“`html
E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เลือกคันไหนที่ใช่สำหรับคุณ?
ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล (Personal Electric Vehicle) กำลังกลายเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับการเดินทางในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะจักรยานไฟฟ้า (E-Bike) และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-Scooter) ซึ่งต่างก็มีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป การทำความเข้าใจถึงคุณสมบัติหลักของยานพาหนะทั้งสองประเภทจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการตัดสินใจที่เหมาะสมที่สุด
ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา
- วัตถุประสงค์การใช้งาน: จักรยานไฟฟ้าเหมาะสำหรับการเดินทางระยะไกลและให้ความสะดวกสบายสูงกว่า ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเน้นความคล่องตัวและการเดินทางระยะสั้นในเมือง
- ลักษณะทางกายภาพ: จักรยานไฟฟ้ามีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่า แต่ให้ความเสถียรภาพสูง ส่วนสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และพับเก็บได้ง่าย
- สมรรถนะ: โดยทั่วไปจักรยานไฟฟ้าทำความเร็วและวิ่งได้ระยะทางไกลกว่าต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เมื่อเทียบกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
- ความปลอดภัย: ล้อขนาดใหญ่และโครงสร้างที่มั่นคงของจักรยานไฟฟ้าทำให้มีความปลอดภัยสูงกว่าบนพื้นผิวถนนที่หลากหลาย ขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอาจไม่เหมาะกับถนนที่ขรุขระ
- ราคา: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามักมีราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายกว่าจักรยานไฟฟ้า ซึ่งสะท้อนถึงความซับซ้อนของเทคโนโลยีและวัสดุที่ใช้
การตัดสินใจระหว่าง E-Bike vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เลือกคันไหนที่ใช่สำหรับคุณ? นับเป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหายานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลที่ตอบโจทย์การเดินทางในชีวิตประจำวัน ทั้งสองตัวเลือกต่างมอบความสะดวกสบายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในด้านการออกแบบ สมรรถนะ และประสบการณ์การขับขี่ การทำความเข้าใจในรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยให้สามารถเลือกยานพาหนะที่เหมาะสมกับความต้องการ ระยะทางการเดินทาง สภาพเส้นทาง และงบประมาณได้อย่างแม่นยำที่สุด
ทำความรู้จักยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล
ความนิยมในยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของเมืองที่ทำให้การจราจรติดขัดมากขึ้น ประกอบกับความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมที่ผลักดันให้ผู้คนมองหาทางเลือกการเดินทางที่ยั่งยืนและลดการปล่อยมลพิษ ยานพาหนะเหล่านี้จึงเข้ามาตอบโจทย์คนเมือง นักศึกษา และวัยทำงานที่ต้องการความคล่องตัวในการเดินทางระยะสั้นถึงปานกลาง หรือที่เรียกว่า “Last-mile transportation” ซึ่งหมายถึงการเดินทางเชื่อมต่อจากระบบขนส่งสาธารณะไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้าย เช่น จากสถานีรถไฟฟ้าไปยังที่ทำงานหรือที่พักอาศัย
กลุ่มผู้ใช้งานหลักของจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีความหลากหลาย ตั้งแต่นักเรียนนักศึกษาที่ใช้เดินทางในมหาวิทยาลัย พนักงานออฟฟิศที่ใช้เดินทางไป-กลับจากที่ทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงรถติด ไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการยานพาหนะที่ใช้งานง่ายและปลอดภัยสำหรับการเดินทางใกล้บ้าน นอกจากนี้ ธุรกิจจัดส่งสินค้าขนาดเล็กก็เริ่มนำยานพาหนะเหล่านี้มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการบริการ การเลือกใช้ยานพาหนะไฟฟ้าจึงไม่ใช่เป็นเพียงกระแส แต่เป็นทางออกที่ใช้งานได้จริงสำหรับวิถีชีวิตสมัยใหม่
