เทรนด์แบตฯ E-Bike: Solid-State จะพลิกโฉมวงการ EV?
- ประเด็นสำคัญของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Solid-State
- ทำความเข้าใจ Solid-State และความแตกต่างจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
- กรณีศึกษา: มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่นำ Solid-State มาใช้งานจริง
- ภาพรวมและแนวโน้ม Solid-State ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
- ศักยภาพของ Solid-State ในการพลิกโฉม E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- ไทม์ไลน์คาดการณ์: เมื่อไรเทคโนโลยีนี้จะมาถึงผู้ใช้งานทั่วไป
- บทสรุป: Solid-State อนาคตที่กำลังก่อตัวของ EV สองล้อ
เทคโนโลยีแบตเตอรี่กำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ และหนึ่งในนวัตกรรมที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือแบตเตอรี่โซลิดสเตต (Solid-State Battery) ซึ่งมีศักยภาพที่จะแก้ไขข้อจำกัดสำคัญของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระยะทาง, เวลาในการชาร์จ, ความปลอดภัย และน้ำหนัก การมาถึงของเทคโนโลยีนี้จึงอาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
ประเด็นสำคัญของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Solid-State
- ความปลอดภัยที่เหนือกว่า: แบตเตอรี่โซลิดสเตตใช้อิเล็กโทรไลต์ (สารนำไฟฟ้า) ในรูปแบบของแข็ง แทนที่ของเหลวไวไฟในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบดั้งเดิม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงการลัดวงจรและการลุกไหม้ได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ความหนาแน่นพลังงานสูง: โครงสร้างของแข็งเอื้อให้สามารถใช้แอโนดที่ทำจากลิเธียมโลหะได้ ส่งผลให้แบตเตอรี่มีพลังงานจำเพาะ (Wh/kg) สูงขึ้น นั่นหมายถึงการวิ่งได้ไกลขึ้นในขนาดและน้ำหนักแบตเตอรี่ที่เท่ากัน หรือแบตเตอรี่ที่เล็กลงและเบาลงสำหรับระยะทางเท่าเดิม
- การชาร์จที่รวดเร็วยิ่งขึ้น: โครงสร้างภายในของแบตเตอรี่โซลิดสเตตมีความเสถียรและทนทานต่อความร้อนได้ดีกว่า ทำให้สามารถรองรับการชาร์จด้วยกำลังไฟสูงได้โดยไม่เสื่อมสภาพเร็ว ซึ่งอาจลดเวลาชาร์จจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที
- การใช้งานจริงเริ่มต้นแล้ว: แม้จะยังไม่แพร่หลาย แต่เทคโนโลยีโซลิดสเตตได้เริ่มถูกนำมาใช้ในยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเทคโนโลยีกำลังก้าวออกจากห้องปฏิบัติการสู่โลกแห่งความเป็นจริง
การเปลี่ยนผ่านสู่แบตเตอรี่โซลิดสเตตถูกมองว่าเป็น “บัลลังก์แห่งอนาคต” ของวงการยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แต่ยังอาจเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานของผู้คนไปอย่างสิ้นเชิง บทความนี้จะสำรวจว่า เทรนด์แบตฯ E-Bike: Solid-State จะพลิกโฉมวงการ EV? อย่างไร โดยพิจารณาจากหลักการทำงาน, กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง, แนวโน้มของตลาด และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานทั่วไป
ความสนใจในเทคโนโลยีนี้มาจากความต้องการแก้ไขปัญหาหลัก (Pain Point) ของยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นระยะทางที่จำกัด, น้ำหนักของแบตเตอรี่ที่ส่งผลต่อการควบคุมรถ, และความกังวลเรื่องความปลอดภัยในการชาร์จ โดยเฉพาะในพื้นที่พักอาศัยรวม เช่น คอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์ การมาถึงของแบตเตอรี่ที่ปลอดภัยกว่า, เบากว่า, และชาร์จได้เร็วกว่าจึงเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคต่างรอคอย
