ลดหย่อนภาษี E-Bike 2026: รัฐหนุน EV ใครได้ประโยชน์?
- สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับมาตรการ E-Bike
- ภาพรวมนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของไทย
- มาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน
- ถอดรหัสแนวคิด “ลดหย่อนภาษี 2569”: แท้จริงแล้วเน้นเรื่องใด?
- รูปแบบที่เป็นไปได้ของมาตรการลดหย่อนภาษี E-Bike 2026
- วิเคราะห์กลุ่มผู้ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบาย
- กลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบหรือเสียประโยชน์
- ประเด็นที่ต้องจับตามองในอนาคต
- บทสรุปและแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจ
กระแสการผลักดันยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า มาตรการ ลดหย่อนภาษี E-Bike 2026: รัฐหนุน EV ใครได้ประโยชน์? จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แม้ว่า ณ ปัจจุบันจะยังไม่มีการประกาศร่างกฎหมายเฉพาะสำหรับจักรยานไฟฟ้า แต่ทิศทางนโยบายที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไปได้สูง บทความนี้จะวิเคราะห์เจาะลึกจากมาตรการที่มีอยู่จริง แนวคิดการปฏิรูปภาษี และฉายภาพผลกระทบต่อกลุ่มต่าง ๆ หากนโยบายนี้ถูกนำมาใช้ในอนาคต
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับมาตรการ E-Bike
- ยังไม่มีมาตรการเฉพาะ: ปัจจุบันยังไม่มีนโยบายลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการซื้อจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) หรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าโดยตรง มาตรการที่มีอยู่เน้นสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก
- ความเป็นไปได้ในอนาคต: หากมีมาตรการเกิดขึ้น คาดว่าจะใช้โมเดลคล้ายโครงการ “ช้อปดีมีคืน” คือให้ผู้ซื้อนำใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามวงเงินที่กำหนด
- ผู้ได้ประโยชน์หลัก: กลุ่มที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงคือผู้บริโภคในเขตเมืองที่มีภาระภาษี, ผู้ประกอบการ E-Bike ที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), และภาครัฐที่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน
- สัญญาณจากนโยบายอื่น: การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถจักรยานยนต์ในปี 2569 และแนวคิดการใช้นโยบายภาษีเพื่อจูงใจพฤติกรรมระยะยาว เป็นปัจจัยสนับสนุนความเป็นไปได้ของมาตรการนี้
ภาพรวมนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของไทย
นโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า และผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค ที่ผ่านมาภาครัฐได้ออกมาตรการหลายชุดเพื่อกระตุ้นตลาด ทั้งในฝั่งอุปสงค์ (ผู้ซื้อ) และอุปทาน (ผู้ผลิต) โดยเน้นที่กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลักก่อน เนื่องจากมีผลกระทบต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจในภาพรวมสูง อย่างไรก็ตาม กระแสความต้องการยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น จักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีปัญหาการจราจรและมลพิษทางอากาศ ทำให้การขยายขอบเขตการสนับสนุนมายังกลุ่มนี้เป็นขั้นตอนต่อไปที่สมเหตุสมผล
มาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน
เพื่อทำความเข้าใจถึงความเป็นไปได้ของมาตรการลดหย่อนภาษี E-Bike ในปี 2026 จำเป็นต้องพิจารณาจากกรอบนโยบายที่รัฐบาลเคยใช้และกำลังบังคับใช้อยู่ ซึ่งแบ่งได้เป็นสองส่วนหลักคือมาตรการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและยานพาหนะขนาดเล็ก
นโยบาย EV 3.0 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
มาตรการหลักที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างชัดเจนคือชุดนโยบาย EV 3.0 ซึ่งประกอบด้วยสิทธิประโยชน์หลายด้านเพื่อจูงใจทั้งผู้ซื้อและผู้ผลิต:
- เงินอุดหนุน (Subsidy): รัฐให้เงินอุดหนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV) โดยรถยนต์ที่มีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 30 kWh ขึ้นไป จะได้รับเงินอุดหนุนสูงสุด 150,000 บาทต่อคัน ส่วนรุ่นที่มีขนาดแบตเตอรี่เล็กลงจะได้รับเงินอุดหนุนในอัตราที่ลดหลั่นกันไป
