ขับ E-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม? สรุปกฎหมายล่าสุดที่ต้องรู้
- ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมาย E-Bike ในประเทศไทย
- ทำความเข้าใจ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในมุมมองกฎหมาย
- ข้อกำหนดที่ตัดสินว่า E-Bike ต้องมีใบขับขี่หรือไม่
- เปรียบเทียบข้อบังคับระหว่าง E-Bike (LEV) และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
- ข้อควรระวังและแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ใช้งาน
- บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต
- เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานและถูกกฎหมาย
คำถามที่ว่า ขับ E-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม? สรุปกฎหมายล่าสุดที่ต้องรู้ กลายเป็นข้อสงสัยสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลในปัจจุบัน ด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับข้อบังคับทางกฎหมาย การทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้สามารถใช้งานยานพาหนะเหล่านี้ได้อย่างมั่นใจและไม่ผิดต่อข้อบังคับจราจร
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมาย E-Bike ในประเทศไทย
- E-Bike ไม่ต้องมีใบขับขี่ หากเข้าเกณฑ์: จักรยานไฟฟ้าที่จัดอยู่ในประเภท “ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก (LEV)” ซึ่งมีกำลังมอเตอร์ไม่เกิน 500 วัตต์ และทำความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่
- การจดทะเบียนขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ: E-Bike ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ LEV ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกและไม่ต้องมีป้ายทะเบียน
- ความแตกต่างคือตัวกำหนด: หาก E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีคุณสมบัติเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดสำหรับ LEV (เช่น มีคันเร่งแบบบิด, กำลังมอเตอร์สูง, หรือความเร็วสูง) จะถูกจัดว่าเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ซึ่งต้องมีทั้งใบขับขี่และการจดทะเบียน
- การบังคับใช้กฎหมาย: แม้ E-Bike แบบ LEV จะได้รับข้อยกเว้น แต่ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกเช่นเดียวกับผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป
- ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเสมอ: ข้อบังคับอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ผู้ใช้งานควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการขนส่งทางบก เพื่อความถูกต้อง
ทำความเข้าใจ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในมุมมองกฎหมาย
การเติบโตของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าได้นำเสนอทางเลือกใหม่ในการเดินทางที่สะดวกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การมาถึงของยานพาหนะรูปแบบใหม่นี้ทำให้เกิดช่องว่างและความไม่ชัดเจนในข้อบังคับเดิม เพื่อให้เกิดความกระจ่าง จำเป็นต้องทำความเข้าใจนิยามและประเภทของยานพาหนะไฟฟ้าตามที่กฎหมายไทยกำหนด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการตอบคำถามว่าการขับขี่นั้นต้องใช้ใบอนุญาตหรือไม่
นิยามของ E-Bike ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก
ในอดีต กฎหมายจราจรของไทยถูกร่างขึ้นโดยมีพื้นฐานจากยานพาหนะที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปเป็นหลัก เมื่อจักรยานไฟฟ้าเริ่มเป็นที่นิยม จึงเกิดคำถามถึงสถานะทางกฎหมายของมัน โดยทั่วไปแล้ว “จักรยาน” ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก หมายถึงรถที่เดินด้วยกำลังของผู้ขับขี่ที่มิใช่เป็นการลากเข็น ซึ่งจักรยานไฟฟ้าที่มีระบบช่วยปั่น (Pedal Assist System หรือ PAS) ยังคงเข้าข่ายลักษณะนี้ เนื่องจากผู้ขับขี่ยังต้องออกแรงปั่นเป็นหลัก โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่เป็นเพียง “ผู้ช่วย” ผ่อนแรงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ความซับซ้อนเกิดขึ้นเมื่อจักรยานไฟฟ้าบางรุ่นมาพร้อมกับคันเร่งแบบบิด (Throttle) ที่ทำให้รถเคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องปั่น ซึ่งมีลักษณะการทำงานใกล้เคียงกับรถจักรยานยนต์มากขึ้น ด้วยเหตุนี้ กรมการขนส่งทางบกจึงได้กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อแยกยานพาหนะไฟฟ้าเหล่านี้ออกจากกันอย่างชัดเจน โดยใช้เกณฑ์ด้านเทคนิคเป็นตัวชี้วัด
ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก (Light Electric Vehicle – LEV) คืออะไร?
เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่ชัดเจนทางกฎหมาย ประเทศไทยได้นำแนวคิด “ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก” หรือ Light Electric Vehicle (LEV) มาใช้เป็นเกณฑ์ในการจำแนกประเภท ซึ่ง E-Bike ที่เข้าข่าย LEV จะได้รับการยกเว้นจากข้อบังคับบางประการที่ใช้กับรถจักรยานยนต์ ทำให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกมากขึ้น
คุณสมบัติหลักของยานพาหนะที่จะถูกจัดเป็น LEV ตามกฎหมายไทย ประกอบด้วย:
- กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor Power): ต้องมีกำลังขับเคลื่อนไม่เกิน 500 วัตต์ (Watt) ซึ่งเป็นกำลังที่เพียงพอสำหรับการช่วยผ่อนแรงในการปั่น แต่ไม่สูงจนทำให้เกิดความเร็วที่เป็นอันตราย
- ความเร็วสูงสุด (Maximum Speed): ต้องถูกจำกัดความเร็วไว้ไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วที่ยังสามารถควบคุมได้ง่ายและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง
- ระบบขับเคลื่อน (Drive System): ต้องเป็นระบบช่วยปั่น (Pedal Assist) หรือมีปุ่มสตาร์ทเพื่อช่วยในการออกตัว แต่ต้องไม่มีคันเร่งแบบบิดที่มือ (Hand Throttle) ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของรถจักรยานยนต์
E-Bike ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์เหล่านี้ จะถูกพิจารณาว่าเป็น “จักรยาน” ที่มีเครื่องยนต์ช่วย และไม่ถูกนับเป็น “รถจักรยานยนต์” ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ผลที่ตามมาคือ ผู้ขับขี่จึงไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่ และตัวรถก็ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการจดทะเบียนหรือติดแผ่นป้ายทะเบียน
ข้อกำหนดที่ตัดสินว่า E-Bike ต้องมีใบขับขี่หรือไม่
การตัดสินว่าผู้ขับขี่ E-Bike จำเป็นต้องมีใบขับขี่หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางเทคนิคของตัวรถเป็นสำคัญ การแบ่งประเภทที่ชัดเจนช่วยให้ผู้บริโภคและเจ้าหน้าที่สามารถระบุสถานะทางกฎหมายของยานพาหนะแต่ละคันได้อย่างถูกต้อง
กรณีที่ไม่ต้องใช้ใบขับขี่: E-Bike ที่เข้าข่าย LEV
ดังที่กล่าวไปข้างต้น E-Bike ที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ของยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก (LEV) จะได้รับการยกเว้น ไม่จำเป็นต้องใช้ใบขับขี่ในการใช้งานบนทางสาธารณะ เหตุผลเบื้องหลังการยกเว้นนี้คือ ยานพาหนะประเภทนี้ถูกมองว่ามีความเสี่ยงต่ำและมีลักษณะการใช้งานใกล้เคียงกับจักรยานธรรมดามากกว่ารถจักรยานยนต์
ยานพาหนะที่ใช้ระบบช่วยปั่นเป็นหลัก (Pedal Assist) สนับสนุนให้ผู้ขับขี่ยังคงออกกำลังกาย และมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นเพียงส่วนเสริมที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้น โดยเฉพาะการปั่นขึ้นเนินหรือการเดินทางระยะไกล การจำกัดความเร็วและกำลังมอเตอร์ก็เพื่อให้มั่นใจว่ายานพาหนะยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ง่ายและปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนนร่วมกัน
ดังนั้น หากกำลังพิจารณาซื้อ E-Bike และไม่ต้องการทำใบขับขี่ สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบข้อมูลจำเพาะของรถให้แน่ใจว่ามีกำลังมอเตอร์ไม่เกิน 500 วัตต์ ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 40 กม./ชม. และไม่มีคันเร่งแบบบิดที่มือ
กรณีที่ต้องมีใบขับขี่และจดทะเบียน: เมื่อ E-Bike มีสถานะเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
ในทางกลับกัน หาก E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีคุณสมบัติเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับ LEV แม้เพียงข้อใดข้อหนึ่ง ยานพาหนะคันนั้นจะถูกเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายทันที โดยจะถูกจัดว่าเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อบังคับของ พ.ร.บ. รถยนต์ อย่างเต็มรูปแบบ
เงื่อนไขที่ทำให้ E-Bike ถูกจัดเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่:
