จักรยานไฟฟ้า vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เลือกคันไหนดี?
การเลือกยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคลกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มรถไฟฟ้า 2 ล้อ ซึ่งเป็นทางเลือกที่สะดวกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การตัดสินใจระหว่างจักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวในการเดินทางในเมืองและชานเมือง
- จักรยานไฟฟ้า (E-Bike): เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางในระยะทางไกล, เส้นทางที่มีความขรุขระ หรือผู้ที่ต้องการผสมผสานการเดินทางเข้ากับการออกกำลังกายผ่านการปั่นเสริม
- สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (E-Scooter): โดดเด่นในด้านความคล่องตัวสูง, น้ำหนักเบา, และความสามารถในการพับเก็บ ทำให้เหมาะกับการเดินทางระยะสั้นในเมือง, การเดินทางเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ หรือการใช้งานในพื้นที่จำกัด
- ปัจจัยในการเลือก: การตัดสินใจที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานเป็นหลัก เช่น ระยะทางที่เดินทางเป็นประจำ, สภาพพื้นผิวของเส้นทาง, ความจำเป็นในการพกพา และความชอบส่วนบุคคลในด้านท่าทางการขับขี่
- ข้อพิจารณาหลัก: คุณสมบัติทางเทคนิค เช่น น้ำหนักของตัวรถ, ขนาดของล้อ, ระยะทางสูงสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง, และความเร็วสูงสุด เป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องนำมาเปรียบเทียบเพื่อหาพาหนะที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด
การตัดสินใจในประเด็น **จักรยานไฟฟ้า vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: เลือกคันไหนดี?** ถือเป็นความท้าทายสำหรับผู้ที่มองหาพาหนะส่วนตัวที่คล่องตัวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยานพาหนะทั้งสองประเภทนี้มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำความเข้าใจในรายละเอียดของแต่ละประเภทจึงเป็นกุญแจสำคัญในการเลือกซื้อพาหนะที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และความต้องการในการเดินทางได้อย่างแท้จริง บทความนี้จะทำการเปรียบเทียบ e-bike และ e-scooter ในทุกมิติ ตั้งแต่คุณสมบัติด้านเทคนิค, การใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ, ไปจนถึงข้อดีข้อเสีย เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกซื้อรถไฟฟ้า 2 ล้อที่เหมาะสมที่สุด
ทำความเข้าใจความแตกต่าง: พาหนะไฟฟ้าสองล้อแห่งยุค
ในยุคที่การเดินทางในเมืองมีความซับซ้อนและเร่งรีบ ยานพาหนะไฟฟ้าส่วนบุคคล (Personal Electric Vehicle) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการมอบทางเลือกที่สะดวก, ประหยัด และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคือสองตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุด แต่กลับถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกสร้างขึ้นโดยเน้นที่ความเรียบง่าย, ความกะทัดรัด และความสะดวกในการพกพาเป็นหลัก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพาหนะสำหรับ “last-mile transportation” หรือการเดินทางระยะสั้นๆ เช่น จากบ้านไปยังสถานีรถไฟฟ้า หรือจากที่ทำงานไปยังร้านอาหารในช่วงพักกลางวัน ในทางกลับกัน จักรยานไฟฟ้าได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากจักรยานทั่วไป โดยเพิ่มระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาเสริม ทำให้ยังคงคุณสมบัติของการเป็นพาหนะที่มั่นคง, รองรับการเดินทางระยะไกลได้ดีกว่า และสามารถใช้งานบนสภาพถนนที่หลากหลายกว่าได้
