เจาะ 5 เทรนด์ E-Bike ที่จะมาแรงในปี 2026
- ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- ภาพรวมเทรนด์ E-Bike แห่งอนาคตในปี 2026
- 1. แบตเตอรี่ทรงพลัง: ความหนาแน่นพลังงานที่เพิ่มขึ้น
- 2. น้ำหนักที่เบาลง: นวัตกรรมวัสดุและการออกแบบ
- 3. จักรยานไฟฟ้าอัจฉริยะ: พลังแห่ง AI
- 4. อุปกรณ์เสริมที่ตอบโจทย์การใช้งาน
- 5. การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ
- ความท้าทายและทิศทางของตลาด E-Bike
- บทสรุป: อนาคตของรถไฟฟ้าสองล้อ
- ค้นหา E-Bike ที่ใช่สำหรับคุณ
อุตสาหกรรมจักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ในปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ส่งผลต่อประสบการณ์ของผู้ใช้งานโดยตรง ตั้งแต่ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ที่สูงขึ้น น้ำหนักที่เบาลง ไปจนถึงการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของยานพาหนะสองล้อนี้
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง
- แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง: เทคโนโลยีแบตเตอรี่จะมีความหนาแน่นของพลังงานสูงขึ้น ทำให้ E-Bike สามารถวิ่งได้ไกลกว่าเดิม (อาจถึง 100 ไมล์) ในขนาดที่เล็กลงและน้ำหนักเบาลง
- ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยกระดับความปลอดภัย: AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบความปลอดภัย เช่น การตรวจจับจุดบอด การแจ้งเตือนการชน และระบบช่วยปั่นอัจฉริยะ (Pedal Assist)
- น้ำหนักเบาและวัสดุขั้นสูง: การใช้วัสดุอย่างคาร์บอนไฟเบอร์จะแพร่หลายมากขึ้น ส่งผลให้ E-Bike มีน้ำหนักเบาลง พกพาสะดวก และควบคุมได้ง่ายขึ้น
- การเชื่อมต่ออัจฉริยะ: E-Bike จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ IoT (Internet of Things) โดยเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองอัจฉริยะได้อย่างราบรื่น
- อุปกรณ์เสริมและนวัตกรรมใหม่: ระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ (BMS) และการออกแบบชิ้นส่วนใหม่ๆ สำหรับจักรยานเสือภูเขา (MTB) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกสบายในการใช้งาน
ภาพรวมเทรนด์ E-Bike แห่งอนาคตในปี 2026
เมื่อมองไปข้างหน้าถึงปี 2026 การวิเคราะห์เพื่อเจาะ 5 เทรนด์ E-Bike ที่จะมาแรงในปี 2026 ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนโดยความต้องการของผู้บริโภคที่มองหายานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีประสิทธิภาพสูง และชาญฉลาด เทรนด์เหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปรับปรุงส่วนประกอบเดิมๆ แต่เป็นการปฏิวัติประสบการณ์การขับขี่โดยรวม ทำให้ E-Bike ไม่ใช่แค่จักรยานติดมอเตอร์ไฟฟ้าอีกต่อไป แต่เป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการเดินทางในเมือง การท่องเที่ยวผจญภัย และการออกกำลังกาย
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้จะดึงดูดผู้ใช้งานกลุ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัล และมองหาทางเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนและสะดวกสบาย ผู้ผลิตจักรยานไฟฟ้าชั้นนำต่างแข่งขันกันพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านี้ ซึ่งจะส่งผลให้ตลาด E-Bike ในปี 2026 มีความหลากหลายและน่าตื่นเต้นกว่าที่เคยเป็นมา
1. แบตเตอรี่ทรงพลัง: ความหนาแน่นพลังงานที่เพิ่มขึ้น
หัวใจสำคัญของ E-Bike คือแบตเตอรี่ และในปี 2026 เทคโนโลยีแบตเตอรี่จะก้าวไปอีกขั้น โดยเน้นการเพิ่ม “ความหนาแน่นของพลังงาน” ซึ่งหมายถึงการเก็บพลังงานได้มากขึ้นในขนาดที่เล็กลงและมีน้ำหนักเบาลง สิ่งนี้จะช่วยแก้ปัญหาหลักของผู้ใช้งานในปัจจุบัน นั่นคือระยะทางที่จำกัดและความกังวลเรื่องน้ำหนักของตัวรถ การพัฒนาแบตเตอรี่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้ไกลขึ้นถึง 100 ไมล์ (ประมาณ 160 กิโลเมตร) หรือมากกว่านั้นต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยที่ตัวจักรยานไม่ใหญ่หรือหนักจนเกินไป
เทรนด์แบตเตอรี่รุ่นใหม่จะปลดล็อกศักยภาพของ E-Bike ให้สามารถเดินทางข้ามเมืองหรือออกทริปผจญภัยไกลๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จไฟบ่อยครั้ง
