ต้องทำใบขับขี่ไหม? สรุปกฎหมาย ‘จักรยานไฟฟ้า’ ปี 2025 ขี่แบบไหนตำรวจไม่จับ
- ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายจักรยานไฟฟ้า
- ทำความเข้าใจสถานะทางกฎหมายของจักรยานไฟฟ้าในประเทศไทย
- นิยามความแตกต่าง: จักรยานไฟฟ้า vs. มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
- สรุปข้อเปรียบเทียบจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
- กฎหมายจักรยานไฟฟ้า ปี 2025: สิ่งที่ต้องรู้และแนวโน้มในอนาคต
- แนวปฏิบัติเพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย
- คำถามที่พบบ่อย: เคลียร์ทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้า
- บทสรุป: ขับขี่จักรยานไฟฟ้าอย่างมั่นใจในปี 2025
- เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานและตอบโจทย์
กระแสความนิยมยานพาหนะไฟฟ้ากำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ “จักรยานไฟฟ้า” ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย เนื่องจากความสะดวกสบาย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้จำนวนมากยังคงมีความกังวลและสับสนเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมาย โดยเฉพาะคำถามสำคัญที่ว่า ต้องทำใบขับขี่ไหม? สรุปกฎหมาย ‘จักรยานไฟฟ้า’ ปี 2025 ขี่แบบไหนตำรวจไม่จับ ถือเป็นประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน เพื่อการใช้งานอย่างถูกต้องและปลอดภัยบนท้องถนน
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายจักรยานไฟฟ้า
- การจำแนกประเภท: กฎหมายไทยแยก “จักรยานไฟฟ้า” ออกจาก “มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า” อย่างชัดเจน โดยใช้คุณสมบัติทางกายภาพและสมรรถนะเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา
- จักรยานไฟฟ้าไม่ต้องจดทะเบียน: หากยานพาหนะมีบันไดปั่น (Pedal) กำลังมอเตอร์ไม่สูง และมีความเร็วสูงสุดไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะถูกจัดอยู่ในประเภท “จักรยาน” ซึ่งไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนหรือมีใบขับขี่
- มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าต้องจดทะเบียน: ยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ไม่มีบันไดปั่น และมีสมรรถนะสูง (กำลังมอเตอร์เกิน 250 วัตต์ และความเร็วสูงสุดเกิน 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) จะเข้าข่ายเป็น “รถจักรยานยนต์” ซึ่งต้องจดทะเบียนและผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ตามกฎหมาย
- ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ: แม้จักรยานไฟฟ้าบางประเภทจะไม่ต้องมีใบขับขี่ แต่ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เช่น สวมหมวกกันน็อก ขับขี่ชิดซ้าย และใช้สัญญาณมือ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมทาง
- ช่องว่างทางกฎหมาย: กฎระเบียบสำหรับจักรยานไฟฟ้ากำลังต่ำยังคงมีช่องว่างและอยู่ระหว่างการพัฒนา ผู้ใช้งานจึงควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง
ทำความเข้าใจสถานะทางกฎหมายของจักรยานไฟฟ้าในประเทศไทย
การเติบโตของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าได้นำมาซึ่งนวัตกรรมการเดินทางรูปแบบใหม่ที่หลากหลาย ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าไปจนถึงสกู๊ตเตอร์และจักรยานไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งจักรยานไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มคนเมือง นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องการ phương tiệnเดินทางระยะสั้นที่คล่องตัวและประหยัดพลังงาน อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่นี้ได้สร้างความท้าทายให้กับกรอบกฎหมายที่มีอยู่เดิม ทำให้เกิดคำถามและความไม่แน่นอนในหมู่ผู้ใช้งานว่ายานพาหนะของตนนั้นถูกกฎหมายหรือไม่ และต้องปฏิบัติตามข้อบังคับใดบ้าง
ความสำคัญของการทำความเข้าใจกฎหมายจักรยานไฟฟ้าในปี 2025 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การหลีกเลี่ยงการถูกจับปรับจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยบนท้องถนน การคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยในกรณีเกิดอุบัติเหตุ และความรับผิดชอบต่อสังคม การทราบถึงนิยามและข้อกำหนดที่ชัดเจนจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อและใช้งานจักรยานไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสมและมั่นใจ ขณะเดียวกันก็เป็นแนวทางให้ผู้กำกับนโยบายพิจารณาปรับปรุงกฎหมายให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและครอบคลุมการใช้งานในทุกมิติ โดยเฉพาะการดูแลความปลอดภัยของผู้ขับขี่ที่เป็นเยาวชนซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นิยามความแตกต่าง: จักรยานไฟฟ้า vs. มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
หัวใจสำคัญของการพิจารณาว่ายานพาหนะไฟฟ้าสองล้อของคุณต้องมีใบขับขี่หรือจดทะเบียนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการจำแนกประเภทตามกฎหมาย ซึ่งมีเกณฑ์การพิจารณาหลักอยู่ที่ลักษณะทางกายภาพและสมรรถนะของตัวรถ การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง “จักรยานไฟฟ้า” และ “มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า” จะช่วยไขข้อข้องใจทั้งหมดได้
จักรยานไฟฟ้า (Electric Bike หรือ E-Bike)
ตามแนวทางการตีความกฎหมายในปัจจุบันและอ้างอิงมาตรฐานสากล จักรยานไฟฟ้า หรือ E-Bike คือยานพาหนะที่ยังคงคุณลักษณะของ “จักรยาน” แบบดั้งเดิมไว้เป็นหลัก กล่าวคือ เป็นรถที่มีโครงสร้างให้ผู้ขับขี่สามารถใช้แรงของตนเองในการขับเคลื่อนได้
- ลักษณะสำคัญ: คุณสมบัติที่ชัดเจนที่สุดคือ การมีบันไดสำหรับปั่น (Pedal) ที่ใช้งานได้จริง ระบบไฟฟ้าเป็นเพียงระบบเสริมแรง (Pedal-Assist) หรืออาจมีคันเร่งขนาดเล็ก แต่กำลังของมอเตอร์และ ความเร็วจะถูกจำกัดไว้
- สมรรถนะตามเกณฑ์: โดยทั่วไปแล้ว หากกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าไม่เกิน 250 วัตต์ และทำความเร็วสูงสุดเมื่อใช้กำลังจากมอเตอร์ได้ไม่เกิน 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะถูกพิจารณาว่าเป็นจักรยาน
- สถานะทางกฎหมาย: เมื่อเข้าข่ายเป็นจักรยาน ยานพาหนะประเภทนี้จึงไม่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ในหมวดของรถจักรยานยนต์ ทำให้ ไม่ต้องจดทะเบียน ไม่ต้องมีแผ่นป้ายทะเบียน และผู้ขับขี่ไม่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่
จักรยานไฟฟ้าที่มีบันไดปั่นและมีความเร็วจำกัดไม่เกิน 25 กม./ชม. ถือเป็น “จักรยาน” ตามกฎหมาย ผู้ใช้จึงไม่ต้องกังวลเรื่องใบขับขี่และการจดทะเบียน
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (Electric Motorcycle)
ในทางกลับกัน มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคือยานพาหนะที่ถูกออกแบบมาให้ขับเคลื่อนด้วยกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก มีลักษณะและการใช้งานใกล้เคียงกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน
- ลักษณะสำคัญ: โดยส่วนใหญ่จะ ไม่มีบันไดสำหรับปั่น หรือหากมีก็ไม่ได้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน การควบคุมความเร็วทำได้โดยการบิดคันเร่งเพียงอย่างเดียว มีรูปทรงคล้ายสกู๊ตเตอร์หรือมอเตอร์ไซค์ทั่วไป
- สมรรถนะตามเกณฑ์: หากยานพาหนะมีกำลังมอเตอร์ตั้งแต่ 250 วัตต์ขึ้นไป และ/หรือ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้เกิน 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะถูกจัดประเภทเป็นรถจักรยานยนต์ทันที
- สถานะทางกฎหมาย: ยานพาหนะประเภทนี้จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการขนส่งทางบกอย่างเต็มรูปแบบ ผู้ครอบครองมีหน้าที่ต้องนำรถไป จดทะเบียนเพื่อขอรับแผ่นป้ายทะเบียน และผู้ขับขี่ จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล เช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ทั่วไป
สรุปข้อเปรียบเทียบจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถสรุปความแตกต่างที่สำคัญระหว่างยานพาหนะทั้งสองประเภทได้ดังตารางต่อไปนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเลือกซื้อและใช้งาน
| คุณสมบัติ | จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) | มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า |
|---|---|---|
| บันไดปั่น (Pedal) | มี (เป็นส่วนประกอบหลัก) | ไม่มี (หรือมีแต่ไม่ใช่กลไกหลัก) |
| กำลังมอเตอร์ (โดยประมาณ) | ไม่เกิน 250 วัตต์ | มากกว่า 250 วัตต์ |
| ความเร็วสูงสุด | ไม่เกิน 25 กม./ชม. | มากกว่า 45 กม./ชม. |
| การจดทะเบียน | ไม่จำเป็น | จำเป็น |
| แผ่นป้ายทะเบียน | ไม่จำเป็น | จำเป็น |
| ใบอนุญาตขับขี่ | ไม่จำเป็น | จำเป็น (ใบขับขี่รถจักรยานยนต์) |
| สถานะตามกฎหมาย | จักรยาน | รถจักรยานยนต์ |
กฎหมายจักรยานไฟฟ้า ปี 2025: สิ่งที่ต้องรู้และแนวโน้มในอนาคต
แม้ว่าหลักการจำแนกประเภทข้างต้นจะเป็นแนวทางที่ชัดเจนในปัจจุบัน แต่ผู้ใช้งานควรตระหนักว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะไฟฟ้ายังคงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การติดตามข้อมูลและทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันจึงเป็นสิ่งจำเป็น
สถานการณ์ปัจจุบันและช่องว่างทางกฎหมายที่ควรทราบ
ข้อมูล ณ ปี 2025 พบว่ากฎหมายไทยยังไม่มีการระบุข้อกำหนดสำหรับ “จักรยานไฟฟ้า” โดยเฉพาะเจาะจงลงในพระราชบัญญัติใดฉบับหนึ่งอย่างเป็นทางการ การบังคับใช้จึงเป็นการตีความจากกฎหมายเดิมที่มีอยู่ คือ พระราชบัญญัติจราจรทางบก และพระราชบัญญัติรถยนต์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่ชัดเจนในบางกรณี เช่น จักรยานไฟฟ้าขนาดเล็กที่ไม่มีบันไดปั่นแต่มีความเร็วต่ำมาก
นอกจากนี้ ประเด็นที่น่ากังวลและยังคงเป็นช่องว่างทางนโยบายคือเรื่อง ความปลอดภัยของผู้ขับขี่ที่เป็นเยาวชน เนื่องจากจักรยานไฟฟ้าที่จัดอยู่ในประเภทจักรยานนั้นไม่มีข้อกำหนดเรื่องอายุของผู้ขับขี่ ทำให้เยาวชนสามารถเข้าถึงและใช้งานบนท้องถนนได้โดยขาดทักษะและความเข้าใจในกฎจราจรที่เพียงพอ ซึ่งเป็นประเด็นที่หน่วยงานกำกับดูแลกำลังให้ความสนใจและอาจนำไปสู่การออกกฎระเบียบเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้น
การอ้างอิงมาตรฐานสากล: แนวทางที่น่าจะเป็นของไทย
