ขี่ E-Bike ต้องมีใบขับขี่-จดทะเบียนไหม? สรุปกฎหมายไทย
- ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมาย E-Bike ในประเทศไทย
- ทำความเข้าใจกฎหมาย E-Bike ฉบับสมบูรณ์
- E-Bike ประเภทไหนที่ไม่ต้องมีใบขับขี่และไม่ต้องจดทะเบียน?
- กรณีใดบ้างที่ E-Bike อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย?
- ตารางเปรียบเทียบข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก
- ข้อควรปฏิบัติเพื่อการใช้งาน E-Bike อย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย
- เปรียบเทียบกฎหมาย E-Bike ไทยและต่างประเทศ
- สรุปข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ใช้ E-Bike
- เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เหมาะสม
กระแสความนิยมของยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยเฉพาะจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่กลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการเดินทางระยะใกล้ แต่คำถามสำคัญที่ผู้ใช้จำนวนมากยังคงสงสัยคือ ขี่ E-Bike ต้องมีใบขับขี่-จดทะเบียนไหม? สรุปกฎหมายไทย ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เป็นอย่างไร บทความนี้จะให้ข้อมูลที่ชัดเจนโดยอ้างอิงจากข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถขับขี่ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมาย E-Bike ในประเทศไทย
- E-Bike ไม่ต้องจดทะเบียน/มีใบขับขี่: หากเป็นจักรยานไฟฟ้าที่มีกำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250 วัตต์ และทำความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะไม่เข้าข่ายเป็น “รถ” ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ทำให้ไม่ต้องจดทะเบียนและผู้ขับขี่ไม่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่
- ลักษณะทางกายภาพเป็นปัจจัยสำคัญ: กฎหมายพิจารณา E-Bike ที่มีแป้นเหยียบ (pedal-assist) เป็นหลัก หากเป็นยานพาหนะไฟฟ้าที่ไม่มีแป้นเหยียบ เช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า อาจถูกตีความแตกต่างออกไปเมื่อนำมาใช้งานบนถนนสาธารณะ
- ความเสี่ยงในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย: การนำ E-Bike ที่มีคุณสมบัติเกินเกณฑ์ หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า มาวิ่งบนถนนหลวง อาจมีความผิดตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.รถยนต์ฯ ฐานนำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้ในทาง ซึ่งมีโทษปรับ
- กฎหมายยังไม่ครอบคลุมชัดเจน: กฎหมายจราจรของไทยในปัจจุบันยังไม่มีการบัญญัติข้อกำหนดสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กไว้อย่างชัดเจนเหมือนในหลายประเทศ ทำให้การบังคับใช้ขึ้นอยู่กับการตีความของเจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่
- ผู้ใช้ควรตรวจสอบสเปกก่อนซื้อ: เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย ผู้ที่สนใจซื้อ E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ควรตรวจสอบข้อมูลจำเพาะของตัวรถ โดยเฉพาะกำลังมอเตอร์และความเร็วสูงสุดให้ดีก่อนตัดสินใจ
ทำความเข้าใจกฎหมาย E-Bike ฉบับสมบูรณ์
การเติบโตของตลาดยานพาหนะไฟฟ้าในประเทศไทยนำมาซึ่งคำถามด้านกฎระเบียบมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำถามที่ว่า ขี่ E-Bike ต้องมีใบขับขี่-จดทะเบียนไหม? สรุปกฎหมายไทย ยังคงเป็นประเด็นที่สร้างความสับสนให้กับผู้ใช้งานจำนวนมาก การทำความเข้าใจนิยามและข้อบังคับตามกฎหมายที่มีอยู่จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถใช้งานยานพาหนะประเภทนี้ได้อย่างถูกต้องและหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว
E-Bike คืออะไรตามนิยามของกฎหมาย
ตามการตีความของกรมการขนส่งทางบกและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียนและไม่ต้องมีใบขับขี่ จะต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับ “จักรยาน” เป็นหลัก กล่าวคือ ต้องเป็นยานพาหนะที่มีลักษณะทางกายภาพที่ชัดเจนว่าเป็นจักรยาน ซึ่งหมายความว่าต้องมี แป้นสำหรับปั่นหรือถีบ (pedals) เป็นส่วนประกอบสำคัญ
