ลดหย่อนภาษี E-Bike: วิเคราะห์โอกาสและความเป็นไปได้ในไทย
- ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับนโยบายภาษี E-Bike
- ภาพรวมสถานการณ์การลดหย่อนภาษี E-Bike ในปัจจุบัน (ปี 2568)
- เจาะลึกโครงการ Easy E-Receipt 2.0 กับการซื้อ E-Bike
- วิเคราะห์โอกาสและความเป็นไปได้ของมาตรการสนับสนุน E-Bike ในอนาคต
- เปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของนโยบายปัจจุบันและอนาคต
- ข้อควรพิจารณาสำหรับผู้ที่สนใจซื้อจักรยานไฟฟ้า
- บทสรุปและทิศทางในอนาคตของนโยบาย E-Bike ในไทย
จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike กำลังกลายเป็นทางเลือกการเดินทางที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยคุณสมบัติที่ผสมผสานระหว่างการออกกำลังกาย ความสะดวกสบาย และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ ภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนการใช้งานยานพาหนะประเภทนี้ผ่านกลไกทางภาษีหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการซื้อ E-Bike ที่อาจช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นให้เกิดการใช้งานในวงกว้าง
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับนโยบายภาษี E-Bike
- ยังไม่มีมาตรการเฉพาะทาง: ณ ปี 2568 ประเทศไทยยังไม่มีนโยบายลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกมาเพื่อสนับสนุนการซื้อจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) โดยตรง
- ใช้สิทธิ์ผ่านโครงการทั่วไป: ผู้ซื้อสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ทางอ้อมผ่านโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการ Easy E-Receipt 2.0 หากร้านค้าที่จำหน่าย E-Bike สามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ได้ตามเงื่อนไข
- อนาคตขึ้นอยู่กับนโยบาย EV: ความเป็นไปได้ที่จะมีมาตรการสนับสนุน E-Bike โดยเฉพาะในอนาคต ขึ้นอยู่กับการขยายนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐ ซึ่งปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่กลุ่มรถยนต์เป็นหลัก
- ความพร้อมของผู้ประกอบการคือหัวใจสำคัญ: การได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีในปัจจุบันขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้จำหน่าย E-Bike ในการเข้าร่วมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร
ภาพรวมสถานการณ์การลดหย่อนภาษี E-Bike ในปัจจุบัน (ปี 2568)
การวิเคราะห์โอกาสและความเป็นไปได้ในการ ลดหย่อนภาษี E-Bike: วิเคราะห์โอกาสและความเป็นไปได้ในไทย พบว่าสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่มีมาตรการทางภาษีที่ระบุไว้โดยเฉพาะเจาะจงสำหรับจักรยานไฟฟ้า ซึ่งแตกต่างจากบางประเทศที่มีนโยบายอุดหนุนหรือลดหย่อนภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้ยานพาหนะสองล้อไฟฟ้าอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคชาวไทยจะไม่มีช่องทางในการใช้ประโยชน์จากนโยบายภาษีเลย เพียงแต่ต้องอาศัยมาตรการส่งเสริมการบริโภคในภาพรวมที่รัฐบาลจัดทำขึ้นเป็นรายปี ซึ่งเงื่อนไขสำคัญจะอยู่ที่รูปแบบของเอกสารหลักฐานการซื้อขายเป็นหลัก
นโยบายของไทยในปัจจุบันมุ่งเน้นการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาพใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะไฟฟ้า ผ่านมาตรการจูงใจด้านภาษีสรรพสามิตและเงินอุดหนุน แต่สำหรับยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กอย่าง E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยังไม่ถูกบรรจุเป็นเป้าหมายหลักในนโยบายสนับสนุนผู้บริโภคโดยตรง ดังนั้น การลดหย่อนภาษีจึงเป็นไปในลักษณะทางอ้อมและขึ้นอยู่กับโครงการพิเศษเป็นสำคัญ
ทำความเข้าใจจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ในบริบทของกฎหมายไทย