เซลล์แบตเตอรี่ 21700 และความจุ 1000Wh
แนวโน้มสำคัญคือการเปลี่ยนมาใช้เซลล์แบตเตอรี่ขนาด 21700 แทนที่เซลล์ 18650 ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เซลล์ 21700 มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย แต่ให้ความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่า มีความเสถียรมากกว่า และมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น นอกจากนี้ ความจุของแบตเตอรี่ใน E-Bike ระดับกลางจะกลายเป็นมาตรฐานที่ 1000Wh (วัตต์-ชั่วโมง) ซึ่งเป็นความจุที่สูงมากเมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน ทำให้นักปั่นสามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางที่ยาวนานขึ้นด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง
แบตเตอรี่รูปทรงสามเหลี่ยม (Triangle Batteries)
นอกจากการพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่แล้ว การออกแบบรูปทรงของแบตเตอรี่ก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจ แบตเตอรี่รูปทรงสามเหลี่ยมกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถติดตั้งเข้ากับโครงจักรยานได้อย่างลงตัวและสวยงาม ช่วยกระจายน้ำหนักได้ดี และใช้พื้นที่ว่างในเฟรมจักรยานให้เกิดประโยชน์สูงสุด การออกแบบลักษณะนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงาม แต่ยังช่วยให้จักรยานมีการทรงตัวที่ดีขึ้นขณะขับขี่
2. น้ำหนักที่เบาลง: นวัตกรรมวัสดุและการออกแบบ
น้ำหนักเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสบการณ์การขับขี่ E-Bike โดยตรง จักรยานที่เบากว่าจะควบคุมได้ง่ายกว่า คล่องตัวกว่า และสะดวกต่อการยกหรือเคลื่อนย้าย ในปี 2026 เทรนด์การลดน้ำหนัก E-Bike จะเห็นผลชัดเจนขึ้น จากการผสมผสานระหว่างแบตเตอรี่ที่มีความหนาแน่นพลังงานสูง (ซึ่งมีน้ำหนักเบาลง) กับการใช้วัสดุขั้นสูงในการผลิตเฟรมและส่วนประกอบต่างๆ
บทบาทของคาร์บอนไฟเบอร์
คาร์บอนไฟเบอร์จะเป็นวัสดุหลักในการผลิต E-Bike รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มจักรยานสมรรถนะสูง คุณสมบัติเด่นของคาร์บอนไฟเบอร์คือความแข็งแรงทนทาน แต่น้ำหนักเบาอย่างไม่น่าเชื่อ การใช้เฟรมคาร์บอนไฟเบอร์จะช่วยลดน้ำหนักโดยรวมของจักรยานลงได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่ลดทอนความแข็งแกร่งของโครงสร้าง ทำให้ E-Bike มีประสิทธิภาพการขับขี่เทียบเท่ากับจักรยานทั่วไปที่ไม่มีมอเตอร์
ตัวอย่าง E-Bike น้ำหนักเบา: Nara Spectre X และ Segue Zyber
ตัวอย่างที่สะท้อนเทรนด์นี้ได้ดีคือ Nara Spectre X ซึ่งเป็น E-Bike ที่มีเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ออกแบบมาเพื่อความเร็วสูง พร้อมช่วงล่างที่รองรับแรงกระแทกได้ดี และล้อขนาดใหญ่สำหรับเส้นทางขรุขระ ในขณะที่ Segue Zyber เป็น E-Bike สำหรับสาย off-road ที่เน้นสมรรถนะสูงสุด ดีไซน์ล้ำสมัย และน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษ เพื่อการขับขี่ในภูมิประเทศที่ท้าทาย จักรยานทั้งสองรุ่นนี้เป็นภาพสะท้อนของอนาคตที่ E-Bike จะมีน้ำหนักเบาลงแต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
3. จักรยานไฟฟ้าอัจฉริยะ: พลังแห่ง AI
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามาปฏิวัติวงการ E-Bike อย่างเต็มรูปแบบในปี 2026 โดยเปลี่ยนจากยานพาหนะธรรมดาให้กลายเป็น “จักรยานไฟฟ้าอัจฉริยะ” ที่สามารถคิด วิเคราะห์ และช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้ในหลายๆ ด้าน AI จะถูกผสานเข้ากับระบบต่างๆ ของจักรยานเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความสะดวกสบายในการใช้งาน
AI เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
ระบบความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ประกอบด้วย:
- ระบบตรวจจับจุดบอด (Blind Spot Detection): เซ็นเซอร์จะแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อมียานพาหนะอื่นอยู่ในจุดที่มองไม่เห็น
