เจาะเทรนด์ E-Bike 2026: 5 เทคโนโลยีที่จะมาถึงเร็วๆ นี้
บทความนี้จะพาไปเจาะเทรนด์ E-Bike 2026: 5 เทคโนโลยีที่จะมาถึงเร็วๆ นี้ ซึ่งกำลังจะปฏิวัติประสบการณ์การขับขี่จักรยานไฟฟ้าให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น อุตสาหกรรมจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยนวัตกรรมใหม่ๆ มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพของแบตเตอรี่, การพัฒนามอเตอร์ให้มีขนาดเล็กลงแต่ทรงพลัง, และการผสานระบบอัจฉริยะเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของจักรยานไฟฟ้า แต่ยังส่งผลกระทบต่อวิถีการเดินทางและไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั่วโลกอีกด้วย
ประเด็นสำคัญของเทคโนโลยี E-Bike แห่งอนาคต
- ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ที่เหนือกว่า: เทคโนโลยีแบตเตอรี่ความหนาแน่นพลังงานสูงและแบตเตอรี่โซลิดสเตต จะทำให้ E-Bike วิ่งได้ไกลขึ้น ชาร์จเร็วขึ้น และมีความปลอดภัยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- มอเตอร์ขนาดเล็กแต่ทรงพลัง: การพัฒนามอเตอร์ให้มีน้ำหนักเบาลงแต่ยังคงประสิทธิภาพสูง จะช่วยให้การควบคุมจักรยานทำได้ดียิ่งขึ้น และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบสงบ
- ระบบการจัดการอัจฉริยะ: ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ที่ฉลาดขึ้นและการเชื่อมต่อผ่าน IoT จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่
- การเชื่อมต่อและฟีเจอร์อัจฉริยะ: E-Bike รุ่นใหม่จะมาพร้อมฟังก์ชันการทำงานที่ชาญฉลาด เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบควบคุมการลงทางลาดชัน, และการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน
- ผลกระทบต่อตลาด: นวัตกรรมเหล่านี้จะทำให้จักรยานไฟฟ้ากลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับผู้ใช้งานในวงกว้าง ทั้งในประเทศไทยและตลาดโลก ส่งเสริมการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
บทนำสู่โลกของ E-Bike ในยุคถัดไป
ความต้องการยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก อันเป็นผลมาจากความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมและความต้องการรูปแบบการเดินทางที่ยืดหยุ่นและประหยัดค่าใช้จ่าย จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike ได้กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สำคัญสำหรับผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองและผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางสำรวจ ด้วยเหตุนี้เอง อุตสาหกรรม E-Bike จึงมีการลงทุนวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งาน
ในปี 2026 เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเทคโนโลยีจักรยานไฟฟ้า ซึ่งจะไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นการก้าวกระโดดที่เปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่โดยสิ้นเชิง ตั้งแต่หัวใจหลักอย่างแบตเตอรี่และมอเตอร์ ไปจนถึงระบบสมองกลอัจฉริยะที่ช่วยให้การขับขี่ง่ายและปลอดภัยกว่าที่เคยเป็นมา การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะทำให้ E-Bike ไม่ใช่แค่ยานพาหนะทางเลือก แต่เป็นโซลูชันการเดินทางแห่งอนาคตที่ผสมผสานประสิทธิภาพ, ความสนุกสนาน, และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
เจาะลึก 5 เทคโนโลยีจักรยานไฟฟ้าแห่งปี 2026
การพัฒนาเทคโนโลยีในวงการ E-Bike มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาหลักๆ ที่ผู้ใช้งานเคยเผชิญ เช่น ระยะทางที่จำกัด, ระยะเวลาการชาร์จที่นาน, น้ำหนักของตัวรถ, และความปลอดภัยในการใช้งาน เทรนด์เทคโนโลยีในปี 2026 จะเข้ามาตอบโจทย์เหล่านี้โดยตรง และนี่คือ 5 เทคโนโลยีหลักที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาด
1. แบตเตอรี่ความหนาแน่นพลังงานสูง: ขับขี่ไกลขึ้น ไร้กังวล
หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของ E-Bike ในอดีตคือระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เทคโนโลยีแบตเตอรี่ความหนาแน่นพลังงานสูงคือคำตอบสำหรับปัญหานี้ โดยเป็นการเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ (วัดเป็นวัตต์-ชั่วโมง หรือ Wh) ให้สูงขึ้นในขณะที่ยังคงขนาดและน้ำหนักที่เหมาะสมไว้ได้
