5 จุดเช็กด่วนก่อนขี่ E-Bike สกู๊ตเตอร์ ป้องกันดับกลางทาง
- ความสำคัญของการตรวจเช็ก E-Bike ก่อนออกเดินทาง
- 5 จุดเช็กด่วนก่อนขี่ E-Bike สกู๊ตเตอร์ ป้องกันดับกลางทาง (ฉบับทำได้ใน 2 นาที)
- เลือก E-Bike ที่ใช่: เทคโนโลยีและประสิทธิภาพที่เหนือกว่าจาก GIANT Shopping Mall
- การดูแลรักษาระยะยาวเพื่อยืดอายุการใช้งาน E-Bike
- ขับขี่อย่างมั่นใจ เริ่มต้นที่ GIANT Shopping Mall
การใช้งานจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในกลุ่มคนเมืองวัยทำงานและนักศึกษา ด้วยความสะดวกสบายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบบ่อยและสร้างความกังวลใจคืออาการรถดับหรือขัดข้องกลางทาง ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่ปลอดภัยและเสียเวลา การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ 5 จุดเช็กด่วนก่อนขี่ E-Bike สกู๊ตเตอร์ ป้องกันดับกลางทาง จึงเป็นทักษะพื้นฐานที่ผู้ใช้งานทุกคนควรทราบ เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- การตรวจเช็กสภาพพื้นฐาน 5 จุดสำคัญ ได้แก่ ยาง, เบรก, ระบบขับเคลื่อน, แบตเตอรี่ และจุดยึดต่างๆ ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่สามารถลดความเสี่ยงของรถดับกลางทางได้อย่างมีนัยสำคัญ
- แรงดันลมยางที่ไม่เหมาะสมเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รถขี่ได้ฝืด แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ และเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
- ระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่คือหัวใจของ E-Bike การตรวจสอบสภาพขั้วต่อ, ระดับประจุ และความแน่นหนาของแบตเตอรี่ก่อนออกเดินทางเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด
- การเลือกซื้อ E-Bike จากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่าง GIANT Shopping Mall ช่วยให้มั่นใจได้ในคุณภาพของวัสดุและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยลดปัญหาจุกจิกกวนใจในระยะยาว
5 จุดเช็กด่วนก่อนขี่ E-Bike สกู๊ตเตอร์ ป้องกันดับกลางทาง เป็นขั้นตอนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสภาพความพร้อมของยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพก่อนการใช้งานทุกครั้ง แนวทางปฏิบัตินี้ไม่เพียงแต่ช่วยยืดอายุการใช้งานของส่วนประกอบต่างๆ แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความปลอดภัย ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ และป้องกันสถานการณ์ไม่คาดฝัน เช่น แบตเตอรี่หมดก่อนถึงที่หมาย หรือระบบเบรกทำงานผิดปกติ
การตรวจสอบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้ E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในการเดินทางเป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน ไปเรียน หรือใช้ในชีวิตประจำวัน เนื่องจากความถี่ในการใช้งานย่อมส่งผลต่อการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ การสละเวลาเพียง 1-2 นาทีก่อนสตาร์ทรถจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความราบรื่นตลอดเส้นทาง ป้องกันปัญหาน่ารำคาญใจที่อาจทำให้แผนการเดินทางต้องสะดุดลง
ความสำคัญของการตรวจเช็ก E-Bike ก่อนออกเดินทาง