ทำความเข้าใจ Solid-State และความแตกต่างจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
หัวใจของความแตกต่างระหว่างแบตเตอรี่สองชนิดนี้อยู่ที่สถานะของ “อิเล็กโทรไลต์” ซึ่งเป็นตัวกลางที่ไอออนของลิเธียมเคลื่อนที่ผ่านระหว่างขั้วบวก (แคโทด) และขั้วลบ (แอโนด) ในระหว่างการชาร์จและคายประจุ
- แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) แบบดั้งเดิม: ใช้อิเล็กโทรไลต์ในรูปแบบของเหลว ซึ่งมีข้อเสียคือมีความไวไฟ และเมื่อเกิดความเสียหายทางกายภาพ เช่น การกระแทกหรือถูกเจาะ อาจทำให้เกิดการลัดวงจรภายในและลุกไหม้ได้ นอกจากนี้ อิเล็กโทรไลต์เหลวยังทำให้เกิดการเติบโตของ “เดนไดรต์” (Dendrite) ซึ่งเป็นโครงสร้างคล้ายเข็มของลิเธียมที่สามารถงอกทะลุแผ่นกั้นและทำให้เซลล์แบตเตอรี่เสียหายได้
- แบตเตอรี่โซลิดสเตต (Solid-State): ใช้อิเล็กโทรไลต์ในรูปแบบของแข็ง ซึ่งอาจทำจากวัสดุประเภทเซรามิกหรือโพลิเมอร์ การเปลี่ยนมาใช้วัสดุของแข็งช่วยแก้ปัญหาสำคัญหลายประการ คือ ลดความเสี่ยงการลุกไหม้, ยับยั้งการเติบโตของเดนไดรต์, และทำให้สามารถออกแบบเซลล์แบตเตอรี่ให้มีความหนาแน่นของพลังงานสูงขึ้นได้
| คุณสมบัติ | แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (ของเหลว) | แบตเตอรี่โซลิดสเตต (ของแข็ง) |
|---|---|---|
| อิเล็กโทรไลต์ | ของเหลว (ไวไฟ) | ของแข็ง (เซรามิก, โพลิเมอร์) |
| ความปลอดภัย | มีความเสี่ยงในการลุกไหม้เมื่อเสียหาย | ความเสี่ยงในการลุกไหม้ต่ำกว่ามาก |
| ความหนาแน่นพลังงาน | ต่ำกว่า | สูงกว่า (มีศักยภาพวิ่งได้ไกลกว่า) |
| ความเร็วในการชาร์จ | จำกัดโดยความร้อนและการเสื่อมสภาพ | มีศักยภาพในการชาร์จเร็วมาก (ระดับนาที) |
| โครงสร้าง | ต้องมีโครงสร้างป้องกันที่หนาและหนัก | สามารถออกแบบให้แพ็คเกจบางและเบาลงได้ |
ผลกระทบโดยตรงต่อยานยนต์สองล้อไฟฟ้า
การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีนี้ส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบและสมรรถนะของ E-Bike และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ที่เล็กลงและเบาลงเปิดโอกาสให้นักออกแบบมีอิสระมากขึ้นในการจัดวางตำแหน่งแบตเตอรี่ เช่น การซ่อนแบตเตอรี่ไว้ในตำแหน่งที่ต่ำลงเพื่อจุดศูนย์ถ่วงที่ดีขึ้น หรือการออกแบบเฟรมรถที่เพรียวบางกว่าเดิม นอกจากนี้ การเพิ่มระยะทางวิ่งต่อการชาร์จโดยที่น้ำหนักรถไม่เพิ่มขึ้นมากนัก ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ผู้ใช้จำนวนมากต้องการ
กรณีศึกษา: มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่นำ Solid-State มาใช้งานจริง
แม้เทคโนโลยีโซลิดสเตตจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็มีผู้ผลิตบางรายที่เริ่มนำมาประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์จริงแล้ว ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญและเป็นเครื่องพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept) ให้กับอุตสาหกรรม
Verge Motorcycles: ก้าวแรกสู่การผลิตเชิงพาณิชย์
Verge Motorcycles ได้ร่วมมือกับ Donut Lab เพื่อพัฒนาและนำแบตเตอรี่ All-Solid-State มาใช้ในมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่น Verge TS Pro ซึ่งบริษัทอ้างว่าเป็นยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของโลกที่ใช้แบตเตอรี่ชนิดนี้ในการผลิตเพื่อจำหน่ายจริง จุดเด่นที่เปิดเผยออกมานั้นน่าประทับใจอย่างยิ่ง:
- พลังงานจำเพาะสูง: แบตเตอรี่มีความหนาแน่นของพลังงานสูงถึงประมาณ 400 Wh/kg ซึ่งสูงกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนรุ่นทั่วไปอย่างชัดเจน
- การชาร์จที่รวดเร็ว: ในระดับเซลล์ สามารถชาร์จจนเต็มได้ในเวลาเพียง 5 นาที และแม้ในระดับแพ็คเกจ ก็สามารถลดเวลาชาร์จให้เหลือต่ำกว่า 10 นาทีได้ ซึ่งใกล้เคียงกับเวลาที่ใช้ในการเติมน้ำมัน
- อายุการใช้งานยาวนาน: มีการอ้างว่าแบตเตอรี่สามารถรองรับวงจรการชาร์จได้สูงสุดถึง 100,000 รอบ โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดการชาร์จไว้ที่ 80% เหมือนรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นในปัจจุบัน
- ความทนทานและความปลอดภัย: การไม่มีอิเล็กโทรไลต์เหลวทำให้ทนทานต่อทุกสภาพอากาศและมีความปลอดภัยสูงกว่า
สำหรับ Verge TS Pro รุ่นที่ใช้แบตเตอรี่โซลิดสเตต สามารถทำระยะทางสูงสุดได้ถึงประมาณ 595 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง กรณีนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าแบตเตอรี่โซลิดสเตตได้เริ่มก้าวออกจากห้องทดลองเข้าสู่สินค้าเชิงพาณิชย์แล้ว โดยเริ่มต้นในกลุ่มมอเตอร์ไซค์สมรรถนะสูง ซึ่งจะเป็นพื้นที่ทดลอง (Sandbox) ให้เทคโนโลยีค่อยๆ ลดต้นทุนและขยายไปสู่ตลาดในวงกว้างต่อไป
Ducati V21L: นวัตกรรมจากสนามแข่งสู่ท้องถนน
อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจคือโครงการ Ducati MotoE ซึ่งพัฒนารถแข่งไฟฟ้าต้นแบบรุ่น V21L โดยใช้แบตเตอรี่โซลิดสเตตจากบริษัท QuantumScape การพัฒนานี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือกับ Audi และ PowerCo โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันขีดจำกัดของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในสนามแข่ง
ผลลัพธ์ที่สำคัญคือการปรับปรุงเซลล์แบตเตอรี่ทำให้สามารถลดน้ำหนักของแพ็คแบตเตอรี่ต้นแบบลงได้ถึง 8.2 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่น้ำหนักเป็นปัจจัยชี้ขาดด้านสมรรถนะ Ducati ระบุว่าโครงการ MotoE คือการสะสมความรู้และประสบการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่สามารถนำมาใช้กับรถที่วางจำหน่ายทั่วไปได้โดยยังคงรักษา DNA ของความเป็น Ducati ไว้อย่างครบถ้วน
การที่ค่ายรถสปอร์ตระดับพรีเมียมใช้สนามแข่งเป็นห้องทดลองเทคโนโลยีโซลิดสเตต สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ปัญหาหลักของมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า นั่นคือ น้ำหนักของแบตเตอรี่และการจัดการความร้อน หากประสบความสำเร็จ เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในสนามแข่งมักจะถูกถ่ายทอดลงมาสู่รถที่ใช้งานบนท้องถนนและ E-Bike ระดับบนในลำดับถัดไป
ภาพรวมและแนวโน้ม Solid-State ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
ในภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ แบตเตอรี่โซลิดสเตตถูกมองว่าเป็นเป้าหมายสูงสุดในปัจจุบัน แต่ยังคงอยู่ท่ามกลางการแข่งขันทางเทคโนโลยีที่เข้มข้น มีข้อดีที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง ในขณะเดียวกันก็ยังมีข้อจำกัดและความท้าทายที่ต้องก้าวข้าม
ข้อดีที่คาดหวัง:
- ระยะทาง: สำหรับรถยนต์ อาจมีระยะทางวิ่งทะลุ 1,000 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ส่วนในรถสองล้อจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
- เวลาชาร์จ: เวลาในการชาร์จรถยนต์จนถึงระดับที่ใช้งานได้จริงอาจลดลงเหลือเพียง 10-15 นาที
- ความปลอดภัย: โอกาสการลุกไหม้อย่างรุนแรงลดลงอย่างมากเนื่องจากไม่มีของเหลวไวไฟ
