ลุยฝนมั่นใจ! 5 วิธีดูแลจักรยานไฟฟ้าหน้าฝนง่ายๆ
- หัวใจสำคัญของการดูแลจักรยานไฟฟ้าในฤดูฝน
- ความท้าทายของฤดูฝนต่อจักรยานไฟฟ้า
- 5 วิธีดูแลจักรยานไฟฟ้าหน้าฝนให้พร้อมใช้งานและปลอดภัย
- ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับ E-bike หน้าฝน
- ตารางสรุปการบำรุงรักษาจักรยานไฟฟ้าในฤดูฝน
- บทสรุป: การดูแลเพื่อยืดอายุการใช้งานจักรยานไฟฟ้า
- ศูนย์บริการและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้า
การใช้งานจักรยานไฟฟ้าในฤดูฝนของประเทศไทยจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจและการดูแลรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้ยานพาหนะคู่ใจสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัย บทความนี้จะนำเสนอแนวทาง ลุยฝนมั่นใจ! 5 วิธีดูแลจักรยานไฟฟ้าหน้าฝนง่ายๆ ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญในการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากความชื้นและน้ำฝน ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนใช้งานไปจนถึงการบำรุงรักษาหลังขับขี่
หัวใจสำคัญของการดูแลจักรยานไฟฟ้าในฤดูฝน
- การป้องกันระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่อ่อนไหวต่อความชื้น ถือเป็นหัวใจสำคัญของการบำรุงรักษา
- การทำความสะอาดและทำให้แห้งทันทีหลังจากการขับขี่กลางสายฝน เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการเกิดสนิมและความเสียหายระยะยาว
- การตรวจสอบลมยางและประสิทธิภาพของระบบเบรกอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่บนพื้นผิวถนนที่เปียกลื่น
- การหลีกเลี่ยงการขับขี่ลุยน้ำท่วมขังในระดับที่สูงเกินกำหนด เป็นการป้องกันความเสียหายร้ายแรงต่อมอเตอร์และชุดควบคุม
- การบำรุงรักษาเชิงป้องกันตามคำแนะนำ ช่วยยืดอายุการใช้งานของจักรยานไฟฟ้าและรักษาประสิทธิภาพให้คงเดิม
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-bike ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในฐานะยานพาหนะทางเลือกที่สะดวกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝน ถือเป็นความท้าทายสำคัญต่อการใช้งานและการบำรุงรักษายานพาหนะประเภทนี้ ความชื้นและน้ำฝนสามารถสร้างความเสียหายให้กับส่วนประกอบต่างๆ โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของจักรยานไฟฟ้า ดังนั้น การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีดูแลจักรยานไฟฟ้าหน้าฝนจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้งานทุกคน เพื่อให้สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของรถให้ยาวนานที่สุด
ความท้าทายของฤดูฝนต่อจักรยานไฟฟ้า
ฤดูฝนนำมาซึ่งความเสี่ยงหลายประการต่อจักรยานไฟฟ้า ประการแรกคือความเสี่ยงต่อระบบไฟฟ้า น้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้าและสามารถทำให้เกิดการลัดวงจรในชุดควบคุม (Controller), แบตเตอรี่, หรือมอเตอร์ได้ หากสามารถแทรกซึมเข้าไปผ่านซีลหรือรอยต่อที่ไม่สมบูรณ์ แม้ว่าจักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่จะถูกออกแบบมาให้มีความสามารถในการทนทานต่อฝนในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสามารถกันน้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ประการที่สองคือการเกิดสนิม