จักรยานไฟฟ้ามี ABS? ส่องเทคโนโลยีความปลอดภัยปี 2026 ที่กำลังจะเป็นมาตรฐานใหม่
- สรุปประเด็นสำคัญของเทคโนโลยีความปลอดภัยในจักรยานไฟฟ้า
- บทนำสู่ยุคใหม่ของความปลอดภัยบนสองล้อไฟฟ้า
- เจาะลึกระบบเบรก ABS ในจักรยานไฟฟ้า
- เทรนด์เทคโนโลยีความปลอดภัยอื่นๆ ที่กำลังมาแรงในปี 2026
- เซนเซอร์เตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Detection): ก้าวต่อไปของความปลอดภัย
- วิเคราะห์ความคุ้มค่า: ราคาที่เพิ่มขึ้นกับความปลอดภัยที่ได้รับ
- บทสรุป: เลือกความปลอดภัยเพื่ออนาคตของการเดินทางที่ยั่งยืน
คำถามที่ว่า จักรยานไฟฟ้ามี ABS? ส่องเทคโนโลยีความปลอดภัยปี 2026 ที่กำลังจะเป็นมาตรฐานใหม่ ได้กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่สำคัญในแวดวงยานยนต์ไฟฟ้า การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งของอุตสาหกรรม ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับความปลอดภัยของผู้ขับขี่ให้ทัดเทียมกับยานยนต์ประเภทอื่น ๆ เมื่อจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดบนท้องถนนในประเทศไทย ความกังวลเกี่ยวกับอุบัติเหตุก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว การนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบเสริมความปลอดภัยอื่น ๆ เข้ามาใช้จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นเพื่อสร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง
สรุปประเด็นสำคัญของเทคโนโลยีความปลอดภัยในจักรยานไฟฟ้า
- มาตรฐานใหม่แห่งปี 2026: เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เช่น ระบบเบรก E-ABS (Electronic Anti-Lock Braking System) และเซนเซอร์เตือนจุดอับสายตา กำลังถูกผลักดันให้กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ
- การทำงานของ E-ABS: ระบบนี้ทำงานร่วมกับดิสก์เบรกคู่หน้า-หลัง เพื่อป้องกันการล็อกของล้อเมื่อมีการเบรกอย่างกะทันหัน ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางและรักษาเสถียรภาพของรถได้ดีขึ้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- เทคโนโลยีเสริมความปลอดภัย: นอกเหนือจาก ABS ยังมีระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (TCS) และระบบเบรกแบบรวม (CBS) ที่เริ่มมีการนำมาใช้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจและลดความเสี่ยงในการขับขี่บนสภาพถนนที่หลากหลาย
- การลงทุนที่คุ้มค่า: แม้จักรยานไฟฟ้าที่มาพร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูงจะมีราคาสูงกว่ารุ่นมาตรฐาน แต่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับความปลอดภัยในระยะยาว ช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ
บทนำสู่ยุคใหม่ของความปลอดภัยบนสองล้อไฟฟ้า
การเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในประเทศไทยนำมาซึ่งความท้าทายด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ผู้ใช้งานจำนวนมากต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากสภาพการจราจรที่หนาแน่นและเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ปัญหาการเบรกกะทันหันจนล้อล็อกและเสียการควบคุมเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ สิ่งนี้ได้กระตุ้นให้ผู้ผลิตหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยอย่างจริงจัง จนมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญในปี 2026 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นวัตกรรมซึ่งเคยจำกัดอยู่แค่ในรถยนต์และรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ได้ถูกนำมาปรับใช้กับจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดสถิติอุบัติเหตุ แต่ยังเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ที่ทำให้ผู้บริโภคต้องหันมาพิจารณาปัจจัยด้านความปลอดภัยเป็นอันดับแรกก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่ง GIANT Shopping Mall ได้ตระหนักถึงความสำคัญในจุดนี้และได้คัดสรรยานพาหนะไฟฟ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ในปัจจุบัน
ทำไมความปลอดภัยจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของจักรยานไฟฟ้า
ในอดีต การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้ามักมุ่งเน้นไปที่สมรรถนะของมอเตอร์ ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง หรือดีไซน์ที่สวยงาม อย่างไรก็ตาม เมื่อจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ความปลอดภัยได้กลายเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป การขับขี่ในเมืองใหญ่ต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการตัดหน้ากระชั้นชิด สภาพพื้นผิวถนนที่ไม่สมบูรณ์ หรือฝนตกถนนลื่น สถานการณ์เหล่านี้ล้วนต้องการระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเบรกแบบดั้งเดิม การมีเทคโนโลยีอย่าง ABS จึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถหยุดรถได้อย่างปลอดภัยและหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุรุนแรงได้
ใครคือกลุ่มผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีนี้
เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงในจักรยานไฟฟ้ามอบประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้งานทุกกลุ่ม แต่กลุ่มที่ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนที่สุด ได้แก่:
- ผู้ขับขี่มือใหม่: สำหรับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการควบคุมรถสองล้อมากนัก ระบบ ABS และ TCS จะช่วยสร้างความมั่นใจและลดโอกาสเกิดข้อผิดพลาดในการเบรกหรือควบคุมรถ
- ผู้ที่ใช้เดินทางในชีวิตประจำวัน (Commuters): ผู้ที่ต้องเดินทางฝ่าการจราจรที่แออัดทุกวันย่อมมีความเสี่ยงสูงที่จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางไปทำงานหรือทำธุระต่าง ๆ
- พนักงานขนส่งและไรเดอร์: กลุ่มอาชีพที่ต้องใช้เวลาอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานานและต้องทำความเร็ว การมีระบบความปลอดภัยที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงจากการทำงานและสร้างความอุ่นใจได้มากขึ้น
- ผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการความมั่นคงในการขับขี่: ระบบที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของรถจะทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างนุ่มนวลและปลอดภัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงในการทรงตัวเป็นพิเศษ
เจาะลึกระบบเบรก ABS ในจักรยานไฟฟ้า
เมื่อพูดถึงระบบเบรก ABS หลายคนอาจนึกถึงรถยนต์หรือบิ๊กไบค์ แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีนี้ได้ถูกย่อส่วนและปรับปรุงให้เหมาะสมกับการใช้งานในจักรยานไฟฟ้าแล้ว โดยใช้ชื่อเรียกว่า E-ABS (Electronic Anti-Lock Braking System) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ที่กำลังจะมาถึง
E-ABS คืออะไรและทำงานอย่างไร
E-ABS คือระบบเบรกอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ล้อล็อกตายในระหว่างการเบรกอย่างรุนแรงหรือกะทันหัน หลักการทำงานของมันคือ เมื่อเซนเซอร์ตรวจจับได้ว่าล้อกำลังจะหยุดหมุนในขณะที่ตัวรถยังคงเคลื่อนที่ไปข้างหน้า (สภาวะล้อล็อก) ระบบจะสั่งให้ปั๊มเบรกทำงานในลักษณะ “จับ-ปล่อย” สลับกันอย่างรวดเร็วหลายสิบครั้งต่อวินาที การทำงานในลักษณะนี้ช่วยให้ล้อยังคงสามารถหมุนต่อไปได้เล็กน้อย ทำให้ผู้ขับขี่สามารถรักษาการควบคุมทิศทางของรถและหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ แม้จะอยู่ภายใต้การเบรกอย่างเต็มที่ก็ตาม ระบบนี้มักทำงานร่วมกับดิสก์เบรกคู่ทั้งล้อหน้าและล้อหลังเพื่อประสิทธิภาพการหยุดรถสูงสุด
เปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างเบรก ABS และดิสก์เบรกทั่วไป
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างระบบเบรกทั้งสองประเภท สามารถเปรียบเทียบคุณสมบัติในด้านต่าง ๆ ได้ดังตารางต่อไปนี้
| คุณสมบัติ | ระบบเบรก E-ABS | ดิสก์เบรกทั่วไป |
|---|---|---|
| การป้องกันล้อล็อก | ป้องกันอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน | ขึ้นอยู่กับทักษะและแรงเบรกของผู้ขับขี่ |
| การควบคุมขณะเบรก | ยังคงควบคุมทิศทางและหักหลบได้ | อาจเสียการควบคุมหากล้อล็อก |
| ประสิทธิภาพบนถนนเปียกลื่น | สูงมาก ลดความเสี่ยงการไถล | ประสิทธิภาพลดลง มีความเสี่ยงสูง |
| ระยะเบรก | อาจยาวกว่าเล็กน้อย แต่ปลอดภัยกว่า | สั้นกว่าในสภาวะ lý tưởng แต่เสี่ยงต่อการล้ม |
| ความซับซ้อนและราคา | สูงกว่า เนื่องจากมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ | ต่ำกว่า ระบบกลไกไม่ซับซ้อน |
เทรนด์เทคโนโลยีความปลอดภัยอื่นๆ ที่กำลังมาแรงในปี 2026
แม้ว่า ABS จะเป็นเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลท์สำคัญ แต่แนวโน้มของตลาดในปี 2026 ยังชี้ให้เห็นถึงการนำระบบความปลอดภัยอื่น ๆ เข้ามาเสริมทัพ เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นใจและครอบคลุมทุกมิติ ข้อมูลจากการวิจัยพบว่า นอกจาก E-ABS แล้ว ผู้ผลิตบางราย เช่น LULAE ในรุ่น V12 ได้เริ่มติดตั้งระบบเบรกดิสก์คู่เป็นมาตรฐาน แต่ในภาพรวม จักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังคงใช้ระบบเบรกแบบดั้งเดิม นี่คือช่องว่างที่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยอย่างแท้จริง การเลือก จักรยานไฟฟ้า ที่เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็วหรือดีไซน์ แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว
ระบบที่มากกว่าแค่การเบรก: TCS และ CBS
นอกเหนือจากระบบป้องกันล้อล็อก ยังมีอีกสองระบบที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก:
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (TCS – Traction Control System): ทำหน้าที่ป้องกันล้อหลังหมุนฟรีขณะออกตัวหรือเร่งความเร็วบนพื้นผิวที่ลื่น เช่น ถนนเปียก หรือทางลูกรัง ระบบจะลดกำลังของมอเตอร์ลงชั่วขณะเมื่อตรวจพบว่าล้อหลังเริ่มสูญเสียการยึดเกาะ ช่วยให้รถไม่เสียอาการและพุ่งไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
- ระบบเบรกแบบรวม (CBS – Combine Brake System): เป็นระบบที่ช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลังให้มีความสมดุล เมื่อผู้ขับขี่บีบเบรกเพียงข้างเดียว (ส่วนใหญ่มักเป็นเบรกหลัง) ระบบจะสั่งให้เบรกอีกล้อหนึ่งทำงานร่วมด้วยในสัดส่วนที่เหมาะสม ช่วยลดระยะเบรกและป้องกันอาการหน้าทิ่มหรือท้ายปัดได้เป็นอย่างดี
การเลือกสรรจักรยานไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ความปลอดภัยสูงสุด
ในขณะที่ตลาดโดยรวมกำลังค่อย ๆ ปรับตัวเพื่อนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ GIANT Shopping Mall ได้ก้าวไปข้างหน้าด้วยการคัดเลือกเฉพาะจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งระบบความปลอดภัยที่ทันสมัยและเชื่อถือได้มานำเสนอแก่ลูกค้า การมีเพียงดิสก์เบรกอาจไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับสภาพการจราจรในปัจจุบัน ที่นี่จึงให้ความสำคัญกับโมเดลที่มีทั้ง E-ABS, TCS หรือ CBS เป็นส่วนหนึ่งของสเปกมาตรฐาน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับยานพาหนะที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ด้านการเดินทาง แต่ยังมอบความปลอดภัยสูงสุดในทุกเส้นทาง
ที่ GIANT Shopping Mall เราไม่ได้ขายแค่ยานพาหนะ แต่เรามอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง ด้วยจักรยานไฟฟ้าที่คัดสรรแล้วว่ามีเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ดีที่สุดในราคาที่เข้าถึงได้
| คุณสมบัติด้านความปลอดภัย | จักรยานไฟฟ้าทั่วไปในตลาด | จักรยานไฟฟ้ารุ่นแนะนำโดย GIANT Shopping Mall |
|---|---|---|
| ระบบเบรก ABS | มีในบางรุ่นราคาสูง หรือไม่มีเลย | มีให้เลือกเป็นมาตรฐานในหลายรุ่น |
| ระบบควบคุมการทรงตัว (TCS) | หายากมาก ส่วนใหญ่ไม่มี | มีในรุ่นท็อปเพื่อความปลอดภัยสูงสุด |
| ระบบเบรก CBS | มีในบางรุ่น | มีให้เลือกในรุ่นที่เน้นความง่ายในการใช้งาน |
| ระบบไฟส่องสว่าง/สัญญาณ | ไฟหน้า-ท้ายพื้นฐาน | ไฟส่องสว่างรอบคัน มาพร้อมไฟเลี้ยวและไฟเบรกที่ชัดเจน |
| ความคุ้มค่าด้านความปลอดภัย | ผู้ซื้อต้องแบกรับความเสี่ยงเอง | ลงทุนครั้งเดียวเพื่อความปลอดภัยระยะยาว |
เซนเซอร์เตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Detection): ก้าวต่อไปของความปลอดภัย
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในจักรยานไฟฟ้าแห่งอนาคตคือระบบเตือนจุดอับสายตา ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอุบัติเหตุจากการเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวโดยไม่ทันสังเกตเห็นยานพาหนะอื่นที่วิ่งขนาบข้างมา
หลักการทำงานและประโยชน์ในการใช้งานจริง
ระบบนี้ใช้เซนเซอร์เรดาร์หรืออัลตราโซนิกขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่บริเวณท้ายรถเพื่อตรวจจับวัตถุที่เคลื่อนที่เข้ามาในบริเวณจุดบอดของกระจกมองข้าง เมื่อมีรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์เข้ามาในระยะที่กำหนด ระบบจะส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของไฟ LED ที่กะพริบบนแฮนด์บาร์ หรือการสั่นเตือนที่ปลอกแฮนด์ ประโยชน์หลักของระบบนี้คือการช่วยให้ผู้ขับขี่รับรู้ถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ดียิ่งขึ้น ลดความจำเป็นในการหันศีรษะไปมองด้านหลังบ่อยครั้ง ซึ่งอาจทำให้เสียสมาธิและสมดุลในการขับขี่ได้
ความจำเป็นสำหรับผู้ขับขี่ในสภาพจราจรของไทย
สำหรับสภาพการจราจรในประเทศไทยที่มักมีรถจักรยานยนต์วิ่งแทรกระหว่างเลนอย่างรวดเร็ว ระบบเตือนจุดอับสายตาถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง มันสามารถช่วยเตือนผู้ขับขี่จักรยานไฟฟ้าได้ล่วงหน้าก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวเข้าซอย ช่วยลดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนที่เกิดจากการมองไม่เห็นได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ในปัจจุบันเทคโนโลยีนี้จะยังจำกัดอยู่ในรถรุ่นท็อป แต่คาดว่าจะกลายเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าตามเทรนด์ความปลอดภัยที่เพิ่มสูงขึ้น
วิเคราะห์ความคุ้มค่า: ราคาที่เพิ่มขึ้นกับความปลอดภัยที่ได้รับ
เป็นเรื่องธรรมดาที่จักรยานไฟฟ้าซึ่งติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงจะมีราคาสูงกว่ารุ่นมาตรฐาน คำถามสำคัญสำหรับผู้บริโภคคือ “ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นนั้น คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มหรือไม่?” การตัดสินใจนี้จำเป็นต้องมองภาพรวมและพิจารณาถึงผลกระทบในระยะยาว
การลงทุนเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว
การจ่ายเงินเพิ่มขึ้นสำหรับจักรยานไฟฟ้าที่มีระบบ ABS, TCS หรือเซนเซอร์เตือนจุดอับสายตา ควรถูกมองว่าเป็นการ “ลงทุน” ในความปลอดภัยของตนเอง มากกว่าเป็นเพียง “ค่าใช้จ่าย” ส่วนต่างของราคาอาจเทียบไม่ได้เลยกับค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมแซมยานพาหนะ หรือการสูญเสียรายได้ที่อาจเกิดขึ้นหากประสบอุบัติเหตุ การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ การเลือกยานพาหนะที่สามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ จึงเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
บทสรุป: เลือกความปลอดภัยเพื่ออนาคตของการเดินทางที่ยั่งยืน
ในปี 2026 นี้ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเทคโนโลยีความปลอดภัยไม่ได้เป็นเพียงลูกเล่นทางการตลาดอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ผู้ขับขี่จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทุกคนควรให้ความสำคัญ คำถาม “จักรยานไฟฟ้ามี ABS?” ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่า “มี และกำลังจะกลายเป็นมาตรฐาน” การมาถึงของ E-ABS, TCS, CBS และเซนเซอร์เตือนจุดอับสายตา ถือเป็นการปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กครั้งสำคัญ ซึ่งจะช่วยยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งานได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
การตัดสินใจเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าสักคันจึงต้องพิจารณามากกว่าแค่ดีไซน์หรือระยะทาง แต่ต้องมองลึกไปถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ติดตั้งมาให้ เพราะนั่นคือการลงทุนเพื่อชีวิตและสวัสดิภาพของตัวผู้ขับขี่เอง สำหรับผู้ที่กำลังมองหายานพาหนะไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะและความปลอดภัยสูงสุด
GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ทุกประเภท ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำเพื่อให้ท่านได้ยานพาหนะที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม:
เยี่ยมชมหน้าร้านได้ที่: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ติดตามโปรโมชั่นและข่าวสารได้ที่ FACEBOOK PAGE หรือสอบถามโดยตรงผ่าน LINE และสามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์