ดังนั้น การเลือกระหว่างสองสิ่งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของดีไซน์ แต่เป็นการเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับภารกิจการเดินทางในแต่ละวัน ผู้ใช้งานในเมืองที่ต้องเผชิญกับการจราจรหนาแน่นและมีพื้นที่จัดเก็บจำกัดอาจพบว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าตอบโจทย์ได้ดีกว่า ในขณะที่ผู้ที่อาศัยอยู่ชานเมืองหรือต้องการพาหนะสำหรับเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดอาจได้รับประโยชน์จากระยะทางและความทนทานของจักรยานไฟฟ้ามากกว่า
เปรียบเทียบคุณสมบัติหลัก: จักรยานไฟฟ้า vs สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบคุณสมบัติทางเทคนิคโดยตรงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ตารางด้านล่างนี้รวบรวมข้อมูลจำเพาะที่สำคัญของยานพาหนะทั้งสองประเภท โดยอ้างอิงจากข้อมูลของรุ่นที่เป็นที่นิยมในตลาด เช่น Ninebot ES2 สำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และ DYU D2f สำหรับจักรยานไฟฟ้า รวมถึงข้อมูลจากรุ่นทั่วไปเพื่อเป็นภาพรวม
| คุณสมบัติ | สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า (รุ่นทั่วไป) | จักรยานไฟฟ้า (รุ่นทั่วไป) |
|---|---|---|
| น้ำหนักตัวรถ | ประมาณ 12.5 กก. (เบา, พับเก็บและยกได้ง่าย) | ประมาณ 17 กก. ขึ้นไป (หนักกว่า, อาจต้องใช้แรงในการยก) |
| ความเร็วสูงสุด | ประมาณ 25 กม./ชม. | 25–45 กม./ชม. (ขึ้นอยู่กับรุ่นและกำลังมอเตอร์) |
| ระยะทางต่อการชาร์จ | ประมาณ 25 กม. | 30–50 กม. (สามารถไปได้ไกลขึ้นเมื่อใช้การปั่นช่วย) |
| ล้อและการกันกระแทก | ล้อยางตันขนาดเล็ก (เช่น 8 นิ้ว), มีโช้คอัพ แต่รับแรงกระแทกได้น้อย | ล้อยางลมขนาดใหญ่ (เช่น 12 นิ้วขึ้นไป), รองรับพื้นผิวขรุขระได้ดีกว่า |
| ระบบเบรก | เบรกไฟฟ้า, เบรกเท้า, บางรุ่นมี Regenerative Braking | ระบบเบรกแบบดิสก์เบรกหรือวีเบรกคล้ายจักรยานทั่วไป |
| การใช้งานหลัก | เดินทางระยะสั้นในเมือง, พกพาสะดวก, ไม่เหมาะกับทางไกลหรือขรุขระ | เดินทางระยะใกล้ถึงกลาง, ใช้ได้บนทางขรุขระ, มีที่ปั่นช่วยประหยัดแบตเตอรี่ |
| การชาร์จและมอเตอร์ | ระยะเวลาชาร์จ 6-7 ชั่วโมง | ระยะเวลาชาร์จ 6-10 ชั่วโมง, มอเตอร์ 350-500 วัตต์ |
เจาะลึกข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละประเภท
นอกเหนือจากข้อมูลทางเทคนิคแล้ว การทำความเข้าใจข้อดีและข้อจำกัดในเชิงการใช้งานจริงจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า: ความคล่องตัวสำหรับชีวิตในเมือง
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองโดยเฉพาะ ด้วยขนาดที่กะทัดรัดและฟังก์ชันที่เน้นความสะดวกสบายในการเดินทางระยะสั้น
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจสำหรับการเดินทางในเมืองที่ต้องการความรวดเร็วและคล่องตัว สามารถพับเก็บและนำขึ้นรถไฟฟ้าหรือเก็บไว้ใต้โต๊ะทำงานได้อย่างง่ายดาย
ข้อดี:
- การพกพาสะดวก: จุดเด่นที่สุดคือความสามารถในการพับเก็บได้และมีน้ำหนักเบา ทำให้ง่ายต่อการยกข้ามสิ่งกีดขวางหรือหิ้วขึ้นอาคาร
