E-Bike: จิ๊กซอว์แก้รถติด? ส่องเทรนด์ Micromobility โลก
- ประเด็นสำคัญของการเดินทางแห่งอนาคต
- บทนำ: ทำไม Micromobility จึงเป็นอนาคตของการเดินทางในเมือง
- เจาะลึกเทรนด์ Micromobility โลก และบทบาทของ E-Bike
- เหตุผลที่ E-Bike และ Micromobility คือคำตอบของเมืองยุคใหม่
- เปรียบเทียบรูปแบบการเดินทางในเมือง
- เทรนด์ Micromobility ทั่วโลก: กรณีศึกษาและทิศทางในอนาคต
- นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนตลาด E-Bike
- ความท้าทายและข้อควรพิจารณา
- E-Bike ในบริบทของประเทศไทย: โอกาสในการแก้ปัญหารถติด
- สรุป: E-Bike คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญสำหรับอนาคตการเดินทาง
บทความนี้จะพาไปสำรวจว่า E-Bike: จิ๊กซอว์แก้รถติด? ส่องเทรนด์ Micromobility โลก ได้อย่างไร โดยวิเคราะห์บทบาทของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ในฐานะองค์ประกอบสำคัญของแนวโน้มการเดินทางด้วยยานพาหนะขนาดเล็ก หรือ Micromobility ที่กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การคมนาคมในเมืองใหญ่ทั่วโลกให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น
ประเด็นสำคัญของการเดินทางแห่งอนาคต
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) คือส่วนประกอบหลักของเทรนด์ Micromobility ที่มุ่งเน้นการเดินทางที่ยั่งยืนและแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในเขตเมือง
- ตลาด Micromobility ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 91.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ประโยชน์หลักของ E-Bike ประกอบด้วยการแก้ปัญหาการเชื่อมต่อการเดินทางระยะสุดท้าย (Last-mile), การลดมลพิษทางอากาศและเสียง, การบรรเทาปัญหารถติด และการเพิ่มความยืดหยุ่นในการเดินทาง
- เทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่พัฒนาขึ้น, ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะกับสมาร์ทโฟน, และโมเดลธุรกิจแบบเช่าใช้ กำลังทำให้ E-Bike ได้รับความนิยมและเข้าถึงง่ายกว่าเดิม
- ประเทศไทยสามารถนำบทเรียนและโมเดลความสำเร็จจากทั่วโลกมาปรับใช้ เพื่อพัฒนาระบบคมนาคมในเมืองและแก้ไขปัญหาการจราจรเรื้อรังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทนำ: ทำไม Micromobility จึงเป็นอนาคตของการเดินทางในเมือง
การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วทั่วโลกได้นำมาซึ่งความท้าทายที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการจราจรติดขัดที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม การเดินทางในเมืองใหญ่กลายเป็นเรื่องที่ใช้เวลาและสิ้นเปลืองพลังงาน ทำให้ผู้คน นักวางผังเมือง และบริษัทเทคโนโลยีต่างแสวงหาทางออกใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น
ท่ามกลางความท้าทายนี้ แนวคิดเรื่อง Micromobility หรือการเดินทางด้วยยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กส่วนบุคคล ได้ถือกำเนิดขึ้นและกลายเป็นกระแสหลักอย่างรวดเร็ว โดยมีจักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike เป็นหนึ่งในตัวเอกสำคัญ เทรนด์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแฟชั่นชั่วคราว แต่เป็นคำตอบเชิงกลยุทธ์ต่อความต้องการการเดินทางที่คล่องตัว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถผสานเข้ากับระบบขนส่งมวลชนได้อย่างลงตัว การทำความเข้าใจว่าทำไม Micromobility ถึงมีความสำคัญในปัจจุบัน จะช่วยให้เห็นภาพอนาคตของการสัญจรในเมืองที่กำลังจะมาถึง
เจาะลึกเทรนด์ Micromobility โลก และบทบาทของ E-Bike
เพื่อทำความเข้าใจว่า E-Bike: จิ๊กซอว์แก้รถติด? ส่องเทรนด์ Micromobility โลก มีความสำคัญอย่างไร การเริ่มต้นจากการทำความรู้จักนิยามและภาพรวมของตลาดจึงเป็นสิ่งจำเป็น
นิยามของ Micromobility และจักรวาลยานพาหนะขนาดเล็ก
Micromobility หมายถึง รูปแบบการเดินทางระยะสั้นโดยใช้ยานพาหนะขนาดเล็กและน้ำหนักเบา โดยทั่วไปจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ยานพาหนะในกลุ่มนี้ประกอบด้วย จักรยานไฟฟ้า (E-Bikes), สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-Scooters), โฮเวอร์บอร์ด และยานพาหนะส่วนบุคคลขนาดเล็กอื่น ๆ จุดเด่นของ Micromobility คือการออกแบบมาเพื่อการเดินทางในระยะทางที่ไม่ไกลเกินไป ซึ่งเป็นระยะทางที่การเดินอาจช้าเกินไป แต่การใช้รถยนต์หรือระบบขนส่งสาธารณะอาจไม่สะดวกและไม่มีประสิทธิภาพ