หลายคนอาจมองว่าการตรวจเช็กสภาพรถก่อนขี่เป็นเรื่องยุ่งยากและเสียเวลา แต่สำหรับยานพาหนะไฟฟ้าที่มีระบบซับซ้อนทั้งทางกลไกและอิเล็กทรอนิกส์ การตรวจสอบเบื้องต้นกลับมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เหตุผลหลักคือเพื่อ “ความปลอดภัย” ของผู้ขับขี่และผู้ร่วมใช้เส้นทาง การทำงานที่ผิดปกติของระบบเบรกหรือไฟส่องสว่างอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ ในขณะเดียวกัน ปัญหาจากแรงดันลมยางหรือระบบขับเคลื่อนก็ส่งผลต่อการควบคุมรถ ทำให้ควบคุมได้ยากและเพิ่มความเสี่ยงในการล้มหรือเสียหลัก
นอกเหนือจากความปลอดภัยแล้ว การตรวจเช็กยังช่วย “ป้องกันปัญหารถเสียกลางทาง” ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากเผชิญ การพบเจอปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เช่น ขั้วแบตเตอรี่หลวม หรือโซ่หย่อนยานตั้งแต่ที่บ้าน ย่อมดีกว่าการไปพบปัญหากลางถนนที่ทั้งอันตรายและหาความช่วยเหลือได้ยาก การตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ที่เพียงพอต่อระยะทางก็เป็นสิ่งพื้นฐานที่ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำและไปถึงจุดหมายได้โดยไม่ต้องกังวล
ท้ายที่สุด การตรวจเช็กเป็นประจำยังเป็นการ “ยืดอายุการใช้งานและประหยัดค่าซ่อม” ในระยะยาว การปล่อยให้ปัญหาเล็กๆ สะสม เช่น การขี่โดยที่ลมยางอ่อนเกินไป อาจทำให้ขอบล้อเสียหาย หรือการใช้งานในขณะที่โซ่สกปรกและขาดการหล่อลื่น อาจทำให้ชุดเกียร์และมอเตอร์ทำงานหนักเกินความจำเป็น ซึ่งจะนำไปสู่การซ่อมบำรุงที่มีค่าใช้จ่ายสูงในอนาคต ดังนั้น การดูแลเอาใจใส่รถ E-Bike ของตนเองเป็นประจำจึงเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุด
5 จุดเช็กด่วนก่อนขี่ E-Bike สกู๊ตเตอร์ ป้องกันดับกลางทาง (ฉบับทำได้ใน 2 นาที)
กระบวนการตรวจสอบนี้สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและไม่ต้องการเครื่องมือที่ซับซ้อน โดยแบ่งออกเป็น 5 จุดสำคัญที่ครอบคลุมทั้งระบบกลไกและระบบไฟฟ้าของตัวรถ
1. การตรวจสอบยางและแรงดันลมยาง: จุดเริ่มต้นของความปลอดภัย
ยางเป็นชิ้นส่วนเดียวที่สัมผัสกับพื้นถนน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุมและความปลอดภัย การตรวจสอบควรทำ 2 ส่วนหลักๆ คือ
- การตรวจสอบด้วยสายตา: มองดูรอบๆ ยางทั้งล้อหน้าและล้อหลังเพื่อหาร่องรอยความผิดปกติ เช่น รอยแตก, รอยบาด, หรือมีวัตถุแปลกปลอมฝังอยู่ในเนื้อยางหรือไม่ หากพบความเสียหาย ควรพิจารณาซ่อมหรือเปลี่ยนทันที
- การตรวจสอบแรงดันลมยาง: ใช้มือบีบหรือกดที่แก้มยางเพื่อประเมินความแข็ง หากยางอ่อนยวบผิดปกติ หมายความว่าแรงดันลมต่ำเกินไป การขี่ทั้งที่ลมยางอ่อนจะทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นถนนมากขึ้น เกิดแรงต้านสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้มอเตอร์ทำงานหนักและเปลืองแบตเตอรี่มากกว่าปกติ นอกจากนี้ยังทำให้การควบคุมรถทำได้ยากขึ้นและเสี่ยงต่อการที่ยางจะหลุดออกจากขอบล้อขณะเลี้ยว ควรเติมลมให้ได้ตามค่ามาตรฐานที่ระบุไว้บนแก้มยาง
2. ระบบเบรก: หัวใจของการควบคุมที่แม่นยำ
ระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพคือหลักประกันความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด การทดสอบทำได้ง่ายๆ โดยการกำมือเบรกทั้งข้างซ้าย (เบรกหลัง) และข้างขวา (เบรกหน้า) ทีละข้างและพร้อมกัน
- ความหนืดและการตอบสนอง: มือเบรกควรกำได้แน่น ไม่หลวมหรือจมลึกจนเกินไป เมื่อกำเบรกแล้วปล่อย ควรดีดกลับมาตำแหน่งเดิมทันทีโดยไม่ติดขัด
- ประสิทธิภาพการเบรก: ขณะที่รถหยุดนิ่ง ให้ลองกำเบรกแล้วพยายามเข็นรถไปข้างหน้าและข้างหลัง ล้อควรจะถูกล็อกและไม่สามารถหมุนได้ หากรถยังขยับได้ แสดงว่าเบรกอาจต้องได้รับการปรับตั้งใหม่ นอกจากนี้ E-Bike หลายรุ่นจะมีระบบตัดกำลังมอเตอร์เมื่อกำเบรก (Brake Sensor) ให้ทดสอบโดยการเปิดระบบไฟฟ้า บิดคันเร่งเล็กน้อยให้มอเตอร์ทำงาน แล้วกำเบรก มอเตอร์ควรจะหยุดทำงานทันที
3. ระบบขับเคลื่อนและโซ่: พลังที่ส่งต่อไปยังท้องถนน
สำหรับ E-Bike ที่ใช้โซ่เป็นระบบขับเคลื่อน การตรวจสอบสภาพโซ่เป็นสิ่งจำเป็น เพราะโซ่ที่หย่อนหรือฝืดเกินไปอาจเป็นสาเหตุให้รถไม่มีแรงหรือเกิดเสียงดังรบกวน
- สภาพและความตึงของโซ่: ตรวจดูว่าโซ่มีสนิมหรือสิ่งสกปรกเกาะหรือไม่ โซ่ควรมีความตึงที่พอดี ไม่หย่อนจนเกินไป (ทดสอบโดยการใช้นิ้วกดที่กึ่งกลางโซ่ ควรขยับขึ้นลงได้เล็กน้อย) และไม่ตึงจนฝืด
- การทำงาน: ลองหมุนบันไดถอยหลัง (สำหรับรุ่นที่ทำได้) เพื่อดูว่าโซ่เคลื่อนที่ผ่านเฟืองได้อย่างราบรื่นหรือไม่ หากมีเสียงผิดปกติหรือการติดขัด อาจจำเป็นต้องทำความสะอาดและหล่อลื่นโซ่
สำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหรือ E-Bike ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ Hub Motor (มอเตอร์ในดุมล้อ) จะไม่มีโซ่ให้ตรวจสอบ แต่ควรฟังเสียงการทำงานของมอเตอร์ขณะหมุนล้อเปล่าๆ ว่ามีเสียงผิดปกติหรือไม่
4. แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า: แหล่งพลังงานที่ต้องใส่ใจ
นี่คือจุดที่สำคัญที่สุดในการป้องกันปัญหารถดับกลางทาง ความผิดพลาดเล็กน้อยในระบบไฟฟ้าสามารถทำให้รถหยุดทำงานได้ทันที
- ระดับประจุแบตเตอรี่: เปิดสวิตช์กุญแจหรือกดปุ่มเปิดระบบ และตรวจสอบระดับแบตเตอรี่บนหน้าจอแสดงผลเสมอ ประเมินว่าปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่เพียงพอต่อระยะทางที่จะเดินทางหรือไม่
- การติดตั้งแบตเตอรี่: ลองขยับก้อนแบตเตอรี่ (สำหรับรุ่นที่ถอดได้) ว่าติดตั้งแน่นหนาดีหรือไม่ แบตเตอรี่ที่หลวมอาจทำให้ขั้วต่อสัมผัสกันไม่สนิทและเกิดไฟกระชากหรือดับได้
- สภาพขั้วต่อและสายไฟ: ตรวจสอบโดยสังเขปว่าสายไฟที่มองเห็นไม่มีร่องรอยการขาดหรือเสียหาย ขั้วต่อแบตเตอรี่และปลั๊กไฟต่างๆ ควรสะอาด ไม่มีคราบสกปรกหรือการกัดกร่อน
- ระบบไฟส่องสว่างและสัญญาณ: ทดสอบเปิดไฟหน้า, ไฟท้าย, และไฟเลี้ยว (ถ้ามี) เพื่อให้แน่ใจว่าทำงานได้ปกติ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ในเวลากลางคืนหรือในสภาพทัศนวิสัยที่ไม่ดี
5. จุดยึดและอุปกรณ์รอบคัน: ความมั่นคงในทุกการเดินทาง
ชิ้นส่วนที่หลวมอาจก่อให้เกิดเสียงดังน่ารำคาญหรืออาจเป็นอันตรายได้หากหลุดออกระหว่างขับขี่
- แฮนด์และคอรถ: จับแฮนด์ให้มั่นแล้วลองโยกไปข้างหน้า-หลัง และซ้าย-ขวา ไม่ควรมีการขยับหรือคลอน สำหรับสกู๊ตเตอร์แบบพับได้ ให้ตรวจสอบกลไกการล็อกคอพับว่าเข้าที่และล็อกอย่างแน่นหนา
- เบาะนั่ง: ลองขยับเบาะนั่งขึ้น-ลง และซ้าย-ขวา เพื่อให้แน่ใจว่าหลักอานถูกยึดไว้อย่างมั่นคง