คำจำกัดความ: แบตเตอรี่ความหนาแน่นพลังงานสูง คือเซลล์แบตเตอรี่ที่สามารถเก็บพลังงานได้มากขึ้นในพื้นที่เท่าเดิม ทำให้ E-Bike สามารถติดตั้งแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงถึง 1000Wh หรือมากกว่าในรุ่นระดับกลางได้ ซึ่งหมายถึงระยะทางการขับขี่ที่ไกลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การประยุกต์ใช้และตัวอย่าง: ผู้ใช้งานจะสามารถเดินทางได้ไกลขึ้น ลดความถี่ในการชาร์จ และสามารถวางแผนการเดินทางระยะไกลหรือการสำรวจเส้นทางใหม่ๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะหมดกลางทาง ตัวอย่างที่เห็นได้ในตลาดปัจจุบัน เช่น YADEA OVA ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ 60V 23Ah สามารถวิ่งได้ไกลถึง 85 กิโลเมตร หรือ NIU NQiGT Sport ที่ทำระยะทางได้สูงสุดถึง 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
บริบทตลาด: เทรนด์นี้คาดว่าจะเป็นกระแสหลักในตลาดสหรัฐอเมริกาและตลาดยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก เนื่องจากตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่ต้องการความยืดหยุ่นและอิสระในการเดินทางมากขึ้น
2. แบตเตอรี่โซลิดสเตต: ก้าวต่อไปของความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
หากแบตเตอรี่ความหนาแน่นพลังงานสูงคือการพัฒนาที่สำคัญในปัจจุบัน แบตเตอรี่โซลิดสเตต ก็คือการปฏิวัติเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างแท้จริง นวัตกรรมนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญไม่เพียงแค่ในวงการ E-Bike แต่รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด
คำจำกัดความ: แบตเตอรี่โซลิดสเตต (Solid-State Battery) ใช้สารอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte) ที่เป็นของแข็งแทนของเหลวที่ใช้ในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบดั้งเดิม การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนี้ส่งผลดีในหลายมิติ
ข้อดีและการประยุกต์ใช้:
- ความปลอดภัยสูงขึ้น: การใช้อิเล็กโทรไลต์ของแข็งช่วยลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลและการติดไฟได้อย่างมาก ทำให้เป็นแบตเตอรี่ที่ปลอดภัยกว่า
- ความหนาแน่นพลังงานสูงกว่า: สามารถเก็บพลังงานได้มากกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในขนาดเดียวกัน หมายถึงระยะทางที่ไกลขึ้นไปอีก
- ชาร์จเร็วขึ้น: มีศักยภาพในการชาร์จที่เร็วกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
- อายุการใช้งานยาวนาน: ทนทานต่อการเสื่อมสภาพจากการชาร์จซ้ำๆ ได้ดีกว่า
ความเสี่ยงและบริบทตลาด: แม้ว่าเทคโนโลยีนี้จะมีศักยภาพสูง แต่ความท้าทายหลักในปัจจุบันคือต้นทุนการผลิตที่ยังสูงอยู่ คาดการณ์ว่า E-Bike ที่ใช้แบตเตอรี่โซลิดสเตตในรูปแบบของรุ่นต้นแบบ (Prototype) จะเริ่มปรากฏให้เห็นในปี 2026 อย่างไรก็ตาม การจะกลายเป็นเทคโนโลยีสำหรับตลาดในวงกว้างได้นั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถในการลดต้นทุนผ่านการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) ในอนาคต
3. การชาร์จเร็วและระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ (BMS)
นอกจากการเพิ่มระยะทางแล้ว การลดระยะเวลาในการชาร์จก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน E-Bike ในชีวิตประจำวัน เทคโนโลยีการชาร์จเร็วจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ควบคู่ไปกับระบบจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System หรือ BMS) ที่ชาญฉลาดขึ้น
คำจำกัดความและการประยุกต์ใช้: เทคโนโลยีการชาร์จเร็วช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถชาร์จแบตเตอรี่ E-Bike จนเต็มได้ในเวลาเพียง 2-3 ชั่วโมง ดังตัวอย่างในรุ่น NIU NQiGT Sport ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในเมืองที่ต้องการความคล่องตัวและการเตรียมพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