- ระบบแจ้งเตือนการชน (Collision Warning): AI จะวิเคราะห์ความเร็วและระยะห่างจากวัตถุด้านหน้า และส่งสัญญาณเตือนหากมีความเสี่ยงที่จะเกิดการชน
- ไฟส่องสว่างอัตโนมัติ: ระบบไฟจะปรับความสว่างและความเข้มของแสงได้เองตามสภาพแวดล้อม เช่น สว่างขึ้นเมื่อเข้าอุโมงค์ หรือกะพริบเมื่อเข้าใกล้ทางแยก
- ระบบช่วยปั่นอัจฉริยะ (Smart Pedal Assist): AI จะเรียนรู้พฤติกรรมการปั่นของผู้ขับขี่และสภาพเส้นทาง เพื่อปรับระดับการช่วยส่งกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าให้เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ ช่วยให้การปั่นราบรื่นและประหยัดพลังงาน
การป้องกันการโจรกรรมและระบบสื่อสาร V2X
AI จะยกระดับการป้องกันการโจรกรรมไปอีกขั้นด้วยฟีเจอร์ต่างๆ เช่น ระบบล็อกที่ใช้ข้อมูลชีวมิติ (Biometrics) อย่างลายนิ้วมือ, ระบบติดตามตำแหน่งด้วย GPS แบบเรียลไทม์ และ Geofencing ที่จะแจ้งเตือนเจ้าของทันทีเมื่อจักรยานเคลื่อนที่ออกจากพื้นที่ที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ เทคโนโลยี V2X (Vehicle-to-Everything) จะช่วยให้ E-Bike สามารถสื่อสารกับยานพาหนะอื่นๆ และโครงสร้างพื้นฐานบนท้องถนนได้ เพื่อลดอุบัติเหตุและเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรโดยรวม
การเชื่อมต่อกับเมืองอัจฉริยะ (Smart City)
E-Bike อัจฉริยะจะสามารถเชื่อมต่อกับระบบของเมืองอัจฉริยะ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ เช่น การค้นหาที่จอดรถสำหรับจักรยานที่ว่างอยู่, การนำทางไปยังสถานีชาร์จที่ใกล้ที่สุด, และการวางแผนเส้นทางที่หลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด โดยใช้ข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์
4. อุปกรณ์เสริมที่ตอบโจทย์การใช้งาน
นอกจากการพัฒนาตัวจักรยานแล้ว อุปกรณ์เสริมและส่วนประกอบต่างๆ ก็จะถูกออกแบบให้มีความชาญฉลาดและใช้งานสะดวกมากขึ้น เพื่อเสริมประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบ
ระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ (BMS)
ระบบจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System – BMS) จะมีความอัจฉริยะมากขึ้น โดยเชื่อมต่อกับ IoT (Internet of Things) ทำให้สามารถบริหารจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ฟีเจอร์ที่คาดว่าจะได้เห็นคือ ระบบชาร์จเร็วที่ปลอดภัย, การจัดการความร้อนของแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นเพื่อยืดอายุการใช้งาน, และการตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ได้จากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน
นวัตกรรมสำหรับจักรยานเสือภูเขา (MTB)
สำหรับตลาดจักรยานเสือภูเขาไฟฟ้า (E-MTB) จะมีนวัตกรรมเฉพาะทางที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น:
- ล้อขนาด 32 นิ้ว: เพื่อการขับขี่ที่มั่นคงและผ่านอุปสรรคได้ดีขึ้น
- High Pivots และ Long Chainstays: การออกแบบระบบกันสะเทือนและโครงสร้างเฟรมที่ช่วยให้จักรยานยึดเกาะพื้นผิวได้ดีขึ้นและมีความเสถียรในการลงเขาด้วยความเร็วสูง
- Radial Tires: ยางรูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะและความทนทานบนเส้นทางที่โหดร้าย
นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มของ E-MTB ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังปานกลาง (Mid-power E-Bikes) ซึ่งให้ความรู้สึกในการปั่นที่เป็นธรรมชาติเหมือนจักรยานทั่วไป แต่มีกำลังเสริมพอที่จะช่วยให้ผ่านเส้นทางที่ยากลำบากได้
5. การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ
เทรนด์สุดท้ายที่ครอบคลุมทุกองค์ประกอบคือการเชื่อมต่อที่ราบรื่นและไร้รอยต่อ E-Bike ในปี 2026 จะไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์เดี่ยวๆ แต่จะเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายดิจิทัลที่เชื่อมต่อผู้ใช้งานเข้ากับข้อมูลและบริการต่างๆ
การผสาน AI เข้ากับแอปพลิเคชันมือถือ