ส่วนของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งมานั้น จะต้องทำหน้าที่เป็นเพียง “ระบบช่วยผ่อนแรง” (pedal-assist) เท่านั้น ไม่ใช่แหล่งกำลังหลักในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว หากยานพาหนะไฟฟ้าคันใดไม่มีแป้นปั่น แต่ใช้การบิดคันเร่งเพียงอย่างเดียวเพื่อขับเคลื่อน เช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่ถูกดัดแปลงให้วิ่งได้โดยไม่ต้องปั่น อาจถูกจัดให้อยู่ในประเภทอื่น ซึ่งอาจต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดกว่า
ความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎจราจร
แม้ว่า E-Bike ที่เข้าเกณฑ์จะไม่ต้องมีใบขับขี่ แต่ผู้ใช้งานยังคงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 อย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกับผู้ใช้จักรยานทั่วไป ซึ่งรวมถึงการใช้ช่องทางเดินรถที่ถูกต้อง (เช่น ทางจักรยาน หรือชิดขอบทางด้านซ้าย) การให้สัญญาณมือเมื่อต้องการเลี้ยวหรือหยุด และการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย เช่น ไฟหน้า ไฟท้าย และอุปกรณ์สะท้อนแสง สำหรับการขับขี่ในเวลากลางคืน
การตระหนักถึงความสำคัญของกฎจราจรไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ การขับขี่อย่างมีวินัยและเคารพกฎหมายจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับชุมชนผู้ใช้ E-Bike และส่งเสริมให้เกิดการยอมรับยานพาหนะทางเลือกประเภทนี้ในสังคมวงกว้างมากขึ้น
E-Bike ประเภทไหนที่ไม่ต้องมีใบขับขี่และไม่ต้องจดทะเบียน?
หัวใจสำคัญของการพิจารณาว่าจักรยานไฟฟ้าคันใดจะได้รับการยกเว้นตามกฎหมายนั้น ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางเทคนิคและลักษณะทางกายภาพของตัวรถเป็นหลัก โดยกรมการขนส่งทางบกได้กำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจนไว้ 2 ประการ
เกณฑ์สำคัญ: กำลังมอเตอร์และความเร็วสูงสุด
เกณฑ์ข้อแรกและเป็นข้อที่สำคัญที่สุดคือข้อกำหนดด้านสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้า E-Bike ที่จะได้รับการยกเว้นนั้น จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:
- กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor Power): ต้องมีกำลังขับเคลื่อนไม่เกิน 250 วัตต์ (Watts)
- ความเร็วสูงสุด (Maximum Speed): ต้องถูกจำกัดความเร็วให้ทำได้ไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
หาก E-Bike มีกำลังมอเตอร์หรือความเร็วสูงสุดเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ อาจถูกตีความว่าเป็น “รถจักรยานยนต์” ตามนิยามของกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลให้ยานพาหนะคันนั้นต้องเข้าสู่กระบวนการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ต้องเสียภาษีรถประจำปี และผู้ขับขี่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลด้วย ดังนั้น การตรวจสอบข้อมูลจำเพาะ (Specification) ของรถก่อนตัดสินใจซื้อจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง
ลักษณะทางกายภาพ: จักรยานไฟฟ้าต้องมีแป้นเหยียบ
ดังที่กล่าวไปข้างต้น E-Bike ที่เข้าข่ายเป็น “จักรยาน” จะต้องมีแป้นเหยียบที่ใช้งานได้จริง เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถใช้แรงปั่นควบคู่ไปกับระบบมอเตอร์ช่วยผ่อนแรงได้ การมีอยู่ของแป้นเหยียบนี้เป็นสิ่งที่จำแนกจักรยานไฟฟ้าออกจากยานพาหนะไฟฟ้าประเภทอื่นๆ เช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่อาศัยกำลังจากมอเตอร์ในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียว
ยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อที่ไม่มีแป้นเหยียบ ถึงแม้จะมีกำลังมอเตอร์และความเร็วไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด ก็อาจไม่ได้รับการยกเว้น และอาจถูกพิจารณาว่าเป็น “รถ” ที่ต้องจดทะเบียนหากนำมาใช้งานบนถนนสาธารณะ
กรณีใดบ้างที่ E-Bike อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย?
