เช็กลิสต์ 5 จุด! ยืดอายุจักรยานไฟฟ้าคู่ใจ ทำเองได้
- ประเด็นสำคัญของการดูแลจักรยานไฟฟ้า
- ความสำคัญของการบำรุงรักษาจักรยานไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ
- เช็กลิสต์ 5 จุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบเพื่อยืดอายุการใช้งาน
- ตารางการบำรุงรักษาจักรยานไฟฟ้าตามระยะเวลา
- ข้อควรจำและคำเตือนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
- สรุปแนวทางการดูแลเพื่อการใช้งานที่ยาวนาน
- ศูนย์บริการและจัดจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าครบวงจร
จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้กลายเป็นยานพาหนะทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยความสะดวกสบาย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ยานพาหนะคู่ใจเหล่านี้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
ประเด็นสำคัญของการดูแลจักรยานไฟฟ้า
- การดูแลแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการยืดอายุการใช้งานของจักรยานไฟฟ้า
- การตรวจเช็กแรงดันลมยางและประสิทธิภาพของระบบเบรกเป็นประจำส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและสมรรถนะการขับขี่
- การป้องกันส่วนประกอบทางไฟฟ้าจากน้ำและความชื้นสามารถช่วยลดความเสี่ยงของความเสียหายร้ายแรงได้
- การตรวจสอบการเชื่อมต่อของสายไฟและหล่อลื่นจุดหมุนต่างๆ ช่วยป้องกันการสึกหรอก่อนเวลาอันควร
- การบำรุงรักษาตามระยะเวลาที่กำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการตรวจจับปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ และลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่ไม่จำเป็น
เช็กลิสต์ 5 จุด! ยืดอายุจักรยานไฟฟ้าคู่ใจ ทำเองได้ คือแนวทางการบำรุงรักษาเบื้องต้นที่เจ้าของยานพาหนะไฟฟ้าทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วยตนเอง การทำความเข้าใจในแต่ละองค์ประกอบและหมั่นตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงแต่จะช่วยให้จักรยานไฟฟ้าทำงานได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย แต่ยังช่วยรักษามูลค่าของยานพาหนะในระยะยาว การลงทุนเวลาเพียงเล็กน้อยในการดูแลรักษาทุกสัปดาห์สามารถป้องกันปัญหาใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะนำไปสู่การประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ความสำคัญของการบำรุงรักษาจักรยานไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ
จักรยานไฟฟ้าหรือ e-bike ประกอบด้วยชิ้นส่วนทางกลและระบบไฟฟ้าที่ทำงานร่วมกันอย่างซับซ้อน การละเลยการบำรุงรักษาอาจนำไปสู่ปัญหาต่างๆ ตั้งแต่ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง เช่น ระยะทางที่วิ่งได้สั้นลง หรือความเร็วลดลง ไปจนถึงปัญหาด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรง เช่น ระบบเบรกทำงานผิดพลาด หรือระบบไฟฟ้าลัดวงจร การบำรุงรักษาเชิงป้องกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้งานทุกคน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด การตรวจสอบตามเช็กลิสต์เป็นประจำเปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพของยานพาหนะ ช่วยให้สามารถระบุและแก้ไขปัญหาเล็กน้อยได้ก่อนที่จะลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงในการซ่อมแซม