เปรียบเทียบความแตกต่างรอบด้าน: E-Bike และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบคุณสมบัติในแต่ละด้านของยานพาหนะทั้งสองประเภทเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะช่วยให้ประเมินได้ว่าแบบใดที่สอดคล้องกับความต้องการและข้อจำกัดของแต่ละบุคคลมากที่สุด
การออกแบบและโครงสร้างทางกายภาพ
จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) มีโครงสร้างพื้นฐานคล้ายกับจักรยานทั่วไป ประกอบด้วยเฟรม ล้อ เบาะนั่ง และแฮนด์บังคับ แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ แบตเตอรี่ และระบบควบคุม ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ระบบช่วยปั่น (Pedal-Assist) ที่มอเตอร์จะทำงานเมื่อออกแรงปั่น หรือใช้คันเร่ง (Throttle) เพื่อขับเคลื่อนโดยไม่ต้องปั่นเลยก็ได้ จุดเด่นคือการออกแบบที่เน้นความสบายในการเดินทางไกล สามารถปรับตำแหน่งเบาะและแฮนด์ให้เข้ากับสรีระได้ มีระบบกันสะเทือนในบางรุ่น และล้อขนาดใหญ่ที่ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-Scooter) ถูกออกแบบมาโดยเน้นความกะทัดรัดและเรียบง่าย มีลักษณะเป็นแท่นสำหรับยืน พร้อมแฮนด์จับสำหรับควบคุมทิศทางและอัตราเร่ง ผู้ขับขี่จะอยู่ในท่ายืนเป็นหลัก แม้บางรุ่นจะมีเบาะนั่งเสริม แต่ก็ไม่ได้ให้ความสบายเทียบเท่าจักรยานไฟฟ้า จุดแข็งที่สำคัญของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือการออกแบบให้พับเก็บได้และมีน้ำหนักเบา ทำให้สะดวกต่อการพกพาขึ้นรถไฟฟ้า หรือเก็บไว้ในพื้นที่จำกัดอย่างใต้โต๊ะทำงานหรือในท้ายรถยนต์ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างที่เล็กและล้อขนาดเล็กทำให้มีความเสถียรน้อยกว่าเมื่อต้องขับขี่บนพื้นผิวที่ไม่เรียบ
สมรรถนะด้านความเร็วและระยะทาง
ในด้านสมรรถนะ จักรยานไฟฟ้ามักมีความได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด โดยทั่วไปสามารถทำความเร็วได้ประมาณ 32-45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้งที่หลากหลายตั้งแต่ 20 ไปจนถึง 160 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดของแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพของมอเตอร์ และการใช้งานระบบช่วยปั่น ซึ่งการที่ผู้ขับขี่สามารถออกแรงปั่นช่วยได้นั้น ทำให้สามารถประหยัดพลังงานแบตเตอรี่และยืดระยะทางให้ไกลออกไปได้อีก จักรยานไฟฟ้าจึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางข้ามเมืองหรือการใช้งานที่ต้องการระยะทางไกล
ในทางกลับกัน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางระยะสั้นเป็นหลัก ความเร็วสูงสุดโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 15-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเฉลี่ยประมาณ 10-30 กิโลเมตร แม้สมรรถนะด้านระยะทางจะด้อยกว่า แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง เช่น การเดินทางจากบ้านไปยังร้านสะดวกซื้อ หรือการเดินทางระยะสั้นๆ ที่เน้นความรวดเร็วและคล่องตัวในการซอกแซกไปตามเส้นทางต่างๆ
ประสบการณ์การขับขี่และความสะดวกสบาย
หากให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายในการขับขี่ จักรยานไฟฟ้าคือผู้ชนะที่ชัดเจน ด้วยเบาะนั่งที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ท่านั่งที่เป็นธรรมชาติ และล้อขนาดใหญ่ ทำให้สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนนได้ดีกว่ามาก การขับขี่ในระยะทางไกลจึงไม่ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าที่ขาและหลังเท่ากับการยืนบนสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า นอกจากนี้ ระบบกันสะเทือนที่มีในจักรยานไฟฟ้าหลายรุ่นยังช่วยเพิ่มความนุ่มนวลและความมั่นใจในการขับขี่บนเส้นทางที่ขรุขระ
สำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ประสบการณ์การขับขี่จะเน้นไปที่ความสนุกสนานและความคล่องแคล่ว การควบคุมที่ง่ายดายทำให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การต้องยืนทรงตัวบนแท่นขนาดเล็กเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าได้ โดยเฉพาะบริเวณเท้าและแผ่นหลัง ล้อที่มีขนาดเล็กยังส่งผลให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงแรงสะเทือนจากทุกรอยต่อของพื้นถนนหรือหลุมบ่อขนาดเล็กได้ชัดเจนกว่า ดังนั้นจึงเหมาะกับการเดินทางบนพื้นผิวที่เรียบและในระยะเวลาที่ไม่นานเกินไป
การพกพา การจัดเก็บ และความคล่องตัว
เรื่องการพกพาถือเป็นจุดเด่นที่สุดของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าอย่างมีนัยสำคัญและกลไกการพับที่ใช้งานง่าย ทำให้ผู้ใช้สามารถพกพาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะหิ้วขึ้นบันได นำขึ้นรถโดยสารสาธารณะ หรือเก็บไว้ในห้องพักที่มีพื้นที่จำกัด ความคล่องตัวนี้ทำให้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นเพื่อนคู่ใจของคนเมืองที่ต้องเดินทางหลากหลายรูปแบบในแต่ละวัน
ในขณะที่จักรยานไฟฟ้ามีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด การเคลื่อนย้ายหรือยกขึ้นที่สูงจึงทำได้ลำบากกว่า การจัดเก็บจำเป็นต้องใช้พื้นที่เฉพาะ เช่น โรงจอดรถหรือห้องเก็บของ แม้ว่าจะมีจักรยานไฟฟ้าแบบพับได้ในตลาด แต่โดยทั่วไปก็ยังมีขนาดและน้ำหนักมากกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบพับได้ ดังนั้น หากข้อจำกัดด้านพื้นที่จัดเก็บและการพกพาเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า
ปัจจัยด้านราคาและความคุ้มค่า
โดยทั่วไป สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่าจักรยานไฟฟ้า ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด หรือผู้ที่ต้องการทดลองใช้ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลเป็นครั้งแรก ราคาที่เข้าถึงง่ายนี้สอดคล้องกับการใช้งานที่เน้นความสะดวกสบายในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอาจต้องพิจารณาในระยะยาว โดยเฉพาะการเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือยาง
ส่วนจักรยานไฟฟ้ามีราคาสูงกว่า เนื่องจากมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่า ใช้วัสดุที่ทนทานกว่า และมีเทคโนโลยีแบตเตอรี่และมอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า แม้ว่าการลงทุนเริ่มต้นจะสูง แต่ความคุ้มค่าในระยะยาวอาจมีมากกว่าสำหรับผู้ที่ใช้งานเป็นประจำและเดินทางไกล ความทนทาน อายุการใช้งานของส่วนประกอบต่างๆ และความสามารถในการใช้งานที่หลากหลายกว่า ตั้งแต่การเดินทางไปทำงานจนถึงการปั่นเพื่อสันทนาการ ทำให้จักรยานไฟฟ้าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับไลฟ์สไตล์ที่เหมาะสม
ความปลอดภัยและเสถียรภาพในการใช้งาน
ความปลอดภัยเป็นปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม จักรยานไฟฟ้ามีความได้เปรียบในด้านนี้อย่างมาก ด้วยล้อที่มีขนาดใหญ่กว่า ทำให้มีจุดศูนย์ถ่วงที่มั่นคงและยึดเกาะถนนได้ดีกว่า สามารถขับขี่ผ่านพื้นผิวที่ไม่เรียบหรือเปียกลื่นได้อย่างมั่นใจมากกว่า การควบคุมความเร็วด้วยการปั่นยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับความเร็วได้อย่างนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ ระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพสูงก็เป็นมาตรฐานในจักรยานไฟฟ้าส่วนใหญ่
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีความท้าทายด้านความปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากล้อขนาดเล็กและจุดศูนย์ถ่วงที่สูงกว่า ทำให้เสี่ยงต่อการเสียหลักได้ง่ายเมื่อเจอหลุมบ่อหรือสิ่งกีดขวางกะทันหัน การยืนขับขี่ทำให้การทรงตัวต้องอาศัยทักษะและความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้ใช้งานจึงควรเลือกใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนเส้นทางที่คุ้นเคยและมีสภาพพื้นผิวที่ดี และควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หมวกกันน็อกและสนับเข่าเสมอ
ตารางสรุป: E-Bike หรือ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ?