ในขณะเดียวกัน BMS อัจฉริยะ จะทำหน้าที่เป็นสมองกลของระบบแบตเตอรี่ โดยจะคอยตรวจสอบและควบคุมปัจจัยต่างๆ เช่น อุณหภูมิ, แรงดันไฟฟ้า, และกระแสไฟ เพื่อให้การชาร์จและการคายประจุเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ BMS รุ่นใหม่ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบ IoT (Internet of Things) ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะของแบตเตอรี่ผ่านแอปพลิเคชัน และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้อีกด้วย
บริบทตลาด: การผสมผสานระหว่างการชาร์จเร็วและ BMS อัจฉริยะจะมีความสำคัญอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด เช่น ผู้ที่ใช้ E-Bike ในการแข่งขัน หรือผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำทุกวัน
4. มอเตอร์น้ำหนักเบาและประสิทธิภาพสูง: พลังที่เงียบและนุ่มนวล
มอเตอร์คือหัวใจในการขับเคลื่อนของ E-Bike เทรนด์ในอนาคตคือการพัฒนามอเตอร์ให้มีน้ำหนักเบาลง แต่ยังคงให้กำลังและแรงบิดที่สูง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นธรรมชาติและควบคุมได้ง่ายยิ่งขึ้น
มอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงและน้ำหนักเบาจะช่วยลดน้ำหนักรวมของจักรยานไฟฟ้าลงได้อย่างมาก ส่งผลโดยตรงต่อความคล่องตัวในการควบคุมและการขับขี่ที่สนุกสนานยิ่งขึ้น
คำจำกัดความและตัวอย่าง: มอเตอร์รุ่นใหม่ๆ เช่น TQ HPR40 ที่ใช้ในจักรยาน SCOTT Fastlane รุ่นปี 2026 เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของเทรนด์นี้ มอเตอร์ดังกล่าวมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบามากจนทำให้จักรยานทั้งคันมีน้ำหนักเพียงประมาณ 21 ปอนด์ (ประมาณ 9.5 กิโลกรัม) เท่านั้น แต่ยังสามารถให้แรงบิดได้ถึง 40Nm นอกจากนี้ ยังทำงานได้เงียบมากและให้ความรู้สึกในการปั่นที่เป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับจักรยานประเภท Road Bike และ E-MTB (จักรยานเสือภูเขาไฟฟ้า)
สำหรับตลาดที่เน้นความเร็ว มอเตอร์กำลังสูงก็ยังคงมีการพัฒนาเช่นกัน เช่น มอเตอร์ขนาด 600W ใน YADEA OVA ที่ทำความเร็วได้ 42 กม./ชม. หรือมอเตอร์ 3000W ในจักรยานไฟฟ้า NIU ที่ให้พละกำลังมหาศาล
บริบทตลาด: เทรนด์นี้จะเห็นได้ชัดในกลุ่มจักรยานไฟฟ้าระดับไฮเอนด์และจักรยานสำหรับการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขัน E-Bike ที่ได้รับการรับรองจาก UCI ซึ่งมีการปรับเพิ่มกำลังมอเตอร์สูงสุดเป็น 750W peak เพื่อเพิ่มความท้าทายและความน่าตื่นเต้น
5. ระบบอัจฉริยะและการเชื่อมต่อ (Smart Systems & Connectivity)
เทคโนโลยีสุดท้ายที่จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ E-Bike คือระบบอัจฉริยะและการเชื่อมต่อ ซึ่งจะทำให้จักรยานไฟฟ้ากลายเป็น Smart E-Bike อย่างเต็มรูปแบบ
คำจำกัดความและการประยุกต์ใช้: ระบบเหล่านี้ประกอบด้วยฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่หลากหลาย เช่น:
- Cruise Control: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ช่วยให้ขับขี่ทางไกลได้สบายขึ้น
- Hill Descent Control (HDC): ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เพิ่มความปลอดภัย
- Traction Control System (TCS): ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ช่วยให้ยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่ลื่น
- การเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน: ผู้ใช้งานสามารถดูข้อมูลการขับขี่, สถานะแบตเตอรี่, นำทาง, และปรับตั้งค่าต่างๆ ของจักรยานได้ผ่านสมาร์ทโฟน
- มาตรฐานการกันน้ำ: มาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นในระดับ IPX6 หรือสูงกว่า จะทำให้สามารถใช้งาน E-Bike ได้ในทุกสภาพอากาศ รวมถึงฤดูฝน
บริบทตลาด: ฟีเจอร์เหล่านี้จะช่วยให้การขับขี่ E-Bike เป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ขับขี่มือใหม่และช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ในประเทศไทยมีตัวอย่างเช่น YADEA รุ่นที่มีเทคโนโลยี TTFAR ซึ่งมาพร้อมการรับประกันยาวนานถึง 2 ปี สะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
| เทคโนโลยี | คุณสมบัติหลัก | ประโยชน์หลักต่อผู้ใช้งาน | สถานะในตลาดปี 2026 (คาดการณ์) |
|---|---|---|---|
| แบตเตอรี่ความหนาแน่นสูง | ความจุสูง (อาจถึง 1000Wh+) | วิ่งได้ไกลขึ้น ลดความถี่ในการชาร์จ | กลายเป็นมาตรฐานในรุ่นระดับกลางถึงสูง |