- การลดภาษีสรรพสามิต: มีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจาก 8% เหลือเพียง 2% ซึ่งมีผลจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และสำหรับรถกระบะไฟฟ้ามีการลดภาษีสรรพสามิตเหลือ 0% ในช่วงปี 2565–2568
- การลดอากรนำเข้า: สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าทั้งคัน (CBU) จะได้รับการลดอากรนำเข้าสูงสุดถึง 40% จนถึงสิ้นปี 2566
อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์เหล่านี้มาพร้อมกับเงื่อนไขที่ผู้ผลิตต้องลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับภาครัฐ โดยมีข้อผูกมัดให้ต้องเริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพื่อชดเชยจำนวนที่นำเข้ามาในอัตราส่วนที่กำหนดภายในปี 2567–2568
การสนับสนุนจักรยานยนต์ไฟฟ้าและยานพาหนะขนาดเล็ก
สำหรับกลุ่มจักรยานยนต์ไฟฟ้า ภาครัฐได้ประกาศแผนการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตแบบขั้นบันไดซึ่งจะเริ่มมีผลในปี 2569 และ 2573 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ยังไม่มีมาตรการที่ให้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อไปลดหย่อนภาษี e-bike ได้โดยตรงเหมือนการลงทุนในกองทุนหรือประกัน
ในอดีต บางร้านค้าที่จำหน่ายยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กเคยเข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น “ช้อปดีมีคืน” ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสามารถนำใบกำกับภาษีจากการซื้อสินค้า (รวมถึง E-Bike) ไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30,000 บาท แต่นั่นเป็นมาตรการชั่วคราวที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสนับสนุน EV โดยเฉพาะ
ถอดรหัสแนวคิด “ลดหย่อนภาษี 2569”: แท้จริงแล้วเน้นเรื่องใด?
มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างการลดหย่อนภาษีครั้งใหญ่ในปี 2569 ซึ่งหลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเกี่ยวข้องกับการซื้อจักรยานไฟฟ้า 2026 แต่ในความเป็นจริงแล้ว แนวคิดดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่การส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวเป็นหลัก
แนวคิดการปฏิรูปการลดหย่อนภาษีปี 2569 ไม่ได้กล่าวถึงยานยนต์ไฟฟ้าโดยตรง แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐพร้อมใช้เครื่องมือทางภาษีเพื่อจูงใจพฤติกรรมของประชาชนในระยะยาว ซึ่งเป็นตรรกะเดียวกับที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการส่งเสริม E-Bike เพื่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมได้
สาระสำคัญของแนวคิดนี้คือการกำหนดเพดานการลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ (เช่น RMF, Thai ESG, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ประกันบำนาญ) รวมกันไม่เกิน 800,000 บาทต่อปี และยังมีการแบ่งกลุ่มผู้มีรายได้เพื่อให้สิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อยานพาหนะไฟฟ้าแต่อย่างใด
รูปแบบที่เป็นไปได้ของมาตรการลดหย่อนภาษี E-Bike 2026
หากรัฐบาลตัดสินใจที่จะออกมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อส่งเสริม E-Bike จริง สามารถคาดการณ์รูปแบบและเงื่อนไขได้โดยอิงจากนโยบายที่เคยประสบความสำเร็จในอดีต
โมเดลที่คาดการณ์: อ้างอิงจากโครงการ “ช้อปดีมีคืน”
รูปแบบที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการนำกลไกของ “ช้อปดีมีคืน” กลับมาใช้ แต่จำกัดขอบเขตเฉพาะสินค้ากลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก โดยมีลักษณะดังนี้:
- การใช้สิทธิ์: ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบจากการซื้อ E-Bike หรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจากร้านค้าที่จดทะเบียน VAT มาหักลดหย่อนภาษีได้ตามวงเงินที่กำหนด เช่น ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
- ช่วงเวลา: อาจมีการกำหนดช่วงเวลาการใช้สิทธิ์ที่ชัดเจน เช่น 2-3 เดือนในช่วงท้ายปี เพื่อกระตุ้นยอดขายและเร่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทาง
- ความเรียบง่าย: เป็นกลไกที่ประชาชนคุ้นเคยและไม่ซับซ้อน ผู้ซื้อเพียงแค่ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบและยื่นประกอบการคำนวณภาษีประจำปี