ชิ้นส่วนที่เป็นโลหะ เช่น โซ่, น็อต, สกรู, และโครงรถบางส่วน มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดสนิมเมื่อสัมผัสกับความชื้นเป็นเวลานาน ซึ่งจะส่งผลต่อความแข็งแรงและประสิทธิภาพการทำงาน นอกจากนี้ สภาพถนนที่เปียกลื่นยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้การดูแลรักษาระบบเบรกและยางให้อยู่ในสภาพดีเยี่ยมเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง
5 วิธีดูแลจักรยานไฟฟ้าหน้าฝนให้พร้อมใช้งานและปลอดภัย
เพื่อให้สามารถใช้งานจักรยานไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจตลอดฤดูฝน แนวทางการดูแลรักษาที่ครอบคลุมทั้งก่อน, ระหว่าง, และหลังการขับขี่ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันความเสียหาย แต่ยังเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่อีกด้วย ต่อไปนี้คือ 5 วิธีการหลักในการบำรุงรักษาจักรยานไฟฟ้าในช่วงหน้าฝน
1. การป้องกันเชิงรุก: ก่อนขับขี่ท่ามกลางสายฝน
การเตรียมความพร้อมก่อนการขับขี่เป็นด่านแรกของการป้องกันความเสียหายจากน้ำฝน การป้องกันที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงที่น้ำจะเข้าสู่ชิ้นส่วนที่สำคัญได้
การคลุมชุดควบคุมและแฮนด์รถ: บริเวณแฮนด์รถมักเป็นที่ติดตั้งของจอแสดงผล, คันเร่ง, สวิตช์ไฟ และปุ่มควบคุมต่างๆ ซึ่งเป็นจุดที่อ่อนไหวต่อความชื้น แม้ว่าผู้ผลิตจะมีการติดตั้งซีลกันน้ำมาแล้วในระดับหนึ่ง แต่การป้องกันเพิ่มเติมย่อมดีกว่าเสมอ การใช้ผ้าคลุมกันฝนสำหรับจักรยานหรือถุงพลาสติกคลุมบริเวณแฮนด์และชุดควบคุม จะช่วยป้องกันน้ำฝนที่ตกลงมาโดยตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นวิธีง่ายๆ ที่สร้างความสบายใจและลดความเสี่ยงการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้
การเตรียมแบตเตอรี่ให้พร้อม: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่ถูกติดตั้งเข้ากับตัวรถอย่างแน่นหนาและช่องเสียบต่างๆ ปิดสนิทดีแล้ว สำรวจรอบตัวเคสแบตเตอรี่ว่าไม่มีรอยแตกร้าวที่น้ำอาจซึมเข้าไปได้ การชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนออกเดินทางก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มีกำลังไฟเพียงพอตลอดเส้นทางและหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่รถหยุดทำงานกลางสายฝน
2. เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัยเมื่อถนนเปียกลื่น
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนนที่เปียกเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อความปลอดภัย
การควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่าง: พื้นถนนที่เปียกจะลดแรงเสียดทานระหว่างยางกับพื้นผิว ทำให้ระยะเบรกยาวขึ้นกว่าปกติ ดังนั้นจึงควรลดความเร็วลงและเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้น เพื่อให้มีเวลาและระยะทางเพียงพอในการหยุดรถอย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหันหรือการหักเลี้ยวอย่างรวดเร็วซึ่งอาจทำให้รถเสียการควบคุมได้