ก่อนจะพิจารณาเรื่องภาษี สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจสถานะของ E-Bike ตามกฎหมายไทย โดยทั่วไปแล้ว จักรยานไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กฎหมายกำหนด คือ มีกำลังมอเตอร์ไม่เกินเกณฑ์และสามารถใช้การปั่นควบคู่ไปด้วย จะถูกจัดอยู่ในประเภท “จักรยาน” ซึ่งไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก และผู้ขับขี่ไม่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ สถานะทางกฎหมายนี้ทำให้ E-Bike มีความคล่องตัวในการใช้งาน แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ไม่ถูกรวมอยู่ในกลุ่ม “รถยนต์” หรือ “รถจักรยานยนต์” ที่มักจะเป็นเป้าหมายหลักของนโยบายส่งเสริมด้านยานยนต์ไฟฟ้า
ช่องทางลดหย่อนภาษีทางอ้อมผ่านโครงการภาครัฐ
ช่องทางหลักเพียงหนึ่งเดียวในปัจจุบัน (ข้อมูล ณ ปี 2568) ที่ผู้ซื้อ E-Bike สามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ คือการเข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ตัวอย่างที่ชัดเจนคือโครงการ “Easy E-Receipt” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์
สาระสำคัญของโครงการลักษณะนี้คือ ผู้เสียภาษีสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) มาหักลดหย่อนได้ตามวงเงินที่กำหนด ดังนั้น หากร้านค้าที่จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าเป็นผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบดังกล่าว ผู้ซื้อก็สามารถขอเอกสารเพื่อนำไปใช้สิทธิ์ได้ นี่จึงเป็นกลไกทางอ้อมที่เปิดโอกาสให้การ ซื้อจักรยานไฟฟ้า สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
เจาะลึกโครงการ Easy E-Receipt 2.0 กับการซื้อ E-Bike
โครงการ Easy E-Receipt 2.0 (สมมติว่าเป็นโครงการในปี 2568) เป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่สุดในการนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อ E-Bike มาใช้ประโยชน์ทางภาษี โครงการนี้ไม่ได้จำกัดประเภทสินค้า แต่เน้นที่รูปแบบของเอกสารหลักฐานเป็นสำคัญ ซึ่งสะท้อนทิศทางของภาครัฐที่ต้องการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขสำคัญที่ต้องทราบ
เพื่อให้สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้อง ผู้ซื้อจำเป็นต้องเข้าใจเงื่อนไขของโครงการอย่างละเอียด ซึ่งโดยทั่วไปจะมีองค์ประกอบดังนี้:
- วงเงินลดหย่อน: โครงการมักกำหนดเพดานสูงสุดของค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ เช่น สูงสุด 50,000 บาทต่อคน โดยอาจมีการแบ่งประเภทของค่าใช้จ่าย เช่น ส่วนหนึ่งสำหรับสินค้าและบริการทั่วไป และอีกส่วนสำหรับสินค้า OTOP หรือวิสาหกิจชุมชน
- ผู้ประกอบการที่เข้าร่วม: ไม่ใช่ทุกร้านค้าจะสามารถออกเอกสารที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้ ร้านค้าต้องเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีความพร้อมในการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ผ่านระบบของกรมสรรพากร
- รูปแบบเอกสาร: หลักฐานที่ต้องใช้คือ “ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ” ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น เอกสารที่เป็นกระดาษหรือใบกำกับภาษีอย่างย่อจะไม่สามารถนำมาใช้ในโครงการนี้ได้
- ช่วงเวลาของโครงการ: สิทธิ์ในการลดหย่อนจะจำกัดอยู่เฉพาะการซื้อสินค้าและบริการที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาที่รัฐบาลประกาศเท่านั้น
ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ซื้อ E-Bike เพื่อลดหย่อนภาษี
สำหรับผู้ที่วางแผนจะซื้อจักรยานไฟฟ้าและต้องการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีผ่านโครงการลักษณะนี้ ควรปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
- ตรวจสอบคุณสมบัติร้านค้า: ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรสอบถามกับทางร้านค้าโดยตรงว่าสามารถออก “e-Tax Invoice” หรือ “e-Receipt” ตามเงื่อนไขของโครงการได้หรือไม่ ร้านค้าขนาดใหญ่หรือตัวแทนจำหน่ายที่เป็นทางการมักจะมีความพร้อมในส่วนนี้
- ดำเนินการซื้อภายในระยะเวลาโครงการ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวันที่ทำธุรกรรมซื้อขายและชำระเงินอยู่ในช่วงเวลาที่โครงการกำหนด