ในบรรดายานพาหนะเหล่านี้ E-Bike ถือเป็นองค์ประกอบที่มีศักยภาพสูงที่สุด ด้วยการผสมผสานระหว่างความสะดวกสบายของการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยผ่อนแรงกับการออกกำลังกายเบา ๆ ทำให้ E-Bike เหมาะสมกับผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่มและสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกัน จึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน
มูลค่าตลาดและการเติบโตที่น่าจับตามอง
การเติบโตของตลาด Micromobility เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความสำคัญของเทรนด์นี้ได้เป็นอย่างดี ข้อมูลล่าสุดในปี 2024 ระบุว่า ตลาด Micromobility ทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 40.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้นกว่าเท่าตัวเป็นประมาณ 91.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่น่าประทับใจถึง 14.5%
เมื่อพิจารณาเฉพาะตลาด E-Bike ก็พบการเติบโตที่แข็งแกร่งเช่นกัน โดยมีการคาดการณ์ว่ายอดขายทั่วโลกจะสูงถึง 24.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2025 ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนทั่วโลกกำลังเปิดรับรูปแบบการเดินทางทางเลือกใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ชีวิตในเมืองได้ดีกว่าเดิม และ E-Bike ก็คือหนึ่งในคำตอบนั้น
เหตุผลที่ E-Bike และ Micromobility คือคำตอบของเมืองยุคใหม่
ความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ E-Bike ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีปัจจัยสนับสนุนหลายประการที่ทำให้มันกลายเป็นทางออกที่เหมาะสมสำหรับความท้าทายของการเดินทางในเมืองสมัยใหม่
การเชื่อมต่อการเดินทางระยะสั้น (Last-mile Connectivity)
หนึ่งในปัญหาคลาสสิกของระบบขนส่งมวลชนคือ “ปัญหาการเดินทางระยะสุดท้าย” (The Last-mile Problem) ซึ่งหมายถึงช่องว่างระหว่างสถานีรถไฟฟ้าหรือป้ายรถประจำทางกับจุดหมายปลายทางสุดท้าย เช่น บ้านหรือที่ทำงาน E-Bike และ E-Scooter เข้ามาตอบโจทย์ปัญหานี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเป็นสะพานเชื่อมการเดินทางให้สมบูรณ์ ทำให้ผู้คนสามารถเดินทางจากระบบขนส่งหลักไปยังจุดหมายได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวหรือแท็กซี่สำหรับการเดินทางระยะสั้น ๆ เหล่านี้
ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตในเมือง
ยานพาหนะในกลุ่ม Micromobility ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ (Zero Carbon Emissions) ณ จุดใช้งาน ซึ่งช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศในเมืองได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังช่วยลดมลพิษทางเสียงเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน มีการประเมินว่าการเปลี่ยนจากการเดินทางด้วยรถยนต์มาใช้ Micromobility สามารถช่วยลดการปล่อย CO2 ได้มากถึง 200 กิโลกรัมต่อปีต่อผู้ใช้หนึ่งคน
Micromobility ไม่เพียงแต่ช่วยลดการปล่อยมลพิษ แต่ยังส่งเสริมการเดินทางแบบ Active Travel ที่ช่วยให้ผู้คนได้เคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว
ลดปัญหาการจราจรและความแออัด
เมื่อมีผู้คนหันมาใช้ E-Bike หรือยานพาหนะขนาดเล็กอื่น ๆ มากขึ้น จำนวนรถยนต์บนท้องถนนก็จะลดลงโดยปริยาย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด ยานพาหนะขนาดเล็กยังต้องการพื้นที่ในการสัญจรและจอดน้อยกว่ารถยนต์อย่างมาก ช่วยลดความต้องการพื้นที่จอดรถในย่านใจกลางเมืองที่มีประชากรหนาแน่น ทำให้สามารถนำพื้นที่เหล่านั้นไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้ เช่น พื้นที่สีเขียว หรือทางเดินเท้า
ความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นในการใช้งาน
E-Bike มีการออกแบบที่กะทัดรัด ทำให้สามารถเคลื่อนที่ผ่านการจราจรที่หนาแน่นได้อย่างคล่องตัว นอกจากนี้ โมเดลธุรกิจแบบเช่าใช้ (Shared Mobility) หรือแบบสมัครสมาชิก (Subscription) ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงการใช้งาน E-Bike ได้ในราคาที่ไม่แพง โดยไม่ต้องแบกรับภาระการเป็นเจ้าของและการบำรุงรักษา ขณะเดียวกันเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำให้ E-Bike สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
เปรียบเทียบรูปแบบการเดินทางในเมือง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ตารางด้านล่างนี้เปรียบเทียบคุณสมบัติของ E-Bike กับรูปแบบการเดินทางอื่น ๆ ในบริบทของเมือง
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) | รถยนต์ส่วนตัว | ระบบขนส่งสาธารณะ |