การหลีกเลี่ยงแอ่งน้ำและน้ำท่วมขัง: นี่เป็นกฎที่สำคัญที่สุดในการขับขี่จักรยานไฟฟ้าหน้าฝน โดยทั่วไปแล้ว จักรยานไฟฟ้าสามารถลุยน้ำได้ในระดับความสูงไม่เกินครึ่งหนึ่งของดุมล้อ เนื่องจากเป็นจุดที่มอเตอร์ (Hub Motor) ตั้งอยู่และมีซีลป้องกันในระดับหนึ่ง การลุยน้ำที่ลึกกว่านั้นมีความเสี่ยงสูงที่น้ำจะซึมเข้าไปทำลายวงจรมอเตอร์, ชุดควบคุม หรือแม้กระทั่งแบตเตอรี่ ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงและมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสูง หากไม่แน่ใจในความลึกของแอ่งน้ำ ควรเลือกเส้นทางอื่นที่ปลอดภัยกว่า
3. ขั้นตอนการดูแลทันทีหลังการใช้งานกลางสายฝน
หลังจากเดินทางถึงที่หมายแล้ว การทำความสะอาดและดูแลรถทันทีเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการป้องกันปัญหาระยะยาว
ขั้นตอนการทำความสะอาดที่ถูกต้อง: ควรเริ่มต้นด้วยการปิดสวิตช์กุญแจและเบรกเกอร์ (ถ้ามี) เพื่อตัดระบบไฟฟ้าทั้งหมด จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดทำความสะอาดคราบสกปรกและโคลนออกจากโครงรถและส่วนต่างๆ ข้อควรระวังอย่างยิ่งคือ ห้ามใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ฉีดไปที่ตัวรถโดยเด็ดขาด เพราะแรงดันน้ำที่สูงสามารถดันน้ำให้แทรกซึมผ่านซีลป้องกันเข้าไปยังชิ้นส่วนไฟฟ้าและลูกปืนต่างๆ ได้ หลังจากเช็ดด้วยผ้าเปียกแล้ว ให้ใช้ผ้าแห้งที่สะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้งให้ทั่วทั้งคัน
การเป่าไล่ความชื้นและทำให้แห้ง: สำหรับบริเวณที่เข้าถึงยาก เช่น ตามซอกมุม, ตะเข็บของกล่องแบตเตอรี่, ชุดควบคุม และสวิตช์ต่างๆ การใช้เครื่องเป่าลม (Blower) หรือลมจากปั๊มลมเป่าไล่ความชื้นออกจะให้ผลดีที่สุด การทำให้รถแห้งสนิทโดยเร็วที่สุดจะช่วยลดโอกาสการเกิดสนิมและป้องกันปัญหาทางไฟฟ้าที่เกิดจากความชื้นสะสม อาจพิจารณาใช้สเปรย์ไล่ความชื้นฉีดบางๆ ที่ขั้วต่อไฟฟ้าหรือสวิตช์ต่างๆ เพื่อเพิ่มการป้องกัน
4. การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่เป็นพิเศษ
แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าเป็นส่วนประกอบที่มีมูลค่าสูงและอ่อนไหวที่สุด การดูแลอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งจำเป็น
แนวทางการชาร์จที่เหมาะสม: ก่อนทำการชาร์จทุกครั้ง ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าทั้งตัวแบตเตอรี่, ช่องชาร์จบนตัวรถ, และเต้าเสียบของเครื่องชาร์จนั้นแห้งสนิทดีแล้ว การชาร์จในขณะที่ยังมีความชื้นอยู่อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและสร้างความเสียหายรุนแรงได้ ควรปฏิบัติตามระยะเวลาการชาร์จที่ผู้ผลิตแนะนำ เช่น แบตเตอรี่ 48V 12Ah/20Ah ควรใช้เวลาชาร์จประมาณ 6 ชั่วโมง หรือแบตเตอรี่ 72V 20Ah ไม่ควรชาร์จเกิน 10 ชั่วโมง การชาร์จทิ้งไว้นานเกินไปอาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น
การจัดเก็บในที่แห้งและปลอดภัย: ควรจอดจักรยานไฟฟ้าในที่ร่ม, แห้ง, และมีอากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงการจอดตากแดดหรือตากฝนโดยตรงเป็นเวลานาน หากไม่ได้ใช้งานรถเป็นระยะเวลานาน (เช่น เกิน 1 สัปดาห์) แนะนำให้นำแบตเตอรี่มาชาร์จกระตุ้น 1 ครั้ง เพื่อรักษาสภาพของเซลล์แบตเตอรี่และป้องกันการเสื่อมสภาพจากการคายประจุจนหมด