การทำงานร่วมกันระหว่าง AI บนตัวจักรยานกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนจะมีความซับซ้อนและเป็นประโยชน์มากขึ้น ผู้ใช้งานสามารถใช้แอปฯ เพื่อติดตามตำแหน่งของจักรยาน, วางแผนเส้นทางโดย AI จะคำนวณเส้นทางที่ดีที่สุดโดยอัตโนมัติโดยพิจารณาจากปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลือและสภาพภูมิประเทศ, ค้นหาสถานีชาร์จ, และวิเคราะห์ข้อมูลการขับขี่ของตนเอง
E-Bike กับไลฟ์สไตล์ใหม่: การท่องเที่ยวและการเดินทางของคนรุ่นใหม่
ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและความสามารถในการเดินทางไกล E-Bike จะกลายเป็นยานพาหนะยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวผจญภัย ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงเส้นทางธรรมชาติที่ห่างไกลซึ่งเคยเข้าถึงได้ยาก นอกจากนี้ ยังจะเป็นตัวเลือกหลักในการเดินทางสำหรับกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ที่มองหาความเป็นอิสระ ความยั่งยืน และการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยี
| เทรนด์ E-Bike ปี 2026 | นวัตกรรมหลัก | ประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน |
|---|---|---|
| 1. แบตเตอรี่ทรงพลัง | เซลล์ 21700, ความจุสูงถึง 1000Wh, ดีไซน์รูปทรงสามเหลี่ยม | เดินทางได้ไกลขึ้น (มากกว่า 100 ไมล์), ลดความกังวลเรื่องการชาร์จ, การทรงตัวของรถดีขึ้น |
| 2. น้ำหนักเบาลง | การใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ในเฟรมและส่วนประกอบ | ควบคุมง่าย, คล่องตัว, สะดวกต่อการยกและพกพา, เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ |
| 3. จักรยานอัจฉริยะ (AI) | ระบบตรวจจับจุดบอด, เตือนการชน, ล็อกชีวมิติ, การเชื่อมต่อ V2X | เพิ่มความปลอดภัยสูงสุด, ป้องกันการโจรกรรม, การขับขี่ที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพ |
| 4. อุปกรณ์เสริมตอบโจทย์ | ระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ (BMS), นวัตกรรมสำหรับ E-MTB | ชาร์จเร็วและปลอดภัย, ยืดอายุแบตเตอรี่, เพิ่มสมรรถนะในเส้นทาง off-road |
| 5. การเชื่อมต่อไร้รอยต่อ | การผสาน AI กับแอปพลิเคชันมือถือ, การเชื่อมต่อ Smart City | วางแผนเส้นทางอัจฉริยะ, ค้นหาสถานีชาร์จ, ติดตามสถานะรถ, ไลฟ์สไตล์สะดวกสบาย |
ความท้าทายและทิศทางของตลาด E-Bike
แม้ว่าอนาคตของ E-Bike จะดูสดใส แต่ก็ยังมีความท้าทายที่ต้องเผชิญ การพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ซับซ้อนต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและมีต้นทุนการผลิตที่สูง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาจำหน่ายในช่วงแรก อย่างไรก็ตาม คาดว่าเมื่อเทคโนโลยีแพร่หลายมากขึ้น ต้นทุนจะลดลงและทำให้ E-Bike อัจฉริยะเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในวงกว้าง
ทิศทางของตลาดจะมุ่งเน้นไปที่ความยั่งยืน ความปลอดภัย และความฉลาด ผู้ผลิตอย่าง CYKE ได้เริ่มวางมาตรฐานด้านความปลอดภัยสำหรับแบตเตอรี่ ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมทั้งหมด ข้อมูลจากตลาดในสหรัฐอเมริกาและยุโรปชี้ให้เห็นถึงความต้องการที่แข็งแกร่งทั้งในกลุ่มผู้ใช้งานในเมืองและกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งแนวโน้มนี้คาดว่าจะขยายตัวไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกเช่นกัน
บทสรุป: อนาคตของรถไฟฟ้าสองล้อ
ในปี 2026 อุตสาหกรรม E-Bike จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เทรนด์ทั้ง 5 ประการ ตั้งแต่แบตเตอรี่ที่ทรงพลังและน้ำหนักเบา ไปจนถึงการผสานปัญญาประดิษฐ์และการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ จะเปลี่ยนโฉมหน้าของรถไฟฟ้าสองล้อให้กลายเป็นยานพาหนะส่วนบุคคลที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์แบบ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า แต่ยังมีส่วนช่วยส่งเสริมการเดินทางที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของโลกในอนาคต
ค้นหา E-Bike ที่ใช่สำหรับคุณ
GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike รุ่นต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
Facebook: FACEBOOK PAGE
Line: LINE
Website: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
