รัฐหนุน EV! ซื้อ E-Bike ลดหย่อนภาษีได้ ทำอย่างไร?
- ภาพรวมมาตรการสนับสนุน E-Bike จากภาครัฐ
- เจาะลึกสิทธิประโยชน์: เงินอุดหนุนโดยตรงและมาตรการทางภาษี
- ขั้นตอนการขอรับสิทธิ์: ทำอย่างไรให้ไม่พลาดโอกาส
- ภาพรวมมาตรการภาษีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าปี 2569
- ข้อควรพิจารณาและคำแนะนำเพิ่มเติม
- สรุป: โอกาสและความคุ้มค่าในการเลือกใช้ E-Bike
- ศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าครบวงจร
มาตรการ รัฐหนุน EV! ซื้อ E-Bike ลดหย่อนภาษีได้ ทำอย่างไร? กลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างสูง ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค นโยบายดังกล่าวครอบคลุมทั้งเงินอุดหนุนโดยตรงและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งส่งผลดีต่อผู้บริโภคที่กำลังพิจารณาซื้อจักรยานยนต์ไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- เงินอุดหนุนโดยตรง: รัฐบาลมอบเงินอุดหนุนสูงสุด 10,000 บาทต่อคัน สำหรับการซื้อจักรยานยนต์ไฟฟ้า (E-Bike) ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด
- เงื่อนไขหลัก: จักรยานยนต์ไฟฟ้าต้องมีราคาขายปลีกไม่เกิน 150,000 บาท และใช้แบตเตอรี่ที่มีความจุตั้งแต่ 3 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป
- มาตรการทางภาษี: นโยบายสนับสนุน EV ครอบคลุมการลดภาษีสรรพสามิตสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ และลดอากรนำเข้า ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสามารถทำราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
- ขั้นตอนการรับสิทธิ์: ผู้ซื้อจะได้รับสิทธิ์ผ่านผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ โดยผู้ประกอบการจะเป็นผู้ยื่นเรื่องขอรับเงินอุดหนุนจากกรมสรรพสามิต และนำมาเป็นส่วนลดในราคาขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง
- นโยบายปี 2569: จะมีการปรับโครงสร้างภาษีใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง
ภาพรวมมาตรการสนับสนุน E-Bike จากภาครัฐ
นโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ สำหรับกลุ่มจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ซึ่งรวมถึงสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าด้วยนั้น ถือเป็นเป้าหมายสำคัญเนื่องจากเป็นยานพาหนะที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและมีจำนวนมากบนท้องถนน มาตรการที่ออกมาจึงเน้นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ยานพาหนะของประชาชนวงกว้าง
มาตรการดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การลดหย่อนภาษี แต่ยังรวมถึงการให้เงินอุดหนุนโดยตรงแก่ผู้ซื้อ ซึ่งเป็นกลไกที่เห็นผลได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรมที่สุด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายเริ่มต้นของผู้บริโภค และกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็มีมาตรการทางภาษีควบคู่กันไป เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของตลาด EV ทั้งระบบ ตั้งแต่การนำเข้าชิ้นส่วน การผลิตในประเทศ ไปจนถึงการจำหน่ายสู่ผู้บริโภคปลายทาง
เจาะลึกสิทธิประโยชน์: เงินอุดหนุนโดยตรงและมาตรการทางภาษี
สิทธิประโยชน์หลักที่ผู้บริโภคจะได้รับจากการซื้อจักรยานยนต์ไฟฟ้าตามนโยบายของรัฐ แบ่งออกเป็นสองส่วนสำคัญ คือ เงินอุดหนุนโดยตรง และผลประโยชน์ทางอ้อมจากมาตรการลดหย่อนภาษีต่างๆ ที่ภาครัฐมอบให้กับผู้ประกอบการ
เงินอุดหนุนสูงสุด 10,000 บาท สำหรับจักรยานยนต์ไฟฟ้า
หัวใจสำคัญของมาตรการสำหรับผู้ซื้อรายย่อยคือการให้เงินอุดหนุนโดยตรงจากภาครัฐ ซึ่งกำหนดไว้สูงสุดที่ 10,000 บาทต่อคัน เงินจำนวนนี้ไม่ได้อยู่ในรูปแบบของการนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตอนสิ้นปี แต่เป็นส่วนลดที่ผู้ซื้อจะได้รับทันที ณ จุดขาย โดยผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการจะหักลดราคาดังกล่าวออกจากราคาเต็มของรถ และเป็นผู้ดำเนินการเบิกจ่ายเงินส่วนนี้จากกรมสรรพสามิตในภายหลัง วิธีการนี้ช่วยให้ผู้ซื้อได้รับประโยชน์อย่างรวดเร็วและชัดเจน ลดความซับซ้อนในการยื่นเอกสารต่างๆ