|---|---|---|---|
| ความคล่องตัว | สูงมาก (หลีกเลี่ยงรถติดได้) | ต่ำ (ติดอยู่ในการจราจร) | ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับเส้นทางและตารางเวลา) |
| ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | ต่ำมาก (ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์) | สูง (ปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษ) | ต่ำต่อคน (เมื่อมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก) |
| การแก้ปัญหา Last-mile | ยอดเยี่ยม (เดินทางจากต้นทางถึงปลายทาง) | ไม่เหมาะสม (มีปัญหาเรื่องที่จอดรถ) | ไม่สามารถทำได้ (ต้องเดินทางต่อไปยังจุดหมาย) |
| ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง | ต่ำ (ค่าไฟฟ้าและบำรุงรักษาเล็กน้อย) | สูง (ค่าน้ำมัน, ประกัน, บำรุงรักษา, ที่จอดรถ) | ปานกลาง (ค่าโดยสาร) |
| การออกกำลังกาย | มี (สามารถเลือกใช้แรงปั่นช่วย) | ไม่มี | น้อยมาก (ส่วนใหญ่คือการเดิน) |
เทรนด์ Micromobility ทั่วโลก: กรณีศึกษาและทิศทางในอนาคต
การปรับใช้ Micromobility เกิดขึ้นในอัตราที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคของโลก โดยแต่ละแห่งมีแนวทางและจุดเน้นที่น่าสนใจ
การเติบโตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะจีน อินเดีย และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงสำหรับ E-Bike และ E-Scooter ประเทศจีนคาดว่าจะเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดภายในปี 2030 ซึ่งรวมถึงยานพาหนะขนาดเล็กด้วย การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วและปัญหาการจราจรที่รุนแรงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ผู้คนในภูมิภาคนี้มองหาทางเลือกในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ยุโรป: ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานและการปรับใช้
เมืองต่าง ๆ ในยุโรปให้ความสำคัญกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ Micromobility อย่างจริงจัง มีการขยายเลนจักรยานและพัฒนาศูนย์กลางการเดินทาง (Mobility Hubs) ที่เชื่อมต่อการเดินทางหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน หลายเมือง เช่น มิลาน โรม และบาร์เซโลนา ได้ดำเนินนโยบายเปลี่ยนช่องจราจรของรถยนต์ให้เป็นเลนสำหรับจักรยานและสกู๊ตเตอร์ เพื่อส่งเสริมการเดินทางที่ยั่งยืน นอกจากนี้ โมเดลธุรกิจแบบสมัครสมาชิกยังได้รับความนิยมอย่างสูงในยุโรป
อเมริกาเหนือ: การเติบโตจากบริการ Sharing และผสานกับขนส่งมวลชน
ในอเมริกาเหนือ การเติบโตของ Micromobility ได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากบริการเช่าใช้ (Shared Micromobility) บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งได้เข้ามาให้บริการ E-Bike และ E-Scooter แบบไร้สถานีจอด ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงยานพาหนะได้สะดวกผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน เมืองใหญ่ ๆ กำลังลงทุนในการสร้างเลนจักรยานที่ปลอดภัยและสถานีชาร์จเพื่อรองรับการเติบโตนี้ พร้อมทั้งผสานบริการเหล่านี้เข้ากับระบบขนส่งมวลชนอย่างเป็นระบบ
นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนตลาด E-Bike
เบื้องหลังการเติบโตของ E-Bike คือนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่ทำให้ยานพาหนะเหล่านี้ฉลาดขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
การพัฒนาแบตเตอรี่: วิ่งได้ไกลขึ้นในราคาที่ถูกลง
หัวใจของ E-Bike คือแบตเตอรี่ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีความก้าวหน้าอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบาลง แต่สามารถเก็บพลังงานได้มากขึ้น ส่งผลให้ E-Bike สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลขึ้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ในขณะที่ต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาของ E-Bike เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม
การเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Smart Integration)
E-Bike ในปัจจุบันมักมาพร้อมกับความสามารถในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันได้ เช่น ตำแหน่งของจักรยาน, ความเร็ว, ระดับแบตเตอรี่คงเหลือ, และระยะทางที่เดินทางไปแล้ว นอกจากนี้ยังอาจมีฟังก์ชันเพิ่มเติมอย่างระบบนำทาง, การล็อก-ปลดล็อกแบบดิจิทัล และระบบป้องกันการโจรกรรม ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์และความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