- น็อตและจุดยึดต่างๆ: กวาดสายตาดูรอบๆ คัน โดยเฉพาะบริเวณล้อ, บังโคลน และขาตั้ง ว่ามีน็อตตัวไหนคลายตัวหรือหลุดหายไปหรือไม่
เลือก E-Bike ที่ใช่: เทคโนโลยีและประสิทธิภาพที่เหนือกว่าจาก GIANT Shopping Mall
การตรวจเช็กสภาพรถเป็นประจำคือปัจจัยสำคัญในการใช้งานอย่างปลอดภัย แต่การเริ่มต้นด้วยยานพาหนะที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้นั้นสำคัญยิ่งกว่า ข้อมูลจากการวิจัยชี้ให้เห็นว่าสาเหตุหลักของปัญหารถดับกลางทางมักเกี่ยวข้องกับคุณภาพของแบตเตอรี่และระบบจัดการพลังงาน (BMS) ที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงโครงสร้างและส่วนประกอบที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นปัญหาที่มักพบในยานพาหนะไฟฟ้าราคาถูกที่เน้นการลดต้นทุนโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและอายุการใช้งานในระยะยาว
นี่คือจุดที่การเลือกซื้อ E-bike จาก GIANT Shopping Mall สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน ผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นที่คัดสรรมาจำหน่ายได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด โดยเน้นที่เทคโนโลยีหลักซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การขับขี่และความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเกรดพรีเมียมที่สามารถเก็บประจุได้นานและมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า, ระบบ BMS อัจฉริยะที่ช่วยป้องกันการชาร์จไฟเกินหรือความร้อนสูง, และมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงที่ให้กำลังขับเคลื่อนที่สม่ำเสมอแต่ยังคงประหยัดพลังงาน
ที่ GIANT Shopping Mall เราไม่ได้จำหน่ายแค่จักรยานไฟฟ้า แต่เรามอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง ด้วยเทคโนโลยีที่ผ่านการคัดสรรและโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน ทำให้ปัญหาจุกจิกกวนใจลดน้อยลง และผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์การขับขี่ได้อย่างเต็มที่
แนวโน้มของตลาดในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับ E-Bike ที่มีสมรรถนะสูงและมีความทนทานมากขึ้น แทนที่จะเลือกเพียงเพราะราคาถูก รุ่นยอดนิยมในร้าน GIANT Shopping Mall ล้วนตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างลงตัว ด้วยสเปกที่เหนือกว่าเมื่อเทียบกับสินค้าทั่วไปในตลาด ทำให้การลงทุนซื้อรถจากเราเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ทั้งในแง่ของค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่าและความปลอดภัยที่สูงกว่า
| คุณสมบัติ | E-Bike จาก GIANT Shopping Mall | E-Bike ทั่วไปในตลาด |
|---|---|---|
| ประเภทแบตเตอรี่ | เซลล์ลิเธียมไอออนเกรดพรีเมียม (High-Capacity Li-ion) | แบตเตอรี่กรดตะกั่ว หรือ ลิเธียมเกรดมาตรฐาน |
| ระบบจัดการพลังงาน (BMS) | BMS อัจฉริยะ ป้องกันการชาร์จเกิน/ความร้อนสูง | ไม่มี หรือมีระบบป้องกันพื้นฐาน |
| วัสดุโครงสร้าง | อลูมิเนียมอัลลอยด์เกรดอากาศยาน หรือเหล็กกล้าทนทานสูง | เหล็กคุณภาพทั่วไป มีน้ำหนักมาก |
| การรับประกัน | รับประกันโครงสร้างและระบบไฟฟ้าชัดเจน | ไม่มีการรับประกัน หรือระยะสั้น |