เพื่อคาดการณ์ทิศทางของกฎหมายไทยในอนาคต การศึกษามาตรฐานจากต่างประเทศที่มีกฎระเบียบเข้มงวด เช่น ออสเตรเลีย สามารถให้ภาพที่ชัดเจนขึ้นได้ ในหลายประเทศ จักรยานไฟฟ้าที่ถูกกฎหมายและได้รับการยกเว้นจากการจดทะเบียนมักมีคุณสมบัติร่วมกันคือ:
- กำลังมอเตอร์ต่อเนื่อง: จำกัดไว้ไม่เกิน 250–500 วัตต์
- ระบบตัดการทำงาน: มอเตอร์ต้องหยุดทำงานเมื่อความเร็วถึง 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือเมื่อผู้ขับขี่หยุดปั่น
- ต้องมีบันไดปั่นที่ใช้งานได้: เพื่อยืนยันสถานะความเป็น “จักรยาน”
แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นว่าเกณฑ์การพิจารณาจะมุ่งเน้นไปที่การจำกัดสมรรถนะของยานพาหนะไม่ให้สูงเกินกว่าจักรยานทั่วไปมากนัก เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ทางคนอื่น มีความเป็นไปได้สูงที่ประเทศไทยจะนำมาตรฐานลักษณะนี้มาปรับใช้เป็นกฎหมายที่ชัดเจนในอนาคต ดังนั้น การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและลดความเสี่ยงด้านกฎหมายในระยะยาว
แนวปฏิบัติเพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัยและถูกกฎหมาย
นอกเหนือจากการทำความเข้าใจข้อกฎหมายแล้ว การปฏิบัติตนในฐานะผู้ขับขี่ที่ดีก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การใช้งานจักรยานไฟฟ้าเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย
หลักเกณฑ์การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรตรวจสอบคุณสมบัติของจักรยานไฟฟ้าอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่ายานพาหนะคันนั้นเข้าข่ายประเภทจักรยานและไม่ต้องจดทะเบียน
- ตรวจสอบคุณสมบัติทางเทคนิค: สอบถามผู้ขายเกี่ยวกับกำลังวัตต์ของมอเตอร์และความเร็วสูงสุดที่ทำได้ ควรเลือกซื้อรุ่นที่มีกำลังไม่เกิน 250 วัตต์ และความเร็วไม่เกิน 25 กม./ชม.
- ยืนยันการมีบันไดปั่น: เลือกรุ่นที่มีบันไดปั่นที่แข็งแรงและใช้งานได้จริง หลีกเลี่ยงรุ่นที่ดัดแปลงหรือมีลักษณะคล้ายมอเตอร์ไซค์มากเกินไป
- เอกสารกำกับ: ขอเอกสารยืนยันคุณสมบัติจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายเก็บไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบ
ข้อควรปฏิบัติบนท้องถนนเพื่อความปลอดภัย
แม้จะไม่ต้องมีใบขับขี่ แต่ผู้ใช้จักรยานไฟฟ้าทุกคนยังคงต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 อย่างเคร่งครัด
- สวมหมวกกันน็อก: เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในการป้องกันการบาดเจ็บที่ศีรษะ ควรเลือกสวมหมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐานทุกครั้งที่ขับขี่
- ขับขี่ชิดขอบทางด้านซ้าย: ใช้ช่องทางเดินรถด้านซ้ายสุดเสมอ และระมัดระวังรถที่จอดอยู่ริมทางหรือประตูรถที่อาจเปิดออกมากะทันหัน
- เคารพสัญญาณไฟจราจร: ปฏิบัติตามสัญญาณไฟและป้ายจราจรทุกประเภทเช่นเดียวกับยานพาหนะอื่นๆ
- ให้สัญญาณมือ: ใช้สัญญาณมือที่ชัดเจนเมื่อต้องการเลี้ยวหรือหยุดรถ เพื่อให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะอื่นสามารถคาดการณ์ทิศทางได้
- ติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบ: ควรติดตั้งไฟส่องสว่างทั้งด้านหน้า (สีขาว) และด้านหลัง (สีแดง) รวมถึงแตรหรือกระดิ่ง สำหรับการขับขี่ในเวลากลางคืนหรือในที่ที่มีแสงสว่างน้อย
คำถามที่พบบ่อย: เคลียร์ทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้า
เพื่อสร้างความเข้าใจที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นี่คือคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายและการใช้งานจักรยานไฟฟ้า
จักรยานไฟฟ้าแบบไม่มีที่ปั่น ผิดกฎหมายหรือไม่?
