E-Bike ในเมืองอัจฉริยะ: อนาคตการเดินทางในกรุงเทพฯ
- ทิศทางการสัญจรยุคใหม่ในมหานคร
- E-Bike ในเมืองอัจฉริยะ: อนาคตการเดินทางในกรุงเทพฯ ภาพรวมและศักยภาพ
- โครงการนำร่องและนวัตกรรมขับเคลื่อน E-Bike ในกรุงเทพฯ
- เมืองอัจฉริยะ (Smart City): โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต
- ความท้าทายและบทบาทของภาครัฐในการสนับสนุน
- บริบทการพัฒนาในภาพรวมของประเทศไทย
- บทสรุป: ก้าวต่อไปของการเดินทางในกรุงเทพฯ
- เริ่มต้นการเดินทางที่ยั่งยืนของคุณ
กรุงเทพมหานครกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้านระบบการเดินทาง โดยนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาผสานกับยานพาหนะไฟฟ้า โดยเฉพาะจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างระบบนิเวศการขนส่งที่ยั่งยืน สะอาด และเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างไร้รอยต่อ
ทิศทางการสัญจรยุคใหม่ในมหานคร
- การผสมผสานเทคโนโลยี: การนำเทคโนโลยี Smart City มาใช้ร่วมกับยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล (Micro-mobility) กำลังเปลี่ยนโฉมการเดินทางในกรุงเทพฯ
- ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน: โครงการต่างๆ เช่น Pinto EV Bikes สะท้อนให้เห็นถึงการผนึกกำลังเพื่อสร้างระบบขนส่งเชื่อมต่อ (Feeder System) ที่มีประสิทธิภาพ
- โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ: โครงการขนาดใหญ่อย่าง One Bangkok กำลังวางรากฐานที่สำคัญ เช่น จุดชาร์จ EV และระบบจอดรถอัจฉริยะ เพื่อรองรับการใช้งาน E-Bike ในวงกว้าง
- นโยบายสนับสนุน: กรุงเทพมหานครมีนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมการใช้ยานพาหนะไฟฟ้า เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5
E-Bike ในเมืองอัจฉริยะ: อนาคตการเดินทางในกรุงเทพฯ ภาพรวมและศักยภาพ
การใช้ E-Bike ในเมืองอัจฉริยะ: อนาคตการเดินทางในกรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดอีกต่อไป แต่เป็นภาพความเป็นจริงที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน จากความพยายามของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและการจราจรที่สะสมมานาน การผลักดันให้เกิดการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือ Micro-mobility ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองยุคใหม่ ที่ต้องการความคล่องตัว ลดค่าใช้จ่าย และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
บริบทนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนกรุงเทพฯ ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการเดินทางในทุกวัน E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ไม่เพียงแต่สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของระบบขนส่งมวลชนที่เชื่อมต่อการเดินทางจากบ้านไปยังสถานีรถไฟฟ้า (First-mile/Last-mile connectivity) ได้อย่างสมบูรณ์ การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจากแรงขับเคลื่อนหลายด้าน ทั้งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ และนวัตกรรมบริการจากภาคเอกชน ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังร่วมกันสร้างอนาคตการเดินทางที่ยั่งยืนให้กับเมืองหลวงของประเทศไทย
โครงการนำร่องและนวัตกรรมขับเคลื่อน E-Bike ในกรุงเทพฯ
การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ E-Bike ในกรุงเทพฯ ได้รับการขับเคลื่อนจากโครงการรูปธรรมที่เกิดจากความร่วมมือของบริษัทชั้นนำ ซึ่งไม่เพียงแต่นำเสนอผลิตภัณฑ์ แต่ยังสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการใช้งานอย่างครบวงจร
โครงการ Pinto EV Bikes: การผนึกกำลังของภาคเอกชน
ในปี 2024 ได้มีการเปิดตัวโครงการ “Pinto EV Bikes” ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างบริษัท Smart EV Bike Company Limited, Winnonie Public Company Limited (สตาร์ทอัพในกลุ่มบางจาก) และ BTS Group Holdings Public Company Limited โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มผู้ให้บริการวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส
วัตถุประสงค์หลักของโครงการมุ่งเน้นไปที่หลายมิติ:
- สร้างระบบขนส่งเชื่อมต่อ (Feeder Transport): อำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางจากบ้านมายังสถานีรถไฟฟ้า และจากสถานีกลับสู่ที่พักได้อย่างสมบูรณ์แบบ ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัว
- ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ขับขี่: เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์สามารถเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้ในรูปแบบเช่าซื้อ (Hire-purchase) ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและการบำรุงรักษา
- ลดมลพิษทางอากาศ: การใช้ยานพาหนะไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญในการต่อสู้กับปัญหามลพิษ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง
- เสริมสร้างสังคมปลอดมลพิษ: โครงการนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ BTS Group ในการสร้างสังคมที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
พิธีเปิดตัวโครงการได้รับเกียรติจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธาน สะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนจากภาครัฐในระดับสูง นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารระดับสูงจากกรุงเทพมหานคร อาทิ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมงาน ซึ่งแสดงถึงการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลกลางและหน่วยงานท้องถิ่น
นวัตกรรม Battery as a Service (BaaS) โดย Winnonie
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การใช้ E-Bike และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นไปได้จริงในวงกว้าง คือการแก้ไขปัญหาเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่ที่ใช้เวลานานและหาจุดชาร์จได้ยาก บริษัท Winnonie ได้นำเสนอทางออกด้วยแนวคิด “Battery as a Service” (BaaS) หรือบริการสลับแบตเตอรี่
BaaS คือแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้งานสามารถนำแบตเตอรี่ที่พลังงานใกล้หมดมาสับเปลี่ยนกับแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มแล้วได้ทันที ณ สถานีสลับแบตเตอรี่ที่กระจายตัวอยู่ตามจุดต่างๆ ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องเสียเวลารอชาร์จ และสามารถเดินทางต่อได้ในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างวินมอเตอร์ไซค์ได้อย่างดีเยี่ยม
Winnonie มีเป้าหมายการขยายเครือข่ายที่ชัดเจนเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น:
- เป้าหมายระยะสั้น: เพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการให้มากกว่า 1,000 คน และขยายสถานีสลับแบตเตอรี่ให้ครบ 120 แห่งภายในสิ้นปี 2023
- เป้าหมายระยะยาว: ตั้งเป้าขยายเครือข่ายสถานีให้ถึง 3,000 แห่งภายในปี 2030 เพื่อรองรับผู้ใช้งานกว่า 60,000 คนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
โมเดล BaaS นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสะดวกสบาย แต่ยังช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นให้กับผู้ซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากไม่ต้องซื้อแบตเตอรี่ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีราคาสูงที่สุด ทำให้ราคาของตัวรถเข้าถึงง่ายขึ้น และเร่งให้เกิดการยอมรับในตลาดได้เร็วยิ่งขึ้น
เมืองอัจฉริยะ (Smart City): โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต
การเติบโตของ E-Bike และยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลจำเป็นต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยและชาญฉลาด แนวคิด “เมืองอัจฉริยะ” หรือ Smart City จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดินทางรูปแบบใหม่นี้
กรณีศึกษา: โครงการ One Bangkok
โครงการ One Bangkok ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ถือเป็นต้นแบบที่ชัดเจนของการเป็นเมืองอัจฉริยะใจกลางกรุงเทพฯ โครงการนี้ได้ผนวกรวมเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับการออกแบบที่เป็นมิตรต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม ทำให้เป็นพื้นที่ที่พร้อมรองรับอนาคตการเดินทางได้อย่างสมบูรณ์
โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Smart Infrastructure) ที่สำคัญภายในโครงการประกอบด้วย:
- เสาอัจฉริยะ (Smart Poles): มีการติดตั้งเสาไฟฟ้าอัจฉริยะมากกว่า 3,000 ต้นทั่วทั้งโครงการ ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่ให้แสงสว่างเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นจุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Wi-Fi), ติดตั้งกล้องวงจรปิด, เซ็นเซอร์วัดสภาพแวดล้อม และปุ่มเรียกขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
- ระบบความปลอดภัยขั้นสูง: กล้องวงจรปิดกว่า 5,000 ตัวทำงานร่วมกับระบบวิเคราะห์ภาพอัจฉริยะ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับผู้คนและทรัพย์สินตลอด 24 ชั่วโมง
- เครือข่าย IoT (Internet of Things): มีการติดตั้งอุปกรณ์ IoT หนาแน่นทั่วพื้นที่ เพื่อรวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์ เช่น คุณภาพอากาศ ระดับเสียง และการจราจร ซึ่งสามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อบริหารจัดการเมืองให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
One Bangkok ไม่ได้เป็นเพียงแค่กลุ่มอาคาร แต่คือการสร้างระบบนิเวศของเมืองอัจฉริยะที่การเดินทางด้วย E-Bike จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัวและปลอดภัย
สำหรับระบบที่จำเป็นต่อการสนับสนุน E-Bike โดยตรง โครงการได้เตรียมความพร้อมไว้ดังนี้:
- ระบบจอดรถอัจฉริยะ (Smart Parking System): ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบข้อมูลที่จอดรถว่างได้แบบเรียลไทม์ และสามารถจองที่จอดล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน ที่สำคัญคือมีจุดบริการชาร์จยานพาหนะไฟฟ้า (EV Charging) รองรับมากกว่า 12,000 ช่องจอด
- โครงสร้างพื้นฐานสำหรับชาร์จ EV: มีการกระจายจุดชาร์จ EV ทั่วทั้งพื้นที่โครงการ เพื่อให้ผู้ใช้งาน E-Bike และรถยนต์ไฟฟ้าสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวกสบาย
- การออกแบบที่ส่งเสริมการเดินและปั่นจักรยาน: โครงการให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว ทางเดินเท้าที่ร่มรื่น และเลนจักรยานที่ปลอดภัย เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนหันมาใช้การเดินทางที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
ความท้าทายและบทบาทของภาครัฐในการสนับสนุน
แม้ว่าแนวโน้มการใช้ E-Bike จะมีศักยภาพสูง แต่การจะผลักดันให้เกิดขึ้นจริงในวงกว้างยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยนโยบายและการสนับสนุนที่ชัดเจนจากภาครัฐ
อุปสรรคและข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน
จากการดำเนินโครงการโดยภาคเอกชนอย่างกลุ่มบางจากและบีทีเอส ได้มีการสะท้อนถึงปัญหาและอุปสรรคที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้ระบบนิเวศของยานพาหนะไฟฟ้าสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยมีข้อเสนอแนะที่สำคัญดังนี้:
- อัตราค่าไฟฟ้าพิเศษ: ควรมีการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับสถานีสลับแบตเตอรี่เป็นกรณีพิเศษ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานและทำให้ค่าบริการมีราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับผู้ใช้งาน
- จัดตั้งหน่วยงานกลาง (One Stop Service): ควรมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการอนุมัติการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า เพื่อลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและระยะเวลาที่ยาวนาน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จและสลับแบตเตอรี่
- การทบทวนกฎหมายและข้อบังคับ: จำเป็นต้องมีการทบทวนและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง การจดทะเบียนป้ายเหลืองสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ และกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวกับวินมอเตอร์ไซค์ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป
นโยบายเชิงรุกของกรุงเทพมหานคร (กทม.)
