ต้องรู้! กฎหมาย E-Bike/สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2569 ต้องมีใบขับขี่ไหม?
- สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายยานยนต์ไฟฟ้า
- ทำความเข้าใจสถานะทางกฎหมายของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- นิยามของ “รถจักรยานยนต์” ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522
- ประเด็นคำถามหลัก: E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าต้องมีใบขับขี่หรือไม่?
- อุปสรรคสำคัญ: เหตุใดยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กจึงไม่สามารถจดทะเบียนได้?
- การขับขี่บนถนนสาธารณะ: ถูกหรือผิดกฎหมาย?
- พื้นที่ใดบ้างที่สามารถใช้งาน E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม
- กรณีศึกษาเฉพาะ: จักรยานไฟฟ้าแบบช่วยปั่น (Pedal-Assist E-Bike)
- ทิศทางและแนวโน้มของกฎหมายในอนาคต (พ.ศ. 2569)
- สรุปภาพรวมกฎหมาย E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าฉบับย่อ
- บทสรุปและคำแนะนำสำหรับผู้ใช้งาน
บทความนี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประเด็นสำคัญที่ว่า ต้องรู้! กฎหมาย E-Bike/สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2569 ต้องมีใบขับขี่ไหม? ซึ่งเป็นคำถามที่ผู้ใช้และผู้ที่สนใจยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กในประเทศไทยจำนวนมากกำลังสงสัย เนื่องจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับข้อบังคับทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจดทะเบียน การทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และความถูกต้องในการนำมาใช้งานบนถนนสาธารณะ การทำความเข้าใจสถานะทางกฎหมายในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถใช้งานยานพาหนะเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายยานยนต์ไฟฟ้า
- สถานะทางกฎหมาย: ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจัดอยู่ในนิยามของ “รถจักรยานยนต์” เนื่องจากขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้าและมีไม่เกินสองล้อ
- ใบอนุญาตขับขี่: เมื่อจัดเป็นรถจักรยานยนต์ ผู้ขับขี่จึงจำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลเพื่อใช้งานบนถนนสาธารณะอย่างถูกกฎหมาย
- การจดทะเบียนและ พ.ร.บ.: แม้จะถูกนิยามเป็นรถจักรยานยนต์ แต่ในทางปฏิบัติ ยานพาหนะเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่สามารถจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ เนื่องจากยังไม่มีมาตรฐานรองรับที่ชัดเจน ส่งผลให้ไม่สามารถทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และเสียภาษีประจำปีได้
- การใช้งานบนถนนสาธารณะ: การนำ E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียนมาใช้งานบนถนนสาธารณะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และอาจมีโทษปรับตามกฎหมายจราจร
- แนวโน้มในอนาคต: หน่วยงานภาครัฐกำลังพิจารณาออกกฎหมายหรือระเบียบเฉพาะสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและข้อบังคับการใช้งานที่ชัดเจนขึ้นภายในปี 2569 หรือหลังจากนั้น
ทำความเข้าใจสถานะทางกฎหมายของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้กลายเป็นทางเลือกในการเดินทางที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในเขตเมืองของประเทศไทย ด้วยความสะดวกสบาย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ได้นำมาซึ่งคำถามสำคัญเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายที่ยังคงมีความคลุมเครือ ผู้ใช้งานจำนวนมากยังขาดความเข้าใจที่ถูกต้องว่ายานพาหนะเหล่านี้อยู่ภายใต้ข้อบังคับใดบ้าง ซึ่งความไม่ชัดเจนดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งผู้ใช้งานที่อาจกระทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว และเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายที่ต้องตีความข้อบังคับที่มีอยู่เดิม ดังนั้น การศึกษาและทำความเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนที่ครอบครองหรือวางแผนที่จะซื้อยานพาหนะไฟฟ้าประเภทนี้