แม้ว่าจะมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับ E-Bike ที่ได้รับการยกเว้น แต่ในทางปฏิบัติยังคงมี “พื้นที่สีเทา” ทางกฎหมาย ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีได้หากผู้ใช้งานขาดความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่ใช้กำกับดูแลยานพาหนะบนท้องถนน
การตีความตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522
ประเด็นปัญหาหลักเกิดจากนิยามของคำว่า “รถยนต์” ตามมาตรา 4 ซึ่งหมายถึง “รถที่มีล้อตั้งแต่สามล้อและเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น” และ “รถจักรยานยนต์” ที่หมายถึง “รถที่เดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลังไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น และมีล้อไม่เกินสองล้อ” จะเห็นได้ว่านิยามนี้ค่อนข้างกว้างและสามารถครอบคลุมยานพาหนะไฟฟ้าได้เกือบทุกชนิด
ดังนั้น เมื่อนำยานพาหนะไฟฟ้าที่ไม่ใช่จักรยาน (ไม่มีแป้นเหยียบ) หรือมีสเปกเกินเกณฑ์มาใช้งานบน “ทาง” ซึ่งหมายถึงถนนสาธารณะ อาจเข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 6 ที่ระบุว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถที่ยังมิได้จดทะเบียน” ซึ่งนำไปสู่บทลงโทษตามกฎหมายได้
กรณีศึกษา: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนนสาธารณะ
มีกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริง เช่น กรณีนที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและเปรียบเทียบปรับในข้อหาใช้รถที่ไม่ได้จดทะเบียน ขณะขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนนสาธารณะในพื้นที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่า แม้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะมีขนาดเล็กและใช้ความเร็วไม่สูง แต่เมื่อนำมาใช้งานบนถนนหลวงซึ่งเป็นพื้นที่สัญจรของรถยนต์ทั่วไป เจ้าหน้าที่สามารถบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.รถยนต์ฯ ได้ทันที เนื่องจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเข้าข่ายเป็น “รถ” ตามนิยาม แต่ไม่สามารถนำไปจดทะเบียนเพื่อให้ใช้งานได้อย่างถูกต้องได้
ความเสี่ยงและบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น
ผู้ที่นำ E-Bike ที่มีสเปกเกินกว่า 250W / 25 กม./ชม. หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า มาใช้งานบนถนนสาธารณะ อาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงและบทลงโทษดังนี้:
- โทษปรับ: ความผิดตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.รถยนต์ฯ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ปัญหาด้านประกันภัย: หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันอาจทำได้ยาก เนื่องจากเป็นการใช้ยานพาหนะที่ผิดกฎหมาย
- การยึดรถ: ในบางกรณี เจ้าหน้าที่อาจพิจารณายึดยานพาหนะไว้เพื่อทำการตรวจสอบ
ตารางเปรียบเทียบข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก
| ประเภทของยานพาหนะ | การจดทะเบียน | ใบขับขี่ | ข้อควรระวังหลัก |
|---|---|---|---|
| จักรยานไฟฟ้า (ไม่เกิน 250W, ไม่เกิน 25 กม./ชม., มีแป้นเหยียบ) | ไม่ต้องจดทะเบียน | ไม่ต้องมีใบขับขี่ | ใช้งานในทางจักรยานหรือชิดขอบทางด้านซ้าย ปฏิบัติตามกฎจราจรสำหรับจักรยาน |
| จักรยานไฟฟ้า (เกิน 250W หรือ เกิน 25 กม./ชม.) | ต้องจดทะเบียน (อาจถูกจัดเป็นรถจักรยานยนต์) | ต้องมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์ | เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีหากไม่ได้จดทะเบียนและไม่มีใบขับขี่ |
| สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (ไม่มีแป้นเหยียบ) | ต้องจดทะเบียน (แต่ในทางปฏิบัติจดทะเบียนไม่ได้) | ต้องมีใบขับขี่ | มีความเสี่ยงสูงที่จะผิดกฎหมายเมื่อนำมาใช้บนถนนสาธารณะ |
ข้อควรปฏิบัติเพื่อการใช้งาน E-Bike อย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย
เพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมายและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ผู้ใช้งาน E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าควรพิจารณาแนวทางปฏิบัติดังต่อไปนี้
การเลือกเส้นทางขับขี่ที่เหมาะสม
สำหรับ E-Bike ที่เข้าเกณฑ์ยกเว้น ควรเลือกใช้เส้นทางที่จัดไว้สำหรับจักรยานเป็นอันดับแรก หากไม่มีทางจักรยาน ควรขับขี่ชิดขอบทางด้านซ้ายของถนน และหลีกเลี่ยงการขึ้นไปใช้งานบนทางเท้าซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อคนเดินเท้า สำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหรือ E-Bike ที่มีสเปกสูง ควรหลีกเลี่ยงการนำไปใช้งานบนถนนหลวงหรือเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่น เพื่อป้องกันการถูกตีความว่าเป็นการนำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้งาน
ตรวจสอบสเปก E-Bike ก่อนการใช้งาน
ก่อนตัดสินใจซื้อหรือนำ E-Bike มาใช้งาน ควรตรวจสอบข้อมูลจำเพาะของตัวรถจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายให้แน่ชัด โดยเฉพาะกำลังของมอเตอร์ (หน่วยเป็นวัตต์) และความเร็วสูงสุดที่ตัวรถสามารถทำได้ การเลือกซื้อรถที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของกฎหมายจะช่วยให้ใช้งานได้อย่างสบายใจและไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่อาจตามมา
เมื่อใดที่ควรปรึกษาหน่วยงานราชการ?