- แจ้งความประสงค์และให้ข้อมูล: ในขั้นตอนการชำระเงิน ต้องแจ้งความประสงค์ขอรับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ พร้อมให้ข้อมูลที่จำเป็น เช่น ชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขบัตรประชาชน 13 หลัก)
- รับและตรวจสอบเอกสาร: ร้านค้าจะจัดส่งไฟล์ e-Tax Invoice ให้ทางอีเมลหรือช่องทางดิจิทัลอื่น ๆ ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมดในเอกสารทันทีที่ได้รับ
- ยื่นภาษีประจำปี: เก็บไฟล์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ไว้ และนำข้อมูลค่าใช้จ่ายไปกรอกในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91) ในรอบปีภาษีนั้น ๆ โดยระบุในช่องรายการลดหย่อนตามที่โครงการกำหนด
การเตรียมความพร้อมและการตรวจสอบข้อมูลกับผู้ขายล่วงหน้าเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการซื้อ E-Bike ผ่านโครงการของภาครัฐได้สำเร็จ
วิเคราะห์โอกาสและความเป็นไปได้ของมาตรการสนับสนุน E-Bike ในอนาคต
แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่มีมาตรการโดยตรง แต่แนวโน้มและทิศทางนโยบายของภาครัฐบ่งชี้ถึงโอกาสที่ E-Bike อาจได้รับการสนับสนุนที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในอนาคต โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศในระยะยาว
นโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของไทยในภาพรวม
รัฐบาลไทยได้แสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการผลักดันประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาค ผ่านนโยบาย 30@30 ที่ตั้งเป้าหมายการผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle: ZEV) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) มาตรการรัฐบาล ที่ออกมาจึงมุ่งเน้นไปที่การดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV, PHEV, HEV) และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง ผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุนจาก BOI
แม้ว่านโยบายเหล่านี้จะยังไม่ครอบคลุมถึง E-Bike แต่ก็เป็นการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายนโยบายสนับสนุนไปยังยานพาหนะไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ ในลำดับถัดไป เมื่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีชาร์จ และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ มีความพร้อมมากขึ้น
ปัจจัยที่อาจผลักดันให้เกิดมาตรการลดหย่อนภาษี E-Bike โดยตรง
มีเหตุผลเชิงนโยบายหลายประการที่อาจทำให้รัฐบาลพิจารณาออกมาตรการ ส่งเสริมรถไฟฟ้า ขนาดเล็กอย่าง E-Bike โดยเฉพาะ:
- การแก้ปัญหามลพิษ PM2.5: E-Bike เป็นยานพาหนะที่ไม่ปล่อยมลพิษทางอากาศ การส่งเสริมให้คนหันมาใช้ E-Bike สำหรับการเดินทางระยะสั้นในเมือง สามารถเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการแก้ไขปัญหามลพิษฝุ่นละอองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การลดความแออัดของการจราจร: การสนับสนุนให้ใช้ยานพาหนะขนาดเล็ก ช่วยลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน
- การส่งเสริมสุขภาพและการท่องเที่ยว: E-Bike เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการส่งเสริมการออกกำลังกายและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่ต่าง ๆ
- ต้นทุนต่ำและเข้าถึงง่าย: เมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้า E-Bike มีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ามาก การให้เงินอุดหนุนหรือลดหย่อนภาษีจึงใช้งบประมาณน้อยกว่า แต่สามารถกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางในวงกว้างได้
รูปแบบมาตรการสนับสนุนที่เป็นไปได้ในอนาคต
หากภาครัฐตัดสินใจที่จะออกมาตรการสนับสนุน E-Bike โดยตรง อาจมีได้หลายรูปแบบ นอกเหนือจากการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เช่น:
- เงินอุดหนุนโดยตรง (E-Bike Subsidy): การให้เงินอุดหนุนเป็นจำนวนเงินที่แน่นอนต่อการซื้อ E-Bike หนึ่งคัน ซึ่งเป็นมาตรการที่หลายประเทศในยุโรปใช้และได้ผลดี