| แบตเตอรี่โซลิดสเตต | อิเล็กโทรไลต์ของแข็ง | ปลอดภัยสูงมาก ชาร์จเร็ว อายุใช้งานยาว | เริ่มมีในรุ่นต้นแบบและรุ่นพิเศษ (ราคาสูง) |
| การชาร์จเร็วและ BMS อัจฉริยะ | ชาร์จเต็มใน 2-3 ชม. และเชื่อมต่อ IoT | สะดวก ประหยัดเวลา ยืดอายุแบตเตอรี่ | เริ่มเป็นมาตรฐานในหลายๆ รุ่น |
| มอเตอร์น้ำหนักเบา | น้ำหนักเบา แรงบิดสูง เสียงเงียบ | ควบคุมง่าย ขับขี่เป็นธรรมชาติ คล่องตัว | แพร่หลายในจักรยานสมรรถนะสูง |
| ระบบอัจฉริยะและการเชื่อมต่อ | ฟีเจอร์ช่วยเหลือการขับขี่และแอปพลิเคชัน | ปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น | มีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลาย |
บริบทตลาดและผลกระทบต่อผู้บริโภค
การมาถึงของเทคโนโลยีเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อตลาด E-Bike ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตลาด E-Bike ในประเทศไทย
ในประเทศไทย ตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและ E-Bike กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในด้านนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้มีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจเข้ามาทำตลาดมากขึ้น เช่น YADEA OVA, EM Bike Legend (ที่สามารถทำระยะทางได้ 100 กม. และความเร็วสูงสุด 100 กม./ชม.), และแบรนด์ NIU ที่มีจักรยานไฟฟ้าหลากหลายรุ่นในราคาตั้งแต่ 39,800 ถึง 154,900 บาท
ข้อดีคือ E-Bike บางรุ่นสามารถจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ ทำให้ถูกกฎหมายและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในช่วงปี 2025-2026 จะยิ่งทำให้ตลาดในประเทศไทยคึกคักมากขึ้น และทำให้ E-Bike กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน
แนวโน้มตลาดโลกและความยั่งยืน
ในตลาดโลก คาดการณ์ว่าราคาของ E-Bike อาจปรับตัวลดลงในบางกลุ่ม เนื่องจากมีสต็อกสินค้าเพิ่มขึ้นและมีการผลิตชิ้นส่วน OEM จากผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Shimano และ Fox มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนานวัตกรรมเฉพาะทางสำหรับ E-MTB เช่น Chain dampers และ Half-link chains จาก SRAM เพื่อรองรับแรงบิดสูงของมอเตอร์ไฟฟ้า
อีกหนึ่งแนวโน้มที่สำคัญคือ ความยั่งยืน โดยบริษัทผู้ผลิตเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาแบตเตอรี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และมีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในปัจจุบันที่ใส่ใจเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
บทสรุป: ทิศทางอนาคตของ E-Bike
อนาคตของจักรยานไฟฟ้าในปี 2026 และหลังจากนั้นจะถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมที่ทำให้การขับขี่มีประสิทธิภาพ, ปลอดภัย, และชาญฉลาดกว่าที่เคยเป็น เทคโนโลยีแบตเตอรี่ความหนาแน่นสูง, แบตเตอรี่โซลิดสเตต, การชาร์จเร็ว, มอเตอร์น้ำหนักเบา, และระบบอัจฉริยะ จะทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งาน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ E-Bike เป็นยานพาหนะที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางในเมืองและการพักผ่อนหย่อนใจเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันสังคมไปสู่การเดินทางที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย การมาถึงของเทคโนโลยีเหล่านี้จะทำให้ E-Bike กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์
ค้นหา E-Bike ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ
สำหรับผู้ที่สนใจในเทคโนโลยีจักรยานไฟฟ้าและกำลังมองหา E-Bike ที่ใช่ ที่ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและทุกไลฟ์สไตล์
สามารถเข้ามาสัมผัสและทดลองขับขี่จักรยานไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ พร้อมรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่:
ที่ตั้งร้าน: 44 หมู่ 14 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ติดตามข่าวสาร โปรโมชั่น และนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ทาง:
FACEBOOK PAGE | LINE
หรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านทางเว็บไซต์