- อายุการใช้งาน: แบตเตอรี่เสื่อมสภาพช้าลง ทำให้อายุการใช้งานยาวนานขึ้นและลดค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งานของรถ
- การออกแบบ: เปิดโอกาสให้ออกแบบตัวรถได้อิสระมากขึ้นเพราะแพ็คแบตเตอรี่มีขนาดเล็กลงและบางลง
ข้อจำกัดในปัจจุบัน:
- ต้นทุน: ต้นทุนการผลิตต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ยังคงสูงมากเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประเภท LFP หรือ NMC รุ่นใหม่ๆ
- การผลิตจำนวนมาก: การผลิตในระดับอุตสาหกรรม (Mass Production) ยังคงเป็นความท้าทาย ทั้งในด้านอัตราผลผลิต (Yield), ความทนทานในการใช้งานจริง และห่วงโซ่อุปทานของวัสดุ
- สถานะในตลาด: ยังคงมีข้อถกเถียงว่าโซลิดสเตตจะเป็นเทคโนโลยีกระแสหลักเพียงหนึ่งเดียว หรือจะเป็นเพียงหนึ่งในทางเลือกควบคู่ไปกับเทคโนโลยีอื่น เช่น LFP หรือแบตเตอรี่โซเดียมไอออน (Sodium-ion) ที่มีต้นทุนต่ำกว่า
ศักยภาพของ Solid-State ในการพลิกโฉม E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
หากเทคโนโลยีโซลิดสเตตสามารถขยายขนาดการผลิตได้สำเร็จและมีต้นทุนที่ลดลงจนสามารถแข่งขันในตลาดได้ จะส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อวงการ E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าในหลายมิติ
ระยะทางและขนาดแบตเตอรี่
สำหรับ E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้งานในเมือง ซึ่งปัจจุบันมีระยะทางวิ่งเฉลี่ย 80-150 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ผู้ผลิตและผู้บริโภคจะมีทางเลือกมากขึ้น คือ สามารถใช้แบตเตอรี่ขนาดเท่าเดิมแต่ได้ระยะทางที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด หรือรักษาระยะทางเท่าเดิมแต่ใช้แบตเตอรี่ที่เล็กลงและเบาลงอย่างมาก ส่งผลให้ตัวรถเบาขึ้น คล่องตัวขึ้น และประหยัดวัสดุในการผลิต
ความเร็วในการชาร์จ
หากการชาร์จในระดับ 5-10 นาที สามารถให้พลังงานได้ 70-80% ของความจุแบตเตอรี่สำหรับรถสองล้อ (ซึ่งใกล้เคียงกับที่ Verge อ้างสิทธิ์) พฤติกรรมการใช้งานจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ใช้สามารถใช้โมเดล “แวะสถานีชาร์จ” คล้ายกับการเติมน้ำมัน แทนที่การถอดแบตเตอรี่กลับไปชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงานซึ่งใช้เวลานานหลายชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจขนส่งและเดลิเวอรีจะได้รับประโยชน์มหาศาล เนื่องจากเวลาที่รถหยุดทำงาน (Downtime) จะลดลงจนแทบไม่มีเลย
น้ำหนักและการควบคุม
การลดน้ำหนักของแพ็คแบตเตอรี่ลงได้หลายกิโลกรัม (ดังตัวอย่างของ Ducati ที่ลดได้ 8.2 กิโลกรัมในรถต้นแบบ) จะส่งผลดีต่อการควบคุมรถอย่างมาก สำหรับรถขนาดเล็กอย่าง E-Bike หรือสกู๊ตเตอร์ จะทำให้การขับขี่ง่ายขึ้น การยกขึ้น-ลงทางเท้า หรือการนำขึ้นรถไฟฟ้าจะสะดวกสบายยิ่งขึ้น ส่วนในรถขนาดใหญ่อย่างบิ๊กไบค์ไฟฟ้า การควบคุมจะดีขึ้น เข้าโค้งได้มั่นใจขึ้น ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปมากขึ้น
ความปลอดภัยที่เหนือกว่า
นี่คือหนึ่งในจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด โอกาสที่แบตเตอรี่จะลุกไหม้อย่างรุนแรงจากอุบัติเหตุหรือการหกล้มจะลดลงอย่างมากเพราะไม่มีอิเล็กโทรไลต์เหลวเป็นเชื้อเพลิง ประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์ ซึ่งปัจจุบันหลายแห่งเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอัคคีภัยจากการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าภายในอาคาร
ต้นทุนและความทนทานระยะยาว