นิยามของ “รถจักรยานยนต์” ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522
หัวใจสำคัญของการพิจารณาสถานะของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือการตีความตามกฎหมายที่มีอยู่ โดยกฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องคือ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งในมาตรา 4 ได้ให้คำนิยามของ “รถจักรยานยนต์” ไว้อย่างชัดเจน การทำความเข้าใจนิยามนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการไขข้อสงสัยทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
“รถจักรยานยนต์ หมายถึง รถที่เดินด้วยกำลังเครื่องยนต์หรือกำลังไฟฟ้า และมีล้อไม่เกินสองล้อ (ถ้ามีพ่วงข้างจะมีล้อเพิ่มอีกไม่เกินหนึ่งล้อ) และให้หมายความรวมถึงรถจักรยานที่ติดเครื่องยนต์ด้วย”
จากนิยามข้างต้น สามารถวิเคราะห์ได้ว่ายานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กเข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ตามกฎหมาย ด้วยเหตุผลดังนี้:
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: มีลักษณะครบถ้วนตามนิยาม คือ เป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้าและมีสองล้อ
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bike): เข้าข่ายในส่วนที่ระบุว่า “ให้หมายความรวมถึงรถจักรยานที่ติดเครื่องยนต์ด้วย” ซึ่งในบริบทนี้ “เครื่องยนต์” สามารถตีความครอบคลุมถึง “มอเตอร์ไฟฟ้า” ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยปั่น (Pedal-Assist) หรือระบบบิดคันเร่ง (Throttle) ก็ตาม
ดังนั้น ภายใต้กรอบกฎหมายปัจจุบัน ทั้ง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจึงถูกจัดประเภทเป็น “รถจักรยานยนต์” ซึ่งนำไปสู่ข้อบังคับและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่ต้องปฏิบัติตามเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไป
ประเด็นคำถามหลัก: E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าต้องมีใบขับขี่หรือไม่?
เมื่อ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกจัดว่าเป็นรถจักรยานยนต์ตามกฎหมายแล้ว คำตอบสำหรับคำถามที่ว่าต้องมีใบขับขี่หรือไม่จึงมีความชัดเจน นั่นคือ “จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์” หากต้องการใช้งานบนทางสาธารณะ การขับขี่ยานพาหนะประเภทนี้โดยไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้องถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และมีโทษเช่นเดียวกับการขับขี่รถจักรยานยนต์ทั่วไปโดยไม่มีใบขับขี่
ข้อกำหนดทางกฎหมายที่ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตาม
นอกเหนือจากใบอนุญาตขับขี่แล้ว การที่ยานพาหนะถูกจัดประเภทเป็นรถจักรยานยนต์ยังหมายความว่าต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ.รถยนต์ อีกด้วย ซึ่งประกอบด้วย:
- การจดทะเบียนและป้ายทะเบียน: ยานพาหนะต้องได้รับการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกและมีป้ายทะเบียนที่ออกให้อย่างถูกต้อง
- การจัดทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.): ผู้ครอบครองรถมีหน้าที่ต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัยจากรถ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า พ.ร.บ.
- การชำระภาษีรถประจำปี: ต้องมีการชำระภาษีรถประจำปีตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้สามารถใช้งานรถบนท้องถนนได้อย่างต่อเนื่อง
หากผู้ขับขี่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้ อาจต้องรับโทษตามกฎหมายหลายกระทง เช่น ข้อหาขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่, ข้อหาใช้รถที่ยังไม่ได้จดทะเบียน หรือข้อหาใช้รถที่ไม่มีประกันภัยภาคบังคับ
อุปสรรคสำคัญ: เหตุใดยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กจึงไม่สามารถจดทะเบียนได้?
แม้ว่าตามหลักการแล้ว E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะต้องจดทะเบียน แต่ในทางปฏิบัติกลับพบกับอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ยานพาหนะส่วนใหญ่ในตลาดไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนได้ ปัญหานี้สร้างสภาวะที่ย้อนแย้งทางกฎหมาย คือ ยานพาหนะถูกกำหนดให้ต้องมีทะเบียน แต่กลับไม่มีช่องทางให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้อง
ช่องว่างด้านกฎระเบียบและมาตรฐาน
สาเหตุหลักที่ทำให้ไม่สามารถจดทะเบียนได้ มาจากประเด็นดังต่อไปนี้:
- ขาดระเบียบเฉพาะทาง: กรมการขนส่งทางบกยังไม่มีการออกระเบียบหรือข้อบังคับที่ชัดเจนเป็นการเฉพาะสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ทำให้กระบวนการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานไม่สามารถทำได้
- ไม่ผ่านมาตรฐานยานยนต์: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและ E-Bike ที่นำเข้ามาจำหน่ายส่วนใหญ่ ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้สำหรับรถจักรยานยนต์ เช่น ระบบเบรก, ระบบไฟส่องสว่าง (ไฟหน้า-ไฟท้าย), ไฟเลี้ยว หรือกระจกมองข้าง
- ไม่มีเอกสารรับรอง: ยานพาหนะจำนวนมากไม่มีเอกสารสำคัญในการจดทะเบียน เช่น หนังสือรับรองการผลิตหรือการนำเข้า (Certificate of Origin – CO) ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผลกระทบจากการไม่สามารถจดทะเบียน
เมื่อไม่สามารถจดทะเบียนได้ จึงส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ คือ ไม่สามารถขอป้ายทะเบียน, ไม่สามารถทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.), และไม่สามารถชำระภาษีประจำปีได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้การนำยานพาหนะมาใช้งานบนถนนสาธารณะกลายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยสมบูรณ์
การขับขี่บนถนนสาธารณะ: ถูกหรือผิดกฎหมาย?
จากเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น คำตอบที่ชัดเจนสำหรับคำถามนี้คือ “การขับขี่ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนถนนสาธารณะในปัจจุบัน ถือว่าผิดกฎหมาย” เนื่องจากการใช้งานดังกล่าวเป็นการขับขี่ยานพาหนะที่ไม่ผ่านการจดทะเบียนและไม่มีเอกสารที่กฎหมายกำหนดครบถ้วน ผู้ขับขี่จึงมีความเสี่ยงที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งอาจรวมถึงการเปรียบเทียบปรับหรือในบางกรณีอาจมีการยึดรถไว้เพื่อตรวจสอบ
พื้นที่ใดบ้างที่สามารถใช้งาน E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายและเพื่อความปลอดภัย การใช้งานยานพาหนะไฟฟ้าเหล่านี้จึงควรจำกัดอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้มีสถานะเป็น “ทางสาธารณะ” ตามกฎหมายจราจร ตัวอย่างของพื้นที่ที่สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม ได้แก่:
- ภายในโครงการหมู่บ้านจัดสรร: ถนนภายในหมู่บ้านซึ่งถือเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล
- ภายในสถานศึกษา: เช่น มหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างขวาง
- สวนสาธารณะ: เฉพาะในกรณีที่ข้อบังคับของสวนสาธารณะนั้น ๆ อนุญาตให้นำยานพาหนะประเภทนี้เข้ามาใช้งานได้
- พื้นที่ส่วนบุคคลอื่น ๆ: เช่น รีสอร์ท, โรงงาน, หรือพื้นที่ปิดอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม แม้จะใช้งานในพื้นที่ปิด ผู้ขับขี่ก็ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุด โดยการสวมหมวกกันน็อกและขับขี่ด้วยความเร็วที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองและผู้อื่น
กรณีศึกษาเฉพาะ: จักรยานไฟฟ้าแบบช่วยปั่น (Pedal-Assist E-Bike)
จักรยานไฟฟ้าแบบช่วยปั่น (Pedal-Assist) เป็นประเภทที่ผู้ใช้งานหลายคนเข้าใจว่าอาจได้รับการยกเว้น เนื่องจากยังมีลักษณะคล้ายจักรยานที่ต้องใช้แรงปั่น อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ยานพาหนะดังกล่าวมี “มอเตอร์ไฟฟ้า” ติดตั้งอยู่เพื่อช่วยขับเคลื่อน ก็ยังคงเข้าข่ายนิยาม “รถจักรยานที่ติดเครื่องยนต์” ตามกฎหมายอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมอเตอร์สามารถทำความเร็วได้เกินกว่าความเร็วของจักรยานทั่วไป (เช่น เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ก็จะยิ่งชัดเจนว่ามีสถานะเป็นรถจักรยานยนต์ ดังนั้น หลักเกณฑ์ทางกฎหมาย ทั้งเรื่องใบขับขี่และการจดทะเบียน จึงยังคงบังคับใช้กับจักรยานไฟฟ้าประเภทนี้เช่นเดียวกันเมื่อนำมาใช้งานบนทางสาธารณะ