- ความคล่องตัวสูง: ด้วยขนาดที่เล็กและวงเลี้ยวที่แคบ ทำให้สามารถซอกแซกผ่านการจราจรที่ติดขัดหรือในพื้นที่แคบได้ดี
- ไม่ต้องกังวลเรื่องยางรั่ว: สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลายรุ่นมาพร้อมกับล้อยางตัน ซึ่งตัดปัญหาเรื่องยางรั่วและไม่ต้องคอยเติมลม
- เทคโนโลยีเสริม: บางรุ่นมีฟีเจอร์อย่าง Regenerative Braking ที่ช่วยชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่เล็กน้อยในขณะเบรก ช่วยยืดระยะทางได้อีกเล็กน้อย
ข้อจำกัด:
- ระยะทางจำกัด: โดยทั่วไปแล้วสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีระยะทางต่อการชาร์จที่สั้นกว่าจักรยานไฟฟ้า จึงไม่เหมาะกับการเดินทางไกล
- ประสิทธิภาพบนทางขรุขระ: เนื่องจากมีล้อขนาดเล็กและระบบกันสะเทือนที่ไม่ซับซ้อน ทำให้การขับขี่บนพื้นผิวที่ไม่เรียบ เช่น ถนนที่เป็นหลุมบ่อหรือทางเท้า อาจไม่นุ่มนวลและควบคุมได้ยาก
- ความมั่นคงในการขับขี่: ท่ายืนขับขี่และฐานล้อที่แคบอาจทำให้รู้สึกมั่นคงน้อยกว่าการนั่งบนจักรยาน โดยเฉพาะเมื่อต้องขับขี่ด้วยความเร็วหรือบนทางเปียกลื่น
จักรยานไฟฟ้า: คู่หูเดินทางไกลและทุกสภาพถนน
จักรยานไฟฟ้าผสมผสานข้อดีของจักรยานแบบดั้งเดิมเข้ากับพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เป็นพาหนะที่หลากหลายและรองรับการใช้งานได้กว้างขวางกว่า
ข้อดี:
- ระยะทางไกลกว่า: ด้วยแบตเตอรี่ที่มักมีขนาดใหญ่กว่าและผู้ใช้สามารถใช้การปั่นช่วย ทำให้จักรยานไฟฟ้าสามารถเดินทางได้ไกลถึง 40-50 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
- รองรับทุกสภาพพื้นผิว: ล้อที่มีขนาดใหญ่กว่าและมักเป็นยางลม ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ดี ทำให้การขับขี่บนถนนขรุขระหรือทางลูกรังเป็นไปอย่างนุ่มนวลและมั่นคง
- ความมั่นคงและความปลอดภัย: โครงสร้างที่แข็งแรงและท่านั่งขับขี่ที่คุ้นเคย ทำให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นคงและควบคุมรถได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะในการเข้าโค้งหรือเบรกกะทันหัน
- ทางเลือกในการออกกำลังกาย: ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะปั่นเองเพื่อออกกำลังกาย หรือใช้ระบบไฟฟ้าช่วยในเวลาที่เหนื่อยล้าหรือต้องการทำความเร็ว
- ความหลากหลายของรุ่น: มีรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น รุ่นที่รองรับผู้สูงอายุ หรือรุ่นที่สามารถมีที่นั่งซ้อนท้ายสำหรับ 2-3 คนได้
ข้อจำกัด:
- น้ำหนักมากและขนาดใหญ่: จักรยานไฟฟ้ามีน้ำหนักมากกว่าและมีขนาดใหญ่กว่าสกู๊ตเตอร์อย่างเห็นได้ชัด ทำให้การยกหรือเคลื่อนย้ายทำได้ลำบาก
- ความสะดวกในการจัดเก็บ: ส่วนใหญ่ไม่สามารถพับเก็บได้ หรือหากพับได้ก็ยังคงมีขนาดใหญ่ ทำให้ต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บมากกว่า
- การพึ่งพาการปั่น: แม้จะมีมอเตอร์ไฟฟ้า แต่เพื่อให้ได้ระยะทางสูงสุด ผู้ใช้ยังจำเป็นต้องออกแรงปั่นช่วย ซึ่งอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินทางโดยไม่ต้องออกแรงเลย
ปัจจัยสำคัญในการเลือกรถที่ใช่สำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ
การเลือกซื้อจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เหมาะสมที่สุดนั้น ต้องพิจารณาจากลักษณะการใช้งานและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ ปัจจัยต่อไปนี้จะช่วยเป็นแนวทางในการตัดสินใจ