| ปัจจัย | จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-Scooter) |
|---|---|---|
| ระยะทางต่อการชาร์จ | เหมาะสำหรับการเดินทางไกล (20-160 กม.) | เหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้น (10-30 กม.) |
| ความเร็วสูงสุด | สูงกว่า (ประมาณ 32-45 กม./ชม.) | ต่ำกว่า (ประมาณ 15-25 กม./ชม.) |
| ความสะดวกสบาย | สูงมาก จากท่านั่ง เบาะ และระบบกันสะเทือน | น้อยกว่า เนื่องจากต้องยืนขับขี่เป็นหลัก |
| การพกพาและน้ำหนัก | น้ำหนักมาก ขนาดใหญ่ พกพาลำบาก | น้ำหนักเบา พับได้ พกพาสะดวกมาก |
| ความเสถียรและความปลอดภัย | สูงกว่า ด้วยล้อขนาดใหญ่และโครงสร้างที่มั่นคง | น้อยกว่า ไม่เหมาะกับถนนขรุขระ |
| ราคา | ราคาสูงกว่า | ราคาเข้าถึงง่ายกว่า |
| การใช้งานที่เหมาะสม | เดินทางไกล, ออกกำลังกาย, ใช้ในเส้นทางหลากหลาย | เดินทางระยะสั้นในเมือง, เชื่อมต่อขนส่งสาธารณะ |
การเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ
การตัดสินใจสุดท้ายขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และความต้องการส่วนบุคคลเป็นสำคัญ ลองพิจารณาจากสถานการณ์การใช้งานต่างๆ ดังนี้:
สำหรับนักศึกษาและวัยทำงานในเมือง
หากการเดินทางส่วนใหญ่เป็นการเดินทางระยะสั้นๆ เช่น จากหอพักไปอาคารเรียน หรือจากคอนโดไปสถานีรถไฟฟ้า และจำเป็นต้องพกพาขึ้นอาคารหรือใช้ร่วมกับระบบขนส่งสาธารณะ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือคำตอบที่ลงตัวที่สุด ด้วยความคล่องตัวและคุณสมบัติการพับเก็บที่ยอดเยี่ยม แต่หากเส้นทางที่ใช้ประจำวันมีระยะทางไกลกว่า 5-10 กิโลเมตร หรือต้องผ่านถนนที่มีการจราจรหนาแน่นและสภาพพื้นผิวไม่ดีนัก การลงทุนซื้อจักรยานไฟฟ้าจะให้ความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่ที่สูงกว่า
สำหรับการเดินทางระยะไกลและการออกกำลังกาย
สำหรับผู้ที่ต้องการยานพาหนะสำหรับเดินทางข้ามเขตในเมือง หรือต้องการใช้เพื่อการสันทนาการและออกกำลังกายในช่วงวันหยุด จักรยานไฟฟ้าเป็นตัวเลือกเดียวที่ตอบโจทย์นี้ได้ ด้วยระยะทางที่ไกลกว่า ความเร็วที่สูงกว่า และความสามารถในการปั่นออกกำลังกาย ทำให้จักรยานไฟฟ้าเป็นยานพาหนะอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ใช่เพียงแค่พาหนะสำหรับการเดินทางเท่านั้น
สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องการความมั่นคง
ความเสถียรและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่อาจไม่มั่นใจในการทรงตัว จักรยานไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย ท่านั่งขับขี่ที่มั่นคงและล้อขนาดใหญ่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมาก อีกทั้งยังใช้งานง่าย ไม่ต้องอาศัยการทรงตัวมากเท่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
สำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวสูงสุด
ในสถานการณ์ที่ต้องการความคล่องตัวสูงสุด เช่น การเดินทางในย่านธุรกิจที่แออัด หรือการใช้งานในพื้นที่โรงงานหรือคลังสินค้าขนาดใหญ่ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจะแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ขนาดที่เล็กกะทัดรัดทำให้สามารถซอกแซกและหาที่จอดได้ง่ายกว่าจักรยานไฟฟ้าอย่างมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็วในการเดินทางระยะสั้นๆ และความสะดวกในการจัดเก็บเป็นอันดับแรก
สรุปและแนวทางการตัดสินใจเลือกซื้อ
โดยสรุปแล้ว การเลือกระหว่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าสิ่งไหนดีกว่ากันอย่างสมบูรณ์ แต่ขึ้นอยู่กับว่า “สิ่งไหนที่ใช่สำหรับคุณ” หากเป้าหมายหลักคือการเดินทางระยะไกล ความสะดวกสบายในการขับขี่ และความสามารถในการใช้งานบนถนนที่หลากหลาย จักรยานไฟฟ้า (E-Bike) คือตัวเลือกที่เหนือกว่า แต่หากต้องการความคล่องตัวสูงสุด การพกพาที่สะดวกสบาย และมีงบประมาณที่จำกัดสำหรับการเดินทางระยะสั้นในเมือง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-Scooter) ก็จะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด
การประเมินความต้องการของตนเองอย่างรอบคอบ ทั้งในด้านระยะทางที่ใช้ในแต่ละวัน สภาพเส้นทางที่ต้องเผชิญ พื้นที่จัดเก็บ และงบประมาณ จะเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การเลือกยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด
สำหรับผู้ที่สนใจและกำลังมองหายานพาหนะไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมที่จำหน่ายทั้งจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการอย่างครบครัน สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ FACEBOOK PAGE และ LINE เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและค้นหายานพาหนะที่ใช่สำหรับคุณ
“`