- กำลังมอเตอร์เกิน 500 วัตต์: มอเตอร์ที่มีกำลังสูงสามารถทำความเร็วได้มากขึ้นและมีอัตราเร่งที่สูงกว่า ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการใช้งาน
- ความเร็วสูงสุดเกิน 40 กม./ชม.: ยานพาหนะที่ทำความเร็วได้สูงกว่านี้จำเป็นต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้น ทั้งในด้านโครงสร้างรถ ระบบเบรก และทักษะของผู้ขับขี่
- มีคันเร่งแบบบิด (Throttle): การมีคันเร่งทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมความเร็วได้โดยไม่ต้องออกแรงปั่น ซึ่งเป็นกลไกการทำงานหลักของรถจักรยานยนต์
เมื่อยานพาหนะเข้าข่ายเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ผู้ใช้งานจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด:
- การมีใบอนุญาตขับขี่: ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งอาจเป็นใบขับขี่ชั่วคราวหรือใบขับขี่ประเภทที่กฎหมายกำหนด
- การจดทะเบียนและติดแผ่นป้ายทะเบียน: ตัวรถจะต้องผ่านการตรวจสภาพและจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้ได้รับแผ่นป้ายทะเบียนอย่างถูกต้อง
- การทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.): เพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประสบภัยจากรถตามที่กฎหมายกำหนด
การนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้งานบนถนนสาธารณะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีโทษปรับ และอาจถูกยึดรถได้ การขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตก็มีโทษตามกฎหมายเช่นกัน ดังนั้น การตรวจสอบคุณสมบัติของรถให้ถี่ถ้วนก่อนการซื้อจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง
เปรียบเทียบข้อบังคับระหว่าง E-Bike (LEV) และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างของข้อบังคับทางกฎหมายระหว่างยานพาหนะไฟฟ้าทั้งสองประเภทได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ตารางด้านล่างนี้ได้สรุปประเด็นสำคัญที่ผู้ใช้งานต้องพิจารณา
| คุณสมบัติ/ข้อบังคับ | E-Bike (ตามเกณฑ์ LEV) | รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (เกินเกณฑ์ LEV) |
|---|---|---|
| ใบอนุญาตขับขี่ | ไม่จำเป็น | จำเป็น (ใบขับขี่รถจักรยานยนต์) |
| การจดทะเบียน | ไม่จำเป็น | จำเป็น (ต้องมีป้ายทะเบียน) |
| ประกันภัย พ.ร.บ. | ไม่บังคับ | บังคับ |
| กำลังมอเตอร์ | ≤ 500 วัตต์ | > 500 วัตต์ |
| ความเร็วสูงสุด | ≤ 40 กม./ชม. | > 40 กม./ชม. |
| ระบบขับเคลื่อน | ระบบช่วยปั่น (Pedal Assist) / ไม่มีคันเร่ง | มีคันเร่งแบบบิด (Throttle) |
| การใช้งานบนถนนสาธารณะ | สามารถใช้งานได้ (ต้องปฏิบัติตามกฎจราจร) | ต้องจดทะเบียนให้ถูกต้องก่อนใช้งาน |
ข้อควรระวังและแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ใช้งาน
แม้กฎหมายจะมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง แต่ในทางปฏิบัติยังคงมีรายละเอียดที่ผู้ใช้งานควรให้ความสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาค่าปรับหรือข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
การตรวจสอบคุณสมบัติของยานพาหนะก่อนซื้อ
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการตรวจสอบคุณสมบัติทางเทคนิค (Specification) ของ E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ ผู้ขายบางรายอาจให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือใช้คำโฆษณาที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ ดังนั้น ผู้ซื้อควรดำเนินการดังนี้:
- ขอดูเอกสารข้อมูลจำเพาะ: ขอเอกสารจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายที่ระบุกำลังมอเตอร์ (วัตต์) และความเร็วสูงสุดที่ยานพาหนะสามารถทำได้
- สอบถามให้ชัดเจน: ถามผู้ขายโดยตรงว่ายานพาหนะรุ่นนี้เข้าข่าย LEV ตามกฎหมายไทยหรือไม่ และมีเอกสารยืนยันหรือไม่
- ระวังสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐาน: ยานพาหนะไฟฟ้าบางรุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายอาจมีคุณสมบัติที่เกินกฎหมายไทยกำหนดไว้สำหรับ LEV แม้ว่าในประเทศผู้ผลิตอาจจะถูกกฎหมายก็ตาม
กฎหมายสำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: ความท้าทายในการบังคับใช้