1. ระยะทางการใช้งานประจำวัน
นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด หากการเดินทางส่วนใหญ่เป็นระยะทางสั้นๆ ไม่เกิน 5-10 กิโลเมตรต่อวัน เช่น การเดินทางไปทำงานในระยะ 2 กิโลเมตร หรือไปร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จะเป็นตัวเลือกที่สะดวกและเพียงพอ แต่หากต้องเดินทางไกลกว่า 15 กิโลเมตรขึ้นไป หรือต้องการพาหนะสำหรับท่องเที่ยวในวันหยุด จักรยานไฟฟ้า ซึ่งมีระยะทางต่อการชาร์จไกลกว่า จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า
2. ลักษณะของเส้นทางและสภาพพื้นผิว
เส้นทางที่ใช้เป็นประจำมีผลอย่างมากต่อประสบการณ์การขับขี่ หากเส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนลาดยางที่เรียบในเมือง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ก็สามารถใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ถ้าเส้นทางประกอบด้วยทางขรุขระ, เนินชัน, หรือทางลูกรัง ล้อขนาดใหญ่และโครงสร้างที่มั่นคงของ จักรยานไฟฟ้า จะมอบการขับขี่ที่นุ่มนวลและปลอดภัยกว่าอย่างชัดเจน
3. ความสะดวกในการพกพาและจัดเก็บ
พิจารณาว่าจำเป็นต้องยกพาหนะขึ้นบันได, นำขึ้นรถไฟฟ้า, หรือเก็บไว้ในคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดหรือไม่ หากคำตอบคือใช่ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่มีน้ำหนักเบาและพับเก็บได้คือผู้ชนะในหมวดนี้ ในทางกลับกัน หากมีที่จอดรถที่ปลอดภัยและไม่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อยครั้ง ข้อจำกัดด้านน้ำหนักและขนาดของ จักรยานไฟฟ้า ก็อาจไม่ใช่ปัญหาสำคัญ
4. ผู้ใช้งานและวัตถุประสงค์
ผู้ใช้งานก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง สำหรับผู้หญิงหรือเด็กที่อาจมีข้อจำกัดด้านพละกำลัง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่เบากว่าอาจเป็นตัวเลือกที่จัดการได้ง่ายกว่า ในขณะที่ผู้ใหญ่หรือครอบครัวที่ต้องการความสบายในการนั่งและอาจมีการซ้อนท้าย จักรยานไฟฟ้า ที่มีเบาะนั่งและโครงสร้างคล้ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า
5. ความปลอดภัยและระบบเบรก
ยานพาหนะทั้งสองประเภทมีการควบคุมที่ง่ายกว่ามอเตอร์ไซค์ทั่วไป แต่ก็มีความแตกต่างกันในด้านความปลอดภัย ล้อขนาดใหญ่ของจักรยานไฟฟ้าให้ความมั่นคงและการยึดเกาะถนนที่ดีกว่า โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่เปียกลื่น ในขณะที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าอาจเกิดการลื่นไถลได้ง่ายกว่าหากเบรกกะทันหันบนทางเปียก ระบบเบรกก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรเลือกรุ่นที่มีระบบเบรกที่ไว้ใจได้ เช่น ดิสก์เบรกในจักรยานไฟฟ้า หรือเบรกไฟฟ้าที่ทำงานร่วมกับเบรกปกติในสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติมและคำแนะนำ
นอกเหนือจากปัจจัยหลักๆ ข้างต้นแล้ว ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ควรนำมาพิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจให้รอบด้านยิ่งขึ้น
การบำรุงรักษาและการดูแล