5. การตรวจสอบสภาพรถเป็นประจำเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
การบำรุงรักษาเชิงป้องกันเป็นกุญแจสำคัญสู่การขับขี่ที่ปลอดภัยในทุกสภาพอากาศ
การเช็กลมยางและระบบเบรก: ลมยางที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนที่เปียกลื่น ควรเติมลมยางให้อยู่ในระดับที่แนะนำ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 30 PSI ทั้งล้อหน้าและหลัง หากมีการบรรทุกซ้อนท้าย อาจเพิ่มเป็น 32 PSI ควรตรวจสอบแรงดันลมยางอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ควบคู่ไปกับการตรวจสอบระบบเบรกว่ายังทำงานได้ดี, ผ้าเบรกไม่หมด, และสายเบรกไม่หย่อนหรือตึงเกินไป
การหล่อลื่นโซ่และชิ้นส่วนเคลื่อนไหว: น้ำฝนสามารถชะล้างสารหล่อลื่นออกจากโซ่และชิ้นส่วนอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเสียงดัง, การทำงานติดขัด และเกิดสนิมได้ง่าย หลังจากการทำความสะอาดและทำให้รถแห้งแล้ว ควรใช้น้ำมันหล่อลื่นสำหรับโซ่จักรยานโดยเฉพาะ หยอดลงบนโซ่และหมุนบันไดเพื่อให้น้ำมันเคลือบอย่างทั่วถึง การหล่อลื่นเป็นประจำจะช่วยให้ระบบขับเคลื่อนทำงานได้อย่างราบรื่นและยืดอายุการใช้งาน
ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับ E-bike หน้าฝน
นอกเหนือจาก 5 วิธีการหลัก ยังมีข้อควรพิจารณาเพิ่มเติมที่ช่วยให้การใช้งานจักรยานไฟฟ้าในฤดูฝนเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูง แม้จักรยานไฟฟ้าจะถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพอากาศ แต่การใช้งานอย่างระมัดระวังและดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการยืดอายุการใช้งาน
ระดับการกันน้ำของจักรยานไฟฟ้า: ความเข้าใจที่ถูกต้อง
สิ่งสำคัญที่ผู้ใช้ต้องทำความเข้าใจคือ จักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ในท้องตลาดมีคุณสมบัติ “ทนฝน” (Water-resistant) ไม่ใช่ “กันน้ำ” (Waterproof) หมายความว่ามันสามารถทนทานต่อละอองฝนหรือการขับขี่ผ่านฝนปรอยๆ ได้ แต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการแช่อยู่ในน้ำหรือการฉีดล้างด้วยน้ำแรงดันสูง มอเตอร์แบบดุมล้อ (Hub Motor) มักมีซีลยางป้องกันน้ำในระดับหนึ่ง แต่หากจมน้ำเป็นเวลานาน น้ำก็ยังมีโอกาสซึมเข้าไปได้ ดังนั้น การประเมินสถานการณ์และหลีกเลี่ยงการนำรถไปเสี่ยงกับน้ำท่วมขังจึงเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด
การจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน: เมื่อจักรยานไฟฟ้าตกน้ำ
หากเกิดเหตุสุดวิสัยที่จักรยานไฟฟ้าตกลงไปในน้ำหรือต้องลุยน้ำท่วมสูงเกินกำหนด ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด:
- ปิดระบบไฟฟ้าทันที: สิ่งแรกที่ต้องทำคือปิดสวิตช์กุญแจและปลดเบรกเกอร์ทันทีเพื่อตัดการทำงานของระบบไฟฟ้าทั้งหมด
- นำรถขึ้นจากน้ำ: รีบนำรถออกจากน้ำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
- ระบายน้ำออก: วางรถตะแคงโดยให้ด้านที่มีชุดควบคุมอยู่ต่ำลง เพื่อให้น้ำที่อาจเข้าไปข้างในไหลออกมา
- ถอดแบตเตอรี่: หากเป็นไปได้ ให้ถอดแบตเตอรี่ออกมาตรวจสอบและเช็ดทำความสะอาดภายนอกให้แห้งสนิท