เงื่อนไขและคุณสมบัติของ E-Bike ที่อาจเข้าเกณฑ์
เพื่อให้มาตรการบรรลุเป้าหมายด้านความปลอดภัยและมาตรฐาน ภาครัฐอาจกำหนดคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เช่น:
- การจดทะเบียน: ต้องเป็น E-Bike หรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่สามารถจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ (หากเข้าข่ายตามกฎหมาย)
- มาตรฐานผลิตภัณฑ์: ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สำหรับแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า
- คุณสมบัติทางเทคนิค: อาจมีการกำหนดกำลังมอเตอร์หรือขนาดแบตเตอรี่ขั้นต่ำ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นยานพาหนะที่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการใช้งานจริง
- ข้อจำกัด: อาจจำกัดจำนวนคันต่อคน หรือยอดซื้อรวมเพื่อป้องกันการนำสิทธิ์ไปใช้ในเชิงพาณิชย์มากเกินไป
วิเคราะห์กลุ่มผู้ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบาย
หากมาตรการ ลดหย่อนภาษี E-Bike 2026 เกิดขึ้นจริง จะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อหลายภาคส่วน ตั้งแต่ผู้บริโภครายย่อยไปจนถึงระดับนโยบายของประเทศ
| กลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ | รายละเอียดของประโยชน์ที่ได้รับ | ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม |
|---|---|---|
| ผู้บริโภคในเมือง | ลดต้นทุนการเป็นเจ้าของยานพาหนะ ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนจากรถยนต์/มอเตอร์ไซค์น้ำมันได้ง่ายขึ้น | ผู้มีฐานภาษี 15% ได้ลดหย่อน 30,000 บาท จะประหยัดภาษีจริง 4,500 บาท |
| ผู้ประกอบการ E-Bike | เพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับยานพาหนะเครื่องยนต์สันดาป และกระตุ้นยอดขาย | ร้านค้าที่จดทะเบียน VAT จะได้เปรียบเพราะสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้ |
| ภาครัฐ | สนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม (ลด PM2.5), พลังงาน (ลดนำเข้าน้ำมัน) และนโยบาย EV Roadmap | ลดภาระงบประมาณอุดหนุนเมื่อเทียบกับการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาสูง |
| อุตสาหกรรมในประเทศ | กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในการผลิตชิ้นส่วน เช่น แบตเตอรี่, มอเตอร์, และการประกอบในประเทศ | เกิดการจ้างงานและถ่ายทอดเทคโนโลยีในห่วงโซ่อุปทาน EV |
ผู้บริโภคในเมืองและผู้เดินทางระยะสั้น
กลุ่มนี้จะได้ประโยชน์โดยตรงและชัดเจนที่สุด ประชาชนที่อาศัยในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ที่เดินทางระยะสั้น (5–20 กิโลเมตรต่อวัน) จะมีแรงจูงใจในการเปลี่ยนมาใช้ E-Bike หรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามากขึ้น เนื่องจากต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (ราคารถ หักด้วยเงินประหยัดภาษี และค่าพลังงานที่ลดลง) จะต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะผู้ที่เสียภาษีในอัตรา 15% ขึ้นไป จะรู้สึกถึงความคุ้มค่าเป็นพิเศษ เพราะการลดหย่อน 30,000 บาท จะช่วยให้ประหยัดภาษีที่ต้องจ่ายจริงได้ตั้งแต่ 4,500 บาทขึ้นไป
ผู้ประกอบการและร้านค้าจักรยานไฟฟ้า
ร้านค้าที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องและจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จะได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมาก เพราะลูกค้าจะเลือกซื้อจากร้านที่สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบเพื่อนำไปใช้สิทธิ์ได้ มาตรการนี้ยังช่วยให้แบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กและขนาดกลางสามารถใช้เป็นจุดขายใหม่ เพื่อแข่งขันกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้น้ำมันซึ่งมีราคาเริ่มต้นต่ำกว่าได้
ภาครัฐและเป้าหมายนโยบายสาธารณะ