การดูแลรักษายานพาหนะไฟฟ้าทั้งสองประเภทไม่ซับซ้อน แต่มีความแตกต่างกันเล็กน้อย สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ล้อยางตันจะช่วยลดภาระในการดูแลเรื่องลมยางและการปะยางไปได้อย่างสิ้นเชิง การบำรุงรักษาส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การดูแลแบตเตอรี่และการตรวจสอบระบบเบรกไฟฟ้า ในขณะที่จักรยานไฟฟ้าซึ่งใช้ล้อยางลม จะต้องมีการตรวจเช็กลมยางอย่างสม่ำเสมอ และอาจต้องรับมือกับปัญหายางรั่วเหมือนจักรยานทั่วไป นอกจากนี้ ระบบเบรกแบบกลไกและโซ่ (ในบางรุ่น) ก็อาจต้องการการปรับตั้งและหล่อลื่นเป็นครั้งคราว
เทคโนโลยีและฟีเจอร์เสริม
เทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ยานพาหนะไฟฟ้ามีความสามารถมากกว่าแค่การขับเคลื่อน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ มักมาพร้อมกับการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนเพื่อตั้งค่าต่างๆ เช่น การล็อกรถ, การเปิด-ปิดไฟ, หรือการปรับโหมดความเร็ว รวมถึงฟีเจอร์ Regenerative Braking ที่แปลงพลังงานจลน์จากการเบรกกลับไปเป็นพลังงานไฟฟ้าเก็บในแบตเตอรี่ ส่วนจักรยานไฟฟ้าก็มีเทคโนโลยีที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงปั่น (Torque Sensor) ที่ช่วยปรับกำลังมอเตอร์ให้สอดคล้องกับแรงของผู้ขับขี่อย่างนุ่มนวล ทำให้ประสบการณ์การปั่นเป็นธรรมชาติมากขึ้น การพิจารณาฟีเจอร์เหล่านี้อาจช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความสนุกในการใช้งานได้
สรุปและคำแนะนำ: เลือกพาหนะไฟฟ้าที่ใช่สำหรับคุณ
โดยสรุปแล้ว ไม่มีคำตอบที่ตายตัวว่าระหว่างจักรยานไฟฟ้ากับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า อะไรคือตัวเลือกที่ดีกว่ากัน คำตอบที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล หากสรุปเป็นแนวทางง่ายๆ อาจกล่าวได้ว่า:
- เลือก สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หากต้องการความคล่องตัวสูงสุด, เน้นการเดินทางระยะสั้นในเมือง, ต้องการความสะดวกในการพกพาและจัดเก็บในพื้นที่จำกัด และเดินทางบนเส้นทางที่ค่อนข้างเรียบ
- เลือก จักรยานไฟฟ้า หากต้องการเดินทางในระยะทางที่ไกลกว่า, เส้นทางมีความหลากหลายหรือขรุขระ, ต้องการความมั่นคงในการขับขี่สูง, และต้องการทางเลือกในการออกกำลังกายควบคู่ไปกับการเดินทาง
การพิจารณาข้อมูลเปรียบเทียบและปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาทั้งหมด จะช่วยให้สามารถตัดสินใจเลือกยานพาหนะไฟฟ้าคู่ใจที่สามารถตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่าและลงตัวที่สุด
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าคุณภาพที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ GIANT Shopping Mall คือศูนย์รวมจำหน่ายจักรยานไฟฟ้าทุกประเภท, สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, และ E-bike ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในการเดินทางยุคใหม่ พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้ได้พาหนะที่เหมาะสมที่สุด
สามารถติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาหรือเยี่ยมชมสินค้าได้ที่:
- FACEBOOK PAGE: https://www.facebook.com/giantshoppingmall
- LINE: @705dancc
- ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม: คลิกที่นี่
เวลาทำการ: ทุกวัน จันทร์ – เสาร์ (เวลา 9.00 – 18.00 น.)
โทรศัพท์: 061-962-2878
ที่ตั้งร้าน: 269 หมู่ 12 ถ. มิตรภาพ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 40000