ยานพาหนะไฟฟ้าสองล้อที่ไม่มีบันไดปั่นจะมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกตีความว่าเป็น “รถจักรยานยนต์” หากสมรรถนะของรถ เช่น ความเร็วสูงสุดหรือกำลังมอเตอร์ เข้าข่ายตามที่กฎหมายกำหนด ก็จำเป็นต้องจดทะเบียนและใช้ใบขับขี่ หากไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง อาจถือว่าเป็นการใช้รถที่ไม่ได้จดทะเบียนและไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย
เด็กและเยาวชนสามารถขี่จักรยานไฟฟ้าได้หรือไม่?
สำหรับจักรยานไฟฟ้าที่จัดอยู่ในประเภท “จักรยาน” (มีบันไดปั่น, ความเร็วต่ำ) ปัจจุบันยังไม่มีข้อจำกัดด้านอายุที่ชัดเจนตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองควรใช้วิจารณญาณอย่างสูงในการอนุญาตให้บุตรหลานใช้งาน โดยคำนึงถึงวุฒิภาวะ ทักษะการขับขี่ และความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์บนท้องถนนจริง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
จำเป็นต้องต่อทะเบียนและเสียภาษีประจำปีหรือไม่?
ไม่จำเป็น สำหรับจักรยานไฟฟ้าที่เข้าข่ายเป็น “จักรยาน” จะได้รับการยกเว้นจากการจดทะเบียนและการเสียภาษีรถประจำปี แต่หากเป็น “มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า” ที่จดทะเบียนแล้ว เจ้าของรถมีหน้าที่ต้องต่อภาษีประจำปีเช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ทั่วไป
หากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจสอบ ควรทำอย่างไร?
ควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างสุภาพ ชี้แจงคุณสมบัติของรถที่ใช้งาน โดยเน้นย้ำถึงการมีบันไดปั่น กำลังมอเตอร์ที่ไม่สูง และความเร็วสูงสุดที่ถูกจำกัดไว้ ซึ่งทำให้รถเข้าข่ายเป็นจักรยาน การเตรียมเอกสารกำกับคุณสมบัติตัวรถจากผู้ขายไว้แสดงจะช่วยให้การชี้แจงมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
บทสรุป: ขับขี่จักรยานไฟฟ้าอย่างมั่นใจในปี 2025
โดยสรุปแล้ว คำตอบของคำถามที่ว่า ต้องทำใบขับขี่ไหม? สรุปกฎหมาย ‘จักรยานไฟฟ้า’ ปี 2025 ขี่แบบไหนตำรวจไม่จับ นั้นขึ้นอยู่กับ “ประเภท” ของยานพาหนะที่ใช้งาน หากเป็น จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) ที่มีบันไดปั่นเป็นส่วนประกอบหลัก กำลังมอเตอร์ไม่เกิน 250 วัตต์ และมีความเร็วสูงสุดไม่เกิน 25 กม./ชม. ยานพาหนะดังกล่าวจะถูกจัดว่าเป็น “จักรยาน” ซึ่งไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนหรือมีใบขับขี่ ในทางตรงกันข้าม หากเป็น มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ที่ไม่มีบันไดปั่นและมีสมรรถนะสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องดำเนินการจดทะเบียนและผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ตามกฎหมาย
ดังนั้น เพื่อการใช้งานที่ถูกต้องและไร้กังวล ผู้ใช้ควรเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ของ “จักรยาน” และที่สำคัญที่สุดคือการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดพร้อมสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันเสมอ เพราะความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน
เลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานและตอบโจทย์
สำหรับการเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในการเดินทาง GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมยานพาหนะไฟฟ้าหลากหลายประเภท พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับคุณสมบัติและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและใช้งานได้อย่างมั่นใจ
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
GIANT Shopping Mall
ที่ตั้ง: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
เปิดให้บริการ: วันจันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
สามารถติดตามข่าวสารและโปรโมชั่น หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางออนไลน์:
FACEBOOK PAGE | LINE | ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม

