ขี่แล้วโดนจับไหม? สรุปกฎหมาย ‘จักรยานไฟฟ้า’ ต้องจดทะเบียนหรือเปล่า? อ่านจบใน 1 นาที
- ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้า
- บทนำ: ทำความเข้าใจสถานะทางกฎหมายของจักรยานไฟฟ้า
- เกณฑ์การจำแนกประเภท: จักรยานไฟฟ้า vs. รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
- เปรียบเทียบข้อกำหนดทางกฎหมาย
- ข้อบังคับและบทลงโทษที่เกี่ยวข้อง
- กรณีศึกษายานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กประเภทอื่น
- ข้อแนะนำสำหรับผู้บริโภคก่อนการตัดสินใจซื้อ
- สรุปแนวทางปฏิบัติและข้อควรจำ
คำถามที่ว่า ขี่แล้วโดนจับไหม? สรุปกฎหมาย ‘จักรยานไฟฟ้า’ ต้องจดทะเบียนหรือเปล่า? กลายเป็นข้อสงสัยสำคัญสำหรับผู้ใช้ยานพาหนะประเภทนี้ในปัจจุบัน เนื่องจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมาย บทความนี้จะชี้แจงข้อกำหนดต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้า
- การจำแนกประเภท: กฎหมายแยกระหว่าง “จักรยานไฟฟ้า” และ “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” โดยใช้เกณฑ์กำลังมอเตอร์และความเร็วสูงสุดเป็นหลัก หากมีที่ปั่นและกำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250 วัตต์ ความเร็วไม่เกิน 25 กม./ชม. จะถือเป็นจักรยาน ไม่ต้องจดทะเบียน
- เกณฑ์ที่ต้องจดทะเบียน: หากยานพาหนะมีกำลังมอเตอร์เกิน 250 วัตต์ หรือทำความเร็วได้เกิน 25 กม./ชม. จะเข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งบังคับให้ต้องจดทะเบียนและผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่
- บทลงโทษ: การนำรถที่เข้าข่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้งานบนถนนสาธารณะโดยไม่จดทะเบียน มีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท และหากไม่มีใบอนุญาตขับขี่อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ข้อบังคับการขับขี่: จักรยานไฟฟ้าควรขับขี่ในช่องทางซ้ายสุดหรือเลนจักรยานเท่านั้น ห้ามขับขี่บนทางเท้า และต้องสวมหมวกนิรภัยตามข้อบังคับใหม่เพื่อความปลอดภัย
บทนำ: ทำความเข้าใจสถานะทางกฎหมายของจักรยานไฟฟ้า
ขี่แล้วโดนจับไหม? สรุปกฎหมาย ‘จักรยานไฟฟ้า’ ต้องจดทะเบียนหรือเปล่า? เป็นคำถามที่สะท้อนถึงความสับสนในหมู่ผู้ใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล (EV) ในประเทศไทย ด้วยความสะดวกสบายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการเดินทางในระยะใกล้ อย่างไรก็ตาม การขาดความชัดเจนด้านกฎระเบียบได้สร้างความเสี่ยงให้ผู้ใช้ต้องเผชิญกับการถูกจับปรับโดยไม่คาดคิด การทำความเข้าใจข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างสบายใจและถูกต้องตามกฎจราจร
ความสำคัญของเรื่องนี้ครอบคลุมผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ตั้งแต่พนักงานออฟฟิศที่ใช้เดินทางไปทำงาน นักเรียนนักศึกษา ไปจนถึงพนักงานส่งอาหาร การทราบถึงเกณฑ์การจำแนกประเภทของรถ บทลงโทษ และข้อบังคับต่างๆ จะช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน ทั้งต่อตนเองและผู้ใช้ทางคนอื่นๆ บทความนี้จึงรวบรวมข้อมูลล่าสุด ณ ปี 2569 เพื่อเป็นแนวทางที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่กำลังใช้งานหรือพิจารณาซื้อจักรยานไฟฟ้า
เกณฑ์การจำแนกประเภท: จักรยานไฟฟ้า vs. รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
หัวใจสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายคือการทราบว่ายานพาหนะที่ครอบครองนั้นจัดอยู่ในประเภทใด กรมการขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการจำแนกยานพาหนะไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจน โดยอ้างอิงจากคุณสมบัติทางเทคนิคของตัวรถเป็นสำคัญ
ลักษณะของจักรยานไฟฟ้าที่ไม่ต้องจดทะเบียน
ยานพาหนะที่จะถูกจัดว่าเป็น “จักรยานไฟฟ้า” (E-Bike) และได้รับการยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน ไม่ต้องมีใบขับขี่ จะต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดทุกข้อ ดังนี้:
- กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า: ต้องมีกำลังขับเคลื่อนไม่เกิน 250 วัตต์ (หรือ 0.25 กิโลวัตต์)
- ความเร็วสูงสุด: ต้องถูกจำกัดความเร็วไว้ไม่ให้เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ลักษณะทางกายภาพ: โดยส่วนมากมักจะมีบันไดสำหรับปั่น (Pedals) ติดตั้งมาด้วย ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งในรูปแบบการปั่นแบบปกติและใช้ระบบไฟฟ้าช่วยผ่อนแรง
หากรถมีคุณสมบัติครบถ้วนตามนี้ จะถูกพิจารณาว่าเป็น “จักรยาน” ตามกฎหมายจราจร ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องดำเนินการทางทะเบียนใดๆ แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎจราจรสำหรับจักรยาน เช่น การขับขี่ชิดขอบทางด้านซ้าย และการสวมหมวกนิรภัย
ลักษณะของรถที่เข้าข่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและต้องจดทะเบียน
ในทางกลับกัน หากยานพาหนะไฟฟ้ามีคุณสมบัติเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างน้อยหนึ่งข้อ จะถูกจัดประเภทเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ทันที และต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 อย่างเคร่งครัด เกณฑ์ดังกล่าวได้แก่:
- กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า: มีกำลังขับเคลื่อนเกิน 250 วัตต์
- ความเร็วสูงสุด: สามารถทำความเร็วได้เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รถประเภทนี้จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ทั่วไป ซึ่งรวมถึงการนำรถไปตรวจสภาพและจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อขอรับแผ่นป้ายทะเบียนและเอกสารแสดงการเสียภาษีประจำปี นอกจากนี้ ผู้ขับขี่จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลด้วย
การตรวจสอบสเปกของรถก่อนซื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด กำลังวัตต์และความเร็วสูงสุดคือตัวชี้ขาดว่ารถของคุณเป็นเพียงจักรยานหรือเป็นรถจักรยานยนต์ที่ต้องจดทะเบียน
เปรียบเทียบข้อกำหนดทางกฎหมาย
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างของข้อบังคับระหว่างยานพาหนะทั้งสองประเภทได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถสรุปเป็นตารางเปรียบเทียบได้ดังนี้
| คุณสมบัติ/ข้อกำหนด | จักรยานไฟฟ้า (ไม่ต้องจดทะเบียน) | รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (ต้องจดทะเบียน) |
|---|---|---|
| กำลังมอเตอร์ | ไม่เกิน 250 วัตต์ | เกิน 250 วัตต์ |
| ความเร็วสูงสุด | ไม่เกิน 25 กม./ชม. | เกิน 25 กม./ชม. |
| การจดทะเบียน | ไม่ต้องจดทะเบียน | ต้องจดทะเบียน กับกรมการขนส่งทางบก |
| ใบอนุญาตขับขี่ | ไม่ต้องมี | ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ |
| การสวมหมวกนิรภัย | บังคับตามประกาศปี 2568 | บังคับตามกฎหมายจราจร |
| ช่องทางขับขี่ | ชิดขอบทางด้านซ้าย หรือเลนจักรยาน | สามารถใช้เลนจราจรปกติได้ |
| บทลงโทษหากไม่จดทะเบียน | ไม่มี (เนื่องจากได้รับการยกเว้น) | ปรับสูงสุด 10,000 บาท |
ข้อบังคับและบทลงโทษที่เกี่ยวข้อง
การฝ่าฝืนข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับยานพาหนะไฟฟ้าที่เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้านั้นมีบทลงโทษที่ชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะบนถนนสายหลักและทางหลวง
กรณีไม่จดทะเบียนตามกฎหมาย
การนำรถที่เข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (กำลังมอเตอร์ >250W หรือความเร็ว >25 กม./ชม.) มาใช้งานบนทางสาธารณะโดยที่ยังไม่ได้จดทะเบียน ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 6 ซึ่งระบุว่าห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถที่ยังมิได้จดทะเบียน บทลงโทษสำหรับความผิดนี้คือ ค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อาจพิจารณายึดรถไว้เพื่อตรวจสอบ และหากผู้ขับขี่มีใบอนุญาตขับขี่ประเภทอื่น อาจถูกตัดคะแนนความประพฤติได้
การขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต
สำหรับรถที่ต้องจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผู้ขับขี่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ หากขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต จะเป็นความผิดตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.รถยนต์ฯ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กฎระเบียบการใช้ทางสาธารณะ
ไม่ว่าจะเป็นจักรยานไฟฟ้าประเภทใด การใช้งานบนทางสาธารณะก็มีข้อบังคับเพิ่มเติมที่ต้องปฏิบัติตาม:
- การขับขี่บนทางเท้า: ถือเป็นสิ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาด การนำยานพาหนะทุกชนิดขึ้นไปวิ่งบนทางเท้าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มีโทษปรับสูงสุด 5,000 บาท
- การสวมหมวกนิรภัย: ตามประกาศล่าสุดปี 2568 กำหนดให้ผู้ขับขี่จักรยานไฟฟ้าต้องสวมหมวกนิรภัย เพื่อความปลอดภัยและลดความรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุ
กรณีศึกษายานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กประเภทอื่น
นอกจากจักรยานไฟฟ้าแบบมีที่ปั่นแล้ว ยังมียานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กประเภทอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมและมักสร้างความสับสนด้านกฎหมายเช่นกัน
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: สถานะทางกฎหมายที่ต้องระวัง
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นกรณีที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงถูกจับปรับสูงที่สุด เนื่องจากส่วนใหญ่มักมีคุณสมบัติเกินเกณฑ์จักรยานไฟฟ้า (เช่น มอเตอร์ 500W-1000W) แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถจดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์ได้ เนื่องจากโครงสร้างและอุปกรณ์ส่วนควบไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของกรมการขนส่งทางบก (UN Regulation) เช่น ไม่มีกระจกมองข้าง, ไฟเลี้ยว, หรือโครงสร้างที่ไม่แข็งแรงพอ
ดังนั้น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จึงไม่สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะสายหลักได้อย่างถูกกฎหมาย และมักถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมบ่อยครั้ง การใช้งานจึงควรจำกัดอยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคล หมู่บ้าน หรือซอยย่อยที่ไม่ใช่ทางสัญจรหลัก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย
จักรยานไฟฟ้าทรงแม่บ้านและรุ่นดัดแปลง
จักรยานไฟฟ้าที่มีรูปลักษณ์คล้ายจักรยานแม่บ้านหรือจักรยานทั่วไป แต่ติดตั้งมอเตอร์ที่มีกำลังสูง ก็เข้าข่ายเป็นรถที่ต้องจดทะเบียนเช่นกัน ปัญหาที่พบบ่อยคือรถเหล่านี้มักไม่ผ่านมาตรฐานการตรวจสภาพเพื่อจดทะเบียน ทำให้ผู้ซื้อตกอยู่ในสถานะที่ใช้งานอย่างผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว การตรวจสอบเอกสารรับรองมาตรฐานจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
ข้อแนะนำสำหรับผู้บริโภคก่อนการตัดสินใจซื้อ
เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว ผู้ที่สนใจซื้อจักรยานไฟฟ้าควรพิจารณาประเด็นต่อไปนี้อย่างรอบคอบ:
- ตรวจสอบคุณสมบัติทางเทคนิค: สอบถามผู้ขายให้ชัดเจนเกี่ยวกับกำลังมอเตอร์ (วัตต์) และความเร็วสูงสุดของรถ เพื่อประเมินว่ารถคันดังกล่าวจัดอยู่ในประเภทใดตามกฎหมาย
- สอบถามเรื่องการจดทะเบียน: หากรถมีสเปกเกินเกณฑ์จักรยานไฟฟ้า ให้สอบถามผู้ขายว่ารถรุ่นนั้นสามารถจดทะเบียนได้หรือไม่ และมีเอกสารประกอบการจดทะเบียนครบถ้วนหรือไม่
- พิจารณาลักษณะการใช้งาน: หากต้องการใช้เดินทางบนถนนสายหลัก การเลือกรุ่นที่สามารถจดทะเบียนได้อย่างถูกต้องจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า แต่หากใช้งานในซอยหรือหมู่บ้าน จักรยานไฟฟ้าที่ไม่ต้องจดทะเบียนอาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
- ศึกษาข้อกฎหมาย: ล่าสุดได้มีประกาศราชกิจจานุเบกษาให้ธุรกิจขายรถจักรยานยนต์และจักรยานไฟฟ้าเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ซึ่งช่วยคุ้มครองผู้บริโภคได้มากขึ้น ควรศึกษาเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายให้ละเอียด
สรุปแนวทางปฏิบัติและข้อควรจำ
โดยสรุปแล้ว กฎหมายจักรยานไฟฟ้าในประเทศไทยมีเส้นแบ่งที่ชัดเจนอยู่ที่ กำลังมอเตอร์ 250 วัตต์ และความเร็วสูงสุด 25 กม./ชม. หากยานพาหนะของคุณมีคุณสมบัติต่ำกว่าหรือเท่ากับเกณฑ์นี้ ก็สามารถใช้งานได้ในฐานะ “จักรยาน” โดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่หากเกินกว่านั้น จะต้องดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้องเสมือนเป็นรถจักรยานยนต์ การทำความเข้าใจและปฏิบัติตามกฎระเบียบไม่เพียงแต่ช่วยให้หลีกเลี่ยงค่าปรับ แต่ยังเป็นการสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike ที่มีคุณภาพและถูกต้องตามข้อกำหนด GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมยานพาหนะไฟฟ้าหลากหลายประเภท ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทางอย่างมีสไตล์และปลอดภัย สามารถเข้ามาเลือกชมสินค้าและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK PAGE หรือ LINE และ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878