ฝ่ายบริหารของกรุงเทพมหานคร ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งไฟฟ้าสะอาด โดยมีนโยบายที่เป็นรูปธรรมเพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมการใช้งาน E-Bike และยานพาหนะไฟฟ้าอื่นๆ
กทม. ได้ให้การสนับสนุนอย่างแข็งขันโดย:
- สนับสนุนการติดตั้งสถานีชาร์จ: อำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่ภายใต้การดูแลของ กทม. เพื่อติดตั้งสถานีชาร์จและสถานีสลับแบตเตอรี่ ซึ่งจะช่วยให้เครือข่ายการให้บริการครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ได้มากขึ้น
- ส่งเสริมความร่วมมือจากภาคเอกชน: กทม. แสดงความคาดหวังและพร้อมที่จะร่วมมือกับภาคเอกชนในการเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จให้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต
- ยึดมั่นในนโยบายขนส่งสะอาด: การส่งเสริมยานพาหนะไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายหลักในการแก้ไขปัญหามลพิษ PM 2.5 ในระยะยาว ซึ่งเป็นวาระสำคัญของเมือง
บทบาทของ กทม. ในฐานะหน่วยงานท้องถิ่นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเป็น “ผู้อำนวยความสะดวก” (Facilitator) ที่จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เทคโนโลยีการเดินทางแห่งอนาคตสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
บริบทการพัฒนาในภาพรวมของประเทศไทย
การผลักดันให้เกิดการใช้ E-Bike ในกรุงเทพฯ สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศในภาพใหญ่ ที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม
แผนแม่บทเศรษฐกิจดิจิทัลและโครงการ EEC
แผนแม่บทการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยเป็นกรอบนโยบายระดับชาติที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล นวัตกรรม และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในภาคส่วนต่างๆ ซึ่งรวมถึงภาคการขนส่งและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ
นอกจากนี้ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor – EEC) ซึ่งครอบคลุม 3 จังหวัดสำคัญ ได้ทำหน้าที่เป็น “พื้นที่ทดลอง” (Sandbox) สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายยุคใหม่ รวมถึงเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเมืองอัจฉริยะและระบบนิเวศของยานพาหนะไฟฟ้า การพัฒนาที่เกิดขึ้นใน EEC จะเป็นต้นแบบและองค์ความรู้ที่สามารถนำมาปรับใช้กับการพัฒนาในกรุงเทพฯ และเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศได้
แนวโน้มการใช้ Micro-mobility ในสังคมเมือง
แนวคิดการใช้ยานพาหนะขนาดเล็กเพื่อการเดินทางระยะสั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย หลายสถาบันการศึกษาชั้นนำได้นำร่องระบบจักรยานสาธารณะ (Bike-sharing) มาตั้งแต่ปี 2012 เช่น สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) ซึ่งเป็นการสร้างความคุ้นเคยและทัศนคติที่ดีต่อการใช้จักรยานในเขตเมือง
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีในรูปแบบแอปพลิเคชันก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวก เช่น “ViaBus” แอปพลิเคชันติดตามตำแหน่งรถโดยสารสาธารณะแบบเรียลไทม์ ซึ่งมีผู้ใช้งานมากกว่า 2 ล้านคน แสดงให้เห็นว่าคนเมืองพร้อมที่จะเปิดรับเทคโนโลยีที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกและวางแผนได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการยอมรับระบบ E-Bike ที่มักจะมาพร้อมกับแอปพลิเคชันสำหรับการค้นหา การจอง และการชำระเงิน
บทสรุป: ก้าวต่อไปของการเดินทางในกรุงเทพฯ
E-Bike ในเมืองอัจฉริยะ คือภาพอนาคตของการเดินทางในกรุงเทพฯ ที่กำลังจะกลายเป็นความจริง การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี IoT โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ และการสนับสนุนอย่างจริงจังจากทั้งภาครัฐและเอกชน กำลังสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเดินทางที่ยั่งยืน สะอาด และมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรและมลพิษที่เรื้อรัง แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในระยะยาวขึ้นอยู่กับความสามารถในการเอาชนะความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ ทั้งในด้านกฎระเบียบ การสร้างแรงจูงใจทางนโยบาย และที่สำคัญที่สุดคือการยอมรับและมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนและผู้ใช้งานทุกคน การเดินทางในกรุงเทพฯ กำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนที่น่าจับตามอง ซึ่ง E-Bike และรถไฟฟ้าส่วนบุคคลจะเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนมหานครแห่งนี้ไปสู่อนาคต
เริ่มต้นการเดินทางที่ยั่งยืนของคุณ
การเปลี่ยนแปลงสู่การเดินทางที่ยั่งยืนเริ่มต้นได้ที่ตัวเรา สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การเดินทางด้วย E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของชีวิตในเมือง
สามารถติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาและเลือกชมสินค้าได้ที่:
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- LINE: LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