เช็กลิสต์ 5 จุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบเพื่อยืดอายุการใช้งาน
การดูแลจักรยานไฟฟ้าให้มีสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านการตรวจสอบองค์ประกอบสำคัญ 5 ส่วนหลัก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ระบบพลังงานไปจนถึงชิ้นส่วนทางกลไก การปฏิบัติตามเช็กลิสต์นี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าใจสภาพของรถตนเองได้ดียิ่งขึ้น
1. การดูแลแบตเตอรี่: หัวใจหลักของจักรยานไฟฟ้า
แบตเตอรี่เปรียบเสมือนหัวใจของจักรยานไฟฟ้า ทำหน้าที่เก็บและจ่ายพลังงานให้กับมอเตอร์และระบบต่างๆ การดูแลแบตเตอรี่อย่างถูกวิธีจึงส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานและประสิทธิภาพโดยรวมของรถ
วิธีการชาร์จที่ถูกต้องและปลอดภัย
สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้ที่ชาร์จที่มาพร้อมกับตัวรถหรือที่ชาร์จจากผู้ผลิตโดยตรงเท่านั้น เนื่องจากการใช้ที่ชาร์จที่ไม่ตรงรุ่นอาจมีแรงดันไฟฟ้าหรือกระแสไฟที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์แบตเตอรี่ ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น หรือในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดอาจทำให้เกิดความร้อนสูงจนเป็นอันตรายได้ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานจนแบตเตอรี่หมดเกลี้ยง (0%) เป็นประจำ เพราะจะทำให้เซลล์แบตเตอรี่เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว แนวทางปฏิบัติที่ดีคือการชาร์จเมื่อระดับแบตเตอรี่เหลือประมาณ 20-30% และควรปฏิบัติตามระยะเวลาการชาร์จที่ระบุในคู่มือ เช่น แบตเตอรี่ขนาด 48V12Ah อาจใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 ชั่วโมง หรือ 72V20Ah ไม่ควรเกิน 10 ชั่วโมง การชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนเป็นเวลานานเกินความจำเป็นอาจไม่เป็นผลดีต่อแบตเตอรี่ในระยะยาว
เทคนิคการจัดเก็บเพื่อถนอมเซลล์แบตเตอรี่
การจัดเก็บแบตเตอรี่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ควรเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงหรือบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงจัด หากไม่มีการใช้งานจักรยานไฟฟ้าเป็นเวลานาน (เช่น มากกว่าหนึ่งเดือน) ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่มีประจุเต็ม 100% หรือหมดเกลี้ยง คำแนะนำทั่วไปคือควรรักษาระดับประจุไว้ที่ประมาณ 30-60% และนำมาชาร์จกระตุ้นเป็นครั้งคราว (เช่น สัปดาห์ละครั้ง) ตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์แบตเตอรี่ตาย สำหรับรถบางรุ่นที่มีเบรกเกอร์หรือสวิตช์ตัดไฟหลัก ควรปิดสวิตช์ดังกล่าวทุกครั้งหลังใช้งานและเมื่อจอดทิ้งไว้ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้าเพียงเล็กน้อย (parasitic drain) ซึ่งจะค่อยๆ ทำให้แบตเตอรี่คายประจุไปทีละน้อย
2. ลมยางและระบบกันสะเทือน: รากฐานสู่การขับขี่ที่ราบรื่น
ลมยางที่เหมาะสมเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อทุกมิติของการขับขี่ ตั้งแต่ความนุ่มนวล ความปลอดภัย ไปจนถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
การตรวจสอบแรงดันลมยางที่เหมาะสม