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นอีกหนึ่งยานพาหนะที่ได้รับความนิยมอย่างสูง แต่ก็มีความท้าทายทางกฎหมายมากที่สุดเช่นกัน เนื่องจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในท้องตลาดทำงานโดยใช้คันเร่งที่มือและไม่มีบันไดสำหรับปั่น ซึ่งโดยนิยามแล้ว ทำให้มันไม่เข้าข่าย “จักรยาน” และมีแนวโน้มที่จะถูกจัดเป็น “รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” หากมีคุณสมบัติเกินเกณฑ์ LEV
ในทางปฏิบัติ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจำนวนมากที่มีจำหน่ายมักมีความเร็วเกิน 40 กม./ชม. ทำให้ผู้ใช้งานมีความเสี่ยงที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจสอบและเปรียบเทียบปรับในข้อหา “นำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนมาใช้ในทาง” หรือ “ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต” ดังนั้น ผู้ที่ต้องการใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าควรเลือกซื้อรุ่นที่มีความเร็วและกำลังมอเตอร์ไม่สูงเกินไป และใช้งานด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
การขับขี่บนทางสาธารณะ: ข้อบังคับและข้อควรปฏิบัติ
ไม่ว่า E-Bike ของท่านจะต้องใช้ใบขับขี่หรือไม่ การขับขี่บนถนนสาธารณะยังคงอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. จราจรทางบก ซึ่งหมายความว่าผู้ขับขี่ทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เช่น การหยุดเมื่อมีสัญญาณไฟแดง การให้สัญญาณมือเมื่อต้องการเลี้ยว และการขับขี่ในช่องทางที่ถูกต้อง
เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรปฏิบัติดังนี้:
- สวมหมวกนิรภัย: แม้กฎหมายอาจไม่บังคับสำหรับ E-Bike แบบ LEV แต่การสวมหมวกนิรภัยเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะหากเกิดอุบัติเหตุ
- ติดตั้งไฟส่องสว่าง: ควรมีไฟหน้าสีขาวและไฟท้ายสีแดง เพื่อให้ผู้ใช้รถคันอื่นสามารถมองเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
- ขับขี่ชิดขอบทางด้านซ้าย: เช่นเดียวกับจักรยานทั่วไป ควรขับขี่ในเลนซ้ายสุดของถนนเพื่อความปลอดภัย
บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต
โดยสรุปแล้ว คำตอบของคำถามที่ว่า ขับ E-Bike ต้องมีใบขับขี่ไหม นั้นขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของตัวรถเป็นหลัก หาก E-Bike มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ของยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก (LEV) คือ มอเตอร์ไม่เกิน 500 วัตต์, ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 40 กม./ชม., และไม่มีคันเร่งแบบบิด ผู้ขับขี่ก็ไม่จำเป็นต้องมีใบขับขี่และไม่ต้องจดทะเบียน แต่หากคุณสมบัติเกินเกณฑ์ดังกล่าว ยานพาหนะจะถูกจัดเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ในอนาคต คาดว่าภาครัฐอาจมีการทบทวนและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลให้มีความชัดเจนและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปและส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ดังนั้น การติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานทุกคนควรปฏิบัติ
เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานและถูกกฎหมาย
เพื่อให้การใช้งานจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และถูกต้องตามกฎหมาย การเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือและมีความรู้ความเข้าใจในข้อบังคับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
ที่ GIANT Shopping Mall เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านยานพาหนะไฟฟ้า จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งาน พร้อมให้คำแนะนำที่ถูกต้องเกี่ยวกับคุณสมบัติของรถแต่ละรุ่น เพื่อให้ท่านสามารถเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมและใช้งานได้อย่างสบายใจ
ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและเลือกชมสินค้า:
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- LINE: LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

