่วยให้สามารถเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น
- กำลังมอเตอร์ (Motor Power): กำลังมอเตอร์ขนาด 250-500 วัตต์ ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปในพื้นที่ราบ เช่น ในหมู่บ้านหรือในเมือง หากพื้นที่ที่ใช้งานมีทางลาดชันหรือเนินเล็กน้อย อาจพิจารณามอเตอร์ขนาด 350-500 วัตต์ เพื่อให้มีกำลังส่งที่เพียงพอ
- แบตเตอรี่ (Battery): ความจุของแบตเตอรี่มักระบุเป็นโวลต์ (V) และแอมป์-ชั่วโมง (Ah) โดยทั่วไปแบตเตอรี่ขนาด 36V หรือ 48V เป็นมาตรฐานสำหรับรถประเภทนี้
- ระยะทางต่อการชาร์จ (Range): โดยเฉลี่ยแล้ว จักรยานไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 40-80 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับรุ่น ความจุแบตเตอรี่ และน้ำหนักบรรทุก ควรเลือกรุ่นที่มีระยะทางวิ่งไกลกว่าการใช้งานจริงในหนึ่งวันประมาณ 20-30% เพื่อป้องกันกรณีลืมชาร์จแบตเตอรี่
- ความเร็วสูงสุด (Top Speed): ดังที่กล่าวไปข้างต้น ความเร็วสูงสุดที่ประมาณ 20-25 กม./ชม. (และไม่ควรเกิน 30 กม./ชม.) ถือเป็นระดับที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ
คุณสมบัติเสริมที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัย
นอกจากคุณสมบัติหลักแล้ว ฟีเจอร์เสริมต่างๆ ยังช่วยให้การใช้งานจักรยานไฟฟ้าสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
การมีระบบไฟส่องสว่างที่ครบครัน ทั้งไฟหน้า ไฟเบรก และไฟเลี้ยว ไม่เพียงช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นทางในที่มืด แต่ยังทำให้ยานพาหนะอื่นบนท้องถนนสังเกตรถของเราได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับความปลอดภัย
- ตะกร้าหน้า-หลังขนาดใหญ่: อำนวยความสะดวกในการขนของ โดยเฉพาะเมื่อต้องไปตลาดหรือซื้อของใช้ในบ้าน
- หลังคาบังแดด-ฝน: สามล้อไฟฟ้าบางรุ่นมีหลังคาติดตั้งมาให้ ช่วยป้องกันแสงแดดและฝนปรอยๆ ทำให้การขับขี่สบายขึ้น
- ระบบไฟส่องสว่าง: ไฟหน้า ไฟท้าย และไฟเลี้ยว เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ทั้งกลางวันและกลางคืน
- โหมดปรับระดับความเร็ว: บางรุ่นสามารถปรับระดับความเร็วได้หลายระดับ (เช่น ช้า-กลาง-เร็ว) ซึ่งช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถเริ่มต้นขับขี่ด้วยความเร็วต่ำเพื่อสร้างความคุ้นเคยก่อนได้
แนวทางการเลือกให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานจริง
การตัดสินใจที่ดีที่สุดมาจากการประเมินความต้องการและข้อจำกัดของผู้ใช้งานจริง ควบคู่ไปกับการได้สัมผัสและทดลองผลิตภัณฑ์
ประเมินสุขภาพและความสามารถของผู้สูงอายุ
หากผู้สูงอายุเคยขี่จักรยานหรือจักรยานยนต์ได้คล่องแต่อายุมากขึ้นทำให้กังวลเรื่องการล้ม สามล้อไฟฟ้าคือคำตอบที่เหมาะสมที่สุด แต่หากยังคงแข็งแรงและทรงตัวได้ดี จักรยานไฟฟ้า 2 ล้อน้ำหนักเบาก็เป็นทางเลือกที่ให้ความคล่องตัวสูงกว่า
พิจารณารูปแบบการใช้งานในชีวิตประจำวัน
หากการใช้งานหลักคือการเดินทางในหมู่บ้านหรือไปตลาดใกล้บ้านซึ่งเป็นทางเรียบเป็นส่วนใหญ่ รุ่นที่มีความเร็วไม่เกิน 25-30 กม./ชม. พร้อมตะกร้าขนาดใหญ่ก็เพียงพอแล้ว แต่หากเส้นทางที่ใช้มีเนินหรือทางลาดชัน ควรเลือกรุ่นที่มีกำลังมอเตอร์สูงขึ้นเล็กน้อย (350-500W) เพื่อให้มีแรงส่งเพียงพอ
ความสำคัญของการทดลองขับขี่จริง
ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรให้ผู้สูงอายุได้ทดลองนั่งและขับขี่ด้วยตนเอง เพื่อตรวจสอบว่าสามารถขึ้น-ลงได้สะดวกหรือไม่ ระยะการเอื้อมถึงแฮนด์และก้านเบรกพอดีหรือไม่ และสามารถควบคุมน้ำหนักของรถขณะเข็นหรือถอยหลังได้หรือไม่ การทดลองจริงจะช่วยให้ค้นพบปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจมองไม่เห็นจากข้อมูลในกระดาษ
เลือกผู้จำหน่ายที่มีบริการหลังการขายที่น่าเชื่อถือ
จักรยานไฟฟ้าเป็นยานพาหนะที่ต้องมีการบำรุงรักษาในระยะยาว การเลือกซื้อจากร้านค้าหรือผู้จัดจำหน่ายที่มีความน่าเชื่อถือ มีการรับประกันสินค้าที่ชัดเจน มีอะไหล่สำรอง โดยเฉพาะแบตเตอรี่ และมีช่างผู้ชำนาญคอยให้คำแนะนำในการใช้งานและการชาร์จแบตเตอรี่อย่างปลอดภัย จะช่วยให้ใช้งานได้อย่างสบายใจและคุ้มค่า
คำแนะนำเพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ
เพื่อให้การใช้งานจักรยานไฟฟ้าเกิดประโยชน์สูงสุดและมีความปลอดภัย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้
- ฝึกฝนก่อนใช้งานจริง: ควรให้ผู้สูงอายุฝึกขับขี่ในบริเวณที่ปลอดภัยและไม่มีการจราจรพลุกพล่าน เช่น ลานกว้างหรือในสนามบ้าน จนกว่าจะเกิดความคุ้นเคยและมั่นใจในการควบคุมรถ
- สวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง: การสวมหมวกกันน็อกเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในการป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะหากเกิดอุบัติเหตุ
- หลีกเลี่ยงสภาพอากาศและเส้นทางที่ไม่เอื้ออำนวย: ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ขณะฝนตกหนักหรือบนถนนที่เปียกลื่น
- ไม่บรรทุกน้ำหนักเกินกำหนด: การบรรทุกของหนักเกินกว่าที่สเปกระบุไว้ อาจส่งผลต่อการทรงตัวและประสิทธิภาพของระบบเบรก
- ดูแลรักษาแบตเตอรี่อย่างถูกวิธี: ศึกษาคู่มือการใช้งานและปฏิบัติตามคำแนะนำในการชาร์จแบตเตอรี่ เช่น ไม่ปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเกลี้ยงเป็นประจำ และใช้ที่ชาร์จที่มาพร้อมกับตัวรถเท่านั้น
สรุปแนวทางการเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้า
การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุคือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ช่วยให้ท่านยังคงเดินทางไปไหนมาไหนด้วยตนเองได้อย่างอิสระและปลอดภัย หัวใจสำคัญอยู่ที่การเลือกยานพาหนะที่สอดคล้องกับสภาพร่างกายและความต้องการใช้งาน โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยการออกแบบที่ใช้งานง่ายและสะดวกสบาย การพิจารณาอย่างรอบคอบตามแนวทางที่กล่าวมาทั้งหมด จะช่วยให้ได้ E-Bike ที่เหมาะสม เป็นเพื่อนคู่ใจในการเดินทางของผู้สูงวัยได้อย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย รวมถึงรุ่นที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ GIANT Shopping Mall เป็นศูนย์รวมยานพาหนะไฟฟ้าที่มีให้เลือกหลากหลายรุ่น พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำเพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมที่สุด
สามารถเข้ามาชมสินค้าและทดลองขับขี่ได้ที่ร้าน หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: GIANT Shopping Mall
- LINE: @giantshopping
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: ทุกวันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