เงื่อนไขและคุณสมบัติของ E-Bike ที่เข้าเกณฑ์
เพื่อให้เงินอุดหนุนถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามเป้าหมายของรัฐบาล จึงมีการกำหนดคุณสมบัติของจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่จะได้รับสิทธิ์ไว้ดังนี้:
- ราคาขายปลีก: ต้องเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 150,000 บาท เพื่อให้แน่ใจว่ามาตรการนี้ช่วยเหลือผู้บริโภคในวงกว้าง
- ความจุแบตเตอรี่: แบตเตอรี่ของรถต้องมีความจุตั้งแต่ 3 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ขึ้นไป ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพและระยะทางการใช้งานที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน
- ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า: ต้องเป็นรถจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการกับกรมสรรพสามิต และปฏิบัติตามเงื่อนไขของมาตรการ EV 3.0 หรือ EV 3.5
เบื้องหลังนโยบาย EV 3.0 และ EV 3.5
มาตรการอุดหนุนนี้เป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจใหญ่ที่เรียกว่า “EV 3.0” และ “EV 3.5” ซึ่งเป็นนโยบายต่อเนื่องที่มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดการลงทุนและสร้างฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่นำรถเข้ามาจำหน่ายและขอรับสิทธิ์ คือต้องมีแผนการผลิตเพื่อชดเชยการนำเข้าในอนาคต ตัวอย่างเช่น หากนำเข้ารถ 1 คัน จะต้องมีแผนการผลิตในประเทศ 2-3 คัน ภายในปี 2569-2570 กลไกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรม EV ในระยะยาว ป้องกันไม่ให้ไทยเป็นเพียงตลาดรองรับการนำเข้า แต่ต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการจ้างงานเกิดขึ้นในประเทศด้วย
ขั้นตอนการขอรับสิทธิ์: ทำอย่างไรให้ไม่พลาดโอกาส
กระบวนการขอรับสิทธิ์เงินอุดหนุนถูกออกแบบมาให้ง่ายสำหรับผู้บริโภค โดยเน้นให้ผู้ประกอบการเป็นผู้ดำเนินการหลัก เพื่อลดภาระและความยุ่งยากของผู้ซื้อ
การเลือกซื้อ E-Bike จากผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ
ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือการเลือกซื้อจักรยานยนต์ไฟฟ้าจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายที่ได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการจากกรมสรรพสามิต ผู้ซื้อควรสอบถามกับทางโชว์รูมหรือตัวแทนจำหน่ายโดยตรงว่ารถรุ่นที่สนใจนั้นเข้าเกณฑ์และสามารถใช้สิทธิ์เงินอุดหนุนได้หรือไม่ การตรวจสอบข้อมูลที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับส่วนลดตามสิทธิ์
บทบาทของผู้ประกอบการในการยื่นขอเงินอุดหนุน
หลังจากที่ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อรถที่เข้าเกณฑ์แล้ว ผู้ประกอบการ (ผู้จำหน่าย) จะเป็นผู้จัดการเอกสารทั้งหมดเพื่อยื่นขอเบิกเงินอุดหนุนจากกรมสรรพสามิต โดยจะแสดงหลักฐานการขายและข้อมูลจำเพาะของรถยนต์ เช่น สเปกแบตเตอรี่ เพื่อยืนยันว่ารถคันดังกล่าวมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขทุกประการ ด้วยเหตุนี้ ผู้ซื้อจึงไม่จำเป็นต้องดำเนินการยื่นเรื่องด้วยตนเอง เพียงเตรียมเอกสารส่วนตัวพื้นฐานสำหรับการซื้อขายรถตามปกติเท่านั้น
การตรวจสอบสิทธิ์และสถานะล่าสุด
เนื่องจากนโยบายและรายชื่อรุ่นรถที่เข้าร่วมโครงการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ผู้ที่สนใจจึงควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สุดคือประกาศจากกรมสรรพสามิตโดยตรง หรือสอบถามจากผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ การตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนการซื้อจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหากรถรุ่นนั้นๆ ไม่ได้อยู่ในรายการที่ได้รับสิทธิ์แล้ว
ภาพรวมมาตรการภาษีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าปี 2569
นอกเหนือจากเงินอุดหนุนโดยตรงสำหรับ E-Bike แล้ว ภาพรวมของนโยบาย EV ยังมีมาตรการทางภาษีอีกหลายส่วนที่ส่งผลต่อราคาจำหน่ายของยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคทางอ้อม
มาตรการทางภาษีเหล่านี้เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนของผู้ผลิตและผู้นำเข้า ทำให้ราคาขายปลีกของยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึง E-Bike สามารถแข่งขันกับรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในได้
| ประเภทภาษี | รายละเอียดสิทธิประโยชน์ | ระยะเวลา | เงื่อนไขเพิ่มเติม |
|---|---|---|---|
| ภาษีนำเข้า (รถยนต์ไฟฟ้า) | ลดสูงสุด 40% สำหรับรถราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท และ 20% สำหรับรถราคา 2-7 ล้านบาท | ถึง 31 ธ.ค. 2568 | ผู้ประกอบการต้องมีแผนผลิตชดเชยในประเทศ |
| ภาษีสรรพสามิต (รถยนต์ไฟฟ้า) | รถยนต์นั่ง BEV ลดเหลือ 2% (จาก 8%) รถกระบะ BEV ลดเหลือ 2% (จาก 0% แต่มีเงินอุดหนุนแทน) |
ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป | รถที่ผลิตในปี 2569 ต้องติดตั้งระบบ ADAS อย่างน้อย 2 ระบบ |
| ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา | สูงสุด 800,000 บาท (ร่างเสนอปรับใหม่ปี 2569) | เสนอเพื่อบังคับใช้ในปี 2569 | ส่วนใหญ่เน้นที่รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ไม่ใช่ E-Bike โดยตรง |
| EV เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ | พิจารณายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล | รอประกาศพระราชกฤษฎีกา | ไม่เกี่ยวข้องกับจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับบุคคลทั่วไป |
ข้อควรพิจารณาและคำแนะนำเพิ่มเติม
ความชัดเจนเรื่องการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ มาตรการหลักสำหรับผู้ซื้อ E-Bike ในปัจจุบันคือ “เงินอุดหนุนโดยตรง” ไม่ใช่ “การลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” แม้จะมีข่าวสารเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า แต่มาตรการดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก และยังเป็นข้อเสนอที่รอการบังคับใช้อย่างเป็นทางการในปี 2569 ดังนั้น ผู้ซื้อ E-Bike ควรวางแผนทางการเงินโดยอิงจากส่วนลด ณ จุดขายเป็นสำคัญ
ความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ
นโยบายของภาครัฐอาจมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและเป้าหมายของประเทศ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของกรมสรรพสามิต หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด ทั้งในเรื่องของเงื่อนไข คุณสมบัติของรถ และรายชื่อผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ
สรุป: โอกาสและความคุ้มค่าในการเลือกใช้ E-Bike
มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะเงินอุดหนุนสูงสุด 10,000 บาท ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังมองหายานพาหนะทางเลือกที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนนี้ช่วยลดกำแพงด้านราคา ทำให้จักรยานยนต์ไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น การทำความเข้าใจเงื่อนไขและขั้นตอนการรับสิทธิ์อย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายนี้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล แต่ยังมีส่วนร่วมในการผลักดันประเทศไปสู่เป้าหมายการใช้พลังงานสะอาดในอนาคต
ศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าครบวงจร
สำหรับผู้ที่สนใจและกำลังมองหาจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-Bike ที่มีคุณภาพและหลากหลายรุ่นเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการใช้งาน สามารถเยี่ยมชมและรับคำปรึกษาได้ที่ GIANT Shopping Mall ซึ่งเป็นศูนย์จำหน่ายที่รวบรวมยานยนต์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย
ช่องทางการติดต่อ:
- Facebook: FACEBOOK PAGE
- Line: LINE
- เว็บไซต์: ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม
เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
เบอร์โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้ง: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