ควรตรวจเช็กแรงดันลมยางอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง โดยใช้เกจวัดลมยางที่มีคุณภาพ แรงดันลมยางที่แนะนำสำหรับจักรยานไฟฟ้าทั่วไปมักจะอยู่ที่ประมาณ 30 psi (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) อย่างไรก็ตาม ค่าที่เหมาะสมที่สุดจะระบุไว้บนแก้มยางของจักรยานแต่ละคัน หากมีการบรรทุกสัมภาระหนักหรือมีผู้ซ้อนท้าย ควรเพิ่มแรงดันลมยางขึ้นเล็กน้อยประมาณ 2-3 psi (เช่น เป็น 32 psi) เพื่อรักษารูปทรงของยางและรองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรักษาแรงดันลมยางให้เหมาะสมอยู่เสมอจะช่วยให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนได้อย่างเต็มที่ เพิ่มการยึดเกาะและลดความเสี่ยงในการลื่นไถล
ผลกระทบของลมยางต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งาน
ลมยางที่อ่อนเกินไปจะทำให้หน้ายางแบนและมีพื้นที่สัมผัสกับถนนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดแรงต้านการหมุน (rolling resistance) เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งทำให้มอเตอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาระดับความเร็วเดิม และสิ้นเปลืองพลังงานจากแบตเตอรี่โดยไม่จำเป็น เป็นสาเหตุให้ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในทางกลับกัน ลมยางที่แข็งเกินไปจะลดความสามารถในการซับแรงกระแทก ทำให้การขับขี่กระด้าง ไม่นุ่มนวล และอาจทำให้การยึดเกาะถนนลดลงบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ ดังนั้น การรักษาระดับลมยางที่พอดีจึงเป็นการสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความสบายในการขับขี่
3. ระบบเบรก: ความปลอดภัยที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
ระบบเบรกเป็นอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด การตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบเบรกทำงานได้อย่างสมบูรณ์อยู่เสมอจึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถประนีประนอมได้
การตรวจสอบส่วนประกอบสำคัญของระบบเบรก
ควรตรวจสอบส่วนประกอบต่างๆ ของระบบเบรกเป็นประจำด้วยสายตา ไม่ว่าจะเป็นดรัมเบรกหรือดิสก์เบรก ให้สังเกตความหนาของผ้าเบรก หากพบว่าบางลงมากหรือมีเสียงผิดปกติขณะเบรก ควรนำรถไปให้ช่างผู้ชำนาญตรวจสอบและเปลี่ยนใหม่ทันที สำหรับระบบดิสก์เบรก ให้ตรวจดูสภาพของจานดิสก์ว่ามีรอยขีดข่วนลึกหรือคดงอหรือไม่ นอกจากนี้ควรทดสอบการทำงานของเบรกในที่ปลอดภัยด้วยความเร็วต่ำเป็นประจำ เพื่อให้คุ้นเคยกับระยะเบรกและสังเกตความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น เช่น เบรกลื่น หรือต้องใช้แรงในการกำเบรกมากกว่าปกติ
สัญญาณเตือนและข้อควรระวังเกี่ยวกับเบรกเกอร์
จักรยานไฟฟ้าหลายรุ่นมีเบรกเกอร์ (Breaker) หรือฟิวส์เพื่อป้องกันความเสียหายของระบบไฟฟ้าในกรณีที่เกิดการลัดวงจรหรือใช้กระแสไฟเกินพิกัด หากพบว่าเบรกเกอร์ดีดหรือตัดการทำงานบ่อยครั้งอย่างไม่มีสาเหตุชัดเจน นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในระบบไฟฟ้า เช่น มอเตอร์ทำงานหนักเกินไป หรือมีจุดใดจุดหนึ่งลัดวงจร ไม่ควรแก้ไขด้วยการฝืนใช้งานต่อไปหรือเปลี่ยนเบรกเกอร์ให้มีค่าแอมป์สูงขึ้นโดยพลการ เพราะอาจทำให้ปัญหารุนแรงขึ้นและสร้างความเสียหายต่อกล่องควบคุม (Controller) หรือมอเตอร์ได้ ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขให้ถูกต้อง