ในมุมมองของภาครัฐ การสนับสนุน E-Bike เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการบรรลุเป้าหมายเชิงนโยบายหลายด้านพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการลดปัญหามลพิษ PM2.5 ในเขตเมือง, การลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง, และการสนับสนุนแผนที่นำทางยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (EV Roadmap) และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) นอกจากนี้ ยังเป็นการลดภาระทางการคลังเมื่อเทียบกับมาตรการ EV 3.0 ที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งมีราคาสูง และยังมีความเสี่ยงกรณีผู้ผลิตไม่ปฏิบัติตามสัญญาการลงทุนในประเทศ
อุตสาหกรรมการผลิตและห่วงโซ่อุปทานในประเทศ
หากมาตรการนี้มีการผูกเงื่อนไขกับการผลิตในประเทศ คล้ายกับนโยบาย EV 3.0 จะเป็นการดึงดูดการลงทุนให้ผู้ผลิต E-Bike ตั้งฐานการประกอบและผลิตชิ้นส่วนสำคัญในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น โรงงานผลิตแบตเตอรี่, มอเตอร์ไฟฟ้า, โครงสร้างตัวถัง และซอฟต์แวร์ควบคุม นำไปสู่การสร้างงานและพัฒนาทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่
กลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบหรือเสียประโยชน์
แน่นอนว่าทุกนโยบายย่อมมีผู้ที่ได้รับผลกระทบ ในกรณีนี้ กลุ่มที่อาจเสียประโยชน์คือผู้ค้าและตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางในเมืองใหญ่ ที่อาจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นและยอดขายที่ลดลงในระยะกลางถึงระยะยาว หากต้นทุนการเป็นเจ้าของ E-Bike ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ภาครัฐเองก็จะสูญเสียรายได้จากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในระยะสั้น แต่สามารถมองได้ว่าเป็นการลงทุนเพื่อลดต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ประเด็นที่ต้องจับตามองในอนาคต
สำหรับผู้ที่สนใจและรอคอยมาตรการนี้ ควรติดตามความคืบหน้าในประเด็นต่อไปนี้อย่างใกล้ชิด:
- การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถจักรยานยนต์: แผนการปรับโครงสร้างภาษีในปี 2569 และ 2573 ที่มีการประกาศไว้แล้ว หากมีการแยกประเภทสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าสองล้ออย่างชัดเจน อาจเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บุคคลธรรมดาในอนาคต
- นโยบายส่งเสริม EV ระยะต่อไป (EV 3.5 หรือ EV 4.0): เป็นไปได้ว่าในนโยบายเฟสถัดไป ภาครัฐอาจหันมาให้ความสำคัญกับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กมากขึ้น เนื่องจากใช้งบประมาณน้อยกว่าแต่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมในเมืองได้อย่างรวดเร็ว
- การกลับมาของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเจาะจง: หากภาครัฐต้องการกระตุ้นการใช้จ่ายในอนาคต อาจมีการนำโครงการลักษณะ “ช้อปดีมีคืน” กลับมาใช้ในรูปแบบที่เจาะจงกลุ่มสินค้ามากขึ้น เช่น สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือสินค้ากลุ่ม EV และประหยัดพลังงาน
บทสรุปและแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจ
โดยสรุป แม้ว่ามาตรการ ลดหย่อนภาษี E-Bike 2026 จะยังไม่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน แต่จากทิศทางนโยบายของภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความสำเร็จของมาตรการในอดีต ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่นโยบายลักษณะนี้จะถูกนำมาพิจารณาในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในเมือง ผู้ประกอบการ และเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศโดยรวม
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาหรือวางแผนที่จะเปลี่ยนมาใช้จักรยานไฟฟ้าเพื่อเตรียมพร้อมรับเทรนด์ในอนาคต การเลือกหาข้อมูลและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์เป็นสิ่งสำคัญ ที่ GIANT Shopping Mall เราคือศูนย์รวมจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ตั้งแต่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปจนถึง E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทางยุคใหม่
สามารถเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000
วันและเวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทร: 061-962-2878
หรือติดตามข่าวสารและโปรโมชันได้ทาง FACEBOOK PAGE และ LINE ของเรา หากต้องการ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม สามารถคลิกได้ทันที