- ทำให้แห้งสนิท: นำรถไปจอดในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท ใช้เครื่องเป่าลมเป่าไล่ความชื้นออกจากทุกส่วน โดยเฉพาะกล่องควบคุม, ขั้วต่อแบตเตอรี่, และมอเตอร์ ควรทิ้งไว้ให้แห้งสนิทเป็นเวลาอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนที่จะพยายามเปิดใช้งานอีกครั้ง
- ตรวจสอบก่อนใช้งาน: หลังจากมั่นใจว่ารถแห้งสนิทแล้ว ให้ลองเปิดระบบเพื่อตรวจสอบการทำงาน หากมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เช่น รถเปิดไม่ติด, มีกลิ่นไหม้, หรือทำงานผิดเพี้ยน ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบทันที
ตารางสรุปการบำรุงรักษาจักรยานไฟฟ้าในฤดูฝน
| ส่วนประกอบ | การดูแลก่อนขับขี่ | การดูแลหลังขับขี่ | ความถี่ในการตรวจสอบ |
|---|---|---|---|
| แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า | ตรวจสอบว่าติดตั้งแน่นหนา ไม่มีรอยร้าว คลุมแฮนด์และจอแสดงผล | เช็ดให้แห้งสนิทก่อนชาร์จ ห้ามชาร์จขณะเปียก เป่าลมไล่ความชื้น | ทุกครั้งก่อนและหลังใช้งานในวันฝนตก |
| มอเตอร์และชุดควบคุม | หลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำท่วมขัง | เช็ดภายนอกให้แห้ง เป่าลมบริเวณรอยต่อและตะเข็บ | หลังการขับขี่ลุยฝนทุกครั้ง |
| โซ่และระบบขับเคลื่อน | ตรวจสอบสภาพความตึงและสนิม | เช็ดทำความสะอาดและหล่อลื่นใหม่หลังรถแห้งสนิท | ทุกสัปดาห์ หรือบ่อยขึ้นหากลุยฝนประจำ |
| ยางและระบบเบรก | เช็กลมยาง (30-32 PSI) และประสิทธิภาพการเบรก | ทำความสะอาดคราบโคลนออกจากจานเบรกและผ้าเบรก | อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง |
| โครงรถและชิ้นส่วนโลหะ | ตรวจสอบร่องรอยสนิมหรือสีที่กะเทาะ | เช็ดทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันสนิม | หลังการขับขี่ลุยฝนทุกครั้ง |
บทสรุป: การดูแลเพื่อยืดอายุการใช้งานจักรยานไฟฟ้า
การปฏิบัติตาม 5 วิธีดูแลจักรยานไฟฟ้าหน้าฝนง่ายๆ ที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้นในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย การป้องกันความชื้นเข้าสู่ระบบไฟฟ้า, การทำความสะอาดอย่างถูกวิธีหลังการใช้งาน, การหลีกเลี่ยงการขับขี่ในพื้นที่เสี่ยง, และการตรวจสอบสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญที่ไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันความเสียหายที่มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ยังเป็นการยืดอายุการใช้งานของจักรยานไฟฟ้าให้ยาวนาน ทำให้การลงทุนในยานพาหนะประเภทนี้มีความคุ้มค่าสูงสุด การดูแลเอาใจใส่ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ จะส่งผลให้จักรยานไฟฟ้าคู่ใจพร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกฤดูกาล
ศูนย์บริการและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้า
สำหรับผู้ที่สนใจจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทาง หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการบำรุงรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อได้ที่ GIANT Shopping Mall ซึ่งเป็นศูนย์รวมและจำหน่ายยานพาหนะไฟฟ้าหลากหลายประเภท
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