4. การป้องกันน้ำและความชื้น: เกราะป้องกันระบบไฟฟ้า
แม้ว่าจักรยานไฟฟ้าสมัยใหม่จะถูกออกแบบมาให้มีความสามารถในการกันน้ำในระดับหนึ่ง (ตามมาตรฐาน IP rating ที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น) แต่น้ำและความชื้นยังคงเป็นศัตรูตัวฉกาจของระบบไฟฟ้า
ข้อควรปฏิบัติในการขับขี่ท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย
ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ลุยน้ำท่วมขังในระดับที่สูงเกินกว่าครึ่งล้อหรือสูงกว่าตำแหน่งของมอเตอร์และกล่องควบคุม เพราะอาจทำให้น้ำซึมเข้าไปสร้างความเสียหายได้ ในกรณีที่จำเป็นต้องขับขี่ท่ามกลางสายฝน ควรหาวัสดุกันน้ำ เช่น ถุงพลาสติก มาคลุมบริเวณแฮนด์ ซึ่งเป็นที่ติดตั้งของชุดควบคุมคันเร่ง หน้าจอแสดงผล และสวิตช์ต่างๆ เพื่อเป็นการป้องกันเพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง ถึงแม้ว่าชิ้นส่วนเหล่านี้จะมีซีลกันน้ำอยู่แล้ว แต่การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าเสมอ
การดูแลรักษาหลังการใช้งานในสภาวะเปียกชื้น
หลังจากขับขี่ลุยฝนหรือในบริเวณที่เปียกชื้น ควรใช้ผ้าแห้งเช็ดทำความสะอาดตัวรถ โดยเน้นบริเวณที่เป็นจุดเชื่อมต่อทางไฟฟ้า เช่น ขั้วชาร์จแบตเตอรี่ คอนเน็กเตอร์ต่างๆ และกล่องควบคุม เพื่อกำจัดความชื้นที่อาจหลงเหลืออยู่ และที่สำคัญคือ ห้ามชาร์จแบตเตอรี่ทันทีหากพบว่าขั้วชาร์จหรือตัวแบตเตอรี่ยังเปียกอยู่ ควรรอให้ทุกชิ้นส่วนแห้งสนิทเสียก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลัดวงจรซึ่งอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อทั้งแบตเตอรี่และที่ชาร์จ
5. สายไฟ คอนเน็กเตอร์ และจุดหมุน: รายละเอียดที่สร้างความแตกต่าง
การตรวจสอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหาการสึกหรอและทำให้การทำงานของส่วนต่างๆ ราบรื่นขึ้น
การตรวจสอบการเชื่อมต่อทางไฟฟ้า
ควรตรวจดูสายไฟและคอนเน็กเตอร์ (ปลั๊กเชื่อมต่อ) หลักๆ เช่น จุดเชื่อมต่อจากแบตเตอรี่ไปยังกล่องควบคุม และจากกล่องควบคุมไปยังมอเตอร์ ว่ามีการเชื่อมต่อที่แน่นหนาดีหรือไม่ มีร่องรอยของการหลวมคลอน หรือมีคราบออกไซด์ (คราบขี้เกลือสีเขียวหรือสีขาว) กัดกร่อนบริเวณขั้วต่อหรือไม่ หากพบการเชื่อมต่อที่หลวม อาจทำให้เกิดความร้อนสูง ณ จุดนั้นและทำให้ปลั๊กละลายได้ หากพบคราบสกปรกหรือคราบออกไซด์ สามารถทำความสะอาดเบื้องต้นได้ด้วยแปรงขนนุ่มและสเปรย์ทำความสะอาดคอนแทคไฟฟ้าโดยเฉพาะ
การทำความสะอาดและหล่อลื่นจุดหมุนต่างๆ
การทำความสะอาดตัวรถเป็นประจำไม่เพียงแต่ทำให้รถดูใหม่อยู่เสมอ แต่ยังช่วยกำจัดฝุ่น โคลน และสิ่งสกปรกที่อาจเข้าไปสะสมตามจุดหมุนต่างๆ และเร่งการสึกหรอได้ นอกจากนี้ ควรหล่อลื่นชิ้นส่วนที่มีการเคลื่อนไหวตามระยะเวลาที่แนะนำในคู่มือ เช่น แกนล้อ, จุดหมุนของระบบกันสะเทือน, ก้านเบรก, และโซ่ (สำหรับรุ่นที่มีโซ่) การหล่อลื่นที่เหมาะสมจะช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้ชิ้นส่วนเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น และยืดอายุการใช้งานได้เป็นอย่างดี
ตารางการบำรุงรักษาจักรยานไฟฟ้าตามระยะเวลา
เพื่อความสะดวกในการจดจำและนำไปปฏิบัติ การแบ่งการตรวจสอบออกเป็นระยะต่างๆ จะช่วยให้การดูแลรักษามีแบบแผนและไม่ตกหล่นประเด็นสำคัญ