การดูแลรักษาระยะยาวเพื่อยืดอายุการใช้งาน E-Bike
นอกเหนือจากการตรวจเช็กรายวันแล้ว การดูแลรักษาตามระยะยังช่วยยืดอายุการใช้งานของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมาก การทำความสะอาดเป็นประจำโดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดตัวรถและหลีกเลี่ยงการฉีดน้ำแรงดันสูงโดยตรงไปยังบริเวณมอเตอร์และแบตเตอรี่ จะช่วยป้องกันความเสียหายจากความชื้นได้ การหล่อลื่นโซ่ทุกๆ 2-3 สัปดาห์ (สำหรับรุ่นที่ใช้โซ่) จะช่วยให้ระบบขับเคลื่อนทำงานได้อย่างราบรื่นและลดการสึกหรอ
การจัดเก็บรถในที่ร่มและแห้งจะช่วยป้องกันสีตัวถังและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากแสงแดดและความชื้น สำหรับแบตเตอรี่ หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ควรชาร์จให้อยู่ในระดับ 50-70% และเก็บไว้ในที่ที่อุณหภูมิไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเกลี้ยงเป็นเวลานานเพราะอาจทำให้เซลล์แบตเตอรี่เสื่อมสภาพได้ การลงทุนในการบำรุงรักษาเชิงป้องกันนั้นคุ้มค่ากว่าการรอให้เกิดความเสียหายซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมสูงกว่ามาก
| รายการ | ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (โดยประมาณ) | ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหากละเลย (โดยประมาณ) |
|---|---|---|
| ระบบขับเคลื่อน (โซ่/เฟือง) | น้ำยาหล่อลื่นโซ่: 150-300 บาท/ปี | เปลี่ยนชุดโซ่และเฟือง: 1,500-3,000+ บาท |
| ระบบเบรก | เปลี่ยนผ้าเบรก: 300-600 บาท/ปี | เปลี่ยนจานเบรกและคาลิปเปอร์: 2,000-4,000+ บาท |
| แบตเตอรี่ | ไม่มีค่าใช้จ่าย (ดูแลรักษาตามคู่มือ) | เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่: 5,000-15,000+ บาท |
| ยาง | ค่าเติมลม: น้อยมาก/ไม่มี | เปลี่ยนยางและขอบล้อที่เสียหาย: 1,000-2,500+ บาท |
ขับขี่อย่างมั่นใจ เริ่มต้นที่ GIANT Shopping Mall
การปฏิบัติตามเช็กลิสต์ 5 ข้อก่อนการขับขี่เป็นประจำ จะช่วยให้ผู้ใช้งาน E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ ลดความเสี่ยงของปัญหารถดับกลางทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การเลือกยานพาหนะที่มีคุณภาพตั้งแต่แรกคือการวางรากฐานที่สำคัญที่สุดเพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีในระยะยาว
GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike คุณภาพสูง ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทางสมัยใหม่ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรมาอย่างดี พร้อมเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้และโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน ทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อรถจากเราเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความอุ่นใจในทุกเส้นทาง
เลือกซื้อยานพาหนะไฟฟ้าที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณได้แล้ววันนี้
ติดต่อ GIANT Shopping Mall
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- Line: LINE
- เว็บไซต์และข้อมูลเพิ่มเติม: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