ทิศทางและแนวโน้มของกฎหมายในอนาคต (พ.ศ. 2569)
หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการขนส่งทางบก, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.), และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตระหนักถึงความนิยมและช่องว่างทางกฎหมายของยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก และกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อออกกฎหมายหรือระเบียบเฉพาะทางมารองรับ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นภายในปี พ.ศ. 2569 หรือในอนาคตอันใกล้ โดยแนวทางที่มีการพิจารณาอาจประกอบด้วย:
- การกำหนดมาตรฐานเฉพาะ: กำหนดคุณสมบัติของยานพาหนะที่สามารถใช้งานได้ เช่น กำลังมอเตอร์สูงสุด, ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 25 กม./ชม., และน้ำหนักของตัวรถ
- ข้อบังคับด้านความปลอดภัย: กำหนดให้อุปกรณ์ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน เช่น ระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพ, ไฟส่องสว่าง, และแตรสัญญาณ
- การกำหนดประเภทใบขับขี่ใหม่: อาจมีการสร้างใบอนุญาตขับขี่ประเภทใหม่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กโดยเฉพาะ ซึ่งมีขั้นตอนการทดสอบที่ง่ายกว่าใบขับขี่รถจักรยานยนต์ทั่วไป
- การแบ่งโซนการใช้งาน: อาจมีการกำหนดพื้นที่หรือช่องทางพิเศษ (Bike Lane) ที่อนุญาตให้ยานพาหนะประเภทนี้ใช้งานได้อย่างถูกกฎหมาย
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันก็ควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยและจัดระเบียบการจราจรให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
สรุปภาพรวมกฎหมาย E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าฉบับย่อ
เพื่อความเข้าใจที่ง่ายและรวดเร็ว สามารถสรุปสถานะทางกฎหมายของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ณ ปี 2569 ได้ดังตารางต่อไปนี้
| ประเด็นคำถาม | คำตอบตามกฎหมายปัจจุบัน |
|---|---|
| ต้องมีใบขับขี่หรือไม่? | ต้องมี (ใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล) |
| ต้องจดทะเบียนและมี พ.ร.บ. หรือไม่? | ต้องมี (แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนได้) |
| ขับขี่บนถนนสาธารณะผิดกฎหมายหรือไม่? | ผิดกฎหมาย (เนื่องจากไม่สามารถจดทะเบียนและทำ พ.ร.บ. ได้) |
| สามารถใช้งานได้ที่ไหน? | ในพื้นที่ปิดหรือพื้นที่ส่วนบุคคล เช่น หมู่บ้าน, มหาวิทยาลัย, สวนสาธารณะ (หากได้รับอนุญาต) |
| แนวโน้มกฎหมายในอนาคต? | มีแนวโน้มที่จะมีกฎหมายหรือระเบียบเฉพาะทางออกมาเพื่อควบคุมและจัดระเบียบ |
บทสรุปและคำแนะนำสำหรับผู้ใช้งาน
โดยสรุป ภายใต้กรอบกฎหมายของประเทศไทย ณ ปี พ.ศ. 2569 จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ายังคงมีสถานะทางกฎหมายที่ซับซ้อน แม้จะถูกจัดประเภทเป็นรถจักรยานยนต์ ซึ่งกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่และต้องจดทะเบียน แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนได้ ทำให้การนำมาใช้งานบนถนนสาธารณะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและมีความเสี่ยง ดังนั้น ผู้ใช้งานในปัจจุบันควรจำกัดการขับขี่ให้อยู่ในพื้นที่ส่วนบุคคลหรือพื้นที่ปิดเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย สิ่งสำคัญที่สุดคือการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบใหม่ ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือกำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ประเภทต่าง ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอคำปรึกษา สามารถติดต่อได้ผ่านช่องทาง FACEBOOK PAGE หรือ LINE รวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ ผ่านหน้าเว็บไซต์ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