- การลดหย่อนภาษีสรรพสามิต: การปรับลดหรือยกเว้นภาษีสรรพสามิตสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า E-Bike เพื่อทำให้ราคาจำหน่ายปลายทางถูกลง
- การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): การกำหนดให้การซื้อขาย E-Bike ได้รับการยกเว้น VAT ซึ่งจะช่วยลดราคาลงได้ทันที
เปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของนโยบายปัจจุบันและอนาคต
| ลักษณะ | นโยบายปัจจุบัน (ผ่าน Easy E-Receipt) | นโยบายเฉพาะทางในอนาคต (คาดการณ์) |
|---|---|---|
| ความครอบคลุม | จำกัดเฉพาะผู้ขายที่เข้าร่วมระบบ e-Tax Invoice และขึ้นอยู่กับการประกาศโครงการเป็นรายปี | อาจครอบคลุมผู้จำหน่าย E-Bike ที่ลงทะเบียนทุกราย และเป็นมาตรการถาวรหรือระยะยาว |
| ผลกระทบต่อผู้ซื้อ | ได้รับประโยชน์ทางอ้อม วงเงินจำกัดและใช้ร่วมกับสินค้าอื่น ๆ อัตราการประหยัดภาษีขึ้นอยู่กับฐานภาษีของผู้ซื้อ | ได้รับประโยชน์โดยตรงและชัดเจน อาจเป็นส่วนลด ณ จุดขาย (เงินอุดหนุน) หรือลดหย่อนภาษีในวงเงินที่สูงกว่า |
| ความซับซ้อน | ผู้ซื้อต้องตรวจสอบคุณสมบัติร้านค้าและเก็บหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์เพื่อยื่นภาษีด้วยตนเอง | ขั้นตอนอาจง่ายกว่า เช่น การยื่นขอเงินอุดหนุน หรือเป็นสิทธิ์ลดหย่อนที่ระบุชัดเจนในแบบแสดงรายการภาษี |
| วัตถุประสงค์หลัก | กระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมและส่งเสริมระบบภาษีดิจิทัล | ส่งเสริมการใช้ E-Bike โดยเฉพาะ เพื่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม การจราจร และพลังงาน |
ข้อควรพิจารณาสำหรับผู้ที่สนใจซื้อจักรยานไฟฟ้า
สำหรับผู้บริโภคที่กำลังพิจารณาซื้อ E-Bike และคาดหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่มักจะมีการประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสำหรับปีถัดไป การเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือและมีความพร้อมด้านระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์จะเพิ่มโอกาสในการได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีภายใต้นโยบายปัจจุบัน นอกจากนี้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของ E-Bike คุณสมบัติของแบตเตอรี่และมอเตอร์ รวมถึงบริการหลังการขาย ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
บทสรุปและทิศทางในอนาคตของนโยบาย E-Bike ในไทย
โดยสรุป ณ ปี 2568 ยังไม่มีมาตรการลดหย่อนภาษีที่ออกแบบมาสำหรับผู้ซื้อ E-Bike ในประเทศไทยโดยตรง อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วไปของภาครัฐ เช่น Easy E-Receipt ได้ หากซื้อสินค้าจากร้านค้าที่สามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นช่องทางทางอ้อมที่ต้องอาศัยความพร้อมของผู้ประกอบการเป็นสำคัญ
สำหรับอนาคต โอกาสที่ภาครัฐจะหันมาสนับสนุน E-Bike อย่างจริงจังนั้นมีความเป็นไปได้สูง โดยได้รับอิทธิพลจากทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาพใหญ่ของประเทศ และแรงผลักดันจากเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการแก้ไขปัญหาจราจรในเมือง การเกิดขึ้นของมาตรการเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นเงินอุดหนุนโดยตรงหรือการลดหย่อนภาษีแบบเจาะจง จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ E-Bike กลายเป็นตัวเลือกการเดินทางที่เข้าถึงง่ายและแพร่หลายยิ่งขึ้น ซึ่งต้องติดตามการประกาศนโยบายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง และกระทรวงพลังงานต่อไป
สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่ยั่งยืน และมองหาผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่จำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-Bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ พร้อมให้คำปรึกษาและบริการหลังการขายที่ครบวงจร สามารถเยี่ยมชมสินค้าและรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK PAGE, LINE หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์