หากการอ้างสิทธิ์เรื่องอายุการใช้งานที่ยาวนานนับแสนรอบเป็นจริง แม้ในทางปฏิบัติจะเหลือเพียงหลักหลายพันรอบ ก็ยังถือว่าเพียงพอที่จะทำให้แบตเตอรี่หนึ่งชุดสามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดอายุของตัวรถสองล้อทั่วไป ซึ่งจะเปลี่ยนสมมติฐานเดิมที่ว่าผู้ใช้จะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ชุดใหม่เมื่อใช้งานไปได้ระยะหนึ่ง
ไทม์ไลน์คาดการณ์: เมื่อไรเทคโนโลยีนี้จะมาถึงผู้ใช้งานทั่วไป
จากสัญญาณต่างๆ ในตลาดปัจจุบัน สามารถคาดการณ์กรอบเวลาของการนำเทคโนโลยีโซลิดสเตตมาใช้ในวงกว้างได้ดังนี้:
- 1-3 ปีข้างหน้า: จะเริ่มเห็นการใช้งานมากขึ้นในกลุ่มรถเฉพาะทางและรถสมรรถนะสูง (High-end) เช่น บิ๊กไบค์ไฟฟ้า, รถสปอร์ต หรือรถสาธิตเทคโนโลยี ดังเช่น Verge TS Pro
- 3-7 ปีข้างหน้า: หากการผลิตและความทนทานผ่านการทดสอบในโลกจริง อาจเริ่มมีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าระดับกลาง-บนบางรุ่นที่นำแบตเตอรี่โซลิดสเตตหรือกึ่งโซลิดสเตตมาใช้เป็นจุดขายหลัก
- ระยะยาว (7 ปีขึ้นไป): แบตเตอรี่โซลิดสเตตอาจกลายเป็นหนึ่งในหลายเทคโนโลยีหลักในตลาดยานยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่จำเป็นต้องครองตลาด 100% เนื่องจากยังต้องแข่งขันด้านต้นทุนกับเทคโนโลยีอื่น เช่น แบตเตอรี่ LFP ราคาประหยัด หรือแบตเตอรี่โซเดียมไอออนที่กำลังพัฒนาขึ้นมา
แนวโน้มที่สมเหตุสมผลคือ เทคโนโลยีโซลิดสเตตน่าจะถูกนำมาใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายก่อน แล้วจึงค่อยๆ ถูกส่งต่อไปยังวงการรถสองล้อเมื่อห่วงโซ่อุปทานมีความพร้อมและต้นทุนการผลิตลดลงจนอยู่ในระดับที่เหมาะสม
บทสรุป: Solid-State อนาคตที่กำลังก่อตัวของ EV สองล้อ
ในเชิงเทคโนโลยี แบตเตอรี่โซลิดสเตตมีศักยภาพที่จะเป็นผู้พลิกเกม (Game Changer) อย่างแท้จริง โดยสามารถแก้ไขปัญหาหลักของ E-Bike และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นระยะทาง, ความเร็วในการชาร์จ, น้ำหนัก, ความปลอดภัย และอายุการใช้งานที่ยาวนาน
ในเชิงธุรกิจและตลาด การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเป็นลำดับขั้น โดยในระยะสั้นจะส่งผลกระทบต่อตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) เช่น กลุ่มยานยนต์สมรรถนะสูงหรือฟลีทเชิงพาณิชย์ แต่ในระยะกลางถึงยาว หากต้นทุนลดลงและสามารถผลิตในปริมาณมากได้สำเร็จ เทคโนโลยีนี้มีโอกาสเปลี่ยนภาพลักษณ์ของยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อจาก “รถสำรองสำหรับวิ่งใกล้บ้าน” ให้กลายเป็น “ยานพาหนะหลักที่สามารถใช้เดินทางไกลและทำงานได้ตลอดทั้งวัน” อย่างแท้จริง
ปัจจุบัน เรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากกระแสความตื่นเต้น (Hype) ไปสู่การใช้งานจริงในระยะเริ่มต้น (Early Deployment) การปรากฏตัวของ Verge TS Pro และโครงการของ Ducati คือเครื่องยืนยันว่าผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์มองเทคโนโลยีโซลิดสเตตเป็นอนาคตอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแนวคิดบนสไลด์นำเสนออีกต่อไป
สำหรับผู้ที่สนใจเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและกำลังมองหาจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท พร้อมให้คำปรึกษาและบริการที่ครบวงจร
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
GIANT Shopping Mall
ที่ตั้ง: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
ช่องทางการติดต่อออนไลน์: FACEBOOK PAGE, LINE, หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านเว็บไซต์