หากมีความไม่แน่ใจเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของ E-Bike ที่ครอบครองอยู่ โดยเฉพาะรถที่มีกำลังมอเตอร์สูงหรือเป็นรถนำเข้าที่มีเทคโนโลยีซับซ้อน การติดต่อสอบถามโดยตรงกับกรมการขนส่งทางบกในพื้นที่หรือสถานีตำรวจท้องที่ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เนื่องจากกฎหมายและข้อบังคับอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
เปรียบเทียบกฎหมาย E-Bike ไทยและต่างประเทศ
เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ จะเห็นได้ว่ากฎหมายของไทยยังขาดความชัดเจนในการกำกับดูแลยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอยู่พอสมควร ตัวอย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศในยุโรป มีการแบ่งประเภทของ E-Bike ออกเป็นคลาส (Class) ต่างๆ อย่างชัดเจน โดยอิงตามความเร็วสูงสุดและลักษณะการทำงานของมอเตอร์ (เช่น Class 1: Pedal-assist เท่านั้น, Class 2: มีคันเร่งแต่จำกัดความเร็ว, Class 3: Pedal-assist ที่ความเร็วสูงขึ้น) และมีการกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ขับขี่สำหรับแต่ละคลาสด้วย
การมีระบบจำแนกประเภทที่ชัดเจนเช่นนี้ ช่วยให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเทคโนโลยีของยานพาหนะ ทั้งยังสร้างความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างผู้ใช้งานและเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นแนวทางที่ประเทศไทยอาจนำมาพิจารณาปรับใช้ในอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดยานพาหนะไฟฟ้าและส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
สรุปข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ใช้ E-Bike
โดยสรุปแล้ว คำตอบของคำถามที่ว่า ขี่ E-Bike ต้องมีใบขับขี่-จดทะเบียนไหม? สรุปกฎหมายไทย คือ โดยทั่วไปแล้ว ไม่ต้อง หากจักรยานไฟฟ้าคันนั้นมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายยกเว้น ได้แก่ มีกำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250 วัตต์, มีความเร็วสูงสุดไม่เกิน 25 กม./ชม., และมีแป้นเหยียบที่ใช้งานได้จริง อย่างไรก็ตาม ยานพาหนะไฟฟ้าที่ไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว โดยเฉพาะสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยังคงมีความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีหากนำไปใช้งานบนถนนสาธารณะ เนื่องจากกฎหมายปัจจุบันยังไม่รองรับยานพาหนะประเภทนี้อย่างเป็นทางการ
ดังนั้น ผู้ใช้งานจึงควรตระหนักถึงข้อจำกัดเหล่านี้ เลือกใช้ยานพาหนะให้เหมาะสมกับกฎหมายและเส้นทาง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมทางคนอื่นๆ
เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เหมาะสม
การเลือก E-Bike ที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดทางกฎหมายเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นใช้งานอย่างสบายใจ ที่ GIANT Shopping Mall มีจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลากหลายประเภทให้เลือกสรร พร้อมข้อมูลจำเพาะที่ชัดเจน เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทางอย่างถูกต้องและปลอดภัย
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ร้านหรือติดต่อผ่านช่องทางต่างๆ
- ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
- เวลาทำการ: วันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
- เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
- ช่องทางออนไลน์: FACEBOOK PAGE, LINE, หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์