| ระยะเวลา | รายการตรวจสอบ | คำแนะนำเพิ่มเติม |
|---|---|---|
| ทุกสัปดาห์ (หรือก่อนใช้งาน) | – ตรวจสอบแรงดันลมยาง – ตรวจสอบการทำงานของระบบเบรกหน้าและหลัง – ตรวจเช็กระดับแบตเตอรี่ – สังเกตการณ์ทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ |
เป็นการตรวจสอบพื้นฐานเพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทาง ควรทำเป็นประจำจนเป็นนิสัย |
| ทุก 3–6 เดือน | – ตรวจสอบความแน่นหนาของสายไฟและคอนเน็กเตอร์ – ตรวจสอบความสึกหรอของผ้าเบรกและยาง – ทำความสะอาดและหล่อลื่นจุดหมุนต่างๆ ตามคู่มือ – ตรวจเช็กความแน่นของน็อตและสกรูตามจุดสำคัญ |
เป็นการตรวจสอบเชิงลึกมากขึ้น หากไม่มั่นใจควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อให้ช่างผู้ชำนาญตรวจสอบอย่างละเอียด |
ข้อควรจำและคำเตือนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
คำแนะนำที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นแนวทางปฏิบัติทั่วไปซึ่งสามารถใช้ได้กับจักรยานและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่สำคัญและแม่นยำที่สุดคือข้อมูลที่ระบุไว้ในคู่มือการใช้งานที่มาพร้อมกับรถแต่ละรุ่น เนื่องจากสเปกของแบตเตอรี่, ระบบไฟฟ้า, และระดับการป้องกันน้ำ (IP Rating) อาจมีความแตกต่างกันอย่างมาก
ในกรณีที่พบปัญหาที่มีความซับซ้อนทางเทคนิคหรือเกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าโดยตรง เช่น มอเตอร์มีเสียงดังผิดปกติ, มีกลิ่นไหม้, หรือกล่องควบคุมไม่ทำงาน ควรหยุดใช้งานยานพาหนะทันทีและนำส่งศูนย์บริการที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อทำการตรวจสอบและซ่อมแซม การพยายามแก้ไขปัญหาระบบไฟฟ้าด้วยตนเองโดยไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องอาจเป็นอันตรายและสร้างความเสียหายเพิ่มเติมได้
สรุปแนวทางการดูแลเพื่อการใช้งานที่ยาวนาน
การยืดอายุจักรยานไฟฟ้าคู่ใจนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้องอาศัยความใส่ใจและการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ การปฏิบัติตามเช็กลิสต์ 5 จุดสำคัญ ได้แก่ การดูแลแบตเตอรี่, การตรวจเช็กลมยาง, การตรวจสอบระบบเบรก, การป้องกันน้ำและความชื้น, และการดูแลสายไฟกับจุดหมุนต่างๆ จะช่วยให้ยานพาหนะไฟฟ้าของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ปลอดภัย และอยู่คู่กับการเดินทางของคุณไปอีกนานแสนนาน การลงทุนเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อการบำรุงรักษาในวันนี้ คือการลงทุนเพื่อความคุ้มค่าและความปลอดภัยในระยะยาว
ศูนย์บริการและจัดจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าครบวงจร
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike คุณภาพ ที่ GIANT Shopping Mall มีผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมทีมงานที่พร้อมให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังการขาย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับผลิตภัณฑ์และการบริการที่ดีที่สุด
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: วันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ช่องทางการติดต่อออนไลน์:
FACEBOOK PAGE
LINE
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