โมเดลธุรกิจใหม่: ระบบเช่าใช้และสมัครสมาชิก
นวัตกรรมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงโมเดลทางธุรกิจด้วย ระบบเช่าใช้ (Sharing) และระบบสมัครสมาชิก (Subscription) ช่วยทลายกำแพงด้านราคา ทำให้ผู้คนสามารถทดลองใช้และเข้าถึง E-Bike ได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเป็นของตัวเอง โมเดลเหล่านี้ยังช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถใช้ข้อมูลการใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายยานพาหนะ การบำรุงรักษา และการจัดการความปลอดภัย
ความท้าทายและข้อควรพิจารณา
แม้ว่า Micromobility จะมีศักยภาพสูง แต่การนำไปปรับใช้ในวงกว้างยังคงมีความท้าทายที่ต้องได้รับการแก้ไข
โครงสร้างพื้นฐานและความปลอดภัย
ความปลอดภัยยังคงเป็นประเด็นสำคัญอันดับต้น ๆ การขาดเลนจักรยานที่ปลอดภัยและแยกออกจากช่องจราจรของรถยนต์อาจทำให้ผู้ใช้ E-Bike เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ การจัดการยานพาหนะในระบบเช่าใช้ยังเป็นอีกหนึ่งความท้าทาย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหายานพาหนะถูกจอดทิ้งเกะกะบนทางเท้า การวางแผนโครงสร้างพื้นฐานและกฎระเบียบที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ Micromobility สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
การขยายการใช้งานนอกเขตเมือง
ในปัจจุบัน การใช้งาน Micromobility ยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่นเป็นหลัก การขยายการใช้งานไปยังพื้นที่ชานเมืองหรือชนบทยังมีข้อจำกัด เนื่องจากระยะทางการเดินทางที่ไกลกว่าและความหนาแน่นของประชากรที่ต่ำกว่า อาจทำให้โมเดลธุรกิจแบบเช่าใช้ไม่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม การพัฒนาแบตเตอรี่ให้มีระยะทางไกลขึ้นอาจช่วยเปิดโอกาสในการขยายตลาดไปยังพื้นที่เหล่านี้ได้ในอนาคต
E-Bike ในบริบทของประเทศไทย: โอกาสในการแก้ปัญหารถติด
สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ ๆ ที่เผชิญกับปัญหาการจราจรติดขัดเรื้อรัง E-Bike และ Micromobility ถือเป็น “จิ๊กซอว์” ชิ้นสำคัญที่สามารถเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้
E-Bike นำเสนอทางเลือกการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพสูงกว่ารถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางระยะสั้นถึงปานกลาง สามารถทำหน้าที่เป็นยานพาหนะเสริมที่เชื่อมต่อผู้คนจากบ้านไปยังสถานีรถไฟฟ้าได้อย่างราบรื่น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่มุ่งเน้นการขยายเครือข่ายระบบราง การส่งเสริมให้เกิดการใช้งาน E-Bike ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน จะช่วยสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่สมบูรณ์และยั่งยืน นอกจากนี้ ยังช่วยสนับสนุนเป้าหมายของเมืองในการลดการปล่อยมลพิษและส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีจากการเดินทางที่กระฉับกระเฉงขึ้น
ประเทศไทยสามารถเรียนรู้จากโมเดลธุรกิจและเทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จในตลาดโลก เพื่อนำมาปรับใช้และพัฒนารูปแบบการเดินทางในเมืองให้สามารถรับมือกับความท้าทายด้านการจราจรและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
สรุป: E-Bike คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญสำหรับอนาคตการเดินทาง
โดยสรุป จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) เป็นมากกว่ายานพาหนะทางเลือก แต่เป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในระบบนิเวศของ Micromobility ที่นักวางผังเมืองและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกกำลังยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของทางออกที่ใช้งานได้จริงและขยายผลได้สำหรับปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองและการสร้างระบบคมนาคมที่ยั่งยืน การเติบโตของตลาดโลกเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพ และเป็นโอกาสสำหรับเมืองต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทย ที่จะนำแนวคิดนี้มาปรับใช้เพื่อสร้างอนาคตการเดินทางที่ดีกว่า
สำหรับผู้ที่สนใจในเทรนด์การเดินทางแห่งอนาคตและมองหาจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ทั้งสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ สามารถเยี่ยมชมสินค้าและขอคำปรึกษาได้ที่ FACEBOOK PAGE, LINE หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้โดยตรง
